อีหมัวมัววิ่งตาตื่นเข้ามายังเรือนตะวันฉายของชายารองหลิวเพื่อขอเข้าเฝ้ารุ่ยอ๋องแต่พ่อบ้านจางที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าเรือนกลับขวางไว้อีหมัวมัวกระซิบข้างหูพ่อบ้านจางด้วยความร้อนใจ แต่พ่อบ้านจางกลับมีสีหน้าไร้อารมณ์
"อีหมัวมัวเื่แค่นี้ท่านจะเอามารบกวนท่านอ๋องกับชายารองได้อย่างไรเมื่อบ่ายชายารองอาการกำเริบถึงแม้จะได้รับยาไปแล้วแต่ก็ยังไม่หายดีตอนนี้ท่านอ๋องกำลังดูแลพระชายารองอยู่ข้างใน ข้าจะเข้าไปกราบทูลได้อย่างไร!"
เสียงถกเถียงดังเข้ามาจนถึงด้านในห้องรุ่ยอ๋องที่กำลังเฝ้าไข้ชายารองอยู่ได้ยินชัดเจน จึงเรียกคนเข้าไปถามอีหมัวมัวคุกเข่าลงกับพื้น กราบทูลเสียงสั่น
"ท่านอ๋องพวกบ่าวพาชายาเอกกลับไปพักผ่อนที่เรือนแล้วบ่าวก็เข้าไปในครัวเพื่อต้มโสมคนพันปีให้ชายาเอกพอกลับมาอีกทีบ่าวก็พบว่า...พบว่า..." อีหมัวมัวตัวสั่นขวัญแขวน สุดท้ายก็ยังคงไม่กล้ากราบทูลโดยตรงรุ่ยอ๋องที่รำคาญเต็มที่จึงใช้ฝ่ามือตบลงบนโต๊ะเสียงดัง
"มีเื่อะไรก็รีบพูดมา!"
"บ่าวกลับไปที่เรือนยลจันทร์แล้วพบว่าชายาเอก...สิ้นแล้วเพคะ"
"บังอาจ! ชีวิตคนสำคัญเทียมฟ้า ไม่ต้องพูดถึงชายาเอกเกิดเื่ใหญ่ขนาดนี้เหตุใดจึงเพิ่งมารายงาน!"
"เป็บ่าวขวางไว้เองพ่ะย่ะค่ะบ่าวเห็นว่าท่านอ๋องทรงกำลังดูแลชายารอง ชายารองเพิ่งอาการกำเริบไปบ่าวเห็นว่าอาการของชายารองสำคัญกว่า จึงไม่ได้รีบเข้ามารบกวนท่านอ๋อง"
พ่อบ้านจางก้าวขึ้นหน้ามากราบทูลเขาเห็นว่าท่านอ๋องแต่ไรมาก็ให้ความสำคัญกับชายารองมากชายารองอาการกำเริบท่านอ๋องก็รีบรุดมาหา เฝ้าอยู่ข้างกายไม่ห่างไม่เหมือนชายาเอกชั้นต่ำผู้นั้น ไม่ว่านางสร้างเื่จะเป็จะตายอย่างไรท่านอ๋องก็ไม่ชายตาแล
"บังอาจนัก!ชีวิตของชายาเอกหาใช่เื่ที่เ้าจะคิดเองเออเองตัดสินไปเองได้เ้าคนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง กล้าถ่วงเวลารายงานเื่ของชายาเอก ทหาร! เอาตัวพ่อบ้านจางออกไป ปะา!"
รุ่ยอ๋องได้ฟังจึงโมโหหนักเขาไม่ดูบ้างว่าตนเองฐานะอะไร จึงกล้ามาตัดสินใจแทนอ๋องอย่างเขาหากชายาเอกตายไปแล้วภายหน้าอาการป่วยของหรงเอ๋อร์กำเริบเข้าจะไปหาเืที่ไหนมาทำยาให้นาง!
