“ราชันกระบี่...จิวยี่?”
เสียงของเทียนเยาดังออกมาอย่างแผ่วเบาขณะมองไปยังชายหนุ่มที่หัวเราะร่าพลางกระดกไหสุราเข้าปากหยดย้อยไปทั่วตัวเช่นเดียวกันใบหน้าของคนอื่นๆก็เริ่มตึงเครียดขึ้นมาโดยเฉพาะผู้นำของโลกระดับกลางทั้งสามคนส่วนสำหรับเหล่าผู้ดูแลกฎของโลกระดับล่างนั้นล้วนไม่ต้องพูดถึงหากว่าจักรพรรดิสวรรค์เทียนจุนไม่มีสิทธิ์มีเสียงเช่นนั้นพวกเขาก็คงคล้ายกับคนเป็นใบ้!
“เจ้ามาทำไม?เหตุผลอะไรที่ทำให้ราชันกระบี่ผู้เดียวดายสนใจในงานชุมนุมเขตแดน?”
ราชันนรกผู้มีผิวกายดำสนิทกล่าวออกมาอย่างสงสัยขณะที่มองไปยังจิวยี่ที่กำลังส่งสายตาร้อนแรงไปทางท่านหญิงของสมาพันธ์เจ็ดดาว
“หืม...ทำไม?ตูกู่โบ่เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาตั้งคำถามกับข้า?เจ้าอยากให้ข้าลองทดสอบค่ายกลเคลื่อนอเวจีของสามสิบสามนรกดูตอนนี้เลยหรือไม่?ข้าพร้อมเสมอนะ”
จิวยี่กล่าวออกมาขณะเหลือบมองไปยังราชันนรกแต่สุดท้ายอีกฝ่ายก็เพียงสบถออกมาก่อนจะแค่นเสียงเย็นชาและเลิกสนใจเขาชายผู้นี้อาจจะดูเหมือนคุณชายเจ้าสำราญทั่วไปแต่จริงๆแล้วความแข็งแกร่งของเขานั้นมากพอที่จะเดินไปที่ไหนก็ได้ในจักรวาลนี้ ความบ้าระห่ำของเขาก็คือสิ่งที่ทำให้คนผู้คนต่างกริ่นเกรง!
“หลงเฟยคำนับราชันกระบี่”
ชายชราชุดสีแดงเพลิงที่ยืนอยู่ด้านข้างไป๋ตี้ประสานมือกล่าวทักทายออกมาทำให้จิวยี่หันไปยิ้มอ่อนๆให้เขาก่อนจะพยักหน้ารับคำสายตาของทั้งสองประสานกันทอแววความเข้าใจบางอย่างออกมาโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นนอกจากผู้ดูแลทั้งสามแล้วคนอื่นๆ ก็ไม่ค่อยอยากจะพูดอะไรกับจิวยี่นักเพราะไม่รู้ว่าจะโดนเขาหาเรื่องตอนไหนดังนั้นเมื่อหมดเรื่องแล้วบรรพบุรุษตระกูลต้อนก็นำทุกคนไปยังหุบเขาหมอกฟ้าทันที
การเดินทางนั้นเป็นไปอย่างรวดเร็วด้วยพาหนะและความแข็งแกร่งของแต่ละคนเพียงอึดใจเดียวเหนือขึ้นไปบนท้องฟ้าของหุบเขาหมอกฟ้าก็เต็มไปด้วยผู้คนและสัตว์อสูรที่น่าเกรงขามเนื่องจากงานครั้งนี้ถูกแจ้งมาก่อนแล้วหลายเดือนทุกอย่างจึงถูกเตรียมไว้อย่างพร้อมสรรพมีเพียงจิวยี่และท่านหญิงของสมาพันธ์เจ็ดดาวเท่านั้นที่อยู่นอกเหนือการเตรียมการแต่ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรมากนัก
บรรยากาศในงานชุมนุมดำเนินไปอย่างราบรื่นแม้จะเป็นผู้ยิ่งใหญ่แต่ก็ไม่มีผู้ใดสร้างเรื่องวุ่นวายในตอนนี้ มันราวกับว่าเป็นท้องฟ้าที่เงียบสงบก่อนพายุลูกใหญ่จะพัดผ่านส่วนผู้นำของโลกระดับกลางและต่ำนั้นแน่นอนว่าพวกเขาไม่กล้าที่จะสร้างปัญหาขึ้นมืออยู่ต่อหน้าคนเหล่านี้
