((อีบุ๊ค ค้นหาคำว่า Nanaกะหอยทาก ได้ในเม็บเลยนะคะ
สงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ Nanaกะหอยทาก))
You Are My Light 27
Tewakorn Talk
ผมลืมตาตื่นใน่สายสิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้าหวานของคนที่นอนกอดกันทั้งคืน ตะวันถัดไปนั้นคือซันไชน์ที่นอนมองผมกับตะวันตาแป๋ว ไม่รู้ว่าลูกตื่นนานหรือยังแต่ตอนนี้ผมไม่อยากให้ตะวันตื่นอยากให้นอนพักให้พอ ผมกดริมฝีปากลงบนหน้าผากเนียนก่อนจะค่อยๆขยับออกห่าง ซันไชน์เองพอเห็นผมขยับห่างจากตะวันก็ลุกนั่งมองผม เมื่อลงจากเตียงได้สำเร็จก็เดินอ้อมไปฝั่งลูก ผมยื่นมือไปรับลูกชายลงจากเตียงพาไปล้างหน้าแปรงฟังเราทั้งสองยังอยู่ในชุดนอนเมื่อออกมานอกห้องนอนผมก็ปิดประตูห้องนอนไว้เบาๆกลัวเสียงจะเข้าไปรบกวนคนที่ยังหลับอยู่ ตอนนี้เพิ่งจะเจ็ดโมงครึ่งเองให้น้องนอนต่อนั่นแหละ
“ป๊า”
“ครับ” ผมก้มมองลูกที่นั่งเรียงของเล่นอยู่บนโต๊ะหน้าทีวี
“อันนี้คืออะไรครับ” ซันไชน์ยื่นกล่องของขวัญที่เต็มไปด้วยกระดาษมาให้
“ของขวัญของไชน์ไงครับ แต่มันแพงมากๆเลยเราให้ม๊าเก็บไว้กันนะม๊าเก็บของเก่งที่สุดเลย”
“ครับ! ไชน์เล่นรถบังคับได้ไหม”
“ได้ครับแต่ต้องเล่นเบาๆนะ ให้ม๊านอนพักเราห้ามเสียงดัง”
“ครับ” ผมเดินเข้าครัวหาอุปกรณ์ทำเมนูง่ายให้ลูกชาย ใช้เวลาไม่นานแพนเค้กง่ายๆก็เสร็จผมอุ่นนมให้ลูกชายเสร็จถึงได้เดินไปดูลูกที่ยังเล่นรถบังคับอยู่
“อย่าไปใกล้ระเบียงนะครับ ป๊าไปปลุกม๊าก่อน”
“ครับ” ที่ต้องย้ำกับลูกเพราะเป็ห่วงความปลอดภัยประตูระเบียงไม่ได้เปิดหรอกล็อคไว้อย่างดีแต่ก็ต้องบอกลูกไว้อยู่ดี ผมเปิดประตูห้องนอนค้างไว้เผื่อลูกมีอะไรจะได้เข้ามาเรียกง่ายๆ ผมเดินเข้าไปหาคนที่ยังหลับอยู่บนเตียง่นี้น้องเหนื่อยมากจริงๆนั่นแหละแล้วเื่เมื่อวานนั่นอีกผมยังไม่ได้จัดการเลยที่ออกมาพร้อมน้องเพราะผมโกรธจนทนอยู่ไม่ได้จึงออกมากับน้อง
“ตะวัน ตะวันครับ”
“หือ?” น้องตื่นอย่างง่ายเพียงแค่เรียกชื่อ
“ตื่นได้แล้ว พี่ทำแพนเค้กไว้ไปทานด้วยกันครับ” น้องพยักหน้างงๆแต่ก็ยอมขยับลุกนั่งบนเตียง ปลุกง่ายจริงเด็กน้อยของผม
“ไปล้างหน้านะ”
“อื้อๆ” น้องพยักหน้าทั้งที่ยังหลับตาก่อนจะก้าวลงจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำทั้งที่ยังหลับตา ผมมองน้องก่อนจะขำออกมาเบาๆ เมื่อมั่นใจว่าน้องตื่นแล้วจึงออกไปจัดแพนเค้กโดยมีลูกชายมายืนช่วยด้วยไม่สินั่งสิถึงจะถูก ผมให้ลูกนั่งบนเก้าอี้เอาผลไม้จัดข้างๆแพนเค้กส่วนผมก็ทำให้ตะวันและตัวเองไม่นานมื้อเช้าของเราทั้งสามก็เสร็จเรียบร้อย ผมให้ลูกชายดื่มนมสด ของน้องเป็โกโก้ส่วนตัวผมเองดื่มกาแฟ ผมแอบถ่ายรูปมื้อเช้าเราไว้ก่อนจะอัพลงอินสตราแกรมอย่างเช่นทุกครั้งั้แ่กล้าคุยกับน้องผมเหมือนเด็กขี้อวดเลยมีอะไรไปไหนกับน้องต้องถ่ายเก็บไว้แล้วอัพลงอินสตราแกรมตลอด
เมื่อวานหลังจากเปิดใจคุยกับน้องชายเสร็จ รอนก็แซวเื่ที่่เช้าผมอัพรูปตะวันกับซันไชน์ลงอินสตราแกรม ผมเองก็ยอมรับแหละว่าขี้อวดจริงๆ แต่ก็อวดแค่ตะวันกับซันไชน์หรอกนะ หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จแน่นอนว่าผมพาลูกไปอาบน้ำส่วนตะวันก็ทำความสะอาดห้องครัว วันนี้วันหยุดเราไม่มีแพลนออกไปไหน เลยใส่ชุดสบายๆกันตะวันอาบน้ำเสร็จก็เดินออกมานั่งข้างซันไชน์ที่พื้นพรมหน้าโซฟาโดยที่ผมนั่งดูหุ้นอยู่บนโซฟา
