เย็นวันนั้น ท้องฟ้าถูกฉาบด้วยสีส้มอมม่วง บรรยากาศรอบร้าน "ขนมหวานนำโชค" เริ่มเงียบสงบลงเมื่อลูกค้าคนสุดท้ายเดินออกไป หลินซูหว่าน ในชุดเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้าน กำลังช่วยป้าหวังเก็บโต๊ะเก้าอี้หน้าร้าน เธอพยายามทำตัวให้กลมกลืนกับชาวบ้านทั่วไปมากที่สุด เพื่อไม่ให้ใครสงสัยในที่มาของเธอ
ทว่า... ความเงียบสงบนั้นก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและสม่ำเสมอ
ซูหว่านเงยหน้าขึ้น และหัวใจของเธอก็แทบจะหยุดเต้นเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มที่เธอพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดทั้งวัน มู่เฉิง ยืนอยู่ตรงนั้น แสงไฟสลัวจากในร้านส่องกระทบใบหน้าคมเข้มของเขา ทำให้เขาดูเหมือนประติมากรรมที่มีชีวิต แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยคำถามที่เธอไม่กล้าตอบ
การเผชิญหน้าภายใต้หน้ากาก
"คุณลุงมู่เฉิง!" เสียงใสๆ ของเสี่ยวเป่าดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กที่วิ่งออกมาจากหลังร้าน "คุณลุงมาซื้อขนมเหรอจ๊ะ? วันนี้หมดแล้วน้า"
มู่เฉิงยิ้มให้เด็กหญิงอย่างอ่อนโยนก่อนจะเลื่อนสายตาไปจ้องมองผู้หญิงที่ยืนนิ่งอยู่ข้างเคาน์เตอร์ เขาพินิจใบหน้าของซูหว่านที่แม้จะมีการแต่งหน้าบางๆ เพื่อพรางตัวและใส่ผ้าคลุมผม แต่โครงหน้าและดวงตาที่สั่นระริกคู่นั้น... มันช่างเหมือนกับผู้หญิงในคืนนั้นที่เขายังคงจำฝังใจ และเหมือนกับรูปถ่ายลูกสาวตระกูลหลินที่เขาเคยเห็นผ่านตา
"ผมไม่ได้มาซื้อขนมครับ... " มู่เฉิงเอ่ยเสียงทุ้มพลางก้าวเข้าไปหาซูหว่าน "ผมอยากมาทำความรู้จักกับเ้าของร้าน... ที่ดูเหมือนจะคุ้นหน้าคุ้นตาผมเหลือเกิน"
ซูหว่านกำชายผ้ากันเปื้อนแน่นจนนิ้วขาวโพลน "คุณลุงมู่เข้าใจผิดแล้วค่ะ ฉันเป็แค่คนธรรมดาที่มาเปิดร้านเล็กๆ ไม่ได้รู้จักคนใหญ่คนโตอย่างคุณหรอกค่ะ"
"คุณไม่ใช่ลูกสาวคนโตของตระกูลหลินเหรอ?" มู่เฉิงถามตรงๆ สายตาของเขาเหมือนจะมองทะลุเข้าไปในหัวใจของเธอ
คำลวงเพื่อการปกป้อง
ซูหว่านสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น "ตระกูลหลิน? ฉันไม่เคยได้ยินชื่อนี้เลยค่ะ ฉันแซ่เฉิน... มาจากต่างจังหวัด พ่อแม่เสียชีวิตไปหมดแล้ว ชีวิตนี้มีแค่ฉันกับลูกสาวเท่านั้นค่ะ"
เธอแสร้งทำเป็ยุ่งกับการจัดของเพื่อหลบสายตา "คุณมู่คงจะจำคนผิดแล้วล่ะค่ะ หน้าตาคนเราก็คล้ายกันได้ทั่วไป ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว เชิญกลับเถอะค่ะ ฉันต้องพาลูกเข้านอน"
มู่เฉิงนิ่งไป เขาเห็นพิรุธในท่าทางของเธออย่างชัดเจน ทั้งมือที่สั่นน้อยๆ และการหลบตา แต่เขาก็เลือกที่จะไม่กดดัน "งั้นเหรอครับ... ผมคงจำคนผิดจริงๆ อย่างที่คุณว่า"
เขาก้มลงมองเสี่ยวเป่าที่ยืนมองทั้งสองอย่างตาใสแป๋ว "แล้วเสี่ยวเป่าล่ะครับ... พ่อของหนูชื่ออะไรนะ? เมื่อเช้าลุงลืมถามไป"
หัวใจของซูหว่านกระตุกวูบ เธอรีบคว้าตัวเสี่ยวเป่ามาไว้ข้างกายทันที "เสี่ยวเป่าไม่มีพ่อค่ะ... พ่อเขาเสียไปนานแล้วอย่างที่ฉันบอก เชิญคุณกลับไปเถอะค่ะ!"
พรของเสี่ยวเป่า และจังหวะที่ผ่อนคลาย
เสี่ยวเป่ารู้สึกถึงความกังวลของแม่ เธอจึงรีบนึกในใจ 'ขอให้คุณลุงใจดีเดินออกไปจากตรงนี้แป๊บเดียวนะจ๊ะ แม่จะได้ไม่ร้องไห้'
ทันใดนั้นเอง เลขาฉินก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาหามู่เฉิง "ท่านประธานครับ! มีโทรศัพท์ด่วนจากต่างประเทศเื่โครงการลงทุนใหม่ครับ เขา้าคุยกับท่านเดี๋ยวนี้เลย!"
มู่เฉิงขมวดคิ้ว เขาถอนหายใจยาวพลางมองซูหว่านอีกครั้ง "ผมจะกลับมาใหม่... หวังว่าพรุ่งนี้ขนมของคุณจะยังไม่หมดก่อนผมจะมาถึงนะครับ"
เมื่อมู่เฉิงเดินจากไป ซูหว่านก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง น้ำตาที่พยายามสะกดไว้เริ่มคลอเบ้า เธอไม่ได้กลัวเขาเพราะเขาเป็คนเลว แต่เธอกลัวอำนาจของเขา ถ้าเขารู้ว่าเสี่ยวเป่าคือลูกของเขา เขาอาจจะพรากเธอไปสู่อ้อมกอดของตระกูลมู่ที่สูงส่ง ซึ่งเธอรู้ดีว่านรกในคฤหาสน์คนรวยเป็อย่างไร
"แม่จ๋า... เสี่ยวเป่าทำอะไรผิดเหรอจ๊ะ?" หนูน้อยถามเสียงเศร้า
"ไม่หรอกลูก เสี่ยวเป่าไม่ผิด..." ซูหว่านดึงลูกมากอดแน่น "แต่เราต้องระวังตัวนะลูก อย่าให้คุณลุงคนนั้นรู้เื่ของเรามากไปกว่านี้... สัญญากับแม่นะลูก"
เสี่ยวเป่าพยักหน้าพลางมองตามหลังมู่เฉิงไป ในใจของหนูน้อยกลับรู้สึกแปลกๆ 'คุณลุงคนนั้นกลิ่นเหมือนเสี่ยวเป่าเลย... ์จ๋า คุณลุงคนนั้นใช่คนที่จะมารับเสี่ยวเป่ากับแม่ไปจากที่นี่หรือเปล่านะ?'