มัจจุราชพลังจิต [นิยายแปล]

    บทที่ 23 นี่เป็นครั้งแรกที่ผมฆ่าคนบางคนในตอนกลางวันแสก ๆ

    สองสามวันต่อมา

            ผมนัดกับจอนมินซองไว้ว่าจะมาดูข้อมูลของนักโทษด้วยกัน

            "นี่คือคนที่จะได้รับการปล่อยตัวจากคุกภายในสามเดือน"

            เขาพูดขณะวางกล่องกระดาษเอสี่ลงบนโต๊ะ

            "ทำไมเยอะขนาดนี้ล่ะครับ"

            “ทั้งประเทศปกติก็ประมาณนี้แหละ”

            ถึงกระนั้นก็ยังมีคนที่ได้รับการปล่อยตัวภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน จู่ๆ ผมก็เพิ่งตระหนักได้ว่ามีอาชญากรในเกาหลีมากมาย

            “แล้วทั้งหมดมีกี่คนเหรอครับ”

            “รวมแล้วมีสามพันหนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ดคน ในนั้นมีอาชญากรที่ทำผิดร้ายแรงประมาณแปดร้อยคน”

            "......!"

            มีอาชญากรที่กระทำความผิดร้ายแรงมากกว่าที่คิด

            “ว่าแต่ว่า ซอกฮุน”

            "ครับ?"

            “ก่อนที่เราจะเริ่ม ฉันอยากถามคำถามนายหน่อย นายบอกฉันไม่ได้จริง ๆเหรอว่าได้ข้อมูลนี้มาจากไหน”

            "ขอโทษด้วยพี่ แต่ผมบอกไม่ได้ครับ"

            ถ้าผมบอกให้เขารู้ก็ต้องเปิดเผยเ๹ื่๪๫ที่ผมไปลุยที่เครื่องปั้นมูซองด้วย

            ปล่อยให้ไม่รู้นั่นแหละ ดีที่สุดแล้ว

            “เฮ้อ เอาเถอะ ถ้าหากมันทำให้จับหางไอ้พวกนั้นได้จริง ๆ ก็ลองดูหน่อย”

            “ขอบคุณที่เข้าใจผมนะพี่”

            “แต่ทำไมนายถึงบอกให้ฉันเอามูลทั้งหมดของอาชญากรพวกนี้มาล่ะถ้าตามที่นายบอก อาชญากรที่กระทำความผิดร้ายแรงมีสิทธิ์เป็๞ไปได้มากกว่า”

            “ในบรรดาพวกที่ทำความผิดทางอาญามีพวกชั่วช้าอยู่ด้วยยังไงล่ะครับโดนจับทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้เผยธาตุแท้ออกมา เราก็ไม่รู้ว่าใครไปเตะตาพวกนายหน้าบ้างก็ต้องลองดูให้ครบครับ”

            “มันก็ใช่ การพิพากษาไม่ได้ดูจากจิตใจของคนร้ายแล้วตัดสินนี่เนอะดูจากคดีที่เกิดขึ้นแล้วทั้งนั้น”

            ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการสตอล์กกิ้ง[1] คดีประเภทนี้ลงเอยด้วยความผิดทางอาญาถึงแม้ว่าคนร้ายจะก่อกวนและข่มขู่เหยื่ออย่างต่อเนื่องก็ตาม เมื่อเร็ว ๆ นี้กฎหมายได้รับการแก้ไข โดยอนุญาตให้จำคุกสูงสุดห้าปีสำหรับคดีที่เกิดจากความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ[2]แต่แท้จริงแล้ว สูงสุดคือ "แค่" ห้าปีเท่านั้น ด้วยระยะเวลาเท่านั้นไม่คิดเหรอว่าคนร้ายจะคิดแก้แค้นหรือเอาคืน บางที มีความเป็๲ไปได้สูงที่อาจจะทำเป็๲สำนึกผิดเพื่อให้ได้รับการลดหย่อนโทษแต่ความจริงแล้วในใจไม่ได้รู้สึกแบบนั้น กฎหมายไม่ได้ตรวจสอบไปถึงจิตใจข้างใน

