บทที่ 47
กับดักจากภายในป่ายามราตรี
กลุ่มคนจากนิกายมานทำการเคลื่อนที่เข้ามา พวกมันเข้ามาภายในป่าแห่งนี้โดยที่พวกมันนั้นไม่รู้เลยว่าภายในป่าแห่งนี้มีความอันตรายอะไรซ่อนเอาไว้
ภายในป่าเต็มไปด้วยกับดักมากมายที่ถูกวางเอาไว้ก่อนหน้านี้เพื่อต้อนรับพวกมันที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามา
พวกกลุ่มนี้นิกายมาร แยกออกเป็นสามกลุ่มใหญ่ใหญ่พวกมัน กล้าจ่ายค้นหาตามส่วนต่างๆเพื่อค้นหาเป้าหมายของพวกมัน
พวกมันนั้นไม่รู้เลยว่าภายในป่าแห่งนี้คนที่เป็นเป้าหมายของพวกมันนั้นอยู่ในสถานที่แห่งใดกันแน่
ภายในป่าที่กว้างขวางสิ่งเดียวที่พวกมันสามารถทำได้ก็คือการกระจายกำลังออกค้นหา
คิดไว้เพียงอย่างเดียวเพียงแค่ว่าถ้าเกิดว่าได้พบเจอ ใครสักคนภายในป่าแห่งนี้คนคนนั้นก็ต้องเป็นคนที่พวกมันกำลังตามหาอยู่อย่างแน่นอน
ในขณะที่ผู้คนมากมายกำลังกระจายกำลังค้นหาภายในป่า
ในขณะที่พวกมันกำลังตามหาเป้าหมายของพวกมันกลุ่มทางด้านซ้ายของนิกายมารที่แยกตัวออกไปพวกมันก็ไปพบกับกับดัก
ในขณะที่พวกมันกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วแล้วก็กระจาย กำลังค้นหาภายในบริเวณนี้โดยกำลังค้นหาของกลุ่มนี้มันกว้างขวางเป็นรัศมีหนึ่งลี้
พวกมันนั้นตั้งใจจะค้นหาทุกซอกทุกมุมโดยที่ไม่ให้เหลือช่องว่างในการหลบหนีเลยแม้แต่น้อย
ในขณะที่พวกมันกำลังค้นหาหนึ่งในกลุ่มคนนิกายมารก็เอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย “ นี่คนผู้นั้นจะอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้จริงๆอย่างนั้นหรอ ”
“ นั่นสิถ้าเองก็คิดว่าเรื่องนี้อย่างไรเสียมันเองก็แปลกแปลก ”
“ คนผู้นั้นกล้าขอขนาดที่จะส่งจดหมายท้ารบมาให้กับพวกเราทั้งที่ตัวของมันมีจำนวนเพียงแค่คนเดียวเนี่ยนะ ” เรื่องราวในครั้งนี้ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าคนจากนิกายมานพวกนี้รู้สึกสงสัย
พวกมันตั้งข้อสงสัยขึ้นมาเกี่ยวกับบุรุษที่พวกมันนั้นกำลังตามหาอยู่ในตอนนี้
ถึงแม้ว่าคนผู้นั้นจะมีความกล้าขนาดไหนแต่การที่ส่งจดหมายท้ารบให้กับพวกมันทั้งนิกายมันเองก็ดูแปลกประหลาดเกินไป
“ พวกเจ้ารีบเงียบและช่วยกันค้นหา ตอนนี้ท่านผู้ดูแลต้องการตัวของคนผู้นั้นให้เร็วที่สุดถ้าพวกเจ้าเงียบปากของตนเองและช่วยกันค้นหางานนี้จะเสร็จเร็วขึ้น ” หัวหน้ากลุ่มกล่าวขึ้นมา
เมื่อได้ยินแบบนั้นมันเองก็ไม่มีผู้ใด ที่สามารถพูดอะไรได้ได้แต่ก้มหน้าก้มตาและค้นหาต่อไป
