#วันจันทร์สีชมพู 3
่เช้าของวันถัดมาหลานชายตัวน้อยยืนยิ้มแฉ่งที่หน้าห้องด้านหลังมีผู้เป็พ่อยืนถือกระเป๋าเป้ลายการ์ตูนตัวโปรดเอาไว้
“งอแงจะมาั้แ่ตื่น กว่าเมียเฮียจะหลอกล่อให้ทานข้าวได้แทบแย่”
“ให้มาทานกับหนูก็ได้ หนูก็ยังไม่ได้ทานข้าว”
“แม่เขากลัวมารบกวนเกินไปน่ะ อ้อ นี่ขนมซ้อเราฝากมาให้” เฮียซันไชน์ยื่นถึงคุกกี้มาให้ ่นี้ซ้อฉันชอบทำขนมฉันเลยได้ขนมอร่อย ๆ มาติดห้องไว้ตลอดเลย วันไหนอยู่ห้องทั้งวันก็จะมีขนมทานระหว่างดูหนัง ชีวิตดีสุด ๆ ไปเลยล่ะ
“ไม่รบกวนหรอกน่า ดูสิซ้อเอาขนมมาให้ตั้งเยอะ”
“งั้นฝากด้วยนะ หลังทานข้าวให้แปรงฟันแล้วล่ะ”
“ได้เลยค่ะ ซีวันนี้อยู่กับอานะลูก” ฉันก้มหน้าบอกหลานตัวน้อยที่มีท่าทีตื่นเต้นกับการได้ออกมาข้างนอกั้แ่เช้า
“บ้ายบายครับพ่อ” ซีโบกมือลาเฮียแล้ววิ่งเข้าห้องฉันอย่างตื่นเต้น
“ฮา ๆ ๆ ซนแน่ ๆ วันนี้ มีอะไรโทรหาพี่เลยนะ” เฮียไชน์ย้ำ ฉันพยักหน้าก่อนจะเอ่ยลาผู้เป็พี่ชาย
“พี่ซี อาขอแต่งตัวแปบนะครับ พี่ซีดูทีวีรออาก่อนนะ”
“ได้ครับ ซีจะนั่งตรงนี้ ๆ ๆ ” เด็กชายตัวน้อยนั่งเด้งดึ๋ง ๆ อยู่บนโซฟาตัวนุ่มด้วยท่าทางสนุก ฉันหัวเราะกับท่าทางของหลานชาย เมื่อกลับเข้าห้องมาได้ก็รีบแต่งตัว ไม่ได้แต่งอะไรมากขนาดนั้นหรอกเพราะฉันแค่เปลี่ยนเป็สวมเสื้อยืดตัวพอดีตัวและกางเกงยีนขาสั้นแค่นั้นเอง ส่วนแต่งหน้าน่ะแต่งเสร็จนานแล้วเหลือแค่เปลี่ยนชุด เมื่อทุกอย่างพร้อมเราสองอาหลานก็เดินจับมืออออกจากห้อง ระหว่างที่เดินออกจากลิฟต์ก็ชนกับคน ๆ หนึ่งที่มีอาการรีบร้อน
“ขอโทษครับ ๆ ”
“ไม่เป็ไรค่ะ” ฉันบอกปฏิเสธ และก้มดูหลานว่าเจ็บอะไรไหม
“ซีเจ็บไหม”
“ไม่ครับ อาเจ็บไหมเืไหลไหมครับ”
“ไม่มีเืครับ อาไม่เจ็บครับ” หลานตัวน้อยส่องตามแขนตามขาฉันไม่หยุด กลัวว่าจะมีเืไหล
“เอ่อ คุณเ้าของร้านกาแฟใช่ไหมครับ?” จู่ ๆ คนที่เดินชนฉันก็เอ่ยถาม ฉันเงยหน้ามองอย่างสงสัย ว่าอะไรทำให้เขาทักฉันมาแบบนั้น เพราะฉันเองก็มั่นใจว่าไม่ได้รู้จักเขาแน่ ๆ
“คะ?”