ยอดเขาแห่งนี้คือจุดที่งดงามและสวยที่สุดผู้นำทั้งแปดแผ่นดินต่างยอมจ่ายออกมาอย่างมหาศาลเพื่อจัดงานชุมนุมนี้ขึ้นแม้แต่ชาเพียงถ้วยเดียวที่นำมาใช้ก็ยังมากพอที่จะทำให้ผู้ฝึกตนแย่งยิงกันจนเกิดสงครามที่นั่งบนยอดเขาแบ่งออกเป็นลำดับชั้นอย่างชัดเจน แม้จะมีความสูงห่างกันเพียงขั้นบันไดเดียวแต่ก็ยังพอจะบอกได้ถึงสถานะของผู้ที่นั่งอยู่ในแต่ละระดับวนเรียงกันเป็นก้นหอย
ชั้นล่างนั้นคือที่นั่งของผู้ติดตามจากแต่ละดวงดาวแน่นอนว่าฝ่ายของโลกมนุษย์นั้นมีตัวแทนจากตระกูลต้วนและนิกายมังกรนพเก้าอยู่ด้วยเป็นกลุ่มเล็กๆชั้นต่อไปนั้นเป็นของผู้ดูแลกฎโลกระดับต่ำและคนสนิทหนึ่งคนยืนอยู่ด้านหลังเช่นเดียวกันชั้นถัดไปคือราชันจากโลกระดับกลางและชั้นที่สูงที่สุดนั้นคือที่นั่งของราชันจากโลกระดับสูงซึ่งถูกเพิ่มขึ้นอีกสองที่เป็นของท่าหญิงสมาพันธ์เจ็ดดาวและจิวยี่อย่างไรก็ตามไม่มีใครรู้ว่าเหตุใดจิวยี่ถึงไม่แม้แต่จะเดินเฉียดไปยังที่นั่งตัวนั้นแต่กลับไปขลุกอยู่กับท่านหญิงสมาพันธ์เจ็ดดาวแทนคนอื่นๆ ก็คิดเพียงว่าเขาเป็นตัวลามกหื่นกามและไม่สนใจเขามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่พอจะคาดเดาอะไรได้อยู่บ้าง
“น้องสาวข้าพูดจริงๆ นะ ทำไมคืนนี้เราสองคนไม่ไปดื่มกันเสียหน่อยล่ะ? พระจันทร์ที่โลกนี้ยามราตรีสวยมากเลยนะ”
“ฮิฮิ ท่านราชันกระบี่เป็นคนที่มีอารมณ์ขันเสียจริงหากท่านยอมเข้าร่วมกับสมาพันธ์เจ็ดดาวบางทีข้าอาจจะยอมไปดื่มกับท่านก็ได้นะท่านสนใจไหม?”
จวินเซียงพูดด้วยเสียงอ่อนหวานเหนียมอายก่อนจะหรี่ดวงตาคู่งามของนางลงส่วนจิวยี่นั้นก็หัวเราะออกมาเสียงดังก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุยทันทีการกระทำของเขานั้นแน่นอนว่าโฉ่งฉ่างและสร้างความรำคาญให้คนอื่นไม่น้อยทว่าก็ไม่ได้มีใครสนใจมากนักเพราะไม่อยากมีเรื่องกับคนผู้นี้มันไม่ใช่ว่าพวกเขาหวาดกลัวต่อจิวยี่เพียงแต่ชายคนนี้บ้าระห่ำเกินไป
หากสู่กันจริงๆในระดับราชันต่อให้ผ่านไปเป็นปีบางทียังไม่รู้ผลส่วนการจะเอาชีวิตกันก็เป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้เลยดังนั้นเหตุผลเดียวที่ไม่ควรไปตอแยจิวยี่ก็เพราะว่าเขาตัวคนเดียว! เขากระทำสิ่งใดล้วนตามใจปารถนาเป็นชายที่รักเพียงความสนุกไม่มีแม้แต่ความทะเยอทะยานใดๆ ถึงจะเป็นเรื่องแปลกที่คนเช่นเขาก้าวมาอยู่ในระดับนี้ได้แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว!