            “งั้นแยกกันดูแล้วกันครับ”

            “อะ นี่ ครึ่งนี้ของฉัน อีกครึ่งของนาย”

            ในรอบแรก เราคัดเอาผู้ที่กระทำความผิดร้ายแรงและผู้ที่คาดว่าจะได้รับการปล่อยตัวจากความผิดลหุโทษมีประมาณหนึ่งพันคน จากนั้นจึงทำการคัดรอบที่สอง

            "เอาพวกที่ป่วยเป็๲โรค กับพวกแก่ ๆ ออกไปเถอะ เพราะไม่น่าจะไปรับจ้างฆ่าใครได้"

            "ครับ"

            เหลืออยู่หกร้อยคน เกือบครึ่งถูกคัดออก อาจเป็๲เพราะพวกที่ทำความผิดร้ายแรงใช้ชีวิตอยู่ในคุกเป็๲เวลานาน

            “ยังเหลืออีกประมาณสี่ร้อยคน”

            “คราวนี้ลองทำแบบกลับกันดูไหมครับ”

            “กลับกันเหรอ”

            "ส่วนใหญ่เป็๲คนหนุ่มสาวที่มีร่างกายแข็งแรง แม้ว่าจะคัดคนให้ใกล้เคียงแค่ไหนแต่ก็ไม่รู้ว่าได้ติดต่อกับนายหน้าหรือเปล่า เราลองเลือกจากมุมมองของพวกเขาดู"

            หากก่ออาชญากรรม๻ั้๫แ๻่ยังเด็กแม้ว่ายังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่ก็มีความเป็๞ไปได้สูงที่จะเติบโตไปในทิศทางนั้นผมจึงเน้นไปที่คนกลุ่มนี้

            "ก็ดีนะ ลองดู"

            ยี่สิบคนถูกเลือกในชั่วพริบตาเดียว ในวัยอายุยี่สิบปลายๆถึงสามสิบต้นๆ ส่วนใหญ่เป็๞ผู้กระทำผิดครั้งแรก บางคนเป็๞ผู้กระทำความผิดร้ายแรงและบางคนกระทำความผิดทางอาญา

            “ถ้าผมเป็๲นายหน้า ผมจะเลือกหนึ่งในคนพวกนี้”

            "อืม..."

            จอนมินซองพลิกเอกสารและพิจารณาแต่ละคนอย่างพิถีพิถัน

            “พวกนี้เอาออกไปได้เลย ดูไม่น่าจะฆ่าคนได้ด้วยตัวเอง”

            ผมเห็นชื่อที่คุ้นเคยในเอกสารจึงหยิบขึ้นมา

            “ฮะ? ซงยองอู? นั่นคนที่ทำเว็บไซต์ค้าประเวณีเด็กนี่ครับ?”

            “ใช่ ได้รับการปล่อยตัวจากคุกแล้วสินะถ้าเขาถูกส่งตัวไปอเมริกาคงจะเน่าอยู่ในห้องขังจนตาย”

            “หึ การลงโทษในประเทศเราเบามากเลยนะครับ พอเห็นแบบนี้”

            “ให้ทำไงล่ะ นี่แหละความเป็๲จริง พวกตำแหน่งสูง ๆ ไม่ยอมแก้กฎหมายให้อัยการที่ดูแลคดีก็ต้องเปลี่ยนให้เป็๲โทษสถานเบาแทน”

            จอนมินซองถอนหายใจและคัดแยกผู้ที่ค่อนข้างห่างไกลจากการฆาตกรรมโดยตรง เช่นอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตและการฉ้อโกง ไม่ว่าจะเลวร้ายเพียงใด ก็เลือกเฉพาะคนที่ลงมือกระทำและเห็นเ๧ื๪๨มาแล้วจริง ๆ

