ตอนที่สามสิบสอง โชคชะตาของพระเอกโชวเน็น
เอาล่ะเมื่อแผนการหนึ่งไม่ได้ผลท่าทางผมคงต้องทำแผนการอย่างอื่นผมลองนึกภาพในหัวว่าพอมีอะไรบ้างที่เราทำได้ เงื่อนไขของการปลุกชีพอุปกรณ์ที่ต้องใช้ของทั้งฝ่ายที่ต้องการปลุกชีพและฝ่ายที่ต้อบงการขัดขวางการปลุกชีพ
ในแนวโชวเน็นเหมือนกับตอนที่ธานอสต้องการอินฟินิตี้สโตนนั่นล่ะ
ในฐานะคนในเรื่องต้องการขัดขวางในฐานะคนดูต้องการดูว่าหากรวมอัญมณีและถุงมือสำเร็จผลจะเป็นอย่างไรและการรวมสัตว์หางก็เช่นกัน ที่ต้องแสดงพลังที่แท้จริงของสิบหางไม่อย่างนั้นคนดูจะรู้สึกไม่สบายใจนั่นเอง
ส่วนผมอยู่ในฐานะคนดูก็อาจจะอยากดูจิ้งจอกเก้าหางฟื้นคืนชีพอยู่เพราะภาพซีจีที่สวยงาม วีดีโอ เพลงต่างๆรวมทั้งนักวาดทำหน้าที่ได้ดีมาก
ปัญหาน้อยนิดแต่มหาศาลคือผมไม่อยากอยู่ในฉากที่คนพูดว่า
“มีแผ่นดินไหวแรงอย่างไม่ปรากฏมาก่อนและผู้คนล้มตายไฟไหม้ เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ก็ตื๊ดดด...”และจอภาพดับกลายเป็นฉากมืดๆไปพร้อมกับการเทียบขนาดของจิ้งจอกเก้าหางกับภูเขาที่อยู่ข้างๆนั่นเอง
นับว่าทำได้ดีมากในการสร้างอารมณ์ให้เรารู้สึกสิ้นหวังปัญหาคือ
ผมไม่ต้องการเจออย่างนั้นโว๊ย
แต่แน่นอนในฐานะคนดูหากผมเห็นดัมเบิ้อดอร์แก้ปัญหาฮอร์ครักซ์ได้แบบไม่ต้องให้แฮร์รี่ช่วยเรื่องราวคงกลายเป็นแค่การแข่งขันควิชดิชและดราม่าชีวิตวัยรุ่นไปเท่านั้นล่ะ
นารุโตะก็ออกสไตล์ที่หากไม่มีปัญหาเครียดๆซาสึเกะก็คงกลายเป็นชายหนุ่มเพลบอยแทนที่จะเป็นชายหนุ่มอีโม
การสร้างปัญหาใหญ่ๆคือการเคลียร์ใจกันได้ของแนวโชวเน็นแต่ผมตอนนี้อยู่ในเหตุการณ์ยังไม่อยากโดนลุกหลงจากเหตุการณ์ที่กล่าวมาข้างต้น
“เอ่อ เพื่อความแน่นอน ผมชื่อโอโตนาชิชิสึกะ...ตระกูลโอโตนาชิคงไม่ได้มีอะไรเกี่ยวกับโลกเบื้องหลังหรือการทำพิธีสืบทอดที่ต้องให้ผู้สืบทอดสู้กันจนเหลือคนเดียวหรอกใช่ไหมครับ?”