“พรุ่งนี้ไปมหาลัยกี่โมงนะครับ” ผมถามน้อง มือก็ยื่นไปแตะแก้มเบาๆ อยากกัดจัง คนอะไรจะน่ามันเขี้ยวขนาดนี้
“งานเริ่มแปดโมงค่ะหนูคงต้องออกจากห้องเช้าหน่อย”
“ลูกล่ะไม่ได้ไปโรงเรียนแล้วนี่ใช่ไหม”
“ค่ะ คิดอยู่ว่าจะพาไปด้วยไหม”
“งั้นเดี๋ยวตอนเช้าพี่พาลูกไปด้วยหนูเสร็จเที่ยงใช่ไหมล่ะเดี๋ยวตอนเที่ยงพี่จะเข้าไปรับแล้วเราไปทำสัญญาที่ร้านตอนเย็นนัดไอ้หยางไว้”
“โห พรุ่งนี้อีเว้นเยอะจัง” น้องหันมามองตาโต แต่ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงขำก็ไม่รู้
“แต่หลังจากนั้นจะสบายนะครับ”
“คิดไว้อย่างนั้นนะคะ แล้ววันนี้บอส...เอ่อ พี่ไม่ไปข้างนอกเหรอคะ” บอกกี่ทีก็ยังไม่จำว่าไม่ให้เรียกบอสแต่ก็เข้าใจน้องนั่นแหละ น้องคงจะชินเพราะเรียกแบบนั้นมาั้แ่ต้น
“ไม่ครับ เดี๋ยวอยู่ด้วยทั้งวันเลย”
“อ้อ พรุ่งนี้สักบ่ายๆค่อยไปรับได้ไหมคะ ต้องรอยื่นเอกสารจบด้วยค่ะอาจจะช้า”
“ได้ครับ”
“ม๊า อันนี้ป๊าบอกว่าให้ม๊าเก็บเพราะม๊าเก่ง” ซันไชน์หยิบกล่องที่มีสมุดบัญชีเงินฝากและโฉนดที่ดินไปให้ตะวัน น้องเหมือนเพิ่งจะนึกได้ว่ามีของสิ่งนี้อยู่ ตะวันเงยหน้ามองผมอย่างขอความคิดเห็นแววตานั้นมันเต็มไปด้วยความสับสนและความกังวล
“เอาไว้ค่อยคุยกับมันพรุ่งนี้ก็ได้”
“หนูควรทำยังไงดีคะ จันทร์ก็จำเขาไม่ได้แล้วลูกหนูก็เลี้ยงของหนูมาคนเดียวจู่ๆจะให้เขามาเอาไปก็ไม่ได้ หนูทนไม่ได้หรอกนะ” น้องไม่ได้ร้องไห้อย่างที่ผมกลัวแต่แววตานั้นมันสื่อความเ็ปชัดเจน ผมรู้ว่าน้องผ่านอะไรมามากมายผ่านมาด้วยตัวคนเดียว น้องเจ็บมาเยอะแล้ว ผมรู้และผมก็เข้าใจน้องดี
“ให้มันได้ทำหน้าที่พ่อได้ไหมครับ บอกและอธิบายให้ไชน์เข้าใจ แต่ลูกจะอยู่กับเรามีหนูเป็ม๊าเหมือนเดิมมีพี่เป็ป๊าเพียงแต่ให้มันได้ทำหน้าที่ของมัน ให้มันได้ชดใช้สิ่งที่มันพลาดมาเกือบหกปี” น้องฟังแต่ยังเม้มปากแน่น
“หนูปรึกษาและบอกจันทร์ได้ไหม คุยกันว่าจะทำยังไง” น้องพยักหน้าก่อนจะเดินกลับเข้าห้องนอน ผมเองได้แต่มองตามห่วงๆแต่ก็ต้องให้น้องได้คุยกับจันทร์เ้าส่วนผมเองตอนนี้ก็ทำหน้าที่ดูแลซันไชน์ให้ดีเท่าที่ผมจะทำได้
“ป๊า ไชน์อยากวาดรูปกับอารอน” ซันไชน์หันมาบอกผมด้วยสีหน้าจริงจัง จะว่าไปเื่ที่บ้านผมก็ยังไม่รู้เื่อะไรเลย เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน
“ครับ เอาไว้ว่างๆป๊าจะพาอารอนมานะ”
“ไชน์ครับเดินมาหาป๊าหน่อย” ผมเอ่ยเรียกลูกชายกวักมือให้เข้ามาใกล้ พอลูกเดินมาก็อุ้มมานั่งข้างๆเปิดรูปตัวอย่างบ้านให้ดู
“ชอบแบบไหนครับ อยากได้แบบไหน” ผมถามลูก
“อยากมีห้องให้ม๊าทำขนมใหญ่ๆเลย มีสนามให้ไชน์เล่น ไชน์ชอบแบบนั้น” ห้องทำขนมกับสนามเล่นอย่างนั้นเหรอคงต้องให้ทีมสถาปนิกออกแบบเพิ่มแล้วล่ะ
“แล้วแบบนี้ชอบไหมครับ มีห้องให้ไชน์เล่นด้วยนะมีห้องครัวให้ม๊าด้วย”
“ชอบๆครับ สวย”
“เดี๋ยวเราจะย้ายไปอยู่ที่นี่ด้วยกันนะ มีป๊าม๊าแล้วก็ไชน์ ดีไหม?”