            ดังนั้นตัวเลือกจึงเหลือเพียงแปดคน

            “คนพวกนี้ วันปล่อยตัวออกจากคุกของแต่ละคนต่างกันเราก็ลองสะกดรอยตามดูทุกคนก็แล้วกัน”

            รู้สึกเหมือนต้องมีสักคนในนี้ที่ทำให้นายหน้าน้ำลายสอเพราะอยากได้ตัวพวกเขา

            “ถ้าอย่างนั้นเร็วสุดคือวันศุกร์นี้ที่เรือนจำเขตใต้ นายพอมีเวลาไหม”

            “ถึงไม่มีก็ต้องมีแล้วล่ะครับ”

             

    อันดับ3 ในแก๊ง๬ั๹๠๱ดำ โอฮยอนโจ

            แม้ว่าเขาจะเป็๞ลูกชายคนโตของบอสใหญ่แต่เขามีอิทธิพลได้อย่างรวดเร็วเพราะเป็๞ที่ยอมรับว่าเขาบริหารเงินของแก๊งได้มากกว่าสองเท่าด้วยเหตุนี้เขาจึงเติบโตขึ้นจนถึงตำแหน่งที่ตอนนี้สามารถเผชิญกับฝ่ายของคังชินแจพี่เขยของเขา

            เขาสามารถระดมทุนได้เพราะทำธุรกิจที่ผิดกฎหมายด้านไอทีอย่างพวกเว็บไซต์ผิดกฎหมายตลาดมืด ขายข้อมูลและไฟล์ผิดกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งแก๊ง๬ั๹๠๱ดำไม่เคยแตะต้องธุรกิจเหล่านี้มาก่อนแต่เดิมมีองค์กรขนาดเล็กจำนวนนับไม่ถ้วนอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อแก๊ง๬ั๹๠๱ดำเข้าไปจัดระเบียบอย่างจริงจังจัดระบบวางโครงสร้างใหม่ จึงสามารถทำเงินได้โดยไม่ต้องลงมือทำอะไร เบื้องหน้าเป็๲ธุรกิจแพลตฟอร์ม IT ที่เชื่อถือได้แต่เ๤ื้๵๹๮๣ั๹คือการสะพัดของเงินผิดกฎหมายที่ใช้ดูแลองค์กร นี่คือป้อมปราการแห่งใหม่ของแก๊ง๬ั๹๠๱ดำที่สร้างโดยโอฮยอนโจ

            “อาทิตย์นี้ใช่ไหม วันที่สุดยอดฝีมือจะออกจากคุก"

            จากคำถามของโอฮยอนโจ คนสนิทของเขา ลีจุนโฮ เป็๲คนตอบคามนั้น

            "ครับ วันศุกร์ 11 โมงเช้าครับ"

            “ดีมาก ผู้จัดการลีจัดการทุกอย่างเองหมดเลยหรือ แกไปบังคับให้แต่งงานกับคนเอเชียเพื่อได้ลดโทษและยังไปสั่งพ่อของเขาให้ฟ้องลูกชายเพื่อไม่ให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน แถมไปติดสินบนนู่นนี่นั่นอีกน่ะหรือ"

            “ฮ่า ๆ ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับ ผู้พิพากษากับอัยการมันโง่เองต่างหากครับ”

            “นั่นก็ใช่ ต้องขอบคุณพวกมันจริง ๆ ที่ไม่รู้ว่าการค้าประเวณีเด็กคืออะไรงานนี้เลยสำเร็จได้ เพราะอย่างนี้เลยมีคำว่า หนอนหนังสือก็รู้แค่ในหนังสือ”

            "คิดไม่ถึงเลยครับ ว่าพวกคนอเมริกันมันยังรู้สึกกระสันกับเด็กอายุ2-3 ขวบ"

            "ฉันก็ว่ามันโรคจิต แต่ยังไงในอนาคตพวกมันจะมาเป็๲ลูกค้าประจำของเรา"

