- [ระบบบริวารแห่งศาลเทพสวรรค์ถูกเปิดใช้งาน] -
- [ศาลเทพสวรรค์เล็งเห็นถึงเส้นทางที่ยิ่งใหญ่ของผู้ครอบครอง ที่มิอาจจะดูแลมหาจักรวาลได้ด้วยตัวคนเดียว จำเป็นต้องมีข้ารับใช้นับหมื่นแสนเป็นประดุจมือและเท้าคอยช่วยเหลือ หากแต่ใจคนนั้นยากแท้หยั่งถึง คนดีสมควรใช้ คนทรามหากใจมิมืดบอดจนหมดสิ้นก็สมควรให้โอกาส และด้วยเหตุผลนี้ ระบบบริวารแห่งศาลเทพสวรรค์จึงถูกเปิดใช้] -
- [ท่านสามารถลงตราประทับบริวารได้ ตราประทับนี้ต่อให้มหาเทวะปรมัตถ์ก็มิสามารถทอดถอน] -
- [อานุภาพแห่งตราประทับ หนึ่ง.สั่งเป็นสั่งตาย สอง.รับรู้ความคิดอ่านของพวกมัน สาม.สามารถส่งเสียงจิตเรียกหาได้ทั่วทุกแดนดิน สี่.สามารถรับรู้ได้ว่าพวกมันอยู่ที่แดนดินใด ต่อให้สุดหล้ามหาจักรวาลก็สามารถรับรู้ได้ ห้า.มอบทัณฑ์ฟ้าแก่พวกมันทั้งหลายได้เมื่อหลงผิด] -
- [หมายเหตุ. เจ้าของศาลเทพสวรรค์ไม่ควรทำสิ่งใดขัดต่อหลักฟ้าดิน มิสามารถใช้ระบบศาลเทพสวรรค์กลั่นแกล้งบริวารได้ การลงโทษควรมีความผิดและโทษมาลองรับเสมอ] -
- [การจะลงตราประทับจำเป็นต้อง เซ็นสัญญาบริวารแห่งศาลเทพสวรรค์เสียงก่อน] -
- [สิทธิประโยชน์ของเหล่าบริวารศาลเทพสวรรค์ หนึ่ง.ได้รับความคุ้มครองจากเจ้าของศาลเทพสวรรค์ สอง.เจ้าศาลเทพสวรรค์สามารถใช้แต้มบุญเพื่อคนเหล่านี้ได้ สาม.เจ้าของศาลเทพสวรรค์สามารถออกแบบสวัสดิการเพื่อพวกเขาเหล่านี้ได้ พร้อมสร้างตำแหน่งหน้าที่พร้อมมอบสิทธิ์อำนาจต่างๆ ให้ได้ เช่นตำแหน่งหัวหน้าพ่อบ้าน คนสวน แม่ทัพ นายกอง เป็นต้น นอกจากนั้นยังจัดกลุ่มได้อย่างอิสระ] -
ฉินเทียนอ่านถึงตรงนี้ก็เริ่มขบคิด ศาลเทพสวรรค์มอบของเล่นใหม่ให้มันอีกแล้ว
หากแต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของระบบบริวารศาลเทพสวรรค์สำหรับมันกลับเป็น...
