ปราบพิภพสยบสวรรค์

    ปราบพิภพสยบสวรรค์ ตอนที่ 59 : สุสานโบราณ

    จอมยุทธทั่วโลกเฝ้ารอคอยพวกมันมาเพื่อสางปมแค้น แต่ทั่วโลกต่างก็รอเก้ออยู่นานนับปี ก็ยังไม่เห็นหัวของพวกมัน

     

    จนพวกเขาร่ำๆอยากที่จะออกจากจากโลกไปไล่ล่าพวกมัน แต่เมื่อได้ฟังปราบพูดจาพวกเขาก็คลายโทสะลง เพราะสมาพันธ์ของพวกมันยิ่งใหญ่มาก ทั้งยังทรงอิทธิพลมากมายลำพังเพียงพวกเราโลกเดียวไม่มีทางโค่นล้มพวกมันได้

     

    หลายคนจึงเปลี่ยนเป้าหมายกลับเข้าฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งทำเอาฐานพลังของโลกไหวกระเพื่อม

     

    ปราบถอนหายใจออกอย่างแรงที่เขาเองก็ยังไม่ได้สางแค้นไอ้พวกสาระเลวนั่น แต่อีกไม่นานเพราะเวลานี้เขาเป็นจอมยุทธขั้นเบิกฐพีแล้ว แลอีกไม่นานก็จะกลายเป็นจอมยุทธขั้นเบิกนภา

     

    “ อีกไม่นาน “ ชายหนุ่มพึมพำ

     

    “ ไปที่ป่าอะเมซอนดีกว่า “ เขาเอ่ยแล้วทะยานร่างไปยังทวีปอมริกาใต้ต้นตอของเรื่องราวทั้งหมด

     

    เมื่อมาถึงชายหนุ่มลอยตัวเหนือหลุมใหญ่ยักษ์ที่เต็มไปด้วยอสูรเล็กใหญ่ที่เดินไปเดินมาน่าเวียนหัว

     

    “ เจ้านาย ตรวจสอบพบกลิ่นอายของอสูรระดับเจ็ด แปด เก้า “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ มีมากน้อยเพียงใด “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ เจ้านาย อสูรระดับเจ็ดนั้นมากหลายล้านตัว ระดับแปดราวสองล้าน ระดับเก้าที่ถือว่าสูงสุดมีประมาณสองแสนตัว “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ ฮื่อห์ “ ชายหนุ่มถอนหายใจออกอย่างแรง

     

    “ พวกมันมาจากโลกอื่นรึ “ ชายหนุ่มเอ่ยถาม

     

    “ เจ้านาย พวกมันถูกผนึกไว้เนิ่นนานมาแล้ว แลผนึกได้คลายตัวทำให้พวกมันออกมาได้ “ อังตรอนเอ่ย

     

    “ ผู้ใดกันผนึกไว้ “ ชายหนุ่มพึมพำ

     

    “ คงต้องเป็นยอดยุทธขั้นสูงเป็นแน่ที่ทำเช่นนี้ “ ชายหนุ่มพึมพำ

     

    “ หรือว่าจะเป็นช่วงที่คนของโลกนี้อพยพไป “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ ในยุคนั้นคงหมดปัญญาที่จะกำจัดอสูรเหล่านี้เป็นแน่ จึงทำได้เพียงผนึกมันไว้ “ ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ

     

    “ กลับ “ ชายหนุ่มเอ่ยแล้วทะยานร่างออกป่าอะเมซอน

     

    เขาทะยานร่างเหนือมหาสมุทรแอตแลนติก แล้วเบิกเนตรห้วงมิติของเขาสำรวจทั่วอาณาของมหาสมุทรพร้อมกับอัลตรอน

     

    จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี จนในที่สุดก็ผ่านไปแล้วห้าปี

     

    ชายหนุ่มโผล่พ้นจากน้ำแล้วระเบิดเสียงหัวเราะลั่น

     

    ผู้คนมากมายต่างงุนงงว่าชายหนุ่มเป็นสิ่งใดทำถึงได้หัวเราะลั่นราวคนบ้า

     