“ผมหมอที่คลินิกข้าง ๆ คุณไงครับ ที่บอกว่าจะเอาค่ากาแฟไปให้ไง” พอได้ลอบมองหน้าคนตรงหน้า ก็พลันชะงักไป เขาหน้าตาดีนะ ดีมาก ๆ เลยล่ะเป็นายแบบไม่ก็ดาราได้สบาย ๆ เลย แต่ไม่รู้สิ เพราะคนรอบตัวฉันหล่อล่ะมั้งฉันเลยไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากกับหน้าตาเขา
“ค่ะ” ฉันเองก็ไม่รู้ว่าควรจะตอบเขาไปยังไงเหมือนกัน
“คือ คุณจะเข้าร้านไหมครับ พอดีรถผมเสียผมเองก็ต้องเข้าคลินิกด้วยขอติดรถไปด้วยได้ไหมครับ”
“เราเพิ่งรู้จักกัน” ฉันเอ่ยขัดประโยคของเขา อีกฝ่ายชะงักไปเมื่อได้ยินสิ่งที่ฉันเพิ่งบอกไป แต่มันคือเื่จริงนะที่ฉันพูดไปน่ะ ฉันเพิ่งเคยพูดคุยกับเขาอือ สองวันนั่นแหละและไม่ได้รู้จักกันดีขนาดนั้นฉันก็ไม่กล้าให้เขาไปด้วย
“ไม่เป็ไรครับ ผมเข้าใจ...” สีหน้าสลดของเขาทำเอาฉันใจกระตุก ทั้งที่ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย บ้าจริงทำไมถึงรู้สึกแบบนี้กันนะ
“แต่ให้ไปด้วยก็ได้” พูดไปก็อยากจะตีตัวเอง
“ขอบคุณครับ” รอยยิ้มของเขาเผยกว้าง ไม่เข้าใจทำไมหัวใจฉันถึงเต้นแรงตึกตักแบบนี้
เราเดินออกจากคอนโดโดยมีคุณหมอฟันเดินมาด้วย ท่าทางมีความสุขนั้นของเขาทำเอาฉันอดที่จะหมั่นไส้ไม่ได้จริง ๆ คุณหมออาสาจะขับรถให้ ฉันปล่อยให้เขาได้ทำตามใจ อยากขับเหรอเชิญค่ะ จะนั่งคุยกับหลานตลอดทางอย่างสบายใจเลยคอยดู
“อามันเดย์ ซีอยากทำขนมไปให้ซอลด้วย ให้แม่ด้วย”
“เดี๋ยวอาพาทำเองครับ แต่ว่าเราต้องไปตรวจฟันก่อนนะ แล้วค่อยกลับมาทำขนม”
“ได้ครับ!” หลานตัวน้อยขานรับเสียงแข็งขัน คนที่ทำหน้าที่ขับรถอยู่หัวเราะน้อย ๆ มือก็ยื่นมาปรับแอร์ให้เมื่อเห็นว่าซีเบียดร่างเข้ามากอดฉันแน่นขึ้น
“ไปคลินิกผมไหม เดี๋ยวตรวจให้”
“กะว่าจะพาไปที่นั่นแหละค่ะ ใกล้ร้านดี”
“เดี๋ยวหมอตรวจให้เองครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
“เจ็บไหมครับ” ซีเอ่ยถามคุณหมอที่ฉันยังไม่รู้จักชื่อ เอาเถอะ เรียกคุณหมอนั่นแหละง่ายดี
“ไม่เจ็บครับ เดี๋ยวอาหมอจะตรวจเบา ๆ ดีไหมครับ?”