- [ผู้ศรัทธาของเหล่าบริวารแห่งศาลเทพสวรรค์ นับเป็นบริวารของเจ้าศาลเทพสวรรค์ ท่านมีหน้าที่ชี้นำพวกเขาให้เดินสู่เส้นทางที่ถูกต้อง] -
- [ระบบแต้มบาปถูกเปิดใช้] -
- [หากผู้ศรัทธาหลงผิดเจ้าของศาลเทพสวรรค์มีหน้าที่ชี้นำพวกเขาไปยังทิศทางที่ถูกต้อง หากพวกเขาก่อกรรมหรือกระทำสิ่งหยาบช้า แต้มบาปจะถูกสะสมเข้ามาในระบบ บทลงโทษ [เซียมซีภารกิจ] หรือ [เซียมซีโชคร้ายจะถูกเปิดใช้งาน] ]-
ฉินเทียนอ่านมาถึงตรงนี้สันหลังของมันพลันรู้สึกถึงกลิ่นอายแห่งความฉิบหายจางๆ ลอยมา
ใจหนึ่งก็อยากได้ระบบบริวารแห่งศาลเทพสวรรค์ อีกใจก็มิอยากได้มันเลยเพราะ [เซียมซีภารกิจ] และ [เซียมซีโชคร้าย] คือตัวนำภาพความฉิบหายแก่มันอย่างแท้จริง หากแต่ในเวลาต่อมาก็ได้แต่คิด ตอนนี้คงปฏิเสธไม่ได้แล้ว
เพราะไอ้เวรระบบศาลเทพสวรรค์มันยืนยันการติดตั้งระบบเสร็จสิ้น
ไอ้แต้มบาปปรากฏในหน้าจอพื้นฐานของมันแล้ว
----------
- [ฉิน เทียน : อายุ 20 ปี : ระดับพลังตราสัญญาลักษณ์วิญญาณเหลืองขั้น 5, ผู้ศรัทธา : 24559 คน] -
- [แต้มบุญ : 1,925,786.565] [แต้มบาป : 0] [แต้มบุญที่ใช้เพื่อผู้อื่น : 294,560,095,980] [เซียมซีทอง : 2] [เซียมซีเงิน : 0] [เซียมซีทองแดง : 0] [เซียมซีเหล็ก : 2] [เซียนซีไม้ : 10] -
- [ศาลเทพสวรรค์ระดับ : 1 ดาว] [ความสามารถพิเศษ : เนตรมองอดีตระดับ 1 ดาว, เนตรหยั่งรู้ 1 ดาว] -
- [จำแลงเซียนขั้นจ้าวสวรรค์ 2/3 ครั้ง] -
----------
ฉินเทียนตอนนี้คล้ายอยากจะนวดขนับตัวเองนัก
หากแต่สุดท้ายมันก็ยอมรับ มีแต่ต้องพยายามใช้ประโยชน์กับเจ้าสิ่งนี้ให้ได้มากที่สุด มันออกจากระบบศาลเทพสวรรค์ ก่อนจะทำหน้ายิ้มแย้ม และหันไปมองที่เหอซือห้าวและเหล่าบริวารของมัน ก่อนจะเริ่มพูดกล่าว พร้อมนำสารทาสบริวารออกมาหลอกล่อให้พวกมันเซ็นเสีย
"ดีดี ช่างเป็นวัยเยาวที่มีปณิธานกันจริงๆ ช่างถูกใจตัวข้าผู้ชรานัก เอางี้แล้วกัน ไหนไหนก็มีความตั้งใจถึงขนาดนี้แล้ว ถ้างั้นลงชื่อในสารนี้เป็นหลักฐานแห่งความตั้งใจดีของพวกเจ้าทั้งหลายให้แก่ตัวข้าผู้ชราหน่อยก็แล้วกันนะ" ฉินเทียนพูดกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแลดูช่างมีเมตตานัก
ไม่ช้าสารสีทองของศาลเทพสวรรค์ก็ลอยไปตรงหน้าของคนทั้งหลาย
ตัวหน้าสารสีทองเหล่านี้ต่างมีข้อความระบุไว้ว่า "ผูกพันจนวันตาย มิอาจจะฝ่าฝืนอำนาจแห่ง ย่ำฟ้า" ฉินเทียนที่ตรวจสอบสารทองก่อนส่งมีสีหน้าพอใจนัก ไอ้ระบบศาลเทพสวรรค์นั้นมิได้จ่ายหน้าเป็นชื่อของตัวเอง หากแต่ปรับเปลี่ยนเป็นนามของมันตามการปลอมตัว สิ่งนี้ช่างถูกใจมันเหลือเกิน
ไม่ช้าเหอซือห้าวกับเหล่าบริวารพี่น้องทั้งหลายของมันต่างปั่นหน้ายิ้มแย้มมองไปที่ฉินเทียน ก่อนจะนำพู่กันลงชื่อกันอย่างไร้กังวล
ไม่ช้าตรงหลังมือของพวกมันแต่ละคนต่างปรากฏแสงสีทองพร้อมอักษรคำว่าบริวารเปล่งประกายอยู่ครู่หนึ่งไม่ช้าก็หายไป ตอนนี้การยืนยันเสร็จสิ้นแล้ว
.
