จากนางแบบสู่สตรีอ้วนแห่งหมู่บ้านโจวตง

    เจ้าบังคับข้าเองนะซูซิน

     

    ชิงหลิงนางเพียงพาท่านแม่กับบุตรชายไปเยี่ยมท่านยายของนางที่อีกหมู่บ้านเท่านั้น นางลืมไปด้วยซ้ำว่าจ้าวเจ๋อหยวนจะกลับมาวันนี้

    เพราะอาการของท่านยายที่ไม่ค่อยดี มารดาของนางจึงต้องพักอยู่ที่หมู่บ้านนั้นก่อน นางจึงต้องอยู่ด้วย

    ชิงหลิงพาบุตรชายเดินเล่นไปทั่วหมู่บ้านอย่างสนุกสนาน โดยไม่รู้ว่าจ้าวเจ๋อหยวนที่กลับมาถึงหมู่บ้านเป็นเช่นไร

    จ้าวเจ๋อหยวนไปที่เรือนของซูซินที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน เพราะเขารู้เรื่องจากพ่อตาแล้วว่านางมาพูดเช่นใดกับชิงหลิง

    “เจ้ากล้าพูดปดกับหลิงเออร์โดยไม่ละลายใจได้อย่างไร” เขาเอ่ยถามนางเสียงดัง

    ซูซินไม่คิดว่าจ้าวเจ๋อหยวนเมื่อมาถึงจะมาต่อว่านางเช่นนี้

    “ชื่อเสียงของข้าเสียหายก็เพราะท่าน มิถูกหรือที่ท่านต้องรับผิดชอบข้า” นางเอ่ยถามอย่างไม่ยอม

    นางรู้เรื่องที่จ้าวเจ๋อหยวนทำการค้าสบู่กับยาสระผมจนมีชื่อเสียงไปทั่วแคว้นจากคุณชายหาน

    นางนึกไม่ถึงว่าคุณชายหานแต่งนางเข้าจวนเขาไม่ได้รักนางอย่างที่นางคิด แต่เพราะเขาเป็นบุรุษตัดแขนเสื้อจึงต้องแต่งนางเพื่อบังหน้า

    เรื่องนี้นางรู้หลังจากที่นางแต่งเข้าไปได้หลายเดือนแล้ว แม้แต่เข้าหอเขาก็แสร้งเมา

    วันอื่นเขาก็จะยุ่งกับการค้าหากไม่เดินทางไปทำการค้าที่นอกเมืองก็จะนอนพักที่ร้านในตระกูล

    จนวันหนึ่งนางได้ไปรู้เรื่องนี้ด้วยตนเอง เพราะนางไปหาเขาที่ห้องตำราเพื่อถามว่านางผิดอันใดเขาถึงไม่ยอมเข้าหอกับนางเสียที นางจึงได้เห็นว่าคุณชายหานกับบ่าวข้างกายของตนกำลังร่วมรักกันอยู่

    ซูซินนางจึงได้วิ่งหนีออกมาจากจวนตระกูลหานอย่างตกใจ นางจึงได้พบกับจ้าวเจ๋อหยวนที่กำลังซื้อของให้ชิงหลิงอยู่ จึงได้ขอให้เขาอยู่พูดคุยกับนาง

    นางเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เขาฟัง ตอนที่นางกำลังร้องไห้อย่างเสียขวัญ ซูซินก็โผเข้ากอดจ้าวเจ๋อหยวนจนคุณชายหานที่ออกมาตามนางเห็นเขา

    เขาจึงนำเรื่องนี้มาหย่าขาดจากนางและขู่นางหากนำเรื่องที่เขาเป็นบุรุษตัดแขนเสื้อไปพูดจะส่งคนมาจัดการครอบครัวของนาง

    เพราะซูซินนางไม่มีที่ไป จ้าวเจ๋อหยวนก็ไม่คิดว่าตนจะซวยจนเข้ามาเกี่ยวพันกับเรื่องเช่นนี้ได้ คุณชายหานให้เงินเขามาก้อนเพื่อปิดปากไม่ให้เขาพูดเรื่องของเขา

    จ้าวเจ๋อหยวนจึงให้เงินก้อนนั้นกับซูซินเพื่อให้นางได้ใช้เลี้ยงตนเองต่อ เรื่องซื้อเรือนนางก็ให้เขาเป็นคนพาไปติดต่อ เพราะนางบอกว่านางไม่รู้เรื่องพวกนี้

    แต่ไม่คิดว่าการที่เขาให้เงินนางก้อนนั้นจะทำให้นางบอกกับทุกคนว่าเขาเป็นผู้ที่ซื้อเรือนให้นาง

    “เจ้าบังคับข้าเองนะซูซิน” จ้าวเจ๋อหยวนจ้องนางอย่างโกรธแค้น

    ก่อนที่เขาจะพูดเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ชาวบ้านได้ฟัง ซูซินกรีดร้องอย่างไม่ยินยอม หากเรื่องนี้ไปถึงหูของคุณชายหาน ครอบครัวของนางคงไม่อาจมีชีวิตรอดแล้ว

    ตระกูลกัวคิดไม่ถึงว่าการที่ส่งบุตรสาวไปเป็นฮูหยินคหบดีจะกลายเป็นเช่นนี้ไปได้ แล้วพวกเขาก็ล้วนรู้ถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ดี คืนนั้นตระกูลกัวทั้งหมดก็ออกเดินทางไปพักอยู่ที่บ้านของญาติที่ต่างเมือง เพราะกลัวตระกูลหานจะมาเอาชีวิตพวกตน