“ดีครับ” คนตัวเล็กยิ้มกว้างเลื่อนไอแพดผมเล่นกระทั่งผมเปลี่ยนไปเปิดการ์ตูนพัฒนาสมองให้ดูนั่นแหละถึงได้ยอมนั่งดูนิ่งๆ ไม่รู้ว่าสองพี่น้องที่อยู่ในห้องจะเป็ยังไงกันบ้างคุยกันเข้าใจหรือเปล่า แต่เพราะเงียบไปนานผมเองก็อดที่จะห่วงไม่ได้ พอเดินเข้าไปเคาะประตูเรียกตะวันเดินออกมาเปิดประตูก่อนจะยิ้มให้บางๆ
“ขอคุยอีกนิดนะคะ”
“ครับ รีบออกมานะ”
“ค่ะ”
ผมปล่อยน้องให้กลับเข้าห้องอีกครั้งไม่นานน้องก็กลับมาก่อนจะเล่นกับซันไชน์มื้อเที่ยงน้องทำอาหารง่ายๆให้ทานจากนั้นก็นั่งวาดรูปเป็เพื่อนซันไชน์สลับกับเตรียมเอกสารที่ต้องใช้ยื่นพรุ่งนี้ บ่ายแก่ๆผมอุ้มทั้งซันไชน์และตะวันเข้าไปนอนพักในห้องนอนเมื่อพบว่าทั้งคู่หลับไปแล้วหลังจากทานมื้อเที่ยงไปไม่นาน ฝนตกปรอยปรายแบบนี้ไม่ว่าใครก็อยากจะนอนพักกันทั้งนั้นแหละ เมื่อจัดแจงห่มผ้าให้ทั้งสองเสร็จผมก็ออกไปนั่งที่โซฟาต่อสายหารอนทันที
(ครับพี่) ปลายสายเอ่ยด้วยความกังวล
“เมื่อวานเกิดอะไรขึ้น รู้ไหม” ผมเลือกที่จะถามน้องชายออกไปตรงๆ
(พี่คุยกับแม่ดีกว่านะ ผมก็ไม่รู้อะไรเหมือนกัน) น้องบอกอย่างลำบากใจ
“อือ เอาไปให้หน่อย” เสียงกุกกังดังขึ้นก่อนจะได้ยินรอนเอ่ยเรียกแม่และริน
(ระ โรมลูก)
“เมื่อวานเกิดอะไรขึ้นครับ” ผมตามไป ปลายสายชะงักก่อนจะถามกลับเสียงสั่นเครือ
(ตะวัน ตะวันบอกอะไรลูกบ้าง)
“ไม่ได้บอก น้องไม่ได้บอกอะไรเลย บอกผมเมื่อวานเกิดอะไรขึ้น”
(มะ เมื่อวานตะวันเข้ามาได้ยินตอนที่น้องคุยกับเพื่อนเื่ตะวันและซันไชน์) แม่เอ่ยเล่าเสียงสั่นแล้วยังมีเสียงสะอื้นอีกด้วย
“พูดยังไง พูดอะไรกันบ้าง” ผมยังพยายามใจเย็นฟังสิ่งที่แม่เล่า
(หนูเล่าเองค่ะแม่ หนูผิดเอง) เสียงรินแทรกขึ้น
(หนูเคยคุยกับเพื่อนเื่ตะวันและซันไชน์ ว่าตะวันมีลูกติดถ้าพี่ไม่รักเธอไม่ว่ายังไงเราก็จะไม่ยอมรับเขา แล้วตะวันก็มาได้ยินตอนที่เพื่อนยกเื่นี้มาคุยเมื่อวาน)
“มีเื่อะไรอีก”
(หนู หนูขอโทษหนูกลัวเพื่อนไม่อยากคบกับหนู หนูกลัวเพื่อนรังเกียจเลยหาเื่ไปเม้าส์)
“เื่อะไรอีก” ผมถามกลับเสียงเข้ม ไม่ได้สนใจเสียงร้องไห้ปนสะอื้นนั่นเลย
(พี่โรม หนูขอโทษ)
“ถามว่าเื่อะไรอีก ที่พูด”