"ท่านอ๋องโปรดอย่าโมโหพ่อบ้านจางเองก็เพราะหวังดี...ไม่อยากรบกวนให้อาการของหม่อมฉันทรุดลงเห็นแก่ที่เขาภักดี ท่านอ๋องไว้ชีวิตพ่อบ้านจางด้วยเพคะ"
รุ่ยอ๋องหันไปมองหลิวหรงเอ๋อร์ด้วยความอาทรนางกำลังป่วยอยู่แต่ก็ยังอุตส่าห์มีใจห่วงใยบ่าวไพร่เขาไม่ได้ตอบคำเพียงสั่งให้นางนอนพักผ่อนเขาจะไปที่เรือนยลจันทร์ดูให้เห็นกับตาว่านางตายหรือไม่ตาย
เซี่ยชิงเหยาราวกับหลับฝันไปตื่นหนึ่งแต่ช่างเป็ฝันที่ยาวนาน นางมองเห็นชีวิตของตนเองในอดีตตลอดจนชีวิตในภายภาคหน้าของนางในอดีตนางคือท่านหญิงสกุลเซี่ยแห่งเซี่ยโจว มีชีวิตอยู่บนกองเงินกองทองพ่อแม่รักใคร่ พี่ชายเอ็นดู
วันหนึ่งนางหนีออกไปเที่ยวเล่นนอกจวนกลับเจอโจรร้ายดักปล้นเอาตัวนางไปไว้ที่วัดร้าง หมายจะย่ำยีชิงทรัพย์ในขณะที่นางกำลังหมดหวังยอมรับชะตากรรมนั้น ชายหนุ่มผู้หนึ่งก็บุกเข้ามาช่วยเหลือนางจากเงื้อมมือของเ้าโจรร้าย
เมื่อพ้นภัยจากโจรนางซาบซึ้งเป็อย่างมากแต่เื่ไม่จบแค่นั้นนางพบว่าชายหนุ่มผู้นั้นถูกวางยาปลุกกำหนัดมา ดูท่าทางทรมานมากมายด้วยความสงสารนางจึงพยายามช่วยเหลือเพื่อตอบแทนคุณ ไม่คาดว่าเขากลับกดนางลงบนพื้นแล้วจึงกระทำเื่เลยเถิดกับนาง
ก่อนจากกันเขาให้หยกคู่กายของเขาเป็ของแทนใจบอกนางว่าจะต้องกลับมารับผิดชอบนาง ชาตินี้จะชดเชยรักใคร่เพียงนางผู้เดียว 'รอข้า' เสียงทุ้มของเขายังติดอยู่ในความทรงจำของนาง
เมื่อกลับจวนแล้วนางจึงให้คนช่วยออกไปสืบข่าวว่าเ้าของหยกพกนี้คือใครสุดท้ายจึงสืบรู้ว่าหยกพกชิ้นนี้เป็สัญลักษณ์ของสกุลเจิงแห่งจิ่งโจวสกุลเจิงก็คือนามสกุลของฮ่องเต้จิ่งโจว ราชวงศ์เจิง!
บ่าวรับใช้ยังสืบมาได้อีกว่าตอนนี้คนสกุลเจิงที่ออกมาต่างเมืองมีเพียงผู้เดียวคือรุ่ยอ๋องเจิงหย่งิ จากวันนั้นชิงเหยาเฝ้าฝัน นางจะแต่งกับรุ่ยอ๋องแห่งจิ่งโจวยามนั้นนางช่างดื้อรั้นไม่ฟังคำทัดทานของครอบครัวเอาแต่ใจตนตัดสินใจหนีออกจากบ้านโดยทิ้งจดหมายไว้หนึ่งฉบับว่านางจะปกปิดฐานะของตัวเพื่อพิสูจน์รักแท้ของนาง
เมื่อมาถึงจิ่งโจวก็บีบบังคับให้รุ่ยอ๋องแต่งกับนางอ้างว่าเพราะเขาเคยให้สัญญาไว้แต่อนิจจารุ่ยอ๋องกลับไม่ยอมรับ นางไม่ยอมแพ้ตามตื๊อไม่ถอยสุดท้ายไม่ทราบเพราะเหตุผลใด รุ่ยอ๋องยอมแต่งนางเข้าจวน ให้ตำแหน่งเป็ชายาเอกแต่ก็แต่งหลิวหรงเอ๋อร์นางในดวงใจของเขาเข้ามาเป็ชายารองในวันเดียวกัน..