    “ พบแล้ว “ ปราบส่งเสียงไปยังเจ้าสำนักยิ่ง

     

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า “ เจ้าสำนักยิ่งระเบิดเสียงหัวเราะลั่น

     

    ชายหนุ่มนั่งกรรมฐานอยู่กลางอากาศแลหมุนวนปลาหยินหยางของเขาสร้างดาราหยินหยางดวงที่สองของขั้นเบิกนภา

     

    แม้ว่าเขาจะทำการค้นหามหานครแอตแลนติสเขาก็มิได้ละเลยการฝึกฝน เขาใช้พลังจากใต้มหาสมุทรที่มีมากทำการฝึกฝนจนก้าวข้ามพันธนการได้

     

    ชายหนุ่มมองยังยานของศูนย์ไทยแลอีกหลายศูนย์ทั่วโลกแล่นเข้ามาอย่างรวดเร็ว

     

    เมื่อทุกอย่างพร้อมชายหนุ่มนำทางทุกคนดำดิ่งลงไปในมหาสมุทรแอตแลนติกเพื่อพบเจอกับมหานครที่ยิ่งใหญ่ในอดีต

     

    ราวห้ากิโลเมตรเพราะความมืดของมหาสมุทรในความลึกขนาดนี้ทำให้มองไม่เห็นสิ่งใด เพียงแสงไฟเลือนรางจากสัตว์ทะเลใต้น้ำเท่านั้นที่พบเจอ

     

    ชายหนุ่มเข้าประจำยังโคมไฟ แล้วทำการเปิด

     

    “ วิ้ง “ พลันแสงไฟสาดส่องออก

     

    “ อา “ ผู้คนมากมายต่างร้องครางออกเมื่อพวกเจอกับมหานครที่เป็นตำนานมาเนิ่นนาน

     

    ชายหนุ่มกวาดตามองทั่วอาณาของรั้วทองคำที่ห้อมล้อมทั่วมหานครที่ยิ่งใหญ่ในอดีด ที่กลางอาณาปรากฏวิหารทองคำหลังใหญ่รูปทรงคล้ายดั่งพีรามิด ที่ประตูทางเข้าที่ทอดยาวไปยังวิหารนั้นปรากฏเป็นถนนทองคำ ทั่วอาณานั้นล้วนเป็นทองคำสิ้น

     

    ชายหนุ่มทะยายร่างไปยังประตูแล้วเปิดออก “ ครืดด “ ประตูทองคำสองบานเลื่อนเข้าสู่ภายใน

     

    ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆแล้วเดินไปตามถนนทองคำเข้าสู่วิหารทรงพีรามิดอย่างเชื่องช้า

     

    ชายหนุ่มผู้หนึ่งให้ขัดใจยิ่งด้วยที่ว่าทุกการค้นพบนั้นล้วนแล้วเป็นชายหนุ่มนามปราบ เขาที่อิจฉาชายหนุ่มเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งมามองยังชายหนุ่มที่กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง เขายิ่งอดรนทนไม่ไหว

     

    ชายหนุ่มทะยานร่างพุ่งตรงเข้าหาวิหารทรงพีรามิดอย่างรวดเร็ว

     

    “ อย่า “ ปราบร้องตะโกนลั่น

     

    “ ตูมมม “ ร่างของชายหนุ่มพลันระเบิดออกในทันใด

     

    “ แม่เจ้า “ เจ้าสำนักยิ่งร้องออก

     

    “ มันมีระบบป้องกันเปิดอยู่ “ ปราบร้องตะโกน

     

    ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหน้ากับคนเหล่านี้ที่มิมีสมอง คิดเพียงอยากได้หน้า “ สมควรแล้วที่ตาย “ ชายหนุ่มพูดในใจ

     

    เมื่อชายหนุ่มมาถึงวิหารทองคำ เขาวางสองมือยังประตูทองคำแล้วออกแรงผลัก

     

    “ ครืดด “ ประตูวิหารเปิดออก

     

    “ ตึง ตึง ตึง “ เสียงฝีเท้าดังสนั่นลั่น มวลน้ำพลันกระเพื่อมไหวเป็นระลอก

     