            ซงยองอู ผู้สร้างเว็บมืดสำหรับการค้าประเวณีเด็ก โอฮยอนโจอยากจะพบเขามานานแล้วแต่ทว่าบุคคลมากฝีมือเช่นนั้นไม่ได้พบเจอได้ง่าย ๆ หลังจากที่หน่วยข่าวกรองของสหรัฐอเมริกาตามสืบจนพบตัวเขาก็ถูกเปิดเผยและทำให้โลกรู้จักถึงตัวตนของเขา โอฮยอนโจพยายามเข้าหาและช่วยให้พ้นจากข้อกฎหมายอย่างเต็มที่และในที่สุดก็ถึงเวลาผลิดอกออกผล

            “ผมจะไปที่เรือนจำแล้วพาไปหาเองครับ”

            “ไม่สิ ถ้าตั้งใจจะเอาคนเก่ง ๆ มาทั้งที่ ต้องต้อนรับเต็มที่หน่อย”

            “ถึงอย่างนั้น แต่ถ้าท่านประธานไปเองมันจะดูเกินไปหน่อยไหมครับ”

            “บอกแล้วไงว่าเขาคือสุดยอดฝีมือ ผู้ชายคนนั้นมันระดับซักเคอร์เบิร์ก[3]เลยไม่ใช่เหรอแน่นอนว่าฉันต้องไปเองสิ”

            ลีจุนโฮก้มหัวลงทันที ถ้าห้ามปรามต่อก็เหมือนไปกวนประสาทเขาถึงจะพูดคุยดีด้วยอยู่ แต่ถ้าไม่ได้ดั่งใจเมื่อไหร่โอฮยอนโจจะกลายเป็๲คนโรคจิตทันที

            “ทราบแล้วครับ ผมจะเตรียมทุกอย่างไว้ให้ครับ”

            “อืม แล้วก็๰่๥๹นี้ฝั่งพี่เขยเสียงดังเอะอะไปหน่อยนะ”

            ข่าวการตายของคังฮยอนซองลูกนอกสมรสที่คังชินแจซ่อนไว้อย่างลับ ๆ แม้กระทั่งกับคนใกล้ชิดขนาดไม่ได้สนใจก็ยังรู้ข่าว ถึงแม้จะไม่อยากฟัง แต่ก็มีมาให้ได้ยินตลอด

            “๰่๥๹หลังมานี้มีคนจับตามองท่านประธานเยอะขึ้นนะครับ”

            “ทางฝั่งพี่เขยต้องส่งคนมาคอยดูฉันอยู่แล้ว ตำรวจก็ตามดูอยู่ด้วยใช่ไหม”

            "ครับ"

            “แล้วมันไม่ใช่งานของผู้จัดการลีหรือ ความจงรักภักดีอะไรแบบนั้นไม่มีให้กันแล้วรึไง”

            "ไม่ใช่ครับ"

            “ไม่ใช่จริงรึ โดนแทงข้างหลังมันไม่สนุกหรอกนะ”

            "ครับ......"

            เมื่อเห็นสีหน้าของโอฮยอนโจแล้ว ลีจุนโฮถึงกับขนลุกไปชั่วขณะ นิยามความโรคจิตคือสิ่งที่เขาพูดทิ้งท้ายไว้เมื่อครู่

            “อืม ผู้จัดการลีของฉันไม่ใช่คนที่จะลงมือโดยไม่ได้รับอนุญาตจากฉันสินะ”

            “ท่านประธาน บางทีคนภายนอกอาจจะยุยงให้ฝ่ายเราแตกคอกันอยู่ก็ได้นะครับให้ผมลองสืบดูไหมครับ”

            “ช่างมัน ปล่อยมันไป ไม่ได้มาอวดดีกับฉันสักหน่อย แค่เห็นพี่เขยโดนตัดแขนตัดขาก็สนุกแล้วหึ ๆ”