แล้วพวกเขาล่ะ?ราชันนรกมีนรกทั้งสามสิบสามชั้นต้องดูแลราชันปีศาจก็มีโลกปีศาจ ราชันคนอื่นๆ ก็เช่นกันดังนั้นแล้วการไปตอแยกับจิวยี่ก็มีแต่เสียกับเสีย!
“ท่านราชันกระบี่งานชุมนุมจะเริ่มขึ้นแล้วท่านควรกลับไปนั่งที่ได้แล้วกระมัง? หลังจบงานหากท่านยินดีจะไปเยือนสมาพันธ์เจ็ดดาวจวินเซียงจะต้องต้อนรับท่านอย่างดีแน่นอน”
“ฮ่าๆสาวน้อยเจ้านี่ใจร้ายจริงๆ นะ แต่ว่าที่ตรงนั้นไม่ได้มีไว้สำหรับข้าหรอก...”
ดวงตาของจิวยี่ปรากฏความตื่นเต้นขึ้นมาก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็วแต่ก็ไม่พ้นสายตาของจวินเซียงการหยอกล้อดำเนินไปอีกพักหนึ่งก็จบลงโดยที่จิวยี่จากไปเขายังมีสิ่งที่สำคัญจะต้องทำดังนั้นแม้เห็นจวินเซียงถึงขีดจำกัดเขาก็เลือกที่ไม่สร้างปัญหาในขณะที่จิวยี่เดินจากไปจวินเซียงก็มองไปที่แผ่นหลังของเขาก่อนยิ้มออกมาเล็กน้อย
‘เขาหมายถึงอะไรกันแน่?งานชุมนุมครั้งนี้จะต้องสนุกขึ้นกว่าเดิมแน่นอน’
เมื่อจิวยี่เดินลงไปยังชั้นล่างเพื่อพูดคุยกับบรรพบุรุษตระกูลต้วนบรรยากาศก็เริ่มสงบลงแม้ว่าผู้ดูแลคนอื่นๆจะอิจฉาที่บรรพบุรุษตระกูลต้วนมีสัมพันธ์กับราชันกระบี่แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้จนเวลาผ่านไปอีกกาน้ำชาเดือดเสียงของผู้ที่อยู่ชั้นบนก็ดังขึ้นมาทำให้บรรยากาศทั้งงานชุมนุมเงียบลง
“ข้าคิดว่าตอนนี้ก็ได้เวลาอันควรแล้ว?ในเมื่อครั้งนี้โลกมนุษย์เป็นเจ้าภาพก็ขอให้ผู้ดูแลต้วนเริ่มเถิด”
เสียงของชายชราชุดขาวจากโลกนักปราชญ์ดังออกมาพร้อมกับคนอื่นๆที่พยักหน้าเห็นด้วยเมื่อถึงเวลาบรรพบุรุษตระกูลต้วนก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินไปตรงแท่นหินเล็กๆกลางงานชุมนุม
“ข้าต้วนชิงหลิงถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสต้อนรับผู้ฝึกตนจากแดนไกลสำหรับงานชุมนุมเขตแดนในครั้งนี้ยังคงกฎโบราณเช่นเดิมไว้ไม่เปลี่ยนแปลงกำหนดการแรกคือการแข่งขันในแดนศักดิ์สิทธิ์ซึ่งจะเปิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ตามที่ทุกท่านทราบกันดีการแข่งขันนี้ไม่มีข้อกำหนดใดๆขอเพียงเป็นรุ่นเยาว์ของยุคนี้และมีป้ายหยกศักดิ์สิทธิ์ก็สามารถเข้าร่วมได้ทั้งหมด”
การแข่งขันแดนศักดิ์สิทธิ์คือสนามรบของเหล่ารุ่นเยาว์จากทั้งเก้าโลกสิบสวรรค์และหนึ่งนรกภายในแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยสมบัติมากมายมหาศาลโชคลาภวาสนาเพียงอย่างเดียวก็สามารถทำให้มัจฉาโผบินผ่านประตูมังกรได้!ความจริงแล้วแม้แต่จะเป็นระดับราชันเองก็ยังไม่อาจทนต่อความยั่วยวนภายในแดนศักดิ์สิทธิ์ได้เพียงแต่สถานที่แห่งนั้นมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดและยังถูกดูแลโดยกฎโบราณและทัณฑ์สายฟ้า!