(เื่ตะวันท้องไม่มีพ่อ) ได้ยินแบบนั้นผมบีบมือแน่นอย่างสะกดอารมณ์ ผมผิดเองที่พาตะวันเข้าไปในครอบครัว ผมผิดเองที่คิดว่าครอบครัวจะเอ็นดูตะวันและซันไชน์ ผิดที่คิดว่าพวกเขาจะเปิดใจให้น้อง แต่ไม่เลยพวกเขายังใจร้ายกับตะวันอย่างที่เคยทำกับผม
“ถ้าไม่รู้เื่อะไรก็อย่ามาพูด”
(พี่โรม หนูขอโทษ)
“ผมน่าจะคิดได้นะว่าไหม ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนพวกคุณก็ยังคงตัดสินคนแค่ภายนอก” สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้ปลายสายเริ่มลนลานกว่าเดิม
(โรม โรมแม่ขอโทษที่ไม่ห้ามน้อง)
“ไม่ต้องหรอกครับ ทุกอย่างมันผิดเพราะผมเองแหละ”
(พี่โรม)
“ขอโทษแล้วกันที่กลับเข้าไปในครอบครัวพวกคุณแล้วทำให้อายแบบนั้น ต่อไปจะไม่กลับไปอีกแล้วล่ะ”
(พี่โรมอย่าเพิ่งวาง คุยกับผมก่อน) เสียงรอนแทรกเข้ามา ทั้งที่เพิ่งเปิดใจคุยกับรอนแต่ผมกลับต้องมาเสียความรู้สึกกับคนเป็แม่และน้องสาวอย่างนั้นเหรอ ตอนที่ผมทะเลาะกับพ่อแล้วถูกไล่ออกมาทั้งแม่และน้องต่างชี้หน้าด่าหาว่าผมทำตัวไร้สาระ ไม่เห็นหัวคนในครอบครัวไล่ผมออกจากบ้าน แต่พอวันหนึ่งน้องทำให้ผมเปิดใจกลับไปคุยกับพวกเขา ต่อหน้าผมกลับทำตัวดีราวกับว่าเปิดใจให้น้องเปิดใจให้ซันไชน์ แต่ผมไม่เคยรู้เลยว่าลับหลังผมพวกเขายังเป็แบบเดิม
“พี่ยังไม่อยากคุยว่ะรอน พี่โคตรโกรธเลย”
(...)
“พี่ผิดหวังมากเลยนะ นึกว่าทุกคนเปิดใจให้น้องและไชน์พี่คิดว่าทุกคนจะรักและเอ็นดูน้อง ตอนนี้พี่โคตรเสียใจเลยหวังให้น้องไม่เจอคำดูถูกจากคนอื่นแต่ทำไมล่ะ...”
“ทำไมน้องต้องมาเจออะไรแบบนี้จากคนที่พี่เรียกว่าครอบครัว”
(พี่โรม แม่กับพี่รินสำนึกผิดแล้วนะพี่ อย่าโกรธกันเลยนะ)
“ไม่รู้สิ พี่เหนื่อยแล้วล่ะ ถ้ากลัวคนอื่นรังเกียจขนาดนั้นพี่จะไม่พาตะวันและไชน์กลับไปที่นั่นอีกพี่เองก็คงไม่กลับไปด้วยแล้วล่ะ”
(โรม แม่ขอโทษลูกให้โอกาสแม่กับน้องนะลูก)
“คุณเคยพูดแบบนี้แล้วครั้งหนึ่งพอพลาดก็ร้องขออีกครั้ง แต่ขอโทษครับครั้งนี้ผมทนเห็นคนที่ฉุดผมขึ้นมาเจอแสงสว่างต้องเ็ปไม่ได้”
“ให้มันเป็แบบเดิมดีไหม ผมบริหารงานให้บริษัทพวกคุณรับเงินเดือนปกติเหมือนพนักงานคนอื่นส่วนเงินอื่นๆก็ยังคงเป็ของพวกคุณ”
(โรม...)
“ผมเหนื่อยแล้วครับ ขอวางนะครับขอบคุณที่ทำให้ผมได้รู้จักคำว่าครอบครัว”
(...)