.
.
และในเวลาเดียวกันนั้นเอง
ครือๆๆๆๆๆๆๆๆ แผ่นดินรอบขุนเขาสั่นสะเทือน เหอซือห้าวและบริวารของมันต่างสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น เหนือขึ้นไปบนท้องนภาสีคราม มหาจักรวาลกว้างใหญ่ คล้ายมีประตูมิติถูกเปิดออก แสงสว่างสีทองสว่างวาบถูกฉายมาออกมาจากประตูมิตินั้น เสียงดนตรีไพเราะบรรเลง เสียงแห่งนางสวรรค์ก็ร้องขับขานน่าฟัง
และไม่ช้าทั่วบริเวณศาลเทพสวรรค์ก็ถูกอาบได้ด้วยแสงสีทอง
ไม่ช้าศาลาเก่า ศาลเทพสวรรค์กากๆ ก็แปรเปลี่ยน การเป็นศาลไม้ใหม่ สีสันสวยงาม ราวกับบ้านใหม่ที่พึงถูกสร้างเสร็จ
ไอ้หมอกเซียนหรือเมฆาสวรรค์จากสีจางขาวขุ่น ไม่ช้าก็แปรเปลี่ยนเป็นสีขาวกระจ่างตา ความขุ่นมัวใดๆ หายไปหมดสิ้นแล้ว
ศาลเทพสวรรค์ถูกยกระดับเข้าสู่ระดับ 2 ดาว แล้ว
ไม่ช้าร่างกายของฉินเทียนคล้ายจะสัมผัสถึงพลังวิญญาณอันลึกลับ พร้อมการตระหนักรู้ทางวิญญาณ
ตอนนี้เนตรวิญญาณของมันถูกยกระดับเป็นระดับ 2 ดาวแล้ว
นอกจากนั้นเนตรหยั่งรู้ก็เช่นกันกลายเป็นระดับ 2 ดาว
พร้อมกันนั้นยังได้รับความสามารถใหม่มาเนตรมองอนาคต 1 ดาว
ฉินเทียนแย้มยิ้ม มันมิคิดเลยว่าวันนี้อยู่ดีๆ จะยกระดับศาลเทพสวรรค์ได้สำเร็จ ทั้งๆ ที่ตัวมันคิดว่าอาจจะต้องใช้เวลาอีกนับปี
หากแต่เมื่อมันมองไปที่ชื่อของเหอซือห้าวมันก็เข้าใจในทันที เพราะแค่เฉพาะตัวของเหอซือห้าว มันก็มีผู้ศรัทธาอยู่หลักล้านกว่าแล้ว ช่างสมกับเป็นผู้บำเพ็ญระดับเหนือตำนานสีโลหิตจริงๆ
----------
- [เหอซือห้าว : อายุ 6599 ปี , ระดับพลังตราสัญลักษณ์วิญญาณสีโลหิตขั้น 0 , ผู้ศรัทธา : 1,090,545 คน] -
----------
หลังจากนั้นฉินเทียนก็มองไปยังบริวารคนอื่นๆ ของมัน ไม่ช้าฉินเทียนก็พบว่าจำนวนบริวารที่มันได้ ไม่นับคนที่ซ้ำกัน เพราะบริวารคนอื่นๆ ของมันก็มีผู้ศรัทธาหลักแสน หากแต่จำนวนผู้ศรัทธาร่วมของมันตอนนี้กับมีจำนวนรวมแค่ 1,214,444 คน ไม่ถึงหนึ่งล้านห้าแสนแต่อย่างไร
หากแต่แค่นี้ฉินเทียนก็นับว่าพอใจแล้ว
.
.
.
ตอนนี้เหอซือห้าวและบริวารต่างตกตะลึงกับเรื่องที่เกิดขึ้น นั่นเพราะอยู่ดีๆ โลกหล้าก็เกิดสิ่งอัศจรรย์ นอกจากนั้น...
