ตอนที่ 663 พูดคุยกับชายวัยกลางมินโฮ
ณ บ้านพักของเจิ้งฟู่ภายในห้องโถงรับแขก......
ฟู่ว!!!
“แค่สำรวจูเาทั้งลูกแค่นี้ทำไมมันหน่อยจังนะหรือว่าเราไม่ค่อยเดินอย่างคนปกติทั่วไปมานานแล้วเลยเกิดเหนื่อยขึ้นมา?!”เจิ้งฟู่ถึงกับพ้นลมหายใจยาวออกมาทั้งๆที่เขาไม่ได้เหนื่อยจริงๆเพียงแค่คิดไปเองว่าตนเหนื่อยเพราะเดินทางด้วยเท่าด้วยความเร็วปกติทั่วไป.....
หลังจากที่เขาสำรวจทั่วทั้งูเาของเขาเสร็จแล้วเจิ้งฟู่ก็กลับมาที่บ้านพักของเขาอีกครั้ง ซึ่งมันเป็เวลาตะวันตกดินพอดี และเจิ้งฟู่ก็รู้สึกหิวมากแล้วด้วยแต่ว่าภายในบ้านพักหลังนี้ไม่มีสิ่งใดที่กินได้เก็บไว้เลยมีเพียงเครื่องครัวที่ใช้ทำอาหารเท่านั้น......
“โชคยังดีที่เรานำเอาหารติดตัวมาด้วยไม่เช่นนั้นคงได้หิวตายเป็แน่!” เจิ้งฟู่ไม่ได้คิดมากเื่ที่บ้านพักหลังนี้ไม่มีอาหารให้เพราะเขาได้เตรียมอาหารมาด้วยจำนวนมากภายในพื้นที่มิติเร้นลับของเขาซึ่งมันมากพอที่จะให้เขาอยู่ได้นานถึงสามปีเลยทีเดียว......
หวืดดดดดด!!
เป้ง! เป้ง!!
ซ่า!! ซ่า!!ซ่า!!!
ฟู้วววววววว!!
เสียงทำอาหารเริ่มขึ้นในทันทีเมื่อเจิ้งฟู่นำส่วนผสมในการทำอาหารออกมาซึ่งเมนูที่เขาจะทำกินในวันนี้ก็คือผัดพริกหมูป่าขนหนาม กับทอดปลาดำเกล็ดแข็งและผัดผักสมุนไพรซึ่งเป็อาหารง่ายๆที่ใช้วัตถุดิบทั่วๆไปในการทำแต่โภชนาการและสารอาหารที่จะได้รับจากอาหารทั้งสามจานนี้กับสูงกว่าที่คิดเอาไว้เพราะเนื้อของหมูป่าขนหนามนั้นมีโปรตีนสูง และเนื้อของปลากำเกล็ดแข็งนั้นให้ผลเกี่ยวกับระบบการย่อยส่วนจานสุดท้ายผัดผักสมุนไพรช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรง......
ตุบ ตุบ ตุบ!!
“เสร็จเสียที! เอาละได้เวลา...........ท่านผู้าุโมินโฮ! ถ้าท่าน้าจะร่วมวงด้วยก็เชิญนะขอรับศิษย์ผู้นี้ไม่รังเกลียดหรอก และศิษย์จะยินดีมากถ้าท่านมาร่วมวงด้วยแทนที่จะยืนกลืนน้ำลายอยู่ตรงนั้น!” ในขณะที่เจิ้งฟู่วางจานอาหารทั้งสามเสร็จและเตรียมที่จะกินเขาก็พลันััได้ถึงชายวัยกลางมินโฮที่แอบซ่อนตัวอยู่นอกบ้านพักของเขาซึ่งเขาไม่รู้ว่าชายวัยกลางมาทำไมในเวลานี้ แต่เขาได้ยินเสียงกลืนน้ำลายของชายวัยกลางได้อย่างชัดเจนเขาจึงได้ชักชวนให้ชายวัยกลางมินโฮเข้ามาร่วมวงกินอาหารกับเขาด้วย......
อ่า!!