“แม้จะเป็แค่่เวลาสั้นๆ”
ผมทิ้งโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างไม่ใยดีก่อนจะค่อยๆเอนตัวนอนไปตามความยาวของโซฟา ปล่อยให้ความคิดฟุ้งซ่านลอยอยู่แบบนั้น ผมเจ็บมาก็ไม่น้อย น้องเองก็เจ็บไม่น้อย ผมไม่อยากให้น้องต้องเ็ปเพราะคนๆเดียวกับที่สร้างความเ็ปให้ผม เมื่อก่อนเป็ยังไงตอนนี้ให้มันเป็แบบนั้นดีกว่า ตอนนี้ถ้าพูดแบบอกตัญญูบอกได้เลยว่าน้องคือคนที่ฉุดผมให้เห็นแสงสว่างใน่เวลาที่มันมืดมิด ผมพร้อมจะปกป้องน้องและอยู่ข้างน้องคนที่เป็ดังแสงสว่างของผม
“พี่คะ”
“หือ?” ผมลืมตาขึ้นก็เห็นน้องชะโงกหน้ามามองด้วยความเป็ห่วง
“เป็อะไรคะ? ไม่สบายเหรอทำไมหน้าซีดๆ” มือเล็กถูกยกขึ้นอังที่หน้าผากอย่างเป็ห่วง ผมยิ้มน้อยๆก่อนจะรั้งน้องขึ้นมาทับร่างตัวเองแล้วรวบกอดไว้แน่น
“พะ พี่คะปล่อยก่อน” น้องดิ้นไปมาน้อยๆใบหน้าหวานเริ่มแดงระเรื่ออย่างน่ารักน่าชัง
“ขออยู่แบบนี้ก่อนนะ”
“พี่เครียดอะไรหรือเปล่า มีงานด่วนเหรอคะ” น้องถาม
“ก็ครับ นิดหน่อยแต่ขอกอดหน่อยนะ” ผมตัดสินใจแล้ว ผมจะไม่บอกเื่นี้กับน้อง เื่ที่น้องเจอเมื่อวานผมจะไม่พูดถึงมันอีก
น้องเงียบเสียงไปพร้อมกับทิ้งศีรษะเล็กบนแผ่นอกผม ผมกอดน้องอยู่นานก่อนจะผละออกห่างเมื่อได้ยินเสียงเรียกอย่างงัวเงียของซันไชน์ ลูกเดินมาใกล้พร้อมๆกับผมที่พยุงน้องให้นั่งส่วนผมยังนอนอยู่บนโซฟาตามเดิม ซันไชน์เดินมึนงงเข้ามาใกล้โถมตัวเข้ากอดตะวันไว้เอ่ยอะไรบางอย่างเบาๆ ตะวันหัวเราะแววตาที่ใช้มองลูกมันเต็มไปด้วยความเอ็นดู
“อยู่กับป๊าก่อนครับ เดี๋ยวม๊าไปทำให้”
“ครับ”
“โอ๊ะ!” ผมหลุดอุทานใเมื่อจู่ๆซันไชน์ก็ปีนขึ้นมาบนโซฟาก่อนจะทิ้งตัวนอนทับผม จุกนิดๆนะบอกเลย ตะวันหัวเราะเบาๆก่อนจะลุกออกไปยังห้องครัวไม่นานก็กลับมาพร้อมขนมปังผิงและนมอุ่นๆหนึ่งแก้ว
“ตอนเย็นอยากทานข้าวที่บ้านหรือไปทานข้างนอกคะ?” ตะวันถามสายตามองผมอย่างขอความคิดเห็น
“ไปข้างนอกก็ได้ครับ จะได้ซื้อของมาไว้ด้วย”
“ค่ะ นัดคุณหยางให้ด้วยได้ไหมคะ ถ้าคุยพรุ่งนี้หมดหนูเป็บ้าแน่ๆ” แววตาที่น้องมองผมมันดูผ่อนคลายมากกว่าเดิมเหมือนน้องเองก็หาคำตอบกับเื่นี้ได้แล้ว
“ได้ครับ เดี๋ยวนัดให้”
“ห้ามซนนะครับ”
“ครับ บ้ายบาย” สองแม่ลูกล่ำลากันเสร็จตะวันก็ลงจากรถเดินเข้าไปในตัวอาคารผมเองก็พาลูกเข้าบริษัทด้วยโดยมีอีกหนึ่งผีที่ดูท่าแล้วจะไม่ค่อยชอบผมเท่าไหร่นั่งไปด้วย บางครั้งก็เห็นบางครั้งก็ไม่เห็นแล้วแต่่แต่วันนี้ตอนส่องกระจกหลังดูลูกชายก็เห็นว่านั่งไขว้ขาเป็เ้าถิ่นอยู่ข้างๆซันไชน์ซ้ำยังตวาดสายตามองผมอีกด้วย ผมเลิกสนใจจันทร์และมองถนนแทน กว่าจะถึงบริษัทก็เลยเวลาเข้างานแล้วจะโดนหักเงินไหมนะ ผมคิดกับตัวเองขำๆ
“อรุณสวัสดิ์ครับบอส”
“อรุณสวัสดิ์ครับ” ผมเอ่ยทักเลขาทั้งสองที่ลุกยืนต้อนรับอย่างเช่นทุกวัน ต่างกันไปคือวันนี้มีซันไชน์มาด้วยน่ะสิ
“สวัสดีครับลุงเอกป้าพร”
“สวัสดีครับซันไชน์” คุณเอกเอ่ยทักเ้าเด็กน้อยไป
“สวัสดีค่ะ ม๊าไปไหนคะเนี่ย” คุณพรเองก็เอ่ยทักกลับ
“ม๊าไปเรียนครับ ม๊าเป็เด็กดี”
