สองสามวันต่อมา
ผมนัดกับจอนมินซองไว้ว่าจะมาดูข้อมูลของนักโทษด้วยกัน
"นี่คือคนที่จะได้รับการปล่อยตัวจากคุกภายในสามเดือน"
เขาพูดขณะวางกล่องกระดาษเอสี่ลงบนโต๊ะ
"ทำไมเยอะขนาดนี้ล่ะครับ"
“ทั้งประเทศปกติก็ประมาณนี้แหละ”
ถึงกระนั้นก็ยังมีคนที่ได้รับการปล่อยตัวภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน จู่ๆ ผมก็เพิ่งตระหนักได้ว่ามีอาชญากรในเกาหลีมากมาย
“แล้วทั้งหมดมีกี่คนเหรอครับ”
“รวมแล้วมีสามพันหนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ดคน ในนั้นมีอาชญากรที่ทำผิดร้ายแรงประมาณแปดร้อยคน”
"......!"
มีอาชญากรที่กระทำความผิดร้ายแรงมากกว่าที่คิด
“ว่าแต่ว่า ซอกฮุน”
"ครับ?"
“ก่อนที่เราจะเริ่ม ฉันอยากถามคำถามนายหน่อย นายบอกฉันไม่ได้จริง ๆเหรอว่าได้ข้อมูลนี้มาจากไหน”
"ขอโทษด้วยพี่ แต่ผมบอกไม่ได้ครับ"
ถ้าผมบอกให้เขารู้ก็ต้องเปิดเผยเื่ที่ผมไปลุยที่เครื่องปั้นมูซองด้วย
ปล่อยให้ไม่รู้นั่นแหละ ดีที่สุดแล้ว
“เฮ้อ เอาเถอะ ถ้าหากมันทำให้จับหางไอ้พวกนั้นได้จริง ๆ ก็ลองดูหน่อย”
“ขอบคุณที่เข้าใจผมนะพี่”
“แต่ทำไมนายถึงบอกให้ฉันเอามูลทั้งหมดของอาชญากรพวกนี้มาล่ะถ้าตามที่นายบอก อาชญากรที่กระทำความผิดร้ายแรงมีสิทธิ์เป็ไปได้มากกว่า”
“ในบรรดาพวกที่ทำความผิดทางอาญามีพวกชั่วช้าอยู่ด้วยยังไงล่ะครับโดนจับทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้เผยธาตุแท้ออกมา เราก็ไม่รู้ว่าใครไปเตะตาพวกนายหน้าบ้างก็ต้องลองดูให้ครบครับ”
“มันก็ใช่ การพิพากษาไม่ได้ดูจากจิตใจของคนร้ายแล้วตัดสินนี่เนอะดูจากคดีที่เกิดขึ้นแล้วทั้งนั้น”
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการสตอล์กกิ้ง[1] คดีประเภทนี้ลงเอยด้วยความผิดทางอาญาถึงแม้ว่าคนร้ายจะก่อกวนและข่มขู่เหยื่ออย่างต่อเนื่องก็ตาม เมื่อเร็ว ๆ นี้กฎหมายได้รับการแก้ไข โดยอนุญาตให้จำคุกสูงสุดห้าปีสำหรับคดีที่เกิดจากความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ[2]แต่แท้จริงแล้ว สูงสุดคือ "แค่" ห้าปีเท่านั้น ด้วยระยะเวลาเท่านั้นไม่คิดเหรอว่าคนร้ายจะคิดแก้แค้นหรือเอาคืน บางที มีความเป็ไปได้สูงที่อาจจะทำเป็สำนึกผิดเพื่อให้ได้รับการลดหย่อนโทษแต่ความจริงแล้วในใจไม่ได้รู้สึกแบบนั้น กฎหมายไม่ได้ตรวจสอบไปถึงจิตใจข้างใน
“งั้นแยกกันดูแล้วกันครับ”
“อะ นี่ ครึ่งนี้ของฉัน อีกครึ่งของนาย”
ในรอบแรก เราคัดเอาผู้ที่กระทำความผิดร้ายแรงและผู้ที่คาดว่าจะได้รับการปล่อยตัวจากความผิดลหุโทษมีประมาณหนึ่งพันคน จากนั้นจึงทำการคัดรอบที่สอง
"เอาพวกที่ป่วยเป็โรค กับพวกแก่ ๆ ออกไปเถอะ เพราะไม่น่าจะไปรับจ้างฆ่าใครได้"
"ครับ"