เมื่อชายวัยกลางมินโฮได้ยินที่เจิ้งฟู่พูดและเรียกเขาตัวเขาถึงกับสะดุ้งอย่างใและไม่อยากเชื่อว่าเจิ้งฟู่จะััรับรู้ถึงตัวตนของเขาได้แต่เมื่อเจิ้งฟู่เรียกเขาอย่างนั้นแล้วเขาก็ไม่คิดที่จะปิดบังตัวตนของเขาและก้าวเข้าไปในบ้านพักของเจิ้งฟู่ทันทีก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ตัวตรงข้ามกับเจิ้งฟู่.....
ตุบ!!
“เ้าััถึงตัวข้าได้อย่างไร?ข้าคิดว่าข้านั้นปิดซ่อนตัวเองอย่างดีแล้วนะ”ชายวัยกลางรู้สึกสงสัยมากว่าเจิ้งฟู่รู้ถึงตัวตนของเขาได้อย่างไร......
“ศิษย์เองก็ไม่รู้หรอกว่าท่านผู้าุโมาถึงตอนไหนแต่ที่ศิษย์รู้ว่าเป็ท่านก็เพราะเสียงกลืนน้ำลายดังขึ้นมาก่อนหน้านี้ศิษย์เลยลองพูดเดาออกไปเท่านั้น ซึ่งศิษย์ไม่คิดว่าคนที่แอบกลืนน้ำลายอยู่จะเป็ท่านผู้าุโมินโฮจริงๆ!”ซึ่งเจิ้งฟู่ไม่ได้โกหกเลยว่าเขาเองก็ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วคนที่กลืนน้ำลายนั้นเป็ใครเขาเพียงแค่คาดเดาเอาเท่านั้นว่าคนคนนี้อาจจะเป็ชายวัยกลางมินโฮ เพราะมีเพียงแค่ชายวัยกลางมินโฮและเหล่าผู้าุโหลักเท่านั้นที่รู้ว่าเขาอยู่ไหนดังนั้นคนที่เจิ้งฟู่จะยกเอาขึ้นมาใช้คาดเดาจึงเป็ชายวัยกลางมินโฮนั้นเอง......
อ้า!!
คำตอบของเจิ้งฟู่ทำให้ใบหน้าของชายวัยกลางมินโฮแดงขึ้นเล็กน้อยด้วยความอายเพราะเขาคิดว่าเจิ้งฟู่นั้นััรับรู้ถึงตัวเขาได้ทั้งๆที่เขาเก็บซ่อนพลังเอาไว้อย่างดีแล้วแต่ที่ไหนได้เจิ้งฟู่เพียงแค่คาดเดาออกไปสุ่มๆเท่านั้นแต่เป็เพราะเขาที่ออกมาปรากฏตัวและยอมรับเอง......
“อื้ม! ว่าแตู่เาลูกนี่เป็อย่างไรบ้างเ้าชอบมันหรือไม่?” เพื่อที่จะลดความอายที่มีชายวัยกลางมินโฮจึงได้เปลี่ยนเื่พูดไปถามความพึ่งพอใจของเจิ้งฟู่ที่มีต่อูเาลูกนี้แทน......
“มันเยี่ยมมากขอรับท่านผู้าุโข้านั้นรู้สึกถูกชะตากับูเาลูกนี้มากทั้งพลังงาน์ที่หนาแน่นและทิวทัศน์ที่สวยงามของธรรมชาติไม่มีตรงไหนเลยที่ข้าไม่พอใจ เพียงแต่ที่นี้มันเงียบเหงาเกินไปเท่านั้นแต่โดยรวมแล้วก็ถือว่ายอดเยี่ยม!” เจิ้งฟู่พยักหน้าและตอบกลับไปทันทีว่าเขานั้นถูกชะตากับูเาลูกนี้มากถึงมันจะเงียบไปหน่อยในตอนนี้แต่ในอนาคตเจิ้งฟู่คิดว่ามันจะไม่เงียบเหมือนเช่นวันนี้แน่......
อื้ม!