ในระหว่างที่ผู้ติดตามจากโลกอื่นๆตกอยู่ในความตื่นเต้นต้วนหลิงชิงก็เริ่มกล่าวขึ้นอีกครั้ง
“สำหรับกำหนดการที่สองคือสงครามจัดอันดับกฎยังคงเป็นเช่นเดิม...ในฐานะตัวแทนข้าขอเสนอเปิดพิธีเลื่อนขั้นของโลกมนุษย์!”
เสียงทั้งงานชุมนุมเงียบลงทันทีสงครามจัดอันดับก็มีไว้ตามชื่อของมัน เป็นการจัดอันดับของโลกในจักรวาลแห่งนี้พิธีการเลื่อนขั้นนั้นไม่มีอะไรมากมายมันเพียงเรื่องที่เรียบง่ายแต่กลับทำให้สำเร็จได้ยากมาก!โลกที่เข้าสู่พิธีเลื่อนขั้นจะต้องแสดงคุณสมบัติที่คู่ควรออกมาซึ่งก็ต้องแสดงให้เห็นว่าพวกเขานั้นเหนือกว่าโลกอื่นๆที่อยู่ในระดับเดียวกัน!และขั้นตอนสุดท้ายก็คือการแสดงคุณสมบัติเพื่อให้โลกในระดับชั้นที่เลื่อนขึ้นไปให้การยอมรับ!
สำหรับผู้นำของโลกระดับสูงนั้นแม้จะมองลงมาแต่ก็ไม่ได้สนใจมากนักแต่สำหรับโลกระดับกลางนั้นล้วนมองไปยังต้วนชิงหลิงด้วยสายตาเย็นชา!การเลื่อนขั้นขึ้นมานั้นหมายความว่าพวกเขาต้องยอมรับว่าโลกมนุษย์อยู่ในระดับเดียวกับพวกเขาและหลังจากเขตแดนปิดลงอีกหนึ่งปีข้างหน้าโลกมนุษย์จะมีสิทธิ์ยื่นคำรบต่อกฎโบราณเพื่อทำสงครามขนาดเล็กกับโลกอื่นเพื่อเขี่ยหนึ่งในพวกเขาลงไป!กฎโบราณนั้นจำกัดให้โลกในแต่ระดับดับมีจำนวนคงที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้!
อย่างไรก็ตามในสายตาของโลกระดับกลางนั้นนี่ก็เป็นเพียงความอวดดีของต้วนชิงหลิงเท่านั้นสำหรับโลกระดับกลางนั้นอาจจะมีความไม่พอใจปรากฏขึ้นมาแต่ในโลกระดับต่ำด้วยกันสายตาของผู้ดูและทั้งสองที่มองมายังต้วนชิงหลิงในตอนนี้กลับยิ่งมีความเย็นชาและยังแฝงไว้ด้วยประกายสังหารแวบหนึ่ง!
“ผู้ดูแลต้วนเจ้าจะจองหองไปหน่อยไหม?กับโลกมนุษย์ที่อ่อนแอเช่นนี้เพียงพวกเราก็ยังสามารถกำราบได้อย่างง่ายดายแล้วเจ้าคิดว่าเจ้ายังมีคุณสมบัติพอที่จะยื่นคำขอ?”