เมื่อเหอซือห้าวและบริวารของมันเมื่อมองไปโดยรอบ
และสูดหายใจเข้าปอดมันก็ตกตะลึงนัก
จนต้องขยับปากน้ำเสียงสั่น
"นิ... นิมันหมอกเซียน... หากแต่มิใช่หมอกเซียนธรรมดา หากแต่เป็นหมอกเซียนสีขาวบริสุทธิ์ในตำนาน หมอกเซียน 1,000 ปี"
และเมื่อพูดกล่าวถึงตรงนี้ทุกคนก็ล้วนตกตะลึง
สิ่งนี้หมายความว่ายังไง หากตัวเหอซือห้าวและเหล่าบริวารของมันได้อยู่บำเพ็ญ ณ ที่แห่งนี้มิใช่ว่าความรวดเร็วในการฝึกฝนของมันจะเพิ่มหลายสิบเท่ารึ
แค่หมอกเซียนธรรมดาในโลกใบนี้ก็นับว่าหายากแล้ว หากแต่หมอกเซียน 1,000 ปีนี้กลับมิต้องพูดถึงเลย
เหอซือห้าวคล้ายจะน้ำตาไหล มันมองจ้องไปทางท่านผู้เฒ่าชรา มันร้องถามนายท่านของมัน
"ออ... เอ่อ... นายท่านขอรับ เหอซือห้าวผู้นี้พอมีบุญวาสนาได้บำเพ็ญใกล้ๆ นี้ ดูดไอหมอกไอ้เซียนเพื่อบำเพ็ญได้หรือไม่ขอรับ"
เมื่อเหอซือห้าวกล่าววาจาออกมา บริวารทั้งหลายของมันก็ตาเป็นประกาย พร้อมมองจ้องไปยังผู้เฒ่าชรานายท่านของมันอย่างพร้อมเพรียง
ฉินเทียนหัวเราะ เหอๆ อยู่สองสามทีก่อนที่ในไม่ช้าจะพยักหน้ารับพร้อมพูดกล่าว
"พวกเจ้ามิใช่บริวารแห่งข้ารึ ไม่มีเหตุใดที่ข้าต้องห้ามมิให้พวกเจ้าบำเพ็ญ จงบำเพ็ญที่นี่อย่างเป็นสุขเถอะ ขอเพียงมีความตั้งใจในหน้าที่และรู้ซึ่งความเมตตาและคุณธรรม ตัวข้าย่ำฟ้าก็พร้อมเมตตาพวกเจ้าให้บรรลุสู่ขอบเขตอันตระการแห่งเส้นทางมรรคผลแห่งการบำเพ็ญ"
เมื่อเหอซือห้าวและเหล่าบริวารของมันได้ยินดังนี้ ก็ช่างสุขใจยิ่งนักไม่ช้าก็คุกเข่าก้มกราบตัวมันฉินเทียน
ฉินเทียนไม่ช้าตัวมันก็ก้าวย่างเดินสำรวจความเปลี่ยนแปลงของศาลเทพสวรรค์ จากนั้นไม่ช้า ก็เดินไปทางริมขุนเขา
มันเห็นหมอกเซียนของมันขยายตัวกินพื้นที่ไปรอบเกาะแล้ว โดยหมอกเซียน ณ ศาลเทพสวรรค์เป็นหมอกเซียนระดับ 2 หมอกเซียนพันปี
หากแต่พอผ่านขุนเขาไปค่อนทาง ก่อนถึงพื้นปฐพี หมอกเซียนระดับ 2 ก็คล้ายเจือจางกลายเป็นหมอกเซียนสามัญระดับร้อยปีแทน หากแต่มันกลับกว้างขวางกินพื้นที่ไปรอบเกาะทุกจุดแล้ว นอกจากนั้นบางส่วนยังขยายไปถึงเกาะข้างเคียงกินพื้นที่หลายร้อยลี้
หากตอนนี้บนเกาะมีผู้คนมาตั้งบ้านเรือน เกรงว่าแต่ละคนคงจะเป็นผู้สำเร็จในการบ่มเพาะบำเพ็ญได้โดยง่ายเป็นแน่
.
.
.