“เก่งจังเลย ไชน์อยากได้ขนมไหมครับเดี๋ยวป้าไปเอามาให้” คุณพรเอยถามพร้อมกับยิ้มใจดีมาให้
“ไม่ครับ ม๊าเอาขนมไว้ให้แล้ว” ผมก้มมองคนทั้งสามที่คุยกันอย่างสนิทสนมไม่นานก็ขอตัวพาซันไชน์เข้าห้อง ผมต้องรีบเคลียงานให้เสร็จเพื่อที่ตอนบ่ายจะได้ไปทำธุระกับน้อง
“ไชน์นั่งเล่นบนโซฟานะครับ อยากเข้าห้องน้ำหรืออยากได้อะไรบอกป๊านะลูก”
“ครับ”
“เก่งมาก” ผมลูบผมนุ่มเบาๆก่อนจะเดินไปที่โต๊ะทำงาน เมื่อเริ่มทำงานผมก็ละสายตามองซันไชน์เรื่อยๆจนกระทั่งถึง่สายคุณเอกเอาเอกสารสัญญาซื้อขายมาให้ พอคุณเอกออกไปหยางก็มาหา เอาสิงานผมจะเสร็จไหมทำไมทุกคนพร้อมใจเข้าออกห้องผมแบบนี้นะ
“มาทำไม?” ผมเอ่ยถามเพื่อนเสียงเข้ม
“กูมาหาลูกกูไง” บอกไปหรือยังนะว่าน้องให้โอกาสหยางภายใต้เงื่อนไขบางอย่างที่น้องเองก็ไม่ได้บอกผม มีเพียงน้องกับไอ้หยางเท่านั้นที่รู้ว่าเงื่อนไขนั้นคืออะไร เมื่อได้คุยกันเมื่อวานน้องมีท่าทีสบายใจมากขึ้น เหมือนทั้งสองตกลงเจอกันคนละครึ่งทาง หยางมาเจอซันไชน์ได้แต่ไม่มีสิทธิ์พาซันไชน์ไปอยู่ด้วยเหมือนให้สถานะมันเป็แค่พ่อของซันไชน์ อีกอย่างคงตัดสินอะไรให้ชัดเจนไม่ค่อยได้เพราะจันทร์เ้าเองก็จำหยางไม่ได้
“เหอะ! น่าหมั่นไส้”
“แต่มึงกูอยากเจอจันทร์จริงๆนะ” หยางมันมองผมอย่างอ้อนวอน แววตาที่มันมองผม ผมรู้ว่ามันเองก็เ็ปกับการกระทำของมันในอดีต ั้แ่ที่จันทร์เ้าหนีมันมา มันเป็บ้าเป็หลังอยู่หลายปีทั้งตามหาทั้งจ้างคนหาจ้างนักสืบแต่ทุกคนก็ไม่รู้ว่าจันทร์เ้าอยู่ไหน ั้แ่ที่มันพาจันทร์เ้าไปผมเองก็ไม่ได้เจอมันกับจันทร์เลย แต่พอเจอตะวันผมก็ชอบของผมอ่ะ รักในตัวน้องที่น่ารักและเข้าใจคนอื่นทั้งยังเข้มแข็งอีกด้วย ตอนนั้นผมลืมเื่เพื่อนไปแล้วด้วยซ้ำรู้ว่าน้องเกี่ยวข้องกับจันทร์เ้าก็ตอนที่หยางมันโทรมานั่นแหละ
“ถามน้องก่อน” ถึงผมจะรู้ว่าจันทร์เ้าอยู่ไหน ผมก็ไม่กล้าบอกมันหรอก กลัวน้องโกรธ
“อือ” มันตอบรับเสียงเบา
“แต่ที่จริง จันทร์นั่งอยู่อีกฝั่งของซันไชน์”
“ฮะ? มึงบ้าอะไรโรม” หยางทำหน้าฉงน ไม่เชื่อสิ่งที่ผมพูด แต่มันก็จริงนั่นแหละเื่นี้มันเหลือเชื่อมาก มันยากที่จะเชื่อจริงๆ
“มันก็ยากที่จะเชื่อนั่นแหละ แต่ถ้าอยากพูดอะไรกับจันทร์มึงพูดออกมาเลย เชื่อกูหรือจะให้กูออกไปก่อน” ผมถาม
“มึงโกหกกูไหม มึงล้อเล่นหรือเปล่า”
“เปล่า หน้ากูล้อเล่นไหมล่ะ”
“กู กูขอลองอยู่กับจันทร์ได้ไหม เขาอยู่จริงๆใช่ไหม” ท้ายที่สุดมันก็ยอมอ่อนลง
“อือ ไชน์อยู่ไหนเขาก็จะอยู่นั่น เดี๋ยวกูออกไปโทรหาน้องก่อน เดี๋ยวกลับมา”
“อะ อือ บอกให้เขาอยู่ฟังกูได้ไหม”
“มึงพูดเลยเขาได้ยินมึงแต่กูไม่ได้ยินเขาพูดหรอก อยากรู้อะไรรอน้องมาแล้วกันตอนนี้มึงอยากบอกอะไรเขาก็บอกไปเลย”
“อือ ขอบคุณ” ผมหยิบกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์ไว้ในมือไม่ลืมเอ่ยบอกซันไชน์
“ไชน์ครับ ป๊าจะลงไปซื้อกาแฟไชน์เอาอะไรไหม”
“ไชน์อยากกินนมครับ”
“ได้ เดี๋ยวป๊ามานะ อยู่กับพ่อเขานะลูก”