“ดีครับ!” ซีนั่งมองข้างทางไปเรื่อยกระทั่งถึงร้าน คุณหมอดับเครื่องยนต์เดินอ้อมมาเปิดประตูให้อย่างสุภาพ มือหนายื่นกุญแจรถคืนพร้อมกับเอ่ยขอบคุณ รอยยิ้มของเขาทำให้รู้สึกเขินอยู่ไม่น้อย
“ไปพร้อมผมเลยไหมครับ”
“เดี๋ยวเข้าร้านก่อนค่ะ สักพักก่อนค่อยไป”
“เดี๋ยวหมอเดินไปด้วย จะไปจ่ายค่าเครื่องดื่มเมื่อวานด้วยครับ”
“อ้อ ได้ค่ะ ไปครับซี เราไปร้านกันก่อนนะเดี๋ยวอาจะพาไปตรวจฟัน”
“ครับ เสร็จแล้วซีอยากทำขนม”
“ได้ครับ” ฉันชวนหลานคุยระหว่างเดินไปที่ร้าน ยังเดินไม่ทันจะถึงเฮียซันไชน์ก็โทรมา
“ค่ะเฮีย”
(แง!!! อามันเดย์ซอล ฮึก หา อยากไป หา ฮื่อ! // ซอลเบาก่อนครับพ่อคุยกับอาก่อน)
“งอแงอะไรกันคะเนี่ย” ฉันถามกลับเจือเสียงขบขัน เสียงร้องไห้งอแงของซอลทำเอาฉันขำอยู่ไม่น้อย คิดว่าตอนที่ซีออกมาซอลยังไม่ตื่นแน่ ๆ พอตื่นแล้วไม่เจอเลยงอแงแบบนี้
(ตื่นแล้วไม่เจอพี่เลยงอแง พอบอกว่าไปหาอามันเดย์ ก็ร้องจะไปหาอามันเดย์เหมือนกัน)
“พามาส่งสิคะ เดี๋ยวเย็น ๆ หนูพาหลานไปส่งเอง”
(มันจะหนักอ่ะสิ สองแสบอยู่ด้วยกันซนอย่างกับลิง) เฮียบอกอย่างไม่สบายใจ
“พูดอย่างกับหนูไม่เคยเลี้ยงหลานสองคนพร้อมกันอ่ะ อีกอย่างพี่ที่ร้านก็เยอะพามาเถอะค่ะ หนูดูได้”
(ไป ๆ ไปหาอามันเดย์ ฮึก อยากไปหา// โอ๋ ใจเย็น ๆ ลูก)
“เฮียพามาเลย หนูคงพาซีไปตรวจฟันเสร็จพอดี แค่นี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวจะได้พาซีไปตรวจฟันแล้ว” ฉันวางสายจากพี่ชายก็รีบเดินเอาของไปวาง ส่วนซียืนเกาะตู้โชว์ขนมมองตาวาว ถัดไปเป็คุณหมอที่กำลังจ่ายค่าเครื่องดื่มและกำลังสั่งเพิ่ม
“ซีครับ ไปกันครับ”
“ครับอา”
“พี่จ๋า เดี๋ยวหนูมานะคะ ขอพาซีไปตรวจฟันก่อน”
“เดี๋ยวรอก่อนครับ จะได้ไปพร้อมกัน” คุณหมอที่ยืนรอจ่ายเงินค่าเครื่องดื่มเอ่ยบอกเสียงนุ่ม เขาดูใจดีมากเลยนะ พูดเพราะด้วย เวลายิ้มเขาก็ดูดีมาก ๆ เลยล่ะ น่ารักและสุภาพดี เอ่อ ฉันก็แค่ชมล่ะนะ ไม่ได้คิดอะไรหรอก
“เดี๋ยวเอาไปส่งที่ร้านนะคะคุณหมอ”
“ขอบคุณครับ” คุณหมอยิ้มให้พนักงานบาง ๆ จากนั้นก็เดินมาหาฉันกับหลานที่ยืนอยู่หน้าประตู เขาย่อตัวอุ้มซีแล้วพาเดินออกจากร้าน
“ร้านนี้เป็ของคุณเองใช่ไหมครับ”
“ใช่ค่ะ”