ไม่ช้าฉินเทียนก็หามุมนั่งคุยกับเหอซือห้าวและบริวารของมัน ทำความรู้จักมักคุ้น นอกจากนั้นก็ยังได้ใช้เนตรมองอดีตท่องไปในกาลเวลาในอดีตของตัวเหอซือห้าวและเหล่าบริวาร
ในครั้งนี้เนตรมองอดีตนั้นมีประสิทธิภาพกว่าเดิมนัก แม้มันจะยังไม่สามารถเลือกเวลาในการมองเห็นอดีตได้ หากแต่มันกลับสามารถเร่งเวลา ข้ามช่วงเหตุการณ์อันน่าเบื่อหน่ายได้ และเพราะแบบนี้ ตอนนี้ฉินเทียนสามารถท่องไปในห่วงอดีตของคนทั้งหลาย โดยไม่ต้องยืนมองช่วงชีวิตอันยืดยาวเป็นแรมปีอีกแล้ว
ไม่ช้ามันก็เข้าใจในตัวเหอซือห้าว ซึ่งนับว่าเป็นผู้บำเพ็ญที่ถือว่ามีคุณธรรมอยู่บ้าง ส่วนอีก 5 คนที่เหลือก็คือพี่น้องของเหอซือห้าว มีแซ่เหอเหมือนกันหมด
เหอซือห้าวเลี้ยงดูทุกคนมากับมือ ตั้งแต่เป็นคนสามัญ เสียสละตัวเอง ทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว รักน้องชายทั้งหลายยิ่ง แรกเกิดแม้อาภัพ หากแต่ก็ฟาฟันมาได้ถึงเพียงนี้นับว่าเป็นผู้มีความอดทนยิ่ง
ส่วนปัญหาที่ถูกไล่ล่า ฉินเทียนก็เข้าใจแล้ว ตัวมันเหอซือห้าวได้ไปเห็นแนวทางการบำเพ็ญ ของเหล่าระดับสูงในทวีปใหญ่ ซึ่งอยู่ใต้จักรพรรดิ พวกมันเร่งเร้าการบำเพ็ญด้วยโลหิต เนื้อหนังและชีวิตของผู้คน นอกจากนั้นยังมีการผ่าครรภ์สตรีนำทารกที่ยังไม่เกิดดีจับยัดหลอมนำมากลั่นเป็นโอสถบำเพ็ญ
เมื่อมันรับรู้สิ่งเหล่านี้ มันก็รู้ตัวแล้วว่า มันจะอยู่ในดินแดนทวีปใหญ่อีกไม่ได้
หากแต่อำนาจแห่งองค์จักรพรรดินั้นช่างยิ่งใหญ่ หากมันถ้าจะหนีก็จำต้องหนีไปให้สุดฟ้าแดนดิน จึงมาอาศัยบำเพ็ญอยู่ที่แดนหมื่นภูตผีอันห่างไกล เป็นเกาะเล็กเกาะน้อยอยู่ปัจฉิมทวีปอันเปลี่ยวร้าง บำเพ็ญมาหลายพันปีอาศัยว่าตัวเองนั้นมีพรสวรรค์ มี 8 เส้นชีพจรวิญญาณ แม้ทรัพยากรที่นี่จะน้อยนิด หากแต่ด้วยพรสวรรค์แต่กำเนิดที่มีก็ทำให้ตัวมันสามารถบรรลุสู่ระดับเหนือตำนานได้ตอนอายุ 2800 ปี หากแต่พี่น้องมันที่มีอายุกันหาเพียง ปีกว่า พรสวรรค์สู้เหอซือห้าวไม่ได้ แต่ละคนจึงติดอยู่ที่ระดับกึ่งตำนานตราสัญลักษณ์วิญญาณสีส้มกันทั้งนั้น นอกจากนั้นอีกไม่กี่ร้อยก็จะใกล้ตกตายกันแล้ว หากแต่ตอนนี้แต่ละคนก็คล้ายจะมีความหวังบำเพ็ญสำเร็จในระดับที่สูงขึ้น