จากนั้นชีวิตของนางก็ถูกลิขิตให้ต้องตกระกำลำบากต่างๆ นานา จนในที่สุดนางแทบหมดลมหายใจ
เซี่ยชิงเหยาในขณะที่นอนหายใจรวยรินกำลังจะขาดใจนั้นนางมองเห็นท่านพ่อ ท่านแม่ เหล่าพี่ ๆ ทั้งหกที่รักนางเอ็นดูนางอย่างยิ่งแต่นางทำให้พวกเขาเสียใจ ทำร้ายพวกเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เห็นท่านแม่ร้องไห้จวนจะขาดใจนางแทบจะทนไม่ไหว คิดถึงคนที่นางรักเขากลับเอาแต่สนใจเมียน้อย ละเลยเมียหลวงใจดำอำมหิตรีดเืจากนางจนหมดตัว สุดท้ายทิ้งขว้างนางไม่มาไยดี
นางไม่ยอม ไม่ยอมให้เป็เช่นนี้นางไม่ยอมตาย นางจะขอแก้ตัวอีกครั้ง นางจะกลับไปหาครอบครัวชดเชยชดใช้ที่เคยทำร้ายพวกเขา นางจะไม่ยอมตายไปเช่นนี้เด็ดขาด...ไม่ยอม!!!
รุ่ยอ๋องรีบรุดเข้ามาที่เรือนยลจันทร์พร้อมกับหมอเทวดาจินระหว่างทางรุ่ยอ๋องเอ่ยปากถามอาการของชายารอง
“เหตุใดเดือนนี้หรงเอ๋อร์จึงอาการทรุดบ่อยนักเ้าบอกว่าดื่มยาอีกไม่กี่ครั้งนางก็จะหายแล้วไม่ใช่หรือ”
“จากที่ข้าตรวจชีพจรนางนางดีขึ้นแล้วจริง ๆ ดื่มยาอีกสักเจ็ดครั้ง ก็คงหายเป็ปลิดทิ้ง”
พวกเขามาถึงหน้าเรือนยลจันทร์เรียบร้อยในเรือนมืดมิดไม่มีแสงตะเกียงส่องออกมาในใจของรุ่ยอ๋องบังเกิดความหวาดกลัวขึ้นครู่หนึ่งจึงรีบผลักประตูเข้าไป
เงาร่างของหญิงสาวทอดนอนอยู่บนพื้นผมดำสยายราวกับม่านน้ำตกอยู่บนพื้นเรือนอันสกปรก ม่านตาของรุ่ยอ๋องหรี่ลงก่อนจะมาที่นี่ในใจเขาคิดเพียงว่าครานี้นางคงจะเล่นลูกไม้เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขาเช่นเดิมแต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้จะเป็เื่จริงแล้ว
เขารีบอุ้มร่างของนางขึ้นมาบนเตียงแต่ก็ต้องชะงักนางเนื้อตัวเย็นเฉียบ หน้าอกไม่กระเพื่อมให้เห็น นางไม่หายใจแล้วจริง ๆ
“จื่ออี้ เร็ว...รีบเข้ามาตรวจนาง”
ครานี้รุ่ยอ๋องรู้จักลนลานขึ้นมาบ้างแล้วเขารีบวางนางลงบนเตียงแล้วหลีกออกไปให้หมอเทวดาจินเข้ามาตรวจอาการ
จินจื่ออี้จับชีพจรบนข้อมืออีกข้างที่ไม่มีรอยกรีดของเซี่ยชิงเหยาจากนั้นจึงรีบเลิกม่านตาของนางออกตรวจ ท่าทางสูงส่งของเขาในยามปกติหายไปคิ้วเริ่มขมวดเป็ปม