ภายในสถานที่แห่งนี้ มันเต็มไปด้วยความมืดมิดและความเงียบสงัดกระจายกำลังค้นหาภายในบริเวณนี้อยู่ซักพักก็ไม่พบเจอผู้ใดซักคนอยู่ภายในบริเวณนี้
คนจากนิกายมานพวกนี้ตั้งใจจะเปลี่ยนที่ในการค้นหา
ในขณะที่พวกมันนั้นลบร่องรอยของตนเองและกำลังจะออกไปจากสถานที่แห่งนี้มันเองก็มีบางอย่างเกิดขึ้น
สิ่งที่พวกมันไม่คาดคิดอยู่ดีดีมันก็ปรากฎขึ้นมา เสียงฝีเท้าของสิ่งมีชีวิตมากมายมุ่งตรงมาที่พวกมัน
พวกคนของนิกายมารเริ่มสงสัยใบหน้าของพวกมันเริ่มตื่นตระหนกกับเสียงที่ตนเองได้ยิน
พวกมันทุกคนภายในสถานที่แห่งนี้ล้วนแล้วเป็นผู้ฝึกฝนวรยุทธ โดยการที่พวกมันนั้นเป็นผู้ฝึกฝนวรยุทธ มันเองก็แสดงว่าคนพวกนี้มีประสาทสัมผัสที่รวดเร็ว
พวกมันทั้งหมดสามารถสัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิตจำนวนมากที่กำลังเคลื่อนที่มุ่งตรงมาหาพวกมัน “ อะไรกันเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่กำลังมุ่งตรงมา ”
“ ไม่สิ่จำนวนขนาดนี้แล้วก็น้ำหนักของเสียงเท้าดูเหมือนว่าจะไม่ใช่มนุษย์ ”
“ พวกเจ้าเตรียมรับมือซะ!!! ” ผู้นำกลุ่มย่อยเริ่มทำการสั่งการ
พวกคนจากนิกายที่อยู่ภายในกลุ่มนี้รีบหยิบอาวุธของตนเองขึ้นมา
มันหยิบอาวุธของตนเองเพื่อตั้งรับจากอันตรายที่กำลังจะมาถึง หลังจากนั้นผ่านไปเพียงแค่เสี้ยวลมหายใจเสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามามันก็ปรากฏต้นตอของเสียงเท้านั้น
ต้นตอของเสียงฝีเท้าที่กรูเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้มันเองก็คือพวกสัตว์อสูรจำนวนมาก
สัตว์อสูรจำนวนมากที่อยู่ภายในป่าพุ่งทะยานเข้ามาโจมตีพวกนิกายมานกลุ่มนี้อย่างไม่ลังเล
“ แย่แล้วสัตว์อสูร ทำไมพวกสัตว์อสูรถึงมาอยู่ภายในสถานที่แบบนี้ได้ ”
“ นั่นสิภายในป่าแห่งนี้ในช่วงเวลานี้พวกสัตว์อสูรน่าจะอยู่ภายในรังของตนเอง ” พวกมันตื่นตระหนกตกใจกับสิ่งที่ตนเองนั้นพบเห็น
ไม่มีใครที่คาดคิดหรอกว่าพวกสัตว์อสูรมันจะปรากฏกายออกมาในยามราตรีเช่นนี้
สำหรับป่าที่อยู่บริเวณชายแดนแห่งนี้ สัตว์อสูรนั้นพวกมันจะอยู่ภายในรังของตนเองและก็ล่าอยู่ภายในอาณาเขตของตนเอง
สำหรับชายป่าแห่งนี้มันไม่น่าจะมีพวกสัตว์อสูรมากมายเข้ามาเพ่นพ่านได้ ถ้าเกิดว่ามีสัตว์อสูรจำนวนมากเข้ามาเพ่นพ่านมันเองก็คงจะมีคนจากทางการรายงานเรื่องนี้
การปรากฎกายของพวกสัตว์อสูรพวกนี้อยู่เหนือความคาดหมายของพวกมันเป็นอย่างมาก