เหลืออยู่หกร้อยคน เกือบครึ่งถูกคัดออก อาจเป็เพราะพวกที่ทำความผิดร้ายแรงใช้ชีวิตอยู่ในคุกเป็เวลานาน
“ยังเหลืออีกประมาณสี่ร้อยคน”
“คราวนี้ลองทำแบบกลับกันดูไหมครับ”
“กลับกันเหรอ”
"ส่วนใหญ่เป็คนหนุ่มสาวที่มีร่างกายแข็งแรง แม้ว่าจะคัดคนให้ใกล้เคียงแค่ไหนแต่ก็ไม่รู้ว่าได้ติดต่อกับนายหน้าหรือเปล่า เราลองเลือกจากมุมมองของพวกเขาดู"
หากก่ออาชญากรรมั้แ่ยังเด็กแม้ว่ายังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่ก็มีความเป็ไปได้สูงที่จะเติบโตไปในทิศทางนั้นผมจึงเน้นไปที่คนกลุ่มนี้
"ก็ดีนะ ลองดู"
ยี่สิบคนถูกเลือกในชั่วพริบตาเดียว ในวัยอายุยี่สิบปลายๆถึงสามสิบต้นๆ ส่วนใหญ่เป็ผู้กระทำผิดครั้งแรก บางคนเป็ผู้กระทำความผิดร้ายแรงและบางคนกระทำความผิดทางอาญา
“ถ้าผมเป็นายหน้า ผมจะเลือกหนึ่งในคนพวกนี้”
"อืม..."
จอนมินซองพลิกเอกสารและพิจารณาแต่ละคนอย่างพิถีพิถัน
“พวกนี้เอาออกไปได้เลย ดูไม่น่าจะฆ่าคนได้ด้วยตัวเอง”
ผมเห็นชื่อที่คุ้นเคยในเอกสารจึงหยิบขึ้นมา
“ฮะ? ซงยองอู? นั่นคนที่ทำเว็บไซต์ค้าประเวณีเด็กนี่ครับ?”
“ใช่ ได้รับการปล่อยตัวจากคุกแล้วสินะถ้าเขาถูกส่งตัวไปอเมริกาคงจะเน่าอยู่ในห้องขังจนตาย”
“หึ การลงโทษในประเทศเราเบามากเลยนะครับ พอเห็นแบบนี้”
“ให้ทำไงล่ะ นี่แหละความเป็จริง พวกตำแหน่งสูง ๆ ไม่ยอมแก้กฎหมายให้อัยการที่ดูแลคดีก็ต้องเปลี่ยนให้เป็โทษสถานเบาแทน”
จอนมินซองถอนหายใจและคัดแยกผู้ที่ค่อนข้างห่างไกลจากการฆาตกรรมโดยตรง เช่นอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตและการฉ้อโกง ไม่ว่าจะเลวร้ายเพียงใด ก็เลือกเฉพาะคนที่ลงมือกระทำและเห็นเืมาแล้วจริง ๆ
ดังนั้นตัวเลือกจึงเหลือเพียงแปดคน
“คนพวกนี้ วันปล่อยตัวออกจากคุกของแต่ละคนต่างกันเราก็ลองสะกดรอยตามดูทุกคนก็แล้วกัน”
รู้สึกเหมือนต้องมีสักคนในนี้ที่ทำให้นายหน้าน้ำลายสอเพราะอยากได้ตัวพวกเขา
“ถ้าอย่างนั้นเร็วสุดคือวันศุกร์นี้ที่เรือนจำเขตใต้ นายพอมีเวลาไหม”
“ถึงไม่มีก็ต้องมีแล้วล่ะครับ”
อันดับ3 ในแก๊งัดำ โอฮยอนโจ
แม้ว่าเขาจะเป็ลูกชายคนโตของบอสใหญ่แต่เขามีอิทธิพลได้อย่างรวดเร็วเพราะเป็ที่ยอมรับว่าเขาบริหารเงินของแก๊งได้มากกว่าสองเท่าด้วยเหตุนี้เขาจึงเติบโตขึ้นจนถึงตำแหน่งที่ตอนนี้สามารถเผชิญกับฝ่ายของคังชินแจพี่เขยของเขา
เขาสามารถระดมทุนได้เพราะทำธุรกิจที่ผิดกฎหมายด้านไอทีอย่างพวกเว็บไซต์ผิดกฎหมายตลาดมืด ขายข้อมูลและไฟล์ผิดกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งแก๊งัดำไม่เคยแตะต้องธุรกิจเหล่านี้มาก่อนแต่เดิมมีองค์กรขนาดเล็กจำนวนนับไม่ถ้วนอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อแก๊งัดำเข้าไปจัดระเบียบอย่างจริงจังจัดระบบวางโครงสร้างใหม่ จึงสามารถทำเงินได้โดยไม่ต้องลงมือทำอะไร เบื้องหน้าเป็ธุรกิจแพลตฟอร์ม IT ที่เชื่อถือได้แต่เื้ัคือการสะพัดของเงินผิดกฎหมายที่ใช้ดูแลองค์กร นี่คือป้อมปราการแห่งใหม่ของแก๊งัดำที่สร้างโดยโอฮยอนโจ