โดยตอนนี้ฐานะของเหอซือห้าวก็นับว่าไม่ธรรมดานัก ในแดนหมื่นภูตผี มันเป็นหนึ่งในจ้าวเกาะขนาดใหญ่ มีผู้คนในปกครองนับสิบล้าน ในจำนวนนี้มีผู้ศรัทธามันอย่างแรงกล้า จนระบบศาลเทพสวรรค์นับเป็นผู้ศรัทธาร่วมล้านกว่าคน และเพราะแบบนี้ พอฉินเทียนรับเหอซือห้าวมาเป็นบริวาร ศาลเทพสวรรค์จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงในทันที
ฉินเทียนมองการปกครองของเหอซือห้าวผ่านเนตรมองอดีต
แม้จะไม่นับว่ายอดเยี่ยม หากแต่เหอซือห้าวก็มิใช่ผู้กระทำการต่ำทราม มันถือธรรมเนียมปฏิบัติ มอบความยุติธรรมแก่ผู้คนทั้งหลาย พร้อมมีเมตตาจิตมากพอที่จะยื่นมือช่วยเหลือผู้คนทั้งหลายยามยากลำบาก แม้จะมีทำผิดบ้างถูกบ้างหากแต่ก็เป็นไปตามประสาของมนุษย์ปุถุชนที่มิสมบูรณ์แบบ
และนอกจากนั้นเพราะมีเหอซือห้าว ดินแดนที่มันปกครองก็มิเคยมีการขาดน้ำฝนทำการเกษตรกรรมเลย นอกจากนั้นเมื่อหมู่เกาะเกิดภัยมีพายุคลั่ง คลื่นถาโถม ก็ได้เหอซือห้าวและพี่น้องทั้งห้าคนของมันเป็นผู้สลายเภทภัยให้ปวงประชา
เมื่อซุนนานเห็นถึงจิตใจและการกระทำเช่นนี้ของเหอซือห้าวมันก็คล้ายพอใจนัก
ไม่ช้าซุนนานก็ใช้ดัชนี
แสงสีทองก็แผ่พุ่งไปยังกลางหน้าผาของเหอซือห้าว
ไม่ช้ามันก็น้ำตารินไหล
พร้อมคุกเข่าก้มกราบซุนนานอีกคราว
พร้อมพูดกล่าวด้วยน้ำตาอาบแก้ม
"ขอบคุณนายท่าน ขอบคุณนายท่าน เหอซือห้าวจะไม่มีวันลืมความเมตตาของนายท่านเลย ที่เปิดเส้นทางสู่แสวงมรรคให้ข้าน้อย"
ฉินเทียนยิ้มเยาะหัวเราะบางเบา
.
.
.
"จงเร่งฝึกฝนเถอะเหอซือห้าว สิ่งเหล่านี้ที่เรามอบให้เจ้า หวังเพียงวันหน้า เมื่อพวกเจ้าพี่น้องเป็นใหญ่เป็นโตจะรักษาความเมตตาและเส้นทางบำเพ็ญอันสุจริตไว้ได้ เราผู้เฒ่าชราเห็นพวกเจ้าทุกคนเสมือนหนึ่งลูกหลานของเรา หากแต่ตอนนี้ก็จงติดตามเรา ดูวิถีเส้นทางบำเพ็ญของเราผู้ชรา แม้มันจะต่ำต้อยนัก หากแต่พี่น้องแซ่เหอ เจ้าจงรู้ไว้วิถีแห่งผู้ชรานี้ มิเคยผิดต่อใคร"
ไม่รู้ทำไม อยู่ดีๆ พี่น้องแซ่เหอก็น้ำตาไหล
ราวกับว่าอยู่ดีๆ บิดา หรือบรรพบุรุษบรรพกาลของมันก็ปรากฏ มอบไออุ่น ความเมตตาปรานีที่มิเคยได้สัมผัส มิได้รู้สึกเช่นนี้มาเนิ่นนานนัก
ไม่ช้า 6 ผู้บำเพ็ญก็ก้มกราบฉินเทียนในร่างผู้ชรา ด้วยใจนับถือยิ่ง
.
.
.
ไม่ช้าในใจฉินเทียนก็แย้มยิ้ม มันได้ทาสแต้มบุญเพิ่มมาอีก 6
พร้อมทักษะการเล่นละครที่นับวันจะยิ่งเหนือล้ำ
'หุหุ เสร็จข้าอีก 6 คนแล้วสินะ แต่ละคนช่างเป็นทาสแต้มบุญชั้นดีทั้งนั้นกร๊าาากๆๆ'