“ผมว่าจะหาต้นไม้หรือไม่ก็ดอกไม้กระถางเล็ก ๆ มาวางตรงนี้อาจจะวางเลยมาจนถึงร้านคุณด้วย คุณโอเคไหมครับ” คุณหมอถาม มือข้างหนึ่งชี้ให้ดูว่าเขาจะวางดอกไม้ต้นไม้อะไรของเขาั้แ่ตรงไหนถึงตรงไหน
“ก็ได้ค่ะ ให้ได้ถึงแค่กระถางต้นไม้ตรงนี้นะคะ ถ้าวางเกินไปจะกีดขวางทางเข้าออกลูกค้า”
“ได้ครับ ขอบคุณนะครับ” เขาบอกและฉันเองก็เงียบไม่รู้ว่าควรจะคุยอะไรต่อ
“ผมชื่อพิงค์นะครับ ขอโทษที่แนะนำตัวช้า” พอเงียบเขาก็รีบเอ่ยแนะนำตัว ก็จริง เราไม่ได้แนะนำตัวกันเลยแต่ก็พูดคุยกันตลอดทาง
“มันเดย์ค่ะ”
“ยินที่ได้รู้จักครับ” เขายิ้มกว้างส่งมาให้ มือก็เปิดประตูเข้าในยังคลินิกของเขา มีคนไข้นั่งอยู่สองถึงสามคน โต๊ะด้านหน้าเป็พี่ที่คุ้นหน้าตอนมาส่งเครื่องดื่ม ฉันส่งยิ้มให้พี่คนสวยไป พี่เขาเองก็ส่งยิ้มกลับมาให้
“แหม ๆ ทำไมได้มาด้วยกันล่ะคะเนี่ยคุณหมอ” พี่คนสวยเอ่ยแซวทั้งยังทำหน้าเ้าเล่ห์อีกด้วย
“อะไรกันครับ บังเอิญเจอกันแล้วรถหมอเสียน่ะ”
“อ้อ รถเสียนะคะคุณหมอ” พี่คนสวยยังแซวไม่หยุด
“พอเลยครับ วันนี้คนไข้เยอะไหม” คุณหมออุ้มซีเดินไปหลังเคาน์เตอร์ที่พี่คนสวยนั่งจากนั้นก็หยิบแฟ้มอะไรบางอย่างออกมา แต่ที่อยากบอกคือเขาน่ะวางหลานฉันลงก่อนก็ได้นะ ทำไมต้องอุ้มไปด้วยก็ไม่รู้ ทีแรกมีแค่พี่คนสวยแซว ต่อมาพนักงานของคลินิกต่างแวะเวียนมาส่องดูคุณหมอพร้อมกับเอ่ยแซว
“หมอพลเข้าแล้วเหรอครับ”
“ยังค่ะหมอพิงค์ แต่มีหมออิงรับค่ะ หมอพลกำลังเดินทางมาค่ะ”
“งั้นจัดรับเคสให้ผมด้วยเลยแล้วกัน”
“แล้วน้องคนน่ารักนี่ล่ะคะ ยังไงเอ่ย” พี่คนสวยยิ้มหวานให้กับซี หลานฉันเองก็ยิ้มกว้างส่งคืนแขนก็ยกโอบรอบคอคุณหมอไว้แน่นกลัวตก
“อ้อ จะมาตรวจฟันครับ คุณให้ประวัติหน่อยครับ” คุณหมอเดินออกมายืนข้างฉัน ส่วนฉันก็เริ่มกรอกประวัติของหลานชาย
“ซีหนูหนักเท่าไหร่นะลูก”
“ซีไม่หนักนะ” ซีส่ายหน้าบอก เพื่อเป็การยืนยันว่าตัวเองไม่ได้หนัก ฉันหลุดขำเล็กน้อยก่อนจะอธิบายให้หลานฟังสั้น ๆ
“อาหมายถึงน้ำหนักตัวหนูกี่กิโลกรัมครับ อาไม่ได้ว่าหนูหนักนะลูก”
“ซีไม่รู้อ่า” หลายทำหน้างง
“เดี๋ยวอาพาไปชั่งครับ” คุณหมออุ้มหลานเดินหายไปหลังคลินิกพอกลับมาก็เอ่ยบอกน้ำหนักของซี เมื่อกรอกประวัติเสร็จฉันกับหลานก็นั่งรอที่โซฟา ส่วนคุณหมอไปเปลี่ยนชุดเตรียมทำงานล่ะมั้ง คนไข้ที่นี่เยอะพอสมควรเลยล่ะแต่น่าจะเป็แบบนัดมาตรวจมากกว่า นาน ๆ ถึงจะมีคนไข้นอกมานั่งคิวรอ อันนี้ฉันเดาเองเองนะ จากนั้นไม่นานมีคนที่พี่คนสวยเรียกคุณหมอเดินเข้าไปสองคน พวกเขาทักทายกันก่อนจะเดินไปยังด้านหลัง