“ครับ” ซันไชน์โบกมือให้ ผมจึงวางใจเดินออกจากห้องทำงาน บอกเลขาว่าจะลงไปซื้อนมให้ลูก เมื่อถึงร้านกาแฟ ผมก็สั่งเครื่องดื่มไปเผื่อทั้งไอ้หยางและคุณเลขาทั้งสอง ระหว่างนั่งรอก็ส่งข้อความหาน้องไม่รู้ว่าตอนนี้ประชุมอะไรเสร็จหรือยัง
Tewakorn R. :: ทำอะไรอยู่ครับ
TW :: กำลังจะยื่นเอกสารค่ะ ใกล้เสร็จแล้ว
TW :: ไชน์งอแงไหมคะ
Tewakorn R. :: ไม่ครับ หยางมันมา
Tewakorn R. :: เลยให้เล่นด้วยกัน พี่ลงมาซื้อนมให้ลูก
TW :: ถ้าเสร็จแล้ว ให้หนูไปหาหรือเจอกันอยู่ไหนคะ
Tewakorn R. :: เดี๋ยวพี่เข้าไปรับครับ ไปทานข้าวด้วยกันก่อนแล้วค่อยไปร้านกาแฟ
TW :: เพื่อนพี่ไปด้วยไหม
Tewakorn R. :: พี่ชวนได้ไหมครับ
TW :: ได้ค่ะ
TW :: จะถึงคิวแล้ว หนูไปละนะ
Tewakorn R. :: เสร็จแล้วโทรมานะครับ จะออกไปรับ
Tewakorn R. :: คิดถึงครับ
ผมเก็บโทรศัพท์ไว้เมื่อน้องเงียบไป นั่งรอไม่นานเครื่องดื่มก็มีพนักงานของร้านมาเสิร์ฟจนถึงโต๊ะที่นั่งรอ ผมกะเวลาไว้หวังว่าหยางมันจะพูดเสร็จแล้วนะ ระหว่างเดินกลับขึ้นชั้นบนโทรศัพท์ก็มีสายเรียกเข้าผมรวมแก้วน้ำทั้งหมดมาถือด้วยมือข้างเดียว ดีนะที่ร้านทำเป็ถาดถือให้ไม่งั้นบอกเลยหกหมดแน่ๆ
“ครับ เสร็จหรือยัง”
(เสร็จแล้วค่ะ)
“รอสักพักได้ไหมครับ เดี๋ยวพี่ไปรับ” ตอนนี้จะเที่ยงแล้วด้วย กลัวน้องหิวจัง
(ได้ค่ะ)
“หิวไหม เมื่อเช้าไม่ได้ทานอะไรเลยนี่”
(ไม่เท่าไหร่ค่ะ หนูรอตรงที่พี่ส่งเมื่อเช้านะคะ)
“ได้ครับ ถึงแล้วเดี๋ยวพี่โทรหา”
(ค่ะ)
ผมเดินกลับเข้าห้องทำงานส่งกาแฟให้เลขาก่อนจะบอกว่า่บ่ายไม่เข้ามีงานด่วนอะไรให้โทรเข้ามาเลย ก่อนจะรีบเดินเข้าไปในห้องทำงาน ซันไชน์วิ่งเข้ามากอดขาผมไว้เมื่อผมเดินเข้าไปส่วนหยาง เอ่อ มันร้องไห้น่ะตาแดงๆบวกกับใบหน้ายังมีคราบน้ำตาอยู่ด้วย ผมยื่นกาแฟดำให้มัน
“ขอบใจ”
“ไม่เป็ไร กูจะไปรับน้องแล้วนะ ไปทานข้าวกับพวกกูไหมน้องให้ไปได้”
“กูไป ร้านไหน”
“เอาร้านประจำเราก็ได้มึงจำได้ไหม”
“จำได้” มันพยักหน้าเหม่อ
“สภาพมึงกูไม่กล้าให้ลูกไปด้วยเลยว่ะ”
“ฮะ!? เออ ไปได้ๆกูปกติดีมึง”
“ดูแลลูกดีๆนะ กูจะรีบไปรับน้องมึงก็ไปกับไชน์แล้วก็จันทร์ มีสติมากๆมีลูกไปด้วย” ผมย้ำกับมัน
“เออน่า รู้แล้ว”
“ไชน์ป๊าจะไปรับม๊านะครับ ไชน์ไปรอที่ร้านอาหารกับพ่อนะ”
“นานไหมครับ” ซันไชน์ถาม
“ไม่นานครับ แปบเดียวเดี๋ยวป๊าจะรีบไปรับม๊าแล้วเราไปทานข้าวกัน สั่งไก่ทอดให้ป๊าด้วยนะ”
“ได้ครับ! ไชน์สั่งให้เอง”
“เก่งมากครับ หยางมีอะไรโทรหากูทันทีเข้าใจไหม”
“ครับๆ มึงรีบไปรับเมียมึงเลยกูจะออกไปแล้ว ไชน์ปะลูก จะ จันทร์เ้าไปด้วยกันนะ”
หยางเดินจับมือซันไชน์เดินออกจากห้องทำงาน พอก้มมองดูตัวเองก็ลืมว่ายังไม่ได้เอานมให้ลูก แต่ก็เอาเถอะเอาไว้ให้ตะวันก็ได้ ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงมหาลัยน้อง โทรบอกว่าถึงแล้วไม่นานก็เห็นน้องเดินมากับเพื่อนก่อนจะโบกมือลากันไป อ่า ให้ตายสิ พอได้เห็นน้องในชุดนักศึกษาแบบนี้จิตใจผมมันก็เข้าขั้นต่ำช้าไปแล้ว ขอโทษที่พี่คิดไม่ดีกับหนูนะครับตะวัน
“เหนื่อยไหม” ผมเอ่ยถามน้องพร้อมกับยื่นแก้วนมสดให้น้อง ของซันไชน์นั่นแหละ
“นิดหน่อยค่ะ พี่ซื้อมาเหรอ?”