“อาทิตย์นี้ใช่ไหม วันที่สุดยอดฝีมือจะออกจากคุก"
จากคำถามของโอฮยอนโจ คนสนิทของเขา ลีจุนโฮ เป็คนตอบคามนั้น
"ครับ วันศุกร์ 11 โมงเช้าครับ"
“ดีมาก ผู้จัดการลีจัดการทุกอย่างเองหมดเลยหรือ แกไปบังคับให้แต่งงานกับคนเอเชียเพื่อได้ลดโทษและยังไปสั่งพ่อของเขาให้ฟ้องลูกชายเพื่อไม่ให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน แถมไปติดสินบนนู่นนี่นั่นอีกน่ะหรือ"
“ฮ่า ๆ ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับ ผู้พิพากษากับอัยการมันโง่เองต่างหากครับ”
“นั่นก็ใช่ ต้องขอบคุณพวกมันจริง ๆ ที่ไม่รู้ว่าการค้าประเวณีเด็กคืออะไรงานนี้เลยสำเร็จได้ เพราะอย่างนี้เลยมีคำว่า หนอนหนังสือก็รู้แค่ในหนังสือ”
"คิดไม่ถึงเลยครับ ว่าพวกคนอเมริกันมันยังรู้สึกกระสันกับเด็กอายุ2-3 ขวบ"
"ฉันก็ว่ามันโรคจิต แต่ยังไงในอนาคตพวกมันจะมาเป็ลูกค้าประจำของเรา"
ซงยองอู ผู้สร้างเว็บมืดสำหรับการค้าประเวณีเด็ก โอฮยอนโจอยากจะพบเขามานานแล้วแต่ทว่าบุคคลมากฝีมือเช่นนั้นไม่ได้พบเจอได้ง่าย ๆ หลังจากที่หน่วยข่าวกรองของสหรัฐอเมริกาตามสืบจนพบตัวเขาก็ถูกเปิดเผยและทำให้โลกรู้จักถึงตัวตนของเขา โอฮยอนโจพยายามเข้าหาและช่วยให้พ้นจากข้อกฎหมายอย่างเต็มที่และในที่สุดก็ถึงเวลาผลิดอกออกผล
“ผมจะไปที่เรือนจำแล้วพาไปหาเองครับ”
“ไม่สิ ถ้าตั้งใจจะเอาคนเก่ง ๆ มาทั้งที่ ต้องต้อนรับเต็มที่หน่อย”
“ถึงอย่างนั้น แต่ถ้าท่านประธานไปเองมันจะดูเกินไปหน่อยไหมครับ”
“บอกแล้วไงว่าเขาคือสุดยอดฝีมือ ผู้ชายคนนั้นมันระดับซักเคอร์เบิร์ก[3]เลยไม่ใช่เหรอแน่นอนว่าฉันต้องไปเองสิ”
ลีจุนโฮก้มหัวลงทันที ถ้าห้ามปรามต่อก็เหมือนไปกวนประสาทเขาถึงจะพูดคุยดีด้วยอยู่ แต่ถ้าไม่ได้ดั่งใจเมื่อไหร่โอฮยอนโจจะกลายเป็คนโรคจิตทันที
“ทราบแล้วครับ ผมจะเตรียมทุกอย่างไว้ให้ครับ”
“อืม แล้วก็่นี้ฝั่งพี่เขยเสียงดังเอะอะไปหน่อยนะ”
ข่าวการตายของคังฮยอนซองลูกนอกสมรสที่คังชินแจซ่อนไว้อย่างลับ ๆ แม้กระทั่งกับคนใกล้ชิดขนาดไม่ได้สนใจก็ยังรู้ข่าว ถึงแม้จะไม่อยากฟัง แต่ก็มีมาให้ได้ยินตลอด
“่หลังมานี้มีคนจับตามองท่านประธานเยอะขึ้นนะครับ”
“ทางฝั่งพี่เขยต้องส่งคนมาคอยดูฉันอยู่แล้ว ตำรวจก็ตามดูอยู่ด้วยใช่ไหม”
"ครับ"
“แล้วมันไม่ใช่งานของผู้จัดการลีหรือ ความจงรักภักดีอะไรแบบนั้นไม่มีให้กันแล้วรึไง”
"ไม่ใช่ครับ"
“ไม่ใช่จริงรึ โดนแทงข้างหลังมันไม่สนุกหรอกนะ”
"ครับ......"
