อโรนเห็นเดนหนีแต่ไม่ทันเสียแล้ว อโรนหัวเราะอย่างบ้าคลั่งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนร่างกายตัวเองทั้งหมดจะกลายเป็นทอง
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
มีเสียงร้อง 2 เสียงออกจากชุดเกราะเสียงที่หนึ่งคือเดน อีกอันหนึ่งคือชุดเกราะเอง
เพราะเดนหลอมรวมกับชุดเกราะทำให้แบ่งรับอารมณ์ความรู้สึก ไม่ว่าความเจ็บปวด ความโกรธหรือความสุขหลังจากรวมร่างกัน ความเจ็บปวดนี้ทำให้เดนบ้าคลั่ง วิชาหลอมทองฆ่าเขาไปแล้วรอบหนึ่ง นี้มันกำลังจะฆ่าเขาอีกรอบหรือ
เดนคิดในใจเขาอุตส่าห์มีโอกาสแข็งแกร่งเพื่อล้างแค้น เขาไม่ยอม
..........
ย้อนกลับไปเดนกำลังจะตาย
เดนอยู่ระหว่างความเป็นและตาย ทันใดนั้นมีเสียงกระซิบข้างหูเดนว่า
“นายอยากแข็งแกร่งหรือเปล่า”
เดนในตอนนั้นอยู่ในอารมณ์โกรธจึงทำให้ไม่ได้ยินเสียงเรียก แต่เสียงนั้นไม่ยอมแพ้จึงพยายามติดต่อเดน
เดนตกใจและพยายามจะพูดแต่ทองเริ่มลามมาถึงหัว ทำให้ปอดและกล่องเสียงเสียหาย แต่เสียงลึกลับรู้
“นายไม่ต้องพูดก็ได้ แค่ยอมรับข้อตกลงแล้วปล่อยวิญญาณของพวกเรามาหลอมรวมกัน”
เดนยอมรับทันทีไม่ว่าจะเป็นปีศาจหรืออะไร ขอแค่แข็งแกร่งเขาก็ยอม
“ดีมาก”
หลังจากสิ้นเสียง เดนเห็นทุกสิ่งอย่างหยุดลงอย่างน่าตกใจแม้แต่เสียงลมยังไม่ได้ยินราวกับที่นี่ถูกหยุดเวลา ด้านบนกำแพงตรงหัวเดนเกิดกลุ่มควันสีดำขึ้น
กลุ่มควันสีดำรวมตัวกันจนเป็นร่างชุดเกราะราง ๆ ชุดเกราะยกมือมาจับหัวเดนพร้อมกับพูดว่า
“ต่อไปนี้ พวกเราคือหนึ่งเดียวกัน”
พริบตาเดียว ชุดเกราะดึงวิญญาณเดนออกจากร่าง พร้อมกับใส่วิญญาณเดนเข้าภายในร่างกายของตนเอง ชุดเกราะมองพวกอโรนก่อนจะยิ้มและจากไป
ทำให้ช่วงเวลาเดินต่อไป พวกอโรนหรือคนอื่นไม่ทันสังเกต
เดนรู้สึกตัวอีกทีคือ ห้องมืด ๆ ทันใดนั้นมีเสียงพูดขึ้นแต่อ่อนแอมาก
“ฟื้นขึ้นแล้วหรือ”
เดนตกใจ
“ใคร”
เดนพยายามจะลุกขึ้น แต่ไม่สามารถทำได้ร่างกายของเขาถูกดินพันธนาการเอาไว้ ไม่ว่าจะพยายามเท่าไรก็ไม่สามารถออกจากพันธนาการดินได้
“เปล่าประโยชน์”
“นายเป็นใคร”
“ฮ่า ๆ ฉันก็คือนาย ส่วนนายก็คือฉันยังไง”
“เป็นไปไม่ได้”
“งั้นนายดูนี้พวกเราเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว”
ด้านหน้าของเดน มีสายลมราวกับพายุขึ้นก่อนเป็นกระจก เดนจึงเห็นร่างกายของตัวเองในที่สุด เดนในตอนนี้คือชุดเกราะที่ถูกพันธนาการดินเอาไว้ จึงไม่สามารถทำอะไรได้และเดนก็นึกขึ้นได้ว่าเขาตกลงเพื่อได้รับความแข็งแกร่ง
และตนเองในตอนนี้ตายไปแล้วรอบหนึ่ง
“นึกออกใช่ไหม”
“นายบอกว่าฉันจะแข็งแกร่ง ตอนนี้พวกเราแข็งแกร่งขนาดไหน”
“ระดับพลังตอนนี้ของพวกเราคือครึ่งบรรพบุรุษ”
“ครึ่งบรรพบุรุษ??”