“ที่จริงซื้อให้ซันไชน์ครับแต่ลืมเอาให้ เลยเอามาให้หนูแทน”
“ขอบคุณค่ะ” น้องรับแก้วน้ำไปก่อนจะรัดเข็มขัดผมออกรถช้าๆเมื่อมั่นใจว่าน้องนั่งเรียบร้อยแล้ว
“ไชน์ล่ะคะ?” น้องเอ่ยถามเมื่อหันกลับไปด้านหลังแล้วไม่เจอกับลูกชาย
“อยู่กับหยางครับ ให้ไปรอที่ร้านอาหารน่ะ”
“ค่ะ”
“พี่บอกมันนะเื่จันทร์เ้า” ผมเลือกที่จะเล่าให้น้องฟัง ไม่อยากมีเื่ปิดบังอะไรน้องทำแบบนี้ทั้งผมและน้องจะได้สบายใจทั้งสองฝ่าย
“เขา เขาว่ายังไงบ้างคะ”
“ทีแรกมันก็ไม่เชื่อหรอกแต่สักพักก็ยอมพูด ไม่รู้ว่าคุยอะไรกันเพราะพี่ให้มันอยู่กับไชน์แล้วก็จันทร์เ้า”
“ค่ะ ไม่เป็ไรหรอก”
“ตื่นเต้นไหม ความฝันใกล้เป็จริงแล้วนะ” ผมเอ่ยถามน้องเหลือบตามองก็เห็นว่าน้องกำลังยิ้มกว้างอยู่ น่ามันเขี้ยวเสียจริง
“ค่ะ ตื่นเต้นมากเลยพอมีร้านตั้งตัวได้ไชน์ก็จะมีที่เรียนดีๆ” ผมอดที่จะยิ้มตามตะวันไม่ได้ เพราะทุกอย่างที่ทำตะวันจะนึกถึงซันไชน์ตลอดและทุกเื่ในชีวิตน้องมักจะมีซันไชน์อยู่ด้วยเสมอ อายุเพียงยี่สิบสองยี่สิบสามสามารถเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้โตขึ้นมาได้ ทำงานส่งเสียตัวเองเรียนจนจบมันสุดยอดมากเลยนะแล้วนี่ยังจะได้ทำตามความฝันตัวอีกอีกด้วย น้องเก่งมากจริงๆ
“เก่งมากๆเลยนะ ตะวันเก่งที่สุดเลย” เอื้อมมือไปวางบนเรือนผมนุ่มสีเข้มก่อนจะออกแรงลูบไปมาเบาๆ น้องหัวเราะน้อยๆก่อนจะยกมือขึ้นมาจับมือผมที่วางอยู่บนผมน้องไว้ยกลงมาวางบนต้นขาเนียนหลวมๆ
“ขอบคุณค่ะ”
“รางวัลคนเก่งอยากไปไหนไหมครับ?”
“อือ ตอนนี้ยังไม่มีค่ะอยากทำงานเก็บเงินให้ลูกก่อน”
“น่ารักอีกแล้ว แต่วันพี่แข่งหนูกับลูกไปนะ ไปกับพี่นะครับ”
“ถ้าไม่ติดอะไรจะไปนะคะ”
“ครับ หิวหรือยังใกล้ถึงแล้วล่ะ”
“เริ่มหิวแล้วค่ะ แต่นมอร่อย”
“พี่อร่อยกว่านมอีก เราอยากชิมไหม” เดี๋ยว!!! แบบนี้ก็ได้เหรอ
“พะ พี่คะ อย่ามาเล่นมุกนี้หนูกลัว” น้องบอกเสียงสั่น แต่เพราะท่าทางน้องผมอดที่จะหัวเราะไม่ได้จริงๆ เด็กน้อยจริงแฟนผม เอาเถอะ ยังมีเวลาอีกมากที่จะให้น้องได้ทำความรู้จักและคุ้นชินกับผม
End Talk
===========================
ชอบความป๊าม๊ามากจริงๆ มันดูอบอุ่น ไชน์คงไม่รู้สึกขาดอะไรเพราะทั้งคุณโรมและน้องตะวันยังให้ความรักกับซันไชน์เกินร้อย นั่นพระเอกหรือไมโครเวฟคะ! อบอุ่นเหลือเกิน
สงสัยขั้นตอนการซื้ออีบุ๊ค สอบถามเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ Nanaกะหอยทาก นะคะ ทักข้อความเข้ามาได้เลยค่ะ