“ชีพจรเต้นอ่อนแรงมากเ้ารีบสั่งให้คนไปเอายาลูกกลอนหยกเืของข้ามาช้ากว่านี้ชีวิตต่ำต้อยของนางก็จะยื้อไว้ไม่ได้แล้ว”
“ท่านอ๋องพี่หญิงเป็เช่นไรบ้าง”
เวลานั้นเองหลิวหรงเอ๋อร์ที่มีปี้หนี่ว์ประคองอยู่ก็ก้าวเข้ามาในเรือนนางใช้สายตาใสซื่ออมน้ำตามองไปที่ชิงเหยา ราวกับห่วงใยในตัวนางมากมายรุ่ยอ๋องเห็นดังนั้นจึงยิ่งทวีความอาทรให้นางขึ้นไปอีก
“จื่ออี้บอกว่านางชีพจรเต้นอ่อนแรงขาข้างหนึ่งก้าวสู่ประตูยมโลกแล้ว”
รุ่ยอ๋องตอบด้วยน้ำเสียงกังวล
“หากพี่หญิงตายไปจะทำเช่นไร”
น้ำเสียงกังวลของหลิงหรงเอ๋อร์ทำให้รุ่ยอ๋องที่ยืนทอดสายตามองไปที่ชิงเหยาต้องหันกลับมาปลอบใจนางแทน
“หรงเอ๋อร์ไม่ต้องกลัวเปิ่นหวังไม่ยอมให้นางตายตอนนี้แน่ ๆ เ้าทำใจให้ดีก่อน ไม่ต้องคิดมาก”
“หม่อมฉันเป็ห่วงพี่หญิงเพคะอย่างไรเสีย นางก็มีบุญคุณกับหม่อมฉันมาหนึ่งปี หากไม่ได้เืของนางมาปรุงยาหม่อมฉันคงไม่ได้อยู่ปรนนิบัติท่านอ๋องเช่นนี้”
หลิวหรงเอ๋อร์ทำทีเป็ก้มหน้าลงเช็ดน้ำตาไหล่บางสั่นสะท้านและดูน่าสงสารราวดอกสาลี่ต้องฝน
ยามนั้นพ่อบ้านหลี่ก็กลับมาที่เรือนยลจันทร์พร้อมขวดหยกสีขาวที่ใส่ยาลูกกลอนหยกเืไว้
จินจื่ออี้รับยามาแล้วใช้มือหนึ่งเชยคางของชิงเหยาขึ้นจากนั้นจึงบีบกรามของนางให้อ้าปากแล้วจึงยัดยาลูกกลอนลงไปเชยคางนางขึ้นอีกครั้งให้ยาไหลลงคอได้อย่างราบรื่น
เมื่อกรอกยาเสร็จสิ้นจินจื่ออี้จึงถอยตัวออกมายืนข้างรุ่ยอ๋อง
“รอให้ยาออกฤทธิ์ก็คงไม่เป็อะไรระหว่างรอยาข้าได้ทำการฝังเข็มกระตุ้นชีพจรของนางแล้ว รับรองว่าชีวิตต่ำต้อยของนางข้าเก็บกลับมาจากประตูยมโลกได้แล้ว เ้าพาชายารองกลับไปพักเถอะที่นี่มีข้าคนเดียวก็พอ”
รุ่ยอ๋องพยักหน้ารับคำจากนั้นจึงประคองหลิวหรงเอ๋อร์ออกมานอกเรือนยลจันทร์เหล่าบ่าวไพร่ของเรือนยลจันทร์ที่คุกเข่ารออยู่ด้านนอกรีบก้มหน้าลงเพราะกลัวความผิดไม่มีใครกล้าสบตากับรุ่ยอ๋องที่กวาดสายตาคมกริบมองมา
“ทหาร!! ลากตัวบ่าวไพร่สมควรตายพวกนี้ไปโบยคนละแปดสิบไม้โทษฐานที่ดูแลชายาเอกไม่ดี ให้พวกมันหลาบจำ”