“ฮ่า ๆ นายไม่เข้าใจไม่แปลกเดียวฉันจะอธิบายให้ฟัง”
ชุดเกราะได้อธิบายว่าระดับพลังของบรรพบุรุษนั้นมีมากขนาดไหน เดนรู้สึกตกใจมากที่ตนแข็งแกร่งกว่าระดับตำนานผู้กล้าทั้ง 10 และเดนรู้อีกว่าชุดเกราะนี้มันเรียกตัวเองว่าอาวุธต้องสาป ที่อาวุธต้องสาปเลือกเดนเพราะเดนมีความแค้นและความต้องการล้างแค้น
เดนเข้าใจสถานการณ์ในปัจจุบันจึงเข้าใจเรื่องทั้งหมด
“ทำไมฉันถึงขยับตัวไม่ได้”
อาวุธต้องสาปเงียบไปสักพักหนึ่งก่อน
“ด้านบนนั้นคือแก่นแท้วิญญาณธาตุดิน ถ้าดึงมันออกเราจะสามารถขยับตัวและออกไปได้ เมื่อถึงตอนนั้น การแก้แค้นของนายมันง่ายมากเดน”
เดนเมื่อได้รู้เมื่อตนในตอนนี้มีพลังในการฆ่าเทโร๋ราวกับมดตัวหนึ่งแต่ถูกกักขังเอาไว้ จึงไม่มีทางเลือกนอกจากรอ เมโร๋แกมีชีวิตอยู่หรือไม่ ฉันไม่ฉันจะไปทำลายสมาคมนักผจญภัยของแก
“ฉันจะรอ”
“เดน ในช่วงรอนายต้องทำความเข้าใจถึงกฎให้ได้ก่อนถึงจะแสดงพลังของระดับครึ่งบรรพบุรุษได้ง่ายขึ้น”
หลังจากผ่านไป 2 ปี เดนก็รู้สึกว่ามีคนเข้ามาภายในนี้ 2 คน และพบว่าคนที่เข้ามาคือ อโรนและมิดโฮ เดนอยากจะกระโจนเข้าไปฟันหัวทั้ง 2 คนมาก
แต่เขาต้องรอเพราะรู้ว่าเป้าหมายของอโรนคือสิ่งที่อยู่บนหัวของเขา เดนจึงอดทนรอ
เดนรู้สึกตกใจมากที่มิดโฮมีเวทเช่นพละกำลังของบรรพบุรุษ ตอนนี้พละกำลังของอโรนมากกว่าตัวเขาตอนนี้
ระหว่างที่เดนกังวลอาวุธต้องสาปได้พูดขึ้นว่า อโรนมีแค่พละกำลังแต่ไม่ได้ใช้กฎได้อโรนจึงไม่สามารถสู้เดนได้
หลังจากที่อโรนหยิบแก่นแท้วิญญาณธาตุดินได้จึงรีบออกจากดันเจี้ยนแห่งนี้ปล่อยให้มิดโฮตามหลัง เดนได้โอกาสจึงพุ่งกระโจนด้วยความรวดเร็วไปหามิดโฮพร้อมกับตัดหัวมิดโฮในทีเดียว
ฉัวะ
มิดโฮยังไม่ทันได้รู้อะไรมากก่อนจะถูกตัดหัว เดนรู้สึกว่าตัดหัวอย่างเดียวมันไม่พอ เดนจึงฟันด้วยความเร็วสูงสุดตัดร่างกายมิดโฮกลายเป็นชิ้น ๆ
“เดนพอได้แล้ว แก่นแท้วิญญาณธาตุดินถูกเอาไปแล้วดันเจี้ยนแห่งนี้อยู่ได้อีกไม่นาน”
เดนระบายอารมณ์กับมิดโฮเสร็จจึงรีบพุ่งตามอโรนอย่างรวดเร็วจึงได้เจอกับอโรนในที่สุด
.............