“ตามที่ผู้ดูแลกวงกล่าวมาผู้ดูแลต้วนเจ้าคิดว่าเจ้าสามีคุณสมบัติจริงๆ หรือ? เจ้าจะดูถูกพวกเราเกินไปหน่อยแล้ว!”
แม้แต่ผู้ที่เคยยิ้มให้ก็ยังกลายเป็นเย็นชาเรื่องนี้ต้วนชิงหลิงไม่สามารถกระทำสิ่งใดได้อย่างไรก็ตามก่อนที่ต้วนชิงหลิงจะได้กล่าวสิ่งใดเหยาหมิงจื้อจุนที่มีใบหน้าดุร้ายก็คำรามออกมาและราชันเหมยก็ไม่แตกต่างกันมีเพียงราชันลู่เท่านั้นที่นิ่งเงียบไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆ
“โอหังยิ่งนัก!โลกอันต้อยต่ำเช่นนี้กลับคิดว่ามีคนสมบัติเทียบเคียงกับข้า? แม้แต่ผู้ปกครองก็ยังอ่อนแอเช่นนี้แล้วยังจะกล้า?อย่างน้อยหากเจ้าต้องการจะโอหังก็ควรมีราชันไร้นามสักหนึ่งคนให้ได้ก่อน!”
เสียงของเหยาหมิงจื้อจุนดังออกมาพร้อมกับสายตาดูถูกทำให้เกิดเสียงหัวเราะไปทั่วทั้งงานชุมนุมจะอย่างไรผู้ที่เข้าร่วมงานนี้ก็เห็นโลกมนุษย์อยู่ต่ำที่สุดอยู่แล้วพวกเขาจะไม่จำเป็นต้องเกรงใจ!
ทว่า...
ท่ามกลางเสียงหัวเราะนั้นกลับมีเสียงสายหนึ่งที่ดังขึ้นมาและแผ่กลิ่นอายสะกดข่มออกไปทำให้ภายในงานชุมนุมจำต้องเงียบลงและมองไปยังต้นเสียง
“คุณสมบัติที่เทียบเคียงกับเจ้า?ราชันไร้นาม?”
เสียงนั้นขาดหายไปพร้อมกับปรากฏร่างของเด็กชายคนหนึ่งในชุดสีขาวบริสุทธิ์กำลังเดินขึ้นไปบนแท่นก้นหอยอย่างช้าๆที่ไหล่ของเขานั้นมีมังกรตัวน้อยสีขาวกับลังหลับอยู่และด้านหลังก็ยังมีบุรุษหนุ่มชุดฟ้าเดินตามมาด้วยเช่นกัน...สายตาของผู้ยิ่งใหญ่หลายคนต้องแข็งค้างไปและเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย
แต่นอกจากไม่กี่คนเท่านั้นที่ดวงตาสั่นไหวคนอื่นๆตกอยู่ในความสับสนเสียมากกว่า เมื่อเด็กคนนั้นเดินผ่านแท่นนั่งระดับล่างสุดราชันกระบี่จิวยี่ก็ลุกขึ้นอย่างช้าๆด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและเดินตีคู่กับบุรุษหนุ่มชุดฟ้าขนาบข้างราวกับเป็นผู้ติดตามของเด็กชายชุดขาวคนนี้...
ท่ามกลางควงามมึนงงของผู้คนเขาเดินอย่างช้าๆทีละก้าวจนกระทั่งไปหยุดอยู่ตรงแท่นนั่งระดับสูงที่ถูกเว้นไว้หนึ่งที่ เขานั่งลงราวกับว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นก่อนจะปรายตามองไปยังเหยาหมิงจื้อจุนและกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไม่แยแส
“อย่าได้เข้าใจผิดไปว่าโลกมนุษย์จะมีคุณสมบัติเทียบเคียงกับเจ้า...เพียงแค่โลกระดับกลางอันเล็กจ้อยนั้นไม่ได้อยู่ในสายตาของข้าแม้แต่น้อยโลกมนุษย์จะท้าทายโลกระดับสูง!”