ผมถามคุณยายฮานะเพื่อความชัวร์เมื่อนึกถึงเรื่องอีกเรื่องหนึ่งได้
โอโตนาชิ ชิสึกะหรือโอตะมันก็แปลกๆเหมือนกันเหมือนบ้านรวยจนมามีฉากคุยข่มนางเอกบางคนได้ในตอนเด็กๆและรวยพอที่จะซื้อข้าวของต่างๆที่คนทั่วไปไม่น่ามีซื้อที่ช่วยในการที่ผมซื้อเพชรเพิ่มได้
แต่เมื่อเรามาอยู่ในโลกโชวเน็นเหนือธรรมชาติอย่างนี้
ผมนึกภาพการต่อสู้กับของโลกเบื้องหลังระหว่างตระกูลต่างๆที่มักจะเป็นเรื่องราวของแนวโชวเน็นที่ต้องมีการต่อสู้ระหว่างตระกูล
มันทำให้ผมสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีขึ้นมาสักเท่าไรและสังหรณ์มักจะเชื่อถือได้มากๆในโลกที่พลังพิเศษมีอยู่จริงนี้และค่าสถานะหนึ่งของผมยังเป็นpsyker มนุษย์พลังจิตอีกต่างหาก
“โอโตนาชิ...ไม่น่ามีปัญหาหรอกนะหากเธอไม่ใช่ผู้สืบทอดที่เป็นผู้ชายคนเดียวที่เหลืออยู่ล่ะก็”
ผมจ้องมองเขม็งไปที่คุณยายฮานะ
“ฟู่...เธอเป็นผู้ชายคนเดียวที่เหลืออยู่หรือ?นี่เธอมาหาชั้นทีเดียวใช้งานชั้นเสียคุ้มค่าเลยนะนี่”
คุณยายฮานะพูดเหมือนกลุ้มใจแต่ท่าทางมีความสุขที่เห็นผมทำหน้าเครียด
นิสัยของอาจารย์ที่ชอบทดสอบลูกศิษย์แบบเดียวกับส่งลุกศิษย์ไปจับการ์ดที่สามารถฆ่าคนทั้งเมืองได้หากซากุระทำผิดพลาดได้....ก็ไม่ทำให้ผมมองเป็นอย่างอื่นไปได้หรอกนะ
(หึหึหึ เพราะข้าเชื่อมั่นว่าเจ้าจะทำสำเร็จไงล่ะ)คิดอย่างนี้ก็อาจจะดีแต่ผลลัพธ์ถ้าพลาดคือคนตายทั้งเมืองก็ทำให้ผมสงสัยแนวคิดของอาจารย์ในแนวโชวเน็นอยู่เหมือนกัน
“เรื่องของผมเอาไว้ก่อนเพื่อความชัวร์อีกอย่าง คุณยายฮานะมี ศิษย์ที่ทรยศ ขโมยเคล็ดวิชาประจำสำนักหรือของวิเศษอะไรแล้วหนีไปหรือเปล่าครับ?”
คุณยายฮานะอ้าปากค้างแต่รีบงับลงมาที่ไปป์ได้ทันไม่ให้ล่วงลงไป
โอเคท่าทางอย่างนั้นก็ตอบคำถามผมได้พอสมควรแล้วนี่ผมตัดสินใจผิดหรือฟะนี่ที่ขอเป็นศิษย์แบบแนวโชวเน็นเราจำเป็นต้องรับแก้ปัญหาเรื่องศิษย์ทรยศสำนักแบบแนวโชวเน็นด้วยเรอะ?
“และเขาคนนั้นก็เป็นศิษย์ที่มีพรสวรรค์มากเรียนรู้วิชาต่างๆได้อย่างรวดเร็วผูกพันกับคุณยายฮานะเหมือนกับลูกและคนในครอบครัวจากการทรยศของเขาทำให้คุณยายฮานะปิดใจไม่อยากรับใครเป็นศิษย์อีกที่จนบัดนี้ยังไม่ยอมให้ผมเรียกว่าอาจารย์ก็เพราะอย่างนี้”
ผมจ้องมองไปที่ดวงตาของคุณยายฮานะ...ยังไม่ใช่อาจารย์
คุณยายฮานะสูดลมหายใจลึกๆอีกครั้งหนึ่ง
“เจ้าหนูเธอกล่าวผิดแล้วเป็นเธอไม่ใช่เขา”
ฟู่เธอพ่นควันมาอีกรอบแต่ก็ไม่พูดอะไรต่อ
ด้วยค่าสถานะทำให้ผมคิดว่า ความฉลาดและการสังเกตต่างๆของผมเพิ่มขึ้นระดับเดียวกับพระเอกโชวเน็นแต่คงทำให้ผมรู้สึกไม่อยากจะรู้สึกนึกถึงจิตใจคนอื่นมุ่งแต่เป้าหมายอย่างพระเอกโชวเน็นไปด้วยนั่นเอง
ผมไม่อยากเอาดราม่ามาใส่ให้กับตนเองโดยไม่จำเป็นแต่นี่คือทางเดินที่เลือกไม่ได้ของพระเอกชวเน็นสินะ
ผมต้องท่องไว้ในใจว่านี่คือหนทางไปสู้การผงาดฟ้าพิชิตสวรรค์