เมื่อเห็นสีหน้าของโอฮยอนโจแล้ว ลีจุนโฮถึงกับขนลุกไปชั่วขณะ นิยามความโรคจิตคือสิ่งที่เขาพูดทิ้งท้ายไว้เมื่อครู่
“อืม ผู้จัดการลีของฉันไม่ใช่คนที่จะลงมือโดยไม่ได้รับอนุญาตจากฉันสินะ”
“ท่านประธาน บางทีคนภายนอกอาจจะยุยงให้ฝ่ายเราแตกคอกันอยู่ก็ได้นะครับให้ผมลองสืบดูไหมครับ”
“ช่างมัน ปล่อยมันไป ไม่ได้มาอวดดีกับฉันสักหน่อย แค่เห็นพี่เขยโดนตัดแขนตัดขาก็สนุกแล้วหึ ๆ”
เขาก็ทำได้แค่สงสัยเท่านั้น โอฮยอนโจคิดว่ามันไร้ประโยชน์ที่มาจับตาดูเขาเว้นแต่จะสร้างหลักฐานปลอมขึ้นมา
“ฉันควรจะต้องแน่วแน่สินะ เพราะคนโง่อย่างพวกมันทำอะไรฉันไม่ได้หรอก”
วันปล่อยตัว
ผมกับจอนมินซองมุ่งหน้าไปที่เรือนจำเขตใต้
ผมเช่ารถและรับหน้าที่เป็คนขับ ส่วนจอนมินซองที่นั่งข้างคนขับเปิดเอกสารบรีฟข้อมูลเป็ครั้งสุดท้ายเพื่อให้รู้เกี่ยวกับเป้าหมายที่จะสะกดรอยตามได้อย่างถูกต้อง
“ผู้ชายที่ถูกปล่อยตัวในวันนี้ ไม่สิ ผู้หญิง นายคงเคยได้ยินมาบ้างแล้วล่ะ คดีการลักพาตัวและฆาตกรรมเด็กประถมในเขตดงช็อนตอนนั้นเด็กสาวม.ปลายอายุ 17 ปีและ 19 ปี ทั้งสองคนลักพาตัวและฆ่าเด็กอายุ 8ขวบ"
“ตอนนั้นคงแตกตื่นกันน่าดู แต่พวกเวรนั่นออกจากคุกไปแล้วเหรอ”
“คนที่อายุ 17 ยังเหลือเวลาติดคุกอีก 7 ปี แต่ฆ่าตัวตายไปแล้ว ส่วนพัคมีฮยังที่ถูกปล่อยตัววันนี้เป็ผู้สมรู้ร่วมคิดเลยโดนโทษ 13 ปี”
“ถึงจะเป็ผู้สมรู้ร่วมคิดแต่วางแผนฆาตกรรม โดนโทษแค่ 13 ปีไม่น้อยไปเหรอครับ หรือเป็เพราะเป็การทำผิดครั้งแรกและอายุยังน้อย”
“นั่นก็ใช่ แต่ทนายในตอนนั้นน่าทึ่งมาก เกือบจะเป็ทนายทีมเดียวกันกับตอนว่าความให้ลีจีฮยอง รองประธานบริษัทซองซัม พวกเขาดึงไปเป็คดีฆาตกรรมทางอ้อมที่ก่อให้เกิดการฆ่าตัวตายด้วยวาจาหรือทำร้ายร่างกายจนลดโทษเหลือแค่ 13ปี แล้วก็ถ้าออกจากคุกมาก็ไม่ต้องใส่กำไล EM[4] เหมือนนักโทษคนอื่น ๆ ด้วย ไงล่ะ ตะลึงจนพูดไม่ออกเลยสิ”
เป็คดีที่ได้รับความสนใจมากขนาดนั้น แต่ผลออกมาเป็แบบนี้เนี่ยนะ?