กลับมาที่ปัจจุบัน
“อาวุธต้องสาปไม่มีวิธีแก้เลยหรือไง”
“มี แต่ตอนนี้พวกเราไม่มีของแก้การกลายเป็นทองพลังของฉันตอนนี้อ่อนแอลงมากยังไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้”
แจ๊คที่เฝ้ามองเดนร้องโหยหวนอยู่นั้น รู้สึกแปลกใจกับต่อสู้ของทั้ง 2 นั้นทำลายบริเวณรอบ ๆ กันหมด
แจ๊ครู้สึกแปลกใจและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน
[หู่เสวีย ระดับพลังของพวกมันคือระดับอะไร ทำไมฉันรู้สึกกดดันเวลาพวกมันต่อสู้กัน]
หู่เสวียไม่ได้ให้ความสนใจกับการต่อสู้นี้มาก
[ก็แค่ระดับบรรพบุรุษเท่านั้น]
[อะไรนะ ระดับบรรพบุรุษ]
[เอาจริง ๆ ไม่ใช่บรรพบุรุษ คนหนึ่งใช้เวทมนตร์เสริมพลังให้มีระดับบรรพบุรุษ อีกคนยืมพลังจากอาวุธต้องคำสาปที่กำลังจะตายก็เท่านั้น เอาจริง ๆ ระดับพลังการต่อสู้ของทั้งคู่นั้นคือครึ่งบรรพบุรุษเท่านั้น]
[ทำไม]
[เพราะทั้งคู่ยังไม่สามารถใช้กฎได้ยังไง คนหนึ่งไม่รู้เรื่องของกฎ อีกคนหนึ่งใช้พลังของกฎไปได้ไม่ถึง 0.0001%]
[พลังกฎคืออะไร]
[ระดับนายตอนนี้รู้ไปก็ไม่เกิดประโยชน์]
แจ๊ครู้สึกเจ็บใจแต่คำพูดของหู่เสวียคือความจริง
[หู่เสวียเราทำกำไรจากคนกำลังจะตายดีไหม]
หู่เสวียมองแจ๊คอย่างแปลกใจ
[อย่าทำอะไรบ้า ๆ]
แจ๊คหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะแสดงตัวออกมาให้เดนเห็น เดนและอาวุธต้องสาปกำลังจะร้องโหยหวนอยู่ ๆ ได้มีเสียงพูดขึ้น
“อยากจะรอดหรือเปล่า”
เดนหันไปทางเสียงและเจอกับชายคนหนึ่งสวมชุดดำ มองไม่เห็นหน้าเพราะสวมหน้ากากอยู่กำลังจะยืนขอเสนอให้กับตน
“มาช่วยฉัน แล้วฉันจะปล่อยแกไป”
เดนเห็นแจ๊คมีระดับพลังแค่ ปีศาจฝึกฝนจึงไม่รู้กลัวอะไร แต่เดนลืมคิดไปว่าที่นี้คือดินแดนหิมะแห่งความตาย คนระดับนี้จะมีความสามารถในการอยู่รอดในดินแดนที่โหดร้ายอย่างดินแดนน้ำแข็งแห่งความตายได้อย่างไร ด้วยความกลัวตาย จึงขู่จะฆ่าแจ๊ค
“ฮ่า ๆ ลองฆ่าฉันดิ”
“แก”
ตอนนี้ทองลามมาถึงตัว แต่เดนยังสามารถยกแขนได้จึงยกดาบขึ้นก่อนจะได้ฟันแจ๊ค อาวุธต้องสาปได้หยุดมือเดนเอาไว้เพราะใช้ร่างกายรวมกันแต่อาวุธต้องสาปเป็นเจ้าของร่างทำให้เดนไม่มีแรงต่อต้าน
“หยุดดดดดดดดด”
เดนโมโหมาก
“หยุดฉันทำไม”
แจ๊คเห็นชุดเกราะพูดได้จึงสนใจมันมาก
“ทำไรอยู่ไม่ฆ่าฉันหรือ”
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..