“ถ้าเ้าชอบมันเช่นนั้นก็ดีแล้วูเาลูกนี้ถึงจะอยู่ไกลจากตัวเมืองและพื้นที่หลักของนิกายแต่มันก็ให้ประโยชน์กับเ้าใจการฝึกฝน เอาละ! ที่ข้ามาในวันนี้ก็เพื่อจะบอกเ้าว่าพรุ่งนี้จะเป็วันแจกจ่ายเม็ดยาทิพย์ประจำเดือดซึ่งเ้าควรที่จะไปรับมันด้วย แต่เพราะระยะทางที่ไกลและซับซ้อนข้าจึงนำแผนที่โดยคราวๆมาให้เ้า เผื่อเ้าจะได้ไม่เดินทางหลงวนไปวนมา!” ชายวัยกลางพยักหน้าและยิ้มให้กับเจิ้งฟู่ก่อนจะบอกกล่าวแต่เขาว่าพรุ่งนี้เป็วันที่นิกายจะแจกจ่ายเม็ดยาทิพย์ประจำเดือนให้กับศิษย์ทุกคนซึ่งเจิ้งฟู่ควรที่จะไปรับมันด้วย และด้วยเส้นทางจากเขาลูกนี้ไปยังพื้นที่หลักของนิกายนั้นซับซ้อนชายวัยกลางมินโฮจึงได้นำแผนที่มาให้เจิ้งฟู่ด้วย......
หมับ!!
“ขอบคุณท่านผู้าุโที่กรุณา! มาเถอะท่านผู้าุโ ตอนนี้อาหารกำลังร้อนๆอยู่ พวกเรามากินมันด้วยกัน ข้าเชื่อว่าอาหารเหล่านี้จะต้องถูกปากท่านแน่ๆนอกจากนี้ข้ายังมีสุรารสเลิศจากโลกเบื้องล่างติดตัวมาด้วยถึงมันจะไม่ดีเท่ากับสุราของโลกเบื้องบนแต่มันก็ใช้ได้ทีเดียว!” ตอนนี้เจิ้งฟู่เริ่มหิวแล้วเขาจึงชวนชายวัยกลางมินโฮกินอาหารกันรวมถึงหยิบสุรารสเลิศที่เขาได้มาตอนที่เขาอยู่ที่ทวีปนรกอเวจีออกมาด้วยซึ่งกลิ่นหอมของสุราทำให้ชายวัยกลางมินโฮเกือบที่จะอดใจไม่ไหว......
อึก!!
“ขอบใจเ้ามาก เอาละ!ข้าจะไม่เกรงใจละนะ!” เมื่อ เจิ้งฟู่ออกปากชวนอย่างนั้นแล้วชายวัยกลางมิโฮก็ไม่รอข้าที่จะเริ่มที่จะกินอาหารที่เบื้องหน้าของเขาทันทีท......
“เชิญเลยท่านผู้าุโ หากไม่พอข้ายังมีอีกเยอะ!”เจิ้งฟู่เองก็เริ่มกินอาหารที่อยู่บนโต๊ะเช่นกัน......
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป......
อ้า!
“อาหารของเ้านี่มันอร่อยจริงๆ ั้แ่ข้าอยู่มาจนถึงวันนี้ข้าไม่เคยกินอะไรที่มันอร่อยเท่านี้มาก่อนเลยไหนจะสุรารสเลิศเหล่านี้อีก มันช่างเข้ากันดีเหลือเกิน!”ชายวัยกลางมินโฮรู้สึกพอใจและชอบอาหารที่เจิ้งฟู่ทำเป็อย่างมากเพราะปกติแล้วเขามักจะกินอาหารเดิมๆอยู่เป็ประจำและถึงแม้เขาจะไปร้านอาหารที่ดีที่สุดภายในเมืองบัญชา์มันก็ยังเทียบไม่ได้กับอาหารทั้งสามจานที่เจิ้งฟู่เป็คนทำยิ่งบวกกับสุรากลิ่นหอมที่เจิ้งฟู่นำออกมาด้วยแล้วมันยิ่งวิเศษสุดๆ.......
“ท่านผู้าุโชมศิษย์เกินไปแล้ว!อาหารพวกนี้เป็เพียงอาหารพื้นๆทั่วไปเท่านั้นส่วนสุรานี้ก็เป็เพียงสุรารสเลิศทั่วๆไปจากโลกเบื้องล่างไหนเลยจะสู้ของที่อยู่ในโลกเบื้องบนนี้!” เจิ้งฟู่ไม่รู้ว่าชายวัยกลางคนแกล้งพูดชมเขาหรือป่าวแต่เขาก็รู้สึกดีที่ได้ยินคำชมพวกนี้.....