ถึงจะไม่ได้ลงมือฆ่าโดยตรง แต่พวกเขาก็สมรู้ร่วมคิดและร่วมมือกัน โทษที่ได้รับคือถูกตัดสินจำคุก13 ปี ผมถึงกับถอนหายใจออกมา
“เครือซองซัมนี่สุดยอดเลยนะครับ”
“ไม่ นายเข้าใจผิด เธอไม่ใช่คนของซองซัม ฉันแค่ยกตัวอย่างเพื่อให้นายรู้ว่าพวกเขามีทนายเก่งๆ แบบนี้”
“ถ้าอย่างนั้นเป็ลูกเศรษฐีตระกูลอื่นเหรอครับ”
“ไม่ได้จน แต่ก็ไม่ได้มาจากครอบครัวที่รวยระดับนั้น ตอนนั้นมีข่าวลือหนาหูมากว่าทำไมทนายถึงได้ตัวติดกับผู้ร้ายได้”
น้ำเสียงของจอนมินซองเหมือนกับเป็คำถามว่าตอนนี้เข้าใจแล้วหรือยัง
ผมพูดพลางพยักหน้า
“บางทีพวกนายหน้าอาจตั้งใจให้ทนายตามติด เพราะตั้งใจจะใช้งานในอีก 13ปีให้หลัง”
“ตอนนั้นฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่หลังจากที่ได้ยินวิธีที่นายบอกและมาดูข้อมูลอีกครั้งฉันก็พอจะปะติดปะต่อได้ ถ้าทำได้ดี วันนี้ก็อาจจะพอจับหางพวกมันได้”
ฟังคำอธิบายแล้วรู้สึกว่ามีความเป็ไปได้สูงแต่ก็ต้องโชคดีด้วย
พอบทสนทนาจบลง ผมขับรถไปหยุดอยู่ที่ลานจอดรถของเรือนจำเขตใต้ มีคนหลายสิบคนยืนอยู่ที่ประตูหน้า
“ผมก็ได้ยินข่าวมานะ แต่นี่มันไม่ใช่เล่น ๆ เลยนะครับ”
ประตูหน้ามีผู้คนอยู่เป็จำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นักข่าว เพราะเห็นกล้องอยู่ทุกที่พวกเขามาเพื่อถ่ายรูปคนที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลกในวันนี้
“ระยะเวลาการคุมขังของซงยองอู น่าช็อคมาก 1 ปี 6 เดือน… ฉันก็เป็อัยการนะแต่ตัดสินแบบนี้มันโคตรเลย”
ใช่
วันนี้ยังเป็วันปล่อยตัวของซงยองอู ผู้สร้างเว็บไซต์ค้าประเวณีเด็กที่ใหญ่ที่สุดในโลกอันที่จริงวันปล่อยตัวของพัคมีฮยัง ถูกเลื่อนขึ้นมาเป็วันเดียวกัน ต้องขอบคุณซงยองอูที่รับบทตัวหลักในวันนี้พัคมีฮยังจึงไม่ได้รับความสนใจเท่าไหร่นัก
“หรือว่านี่คือสิ่งที่นายหน้าวางแผนไว้?”
ผมส่ายหัวไปมาและคิดว่าผมคงเดามากเกินไปหรือมันอาจจะมีอิทธิพลมากขนาดนั้นจริงๆ
“ลงจากรถแล้วลองเข้าไปใกล้กว่านี้ดีกว่าครับ ตรงนี้มองไม่เห็นเลย”
"อืม"
เมื่อเห็นจอนมินซองลงจากรถไป ผมจงใจทำตัวอืดอาด ปลดเข็มขัดนิรภัย แล้วเหลือบมองกระเป๋าผ้าที่วางไว้ใต้เบาะหลังมันเป็ของขวัญที่เตรียมไว้สำหรับซงยองอู
สำหรับผม พัคมีฮยังเป็ตัวละครหลัก ส่วนซงยองอูเป็นักแสดงสมทบ
“ต้องรีบเอานักแสดงตัวประกอบออกให้หมดสิ”
นี่เป็ครั้งแรกที่ผมฆ่าคนบางคนในตอนกลางวันแสก ๆ
แต่ไม่ต้องกังวล เพราะนักข่าวที่มารวมตัวกันที่นั่น จะพิสูจน์ได้ว่าเป็การเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุ
[1]สตอล์กกิ้งคือ การสะกดรอยตาม
[2]ลหุโทษ คือโทษไม่ร้ายแรง โทษสถานเบา
[3]มาร์คซักเคอร์เบิร์ก คือ ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก
[4] กำไล EM คือกำไลข้อเท้าที่เป็อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทางของบุคคลในการปล่อยตัวชั่วคราว