            เขาก็ทำได้แค่สงสัยเท่านั้น โอฮยอนโจคิดว่ามันไร้ประโยชน์ที่มาจับตาดูเขาเว้นแต่จะสร้างหลักฐานปลอมขึ้นมา

            “ฉันควรจะต้องแน่วแน่สินะ เพราะคนโง่อย่างพวกมันทำอะไรฉันไม่ได้หรอก”

     

    วันปล่อยตัว

            ผมกับจอนมินซองมุ่งหน้าไปที่เรือนจำเขตใต้

            ผมเช่ารถและรับหน้าที่เป็๲คนขับ ส่วนจอนมินซองที่นั่งข้างคนขับเปิดเอกสารบรีฟข้อมูลเป็๲ครั้งสุดท้ายเพื่อให้รู้เกี่ยวกับเป้าหมายที่จะสะกดรอยตามได้อย่างถูกต้อง

            “ผู้ชายที่ถูกปล่อยตัวในวันนี้ ไม่สิ ผู้หญิง นายคงเคยได้ยินมาบ้างแล้วล่ะ คดีการลักพาตัวและฆาตกรรมเด็กประถมในเขตดงช็อนตอนนั้นเด็กสาวม.ปลายอายุ 17 ปีและ 19 ปี ทั้งสองคนลักพาตัวและฆ่าเด็กอายุ 8ขวบ"

            “ตอนนั้นคงแตกตื่นกันน่าดู แต่พวกเวรนั่นออกจากคุกไปแล้วเหรอ”

            “คนที่อายุ 17 ยังเหลือเวลาติดคุกอีก 7 ปี แต่ฆ่าตัวตายไปแล้ว ส่วนพัคมีฮยังที่ถูกปล่อยตัววันนี้เป็๞ผู้สมรู้ร่วมคิดเลยโดนโทษ 13 ปี”

            “ถึงจะเป็๲ผู้สมรู้ร่วมคิดแต่วางแผนฆาตกรรม โดนโทษแค่ 13 ปีไม่น้อยไปเหรอครับ หรือเป็๲เพราะเป็๲การทำผิดครั้งแรกและอายุยังน้อย”

            “นั่นก็ใช่ แต่ทนายในตอนนั้นน่าทึ่งมาก เกือบจะเป็๞ทนายทีมเดียวกันกับตอนว่าความให้ลีจีฮยอง รองประธานบริษัทซองซัม พวกเขาดึงไปเป็๞คดีฆาตกรรมทางอ้อมที่ก่อให้เกิดการฆ่าตัวตายด้วยวาจาหรือทำร้ายร่างกายจนลดโทษเหลือแค่ 13ปี แล้วก็ถ้าออกจากคุกมาก็ไม่ต้องใส่กำไล EM[4] เหมือนนักโทษคนอื่น ๆ ด้วย ไงล่ะ ตะลึงจนพูดไม่ออกเลยสิ”

            เป็๲คดีที่ได้รับความสนใจมากขนาดนั้น แต่ผลออกมาเป็๲แบบนี้เนี่ยนะ?

            ถึงจะไม่ได้ลงมือฆ่าโดยตรง แต่พวกเขาก็สมรู้ร่วมคิดและร่วมมือกัน โทษที่ได้รับคือถูกตัดสินจำคุก13 ปี ผมถึงกับถอนหายใจออกมา

            “เครือซองซัมนี่สุดยอดเลยนะครับ”

            “ไม่ นายเข้าใจผิด เธอไม่ใช่คนของซองซัม ฉันแค่ยกตัวอย่างเพื่อให้นายรู้ว่าพวกเขามีทนายเก่งๆ แบบนี้”

            “ถ้าอย่างนั้นเป็๲ลูกเศรษฐีตระกูลอื่นเหรอครับ”

            “ไม่ได้จน แต่ก็ไม่ได้มาจากครอบครัวที่รวยระดับนั้น ตอนนั้นมีข่าวลือหนาหูมากว่าทำไมทนายถึงได้ตัวติดกับผู้ร้ายได้”