    “ วิ้ง “ อัลตรอนเร่งทำการสแกนสิ่งที่ออกมาอย่างรวดเร็ว

     

    ทหารกล้าในชุดของอดีตเดินออกมาด้วยท่าทางที่อาฆาต ใบหน้าของพวกเขานั้นเรียบเฉยแต่ดวงตาของพวกเขานั้นเป็นสีแดงก่ำ

     

    “ เจ้านาย อุณหภูมิในร่างของคนเหล่านี้ต่ำกว่าปกติ หรือเรียกว่าจุดเยือกแข็งก็ว่าได้ ไม่มีชีพจร “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ มันตายแล้ว แต่ทำไมมันยังเดินได้ “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ ในตำราโบราณก็ไม่มีบอกลักษณะแบบนี้ว่าเป็นอะไร “ เจ้าสำนักยิ่งเอ่ย

     

    “ แล้วมันคือสิ่งใดกันแน่ “ ผอ.ศูนย์อเมริกาเอ่ย

     

    “ โฮกก “ คนเหล่านั้นร้องคำรามลั่นก่อนที่จะทะยานร่างเข้าชายหนุ่ม

     

    ปราบวาดฝ่ามือออก “ เปรี้ยงง “ พลังขั้นผู้เบิกนภานั้นเป็นอะไรที่เหนือจินตนาการของผู้คนยิ่ง

     

    “ ตูมม “ ร่างเหล่านั้นระเบิดออกเศษชิ้นส่วนร่างกายปลิดปลิวไปตามกระแสน้ำ

     

    ชายหนุ่มกวาดตามองทั่วแล้วเดินเข้าไปในวิหาร เขากวาดตามองซ้ายขวาแล้วสูดหายใจเข้าลึก

     

    “ มันไม่ใช่นครแอตแลนติสแต่เป็นสุสานโบราณของใครสักคนที่ร่ำรวยล้นฟ้าในอดีต “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ ฮื่อห์ “ หลายคนได้แต่ถอนหายใจออกอย่างแรง

     

    ชายหนุ่มทะยานร่างไปยังห้องต่างๆที่ปิดสนิทแล้วทำการเปิดออก

     

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า “ ชายหนุ่มระเบิดเสียงหัวเราะลั่น

     

    “ รวยแล้ว “ เขาร้องออก

     

    ผู้คนมากมายต่างกรูเข้าไปยังสุสานอย่างรวดเร็ว

     

    เพียงชั่วครู่เหล่าจอมยุทธทั้งหลายต่างเข้ายื้อแย่งทรัพยากรอย่างบ้าคลั่ง

     

    ชายหนุ่มมายังโลงศพสีทองที่ตั้งอยู่กลางสุสาน เขาเดินวนรอบเพื่อทำการตรวจสอบแล้วพยักหน้า

     

    สองมือของวางลงบนฝาโลงศพสีทองแล้วออกแรงผลัก “ เคร้ง “ ฝาโลงศพร่วงหล่นลงยังพื้นส่งเสียงก้องกังวานราวกับอยู่บนบก

     

    เขาชะโงกหน้าเข้าไปในโลงศพแล้วพบกับโครงกระดูกที่สวมชุดของกษัตริย์ กระบี่สีทองวางอยู่บนอกของเขาโดยปลายกระบี่ชี้ลงที่ปลายเท้า นิ้วทั้งสิบสวมแหวนครบถ้วน

     

    ชายหนุ่มเก็บกระบี่แล้วทำการรูดแหวนทั้งสิบวงออกอย่างนุ่มนวลเพื่อไม่ให้ท่านอนของโครงกระดูกผิดเพี้ยนจากเดิม

     

    เขามองยังเจ้าสำนักยิ่งแล้วพยักหน้าช้าๆ

     

    เจ้าสำนักยิ่งรู้กันเร่งเรียกให้เหล่าผอ.ศูนย์จากหลายประเทศเข้าตรวจสอบ

    คล้ายกับเรื่องปราบพิภพสยบสวรรค์ ที่คุณอ่าน