    “ท่านพ่อตา ท่านได้ยินหมดแล้วใช่หรือไม่ ทั้งหมดไม่ใช่ความผิดของข้าเลยขอรับ” จ้าวเจ๋อหยวนคุกเข่าลงต่อหน้าของอู๋หลาง

    “อาหยวน ชิงหลิงนางเพียงไปบ้านท่านยายของนางกับอาเยว่ พรุ่งนี้นางก็กลับแล้ว” อู๋หลางเดินส่ายหน้าเข้าเรือนของตนไป

    จ้าวเจ๋อหยวนมองตามพ่อตาเขาไม่อย่างตกตะลึง ก่อนจะเปลี่ยนมานั่งหัวเราะเยาะตนเอง ก็มีวันที่จิ้งจอกเช่นเขาถูกจิ้งจอกเฒ่าย้อนเข้าให้แล้ว

    ชิงหลิงเมื่อกลับมาถึงหมู่บ้านก็พบจ้าวเจ๋อหยวนถอดเสื้อแบกหนามนั่งรออยู่ที่หน้าเรือน

    “ท่านทำอันใด” ชิงหลิงร้องถามอย่างตกใจ เพราะหลังของเขามีเลือดไหลซึมออกมาหลายจุดแล้ว

    “หลิงหลิง ข้ารู้ว่าข้าไม่ควรมีเรื่องปิดบังเจ้า” เขาช้อนสายตามองนางอย่างน่าสงสาร

    “แล้ว อย่างไร” ชิงหลิงกอดอกมองเขา

    “หลิงหลิง ต่อไปข้าไม่กล้าปิดบังเรื่องใดกับเจ้าอีกแล้ว”

    “เหอะ ท่านจะทำท่าทางเช่นนี้ให้ผู้ใดดู คิดหรือว่าข้าจะเห็นใจสุนัขจิ้งจอกเช่นท่าน”

    ชิงหลิงนางโมโหกับใบหน้าที่แสร้งหดหู่ของเขา จนนางที่เดินทางมาเหนื่อยๆ แล้วอารมณ์ของคนท้องที่ขึ้นลงก็ทำให้นางเป็นลมหมดสติไป

    “หลิงหลิง” จ้าวเจ๋อหยวนตกใจที่เห็นนางอยู่กำลังต่อว่าเขา ก็หมดสติไปเช่นนี้

    ยังดีที่เขาเข้ามาอุ้มตัวนางไว้ได้ทัน อู๋หลางที่ตามมาดูบุตรสาวที่เรือนก็ตกใจที่เห็นนางโมโหจ้าวเจ๋อหยวนจนหมดสติ

    “พาหลิงเออร์เข้าเรือนเร็วเข้า” เขาร้องบอกจ้าวเจ๋อหยวนที่ยังตกตะลึงอยู่ให้รีบพาบุตรสาวเข้าไปด้านใน

    ในตอนแรกจ้าวเจ๋อหยวนจะไปตามหมอมาดูอาการนาง แต่ก็ถูกอู๋หลางร้องห้ามไว้

    “หลิงเออร์นางไม่เป็นอันใด นางตั้งครรภ์ เจ้าก็อย่าได้ทำให้นางโมโหจนหมดสติอีกเล่า”

    จ้าวเจ๋อหยวนได้ยินว่าชิงหลิงนางตั้งครรภ์ หูของเขาก็อื้อจนไม่ได้ยินเสียงพ่อตาพูดเรื่องอันใดแล้ว

    อู๋หลางต้องเขย่าตัวบุตรเขยให้เขาไปล้างตัวทำแผล แล้วค่อยมาอยู่ดูแลชิงหลิง

    ชิงหลิงนางตื่นขึ้นอีกครั้งก็เกือบจะถึงมื้อเย็นแล้ว ที่นางนอนไปนานขนาดนี้ เพราะหลังจากที่นางรู้เรื่องของซูซินนางก็นอนไม่ค่อยหลับ แล้วยังมีอาการมึนงงที่เกิดจากแพ้ท้องอีก

    “หลิงหลิง เจ้าตื่นเสียที ดื่มน้ำเสียหน่อย”

    จ้าวเจ๋อหยวนเข้ามาประคองชิงหลิงนางให้ลุกขึ้นดื่มน้ำ

    “เหตุใด ท่านยังอยู่อีก” นางเอ่ยถามอย่างสงสัย

    “แล้วจะให้ข้าไปที่ใดเล่า” เขามองหน้านางอย่างน่าสงสาร

    “อย่ามาทำหน้าเช่นนี้” ชิงหลิงนางทุบตีไปที่ตัวของจ้าวเจ๋อหยวนเพื่อระบายความโมโหตลอดหลายวันที่นางมี

    “อย่าใช้มือตีข้า ประเดี๋ยวเจ้าจะเจ็บมือ” 

    “เหอะ ยังมีหน้ามาห่วงข้า หากท่านห่วงข้า ท่านคงไม่ทำกับข้าเช่นนี้ ฮืออออ” ชิงหลิงนางปล่อยโฮเสียงดังออกมา

     

    คล้ายกับเรื่องจากนางแบบสู่สตรีอ้วนแห่งหมู่บ้านโจวตง ที่คุณอ่าน