พวกบ่าวที่คุกเข่าอยู่ตัวสั่นงันงกรีบโขกศีรษะขอความเมตตา ในใจก็แช่งชักหักกระดูกชายาเอกตัวดีที่ดันมาตายเสียได้ใครให้นางอ่อนแอเองเล่า ท่านอ๋องจะมาโทษบ่าวเช่นพวกนางได้อย่างไร
“ช้าก่อนเพคะท่านอ๋องยามนี้พี่สาวยังไม่พ้นอันตราย สิ่งที่เราควรทำคือช่วยกันภาวนาให้พี่สาวหายดีหม่อมฉันขอร้องท่านอ๋องอย่าเพิ่งสร้างบาปกรรมในเวลานี้เลยเพคะบางทีความเมตตาของท่านอ๋องอาจช่วยให้พี่สาวฟื้นมาได้โดยเร็ว”
หลิวหรงเอ๋อร์ใช้สายตาขอร้องที่ปนด้วยหยาดน้ำตาสบตากับรุ่ยอ๋องบ่าวรับใช้เรือนยลจันทร์พวกนี้คือคนที่นางส่งมาเพื่อทรมานเซี่ยชิงเหยาโดยเฉพาะตอนนี้ก็ทรมานจนนังสารเลวนั่นหมดลมหายใจไปแล้ว ถือว่ามีความดีความชอบนางจะปล่อยให้พวกมันโดนลงโทษได้อย่างไร
“ก็ได้เห็นแก่หน้าชายารอง เปิ่นหวังจะละเว้นพวกเ้าสักครา แต่ขอเตือนไว้ก่อนหากยังมีครั้งหน้า เปิ่นหวังไม่ปล่อยบ่าวเลี้ยงเสียข้าวสุกอย่างพวกเ้าไว้แน่”
“ขอบพระทัยท่านอ๋องขอบพระทัยชายารอง!!”
เหล่าบ่าวรับใช้ต่างแอบถอนหายใจอย่างโล่งอกรอดตายมาได้เพราะชายารองโดยแท้ ในใจพวกเขาบังเกิดความซาบซึ้ง
เซี่ยชิงเหยายังคงตกอยู่ในความฝันอันยาวนานแต่ความฝันของนางเปลี่ยนไปแล้ว นางฝันเห็นโลกอันน่าตระการตาบ้านเรือนใหญ่โตสว่างไสวรถม้าหน้าตาแปลกประหลาดวิ่งอยู่บนท้องถนนช่างน่ากลัวเหลือเกินบนท้องฟ้าก็มีนกั์บินผ่านนางไปแต่แปลกเหลือเกินที่นางไม่ได้รู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่เห็นอยู่นี้ราวกับนางเคยชินแล้ว
ชิงเหยารู้สึกเหมือนถูกกระชากตัวไปที่ไหนสักแห่งนางรู้สึกวูบเหมือนจะเป็ลม จนเมื่อตั้งสติได้อีกครั้งนางจึงมองไปรอบ ๆ ตัว ที่ ๆนางอยู่ตอนนี้มีกลิ่นเหม็นราวกับเหล้าคละคลุ้ง ผู้คนมากหน้าหลายตาเดินขวักไขว่บางคนก็โดนหามไปมา บางคนโดนเข็นผ่านหน้านางไป บางคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่เคลื่อนที่ได้ชิงเหยามัวแต่มองไปรอบ ๆ ไม่ทันระวัง เวลานั้นมีหญิงสาวชุดขาวผู้หนึ่งเดินชนนาง
‘หลบไม่พ้นละ...เอ๋’
นางไม่เจ็บ ไม่ล้มลงหญิงสาวนางนั้นเดินผ่านตัวนางไปเฉยๆจากนั้นชิงเหยาก็โดนดึงดูดให้ลอยตัวตามหญิงนางนั้นไป
‘นี่หมายความว่าอย่างไรข้าตายแล้วหรือ...’