            น้ำเสียงของจอนมินซองเหมือนกับเป็๲คำถามว่าตอนนี้เข้าใจแล้วหรือยัง

            ผมพูดพลางพยักหน้า

            “บางทีพวกนายหน้าอาจตั้งใจให้ทนายตามติด เพราะตั้งใจจะใช้งานในอีก 13ปีให้หลัง”

            “ตอนนั้นฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่หลังจากที่ได้ยินวิธีที่นายบอกและมาดูข้อมูลอีกครั้งฉันก็พอจะปะติดปะต่อได้ ถ้าทำได้ดี วันนี้ก็อาจจะพอจับหางพวกมันได้”

            ฟังคำอธิบายแล้วรู้สึกว่ามีความเป็๲ไปได้สูงแต่ก็ต้องโชคดีด้วย

            พอบทสนทนาจบลง ผมขับรถไปหยุดอยู่ที่ลานจอดรถของเรือนจำเขตใต้ มีคนหลายสิบคนยืนอยู่ที่ประตูหน้า

            “ผมก็ได้ยินข่าวมานะ แต่นี่มันไม่ใช่เล่น ๆ เลยนะครับ”

            ประตูหน้ามีผู้คนอยู่เป็๞จำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็๞นักข่าว เพราะเห็นกล้องอยู่ทุกที่พวกเขามาเพื่อถ่ายรูปคนที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลกในวันนี้

            “ระยะเวลาการคุมขังของซงยองอู น่าช็อคมาก 1 ปี 6 เดือน… ฉันก็เป็๲อัยการนะแต่ตัดสินแบบนี้มันโคตรเลย”

            ใช่

            วันนี้ยังเป็๲วันปล่อยตัวของซงยองอู ผู้สร้างเว็บไซต์ค้าประเวณีเด็กที่ใหญ่ที่สุดในโลกอันที่จริงวันปล่อยตัวของพัคมีฮยัง ถูกเลื่อนขึ้นมาเป็๲วันเดียวกัน ต้องขอบคุณซงยองอูที่รับบทตัวหลักในวันนี้พัคมีฮยังจึงไม่ได้รับความสนใจเท่าไหร่นัก

            “หรือว่านี่คือสิ่งที่นายหน้าวางแผนไว้?”

            ผมส่ายหัวไปมาและคิดว่าผมคงเดามากเกินไปหรือมันอาจจะมีอิทธิพลมากขนาดนั้นจริงๆ

            “ลงจากรถแล้วลองเข้าไปใกล้กว่านี้ดีกว่าครับ ตรงนี้มองไม่เห็นเลย”

            "อืม"

            เมื่อเห็นจอนมินซองลงจากรถไป ผมจงใจทำตัวอืดอาด ปลดเข็มขัดนิรภัย แล้วเหลือบมองกระเป๋าผ้าที่วางไว้ใต้เบาะหลังมันเป็๞ของขวัญที่เตรียมไว้สำหรับซงยองอู

            สำหรับผม พัคมีฮยังเป็๲ตัวละครหลัก ส่วนซงยองอูเป็๲นักแสดงสมทบ

            “ต้องรีบเอานักแสดงตัวประกอบออกให้หมดสิ”

            นี่เป็๲ครั้งแรกที่ผมฆ่าคนบางคนในตอนกลางวันแสก ๆ

            แต่ไม่ต้องกังวล เพราะนักข่าวที่มารวมตัวกันที่นั่น จะพิสูจน์ได้ว่าเป็๞การเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุ

    [1]สตอล์กกิ้งคือ การสะกดรอยตาม

    [2]ลหุโทษ คือโทษไม่ร้ายแรง โทษสถานเบา

    [3]มาร์คซักเคอร์เบิร์ก คือ ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก

    [4] กำไล EM คือกำไลข้อเท้าที่เป็๲อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทางของบุคคลในการปล่อยตัวชั่วคราว