“อามันเดย์ ซอลจะมาหาไหม”
“มาครับ เดี๋ยวน้องจะมาหาตอนเราตรวจฟันเสร็จ”
“จริงเหรอครับ ซีกับซอลทำขนมได้ไหม”
“ได้ครับ เดี๋ยวอาจะสอนหนูเอง” ฉันบอกหลานพร้อมรอยยิ้ม ซีมีท่าทีตื่นเต้นไม่น้อยเมื่อจะได้ทำขนม ก็เป็คุกกี้ง่าย ๆ นั่นแหละ เวลาทำฉันจะให้หลานกดพิมพ์เองส่วนขั้นตอนอบฉันจะเป็คนทำให้
“น้องซี เชิญห้องตรวจที่สามค่ะ”
“ครับ!” ซีขานรับเสียงเรียกของพี่พนักงานต้อนรับ เราเดินจับมือกันไปจนถึงห้องตรวจที่มีหมายเลขสามติดอยู่ เปิดเขาไปก็จะเป็เตียงที่ถูกออกแบบเพื่อการใช้งานด้านทันตกรรมโดยเฉพาะ และมีเครื่องมืออะไรไม่รู้เยอะแยะไปหมด ซีบีบมือฉันแน่นเมื่อเราเข้าไปในห้อง มีผู้ช่วยทันตะยืนเตรียมของอยู่ เธอมองหน้าฉันกับหลานแล้วส่งยิ้มให้
“ตัวเล็กขึ้นเตียงเลยค่ะ” ผู้ช่วยคนนั้นเอ่ยบอกซี ฉันอุ้มหลานไปนั่งบนเตียงตรวจแต่ยังไม่ได้ขยับไปไหนเมื่อหลานจับมือฉันแน่น คงจะกลัวนั่นหละ ต่างจากก่อนหน้านี้ลิบลับเลย ฉันยืนให้หลานจับมืออยู่อย่างนั้น พยายามทำตัวให้เล็กที่สุดไม่ยื่นมือหรือแขนไปโดนอะไรในห้อง กลัวโดนดุนี่นา
“น้องชื่อซีใช่ไหมครับ...” เสียงทุ้มหนึ่งดังขึ้นฉันเงยหน้ามองก็พบว่าเป็คุณหมอผู้ชายที่เพิ่งเข้ามาในคลินิกได้ไม่นานก่อนจะเรียกชื่อฉันไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ
“ครับ หนูชื่อซี” ซีแนะนำตัวกับคุณหมอ คนเป็หมอหัวเราะน้อย ๆ ก่อนจะเดินไปหยิบถุงมือมาสวม แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรมากกว่านั้น คนที่หายเข้ามาด้านในั้แ่พาซีไปส่งให้ฉันพร้อมกับบอกน้ำหนัก ก็เดินเข้ามาในห้องตรวจ ที่ด้านหลังเปิดโล่งสามารถเดินผ่านไปมาหากันได้ทุกห้องตรวจ
“พลไม่ต้องเดี๋ยวทำเอง” คุณหมอพิงค์เอ่ยบอกคุณหมอที่กำลังจะสวมถุงมือเพื่อตรวจซี
“เคสนั้นเพิ่งเสร็จนี่”
“ใช่ แต่เดี๋ยวดูเคสนี้เอง”
“อะไรกัน งงนะเนี่ย หรือว่า...” ท้ายประโยคคุณหมอคนนั้นเหล่ตามองฉันเล็กน้อยแล้วหันกลับไปมองคุณหมอพิงค์
“อย่าเยอะพล เดี๋ยวเขากลัว ไป ๆ ดูเคสใหม่”
==========
สองวันอัพหนึ่งครั้งนะคะ ถ้าครบสองวันแล้วยังไม่ได้แจ้งงดอัพ ทวงได้นะคะ บางทีก็ลืม 5555555