ต้นตอของสิ่งที่มันทำให้พวกสัตว์อสูรเข้ามาภายในบริเวณนี้มันก็คงจะเป็นสิ่งที่อยู่ภายในมือของลู่เฟิ่ง ลู่เฟิ่งกำลังยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากทางด้านบน
เด็กหนุ่มกำลังยืนอยู่บนต้นไม้ดวงตาทอดมองยาวลงมาด้านล่างมองเห็นกลุ่มคนจำนวนมากโดนสัตว์อสูรจะเข้าโจมตี
สิ่งที่อยู่ภายในมือเป็นดอกไม้สีแดงชาติมีออร่าพลังที่ไม่ธรรมดา
“ ของสิ่งนี้คือดอกโลหิตอสูร มันเป็นพืชวิญญาณชนิดนึงพี่มีคุณสมบัติพิเศษโดยที่ตัวของมันนั้นเป็นดอกไม้ที่ดื่มเลือดของสัตว์อสูรเป็นอาหารเพราะแบบนั้นสิ่งที่ทำให้ดอกไม้ชนิดนี้สามารถทำให้พวกมันดื่มเลือดของสัตว์อสูรที่เป็นอาหารได้ ”
“ มันก็คงจะเป็นการที่ทำให้พวกสัตว์อสูรนั้นต่อสู้กันเอง พวกดอกไม้เล็กๆไม่มีทางที่จะสังหารสัตว์อสูรได้อย่างแน่นอน ”
“ เพราะแบบนั้นดอกไม้ชนิดนี้มันจึงปล่อยเกษรที่ทำให้สัตว์อสูรคุ้มคลั่งเมื่ออยู่ใกล้ใกล้แล้วทำให้พวกสัตว์อสูรนั้นเข่นฆ่าสิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบๆ ”
“ โดยทั่วไปแล้วมันเป็นดอกไม้ที่อยู่ภายในป่าลึก พวกมันจะรอให้สัตว์อสูรสู้กันเองจนตายกันไปข้างหนึ่งแล้วมันจะดื่มเลือดพวกนั้นเป็นอาหาร ”
“ แน่นอนว่าในตอนนี้เกษรของมันก็ทำให้สัตว์อสูรพวกนั้นบ้าคลั่งแล้วก็เข้าโจมตีพวกมัน ” ลู่เฟิ่งนำเอาหนึ่งในดอกโลหิตอสูรไปปลูกเอาไว้บริเวณใกล้ใกล้จุดที่พวกมันยืนอยู่
เขารอพวกมันเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้แล้วก็ใช้สัตว์อสูรที่อยู่บริเวณรอบรอบในการโจมตีพวกมัน
มันเป็นแผนการที่ไม่จำเป็นจะต้องเปลืองกำลังลบเลยแม้แต่น้อย ปล่อยเอาไว้เช่นนี้อีกสักพักนึงเจ้าคนพวกนี้เดี๋ยวพวกมันเองก็ตายไปเอง
พวกมันจำนวนมากที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้จึงอยู่ที่ว่าพวกมันนั้นเป็นผู้ฝึกฝนวรยุทธ
แต่ว่าการรับมือกับสัตว์อสูรจำนวนหลายสิบหลายร้อยตัวขนาดนี้โดยขณะที่พวกมันนั้นกำลังบ้าข้างก็ไม่ใช่เรื่องที่พวกคนเหล่านี้จะสามารถรับมือได้
“ กลุ่มนี้ก็เสร็จเรียบร้อยถ้าแบบนั้นไปดูอีกกลุ่มนึงก่อนดีกว่า ” ลู่เฟิ่งเคลื่อนที่ภายในป่ายามราตรีมุ่งตรงไปยังอีกทิศหนึ่งที่มีกลุ่มของนิกายมารกำลังค้นหาอยู่
ณ กลุ่มค้นหาของนิกายมานที่พวกมันออกมาค้นหาทางทิศหนึ่ง
ในตอนนี้กลุ่มค้นหานี้พวกมันกำลังกระจายกำลังค้นหากันอย่างขมักเขม้น ในขณะที่พวกมันกำลังค้นหากันอย่างขมักเขม้น อยู่อยู่ก็มีบางอย่างเกิดขึ้น “ แย่แล้ว!! ข้าเจอกับดัก!!! ”
เสียงของหนึ่งในสมาชิกนิกายมารตะโกนขึ้นเพราะมันไปพบเจอบางอย่าง
จบบท