“ข้าพูดความจริง!อาหารของเ้ารสชาติดีจริงๆหากเ้าไม่ได้เดินทางสายการฝึกฝนแล้วหันไปเป็พ่อครัวหรือนักล่าอาหารข้าคิดว่าเ้าน่าจะรุ่งอย่างแน่นอน ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!” ขายวัยกลางมินโฮคิดว่าถ้าเจิ้งฟู่ไม่ได้มีพร์ทางด้านฝึกยุทธแล้วละก็เขาจะชวนเจิ้งฟู่ไปเปิดร้านอาหารในเมือง ด้วยทักษะการทำอาหารที่สุดยอดเช่นนี้ยังไงมันก็ต้องไปได้สวยแน่......
“เมื่อไหร่ที่ศิษย์ถึงทางต้นในการฝึกตน ศิษย์อาจจะไปเปิดร้านอาหารอย่างที่ท่านว่าก็ได้หรือบางทีศิษย์อาจจะเปลี่ยนูเาลูกนี้ให้เป็์แห่งอาหาร!”เจิ้งฟู่รู้แล้วว่าชายวัยกลางมินโฮนั้นพูดจริงแล้วก็คิดจริงเกี่ยวกับฝีมือทำอาหารของตนซึ่งเขาเองก็ไม่คิดว่าอาหารที่เขาทำนั้นมันจะดีขนาดนั้นเขาเพียงแค่ปรุงมันในแบบฉบับของโลกก่อนที่เขาจากมาเท่านั้น.......
“ว่าแต่เ้าตรวจดูสิ่งของทั้งหมดที่ได้มาแล้วใช่ไหม?”หลังจากที่พูดไร้สาระจนเกินพอแล้ว ชายวัยกลางมินโฮก็พูดเข้าประเด็นหลักในทันที.....
“ขอรับท่านผู้าุโศิษย์ได้ตรวจสอบดูทั้งหมดแล้ว เพียงแค่ศิษย์ยังไม่แน่ใจว่าแหวนวงนี้ใช่แหวนที่เอาไว้ใช้เก็บสะสมคะแนนผมงานของนิกายหรือไม่?”เจิ้งฟู่พยักหน้าให้กับชายวัยกลาง ก่อนจะถามเกี่ยวกับแหวนสีแดงที่นิ้วของเขาว่ามันใช่แหวนสะสมคะแนนหรือป่าว......
“ถูกต้องแล้ว มันคือแหวนสะสมคะแนนผลงานซึ่งเ้าสามารถใช้มันได้เพียงผู้เดียว คนอื่นจะไม่สามารถทำอะไรกับแหวนของเ้าได้ทั้งสิ้นซึ่งแหวนสะสมคะแนนเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นโดยช่างหลอมและนักอาคมที่เก่งที่สุดของนิกายเรามันช่วยทำให้ศิษย์ทุกคนสะดวกในการจดจำและตรวจสอบคะแนนของพวกเขา แทนที่จะต้องคอยกลับไปตรวจสอบที่ตำหนักหมื่นศาสตรานอกจากนั้นมันยังสะดวกในการใช้คะแนนเพื่อแลกเปลี่ยนสิ่งของแทนเงินตราและยังปลอดภัยอีก!”
ชายวัยกลางมินโฮพยักและตอบกลับเจิ้งฟู่ในทันทีว่านี้คือแหวนสะสมคะแนนผลงานของนิกายอย่างที่เขาคิดซึ่งมันมีข้อดีหลายอย่างในการใช้งาน......
“ขอบคุณท่านผู้าุโที่แนะนำ!ว่าแต่ท่านช่วยบอกข้าได้หรือไม่ว่าราคาของสัตว์อสูรพาหนะบินได้นั้นราคาอยู่ที่กี่คะแนนผลงาน?”เจิ้งฟู่กล่าวขอบคุณก่อนจะถามเื่จำนวนคะแนนที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนสัตว์อสูรพาหนะบินได้......