“คุณหมอเสี่ยวเหยาคุณทำงานหนักไปแล้วนะคะพักผ่อนหน่อยเถอะ”
ชิงเหยาได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังเป็หญิงสาวชุดขาวอีกนางหนึ่งเดินเข้ามาหาคนที่เดินชนนางที่ชื่อ ‘เสี่ยวเหยา’ กระมัง
“กำลังจะไปพักแล้วละค่ะคุณหัวหน้าพยาบาล”
หญิงสาวที่ชื่อเสี่ยวเหยาหันกลับมาชิงเหยาเห็นหน้านางแล้วก็ใมาก หญิงสาวนางนั้นหน้าตาเหมือนกับนางทุกกระเบียดนิ้วนางเดินตามอีกฝ่ายมาอย่างไม่รู้สึกตัว ความสงสัยทวีขึ้นอีกเหตุใดนางจึงมาอยู่ที่นี่ เหตุใดจึงเจอกับคนที่รูปร่างหน้าตาเหมือนตนเองที่นี่คือที่กันแน่
ชิงเหยาหอบความสงสัยไว้เต็มอกนางเดินตามเสี่ยวเหยาไปติดๆ จนกระทั่งเสี่ยวเหยาเข้าไปในห้องๆ หนึ่งชิงเหยาเห็นเสี่ยวเหยาล้มตัวลงนอนบนเตียงที่มีสองชั้นไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดหัวหน้าพยาบาลคนเมื่อครู่ก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาปลุกเสี่ยวเหยา
“คุณหมอเสี่ยวเหยาตื่นเถอะค่ะมีคนไข้ฉุกเฉินเข้ามาที่วอร์ด ตอนนี้เหลือคุณหมอคนเดียวที่ไม่ติดผ่าตัด”
เขย่าเท่าไรก็ไม่ตื่นเกิดอะไรขึ้นกันนะ...
‘เพราะฉันตายแล้วน่ะสิ’
‘ตายแล้วหรือเหมือนข้าน่ะหรือ’
ว่าแต่ใครตอบนางกันล่ะชิงเหยาหันกลับไปมองด้านหลัง หญิงสาวคนที่นอนอยู่บนเตียงมายืนอยู่ข้างหลังนางได้อย่างไรกัน...
ิญญาสองดวงเผชิญหน้ากันจากนั้นทุกอย่างก็มืดดับไป...
ไม่รู้ว่านานเท่าไรในที่สุดชิงเหยาก็กลับมามีความรู้สึกอีกครั้ง นางรู้สึกเมื่อยล้าไปทั้งตัวแต่ยังไม่ทันได้ลืมตามองว่าตนเองอยู่ที่ใด ความทรงจำแปลกประหลาดก็หลั่งไหลเข้ามาในสมองของนางอะไรกันนี่
‘ชิงเหยาเ้าก็ชื่อชิงเหยาเหรอ’
เสียงหนึ่งดังขึ้นในหูของนางเป็เสียงใสสงบที่นางเคยได้ยินมาแล้วตอนหลับฝัน
‘เสี่ยวเหยา?’
‘ข้าเองเหมือนว่าตอนนี้ข้าต้องมาอยู่กับเ้าสินะ ข้าชื่อลู่ชิงเหยาสาวสวยยุคสองพันยินดีที่ได้รู้จัก...’
ชิงเหยายังคงสับสนแต่นางคิดอะไรไม่ออก เหตุใดิญญาของลู่ชิงเหยาจึงติดมาอยู่กับนางล่ะ
“โอ๊ย...”
เพียงแค่คิดอะไรมากเกินไปชิงเหยาก็ปวดหัวจนทนไม่ไหวเวลานั้นเองเสียงของสาวใช้นางหนึ่งก็ดังขึ้น
“พระชายาฟื้นแล้วหรือเพคะบ่าวจะไปเรียนท่านอ๋อง พระชายารอสักครู่”
เสียงเปิดปิดประตูดังขึ้นจากนั้นทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด ชิงเหยาลืมตาเต็มตามองไปรอบ ๆที่แท้นางกลับมาแล้ว เรือนยลจันทร์ จวนรุ่ยอ๋อง...เห็นที์คงเห็นใจนางให้กลับมาแก้ตัวสินะ