“จำนวนที่ใช่แลกสัตว์อสูรพาหนะบินได้เหรอ?เอิ่ม.......ถ้าเป็สัตว์อสูรระดับราก์อัตราแลกเปลี่ยนก็คงอยู่ที่ห้าร้อยถึงพันคะแนนถ้าเป็สัตว์อสูรระดับ์ก่อเกิดก็อยู่ที่ห้าพันถึงหมื่นคะแนนส่วนสัตว์อสูรระดับแก่นแท้์อย่างนกระเรียนขาวของข้าก็อยู่ที่ห้าหมื่นถึงหนึ่งแสนคะแนนผลงานอยู่ที่ระดับความสามารถและความหายากของมัน ซึ่งศิษย์ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเลือกสัตว์พาหนะบินกันหรอกพวกเขาจะเลือกสัตว์บกที่วิ่งบนพื้นเสียมากกว่าซึ่งราคาของมันก็ถูกเพียงแค่หลักร้อยถึงหมื่นต้นๆเท่านั้น!”
ชายวัยกลางมินโฮนึกและอธิบายถึงสิ่งที่เขาพอจะจำได้ซึ่งราคาของสัตว์อสูรพาหนะแต่ละตัวมันก็ไม่แน่นอน อยู่ที่ระดับพลังและระดับความหายากของพวกมันด้วย.......
อ่า!
“ตัวศิษย์นั้นพักอยู่ไกลจากนิกายตั้งพันลี้หากให้ใช้สัตว์พื้นราบวิ่งไปกลับนิกายมันคงไม่สะดวกเท่าไหร่นักดังนั้นศิษย์จึงอยากจะได้สัตว์อสูรพาหนะบินได้สักตัวซึ่งไม่จำเป็ต้องเป็สัตว์อสูรระดับสูงมากก็ได้ขอเพียงแค่มันไปกลับในระยะทางพันลี้โดยที่ใช้เวลาไม่นานก็พอ” เจิ้งฟู่พยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะบอกถึงความ้าของเขาว่าเขา้าเพียงแค่เอาไว้ใช้เดินทางไม่ได้้าเอาไว้ต่อสู้หรือบินหนีใคร ดังนั้นมาตรฐานที่เขาตั้งเอาไว้จึงไม่สูงมาก......
อ่า!!
“ข้าเองก็เห็นด้วย!เ้าอีกก็ดันเลือกูเาลูกที่อยู่ไกลขนาดนี้มันเป็ธรรมดาที่เ้าจะต้องอยากได้สัตว์อสูรพาหนะบิดได้ ถ้างั้นเอาเป็ว่าพรุ่งนี้ข้าจะมารับเ้าใน่เช้าก็แล้วกันหลังจากไปถึงนิกายแล้วเ้าก็ลองเลือกหาสัตว์อสูรพาหนะบินได้สักตัวครั้งหน้าไปกลับจะได้ไม่รำบาก!” ชายวัยกลางมินโฮเข้าใจความรู้สึกของเจิ้งฟู่เลยต่อให้พวกเขาสามารถเหาะเหินบนอากาศได้ แต่มันก็คงไม่ใช่เื่ดีที่จะเหาะในระยะทางกว่าพันลี้เพื่อไปกลับนิกายและบ้านพักในทุกๆวัน.......
“ขอบคุณท่านผู้าุโมินโฮที่กรุณา!” เจิ้งฟู่รีบประสานมือขึ้นเพื่อขอบคุณชายวัยกลางคนทันทีที่ช่วยแนะนำและช่วยอะไรเขาหลายๆอย่างซึ่งมันทำให้เจิ้งฟู่รู้สึกประทับใจต่อชายวัยกลางคนมินโฮมากหากในภายภาคหน้าเขาสามารถช่วยอะไรชายคนนี้หรือชายคนนี้้าความช่วยเหลือจากเขาเขาจะไม่รอช้าที่จะยื่นมือเข้าช่วยในทันที.......
“เอาละ! นี่มันก็ดึกแล้วเ้านอนพักผ่อนเสียเถอะ เอาไว้พรุ่งนี้เช้าข้าจะมารับเ้าไปนิกายเอง!” ชายวัยกลางมินโฮเองก็รู้สึกประทับใจและถูกชะตากับเจิ้งฟู่ไม่น้อยอันที่จริงแล้วเขาไม่จำเป็ต้องมาที่นี้ในวันนี้ก็ได้ แต่เพราะในใจบอกกับเขาว่าเขาควรที่จะมาเพื่อพูดคุยกับชายหนุ่มคนนี้เขาจึงได้มาแอบดูว่าเจิ้งฟู่ทำอะไร จนท้ายที่สุดก็ได้ร่วมวงกินอาหารและสุราด้วยกัน........
ขอรับท่านผู้าุโ!