ย้อนกาลมาสานวาสนารักกับท่านอ๋อง 苏王妃

    ตอนที่ 36.1 ราคาที่ต้องจ่าย


     

            “เบิกตัวฮั่นหวางเฟยเข้าเฝ้า!”

            เสียงประกาศของขันทีดังขึ้นจูเกาเซวียนหันขวับไปมองด้านหลังทันควัน ยามนี้ที่ปลายสุดทางเดินตรงประตูท้องพระโรงมีสตรีนางหนึ่งยืนอยู่

            ซูอันหนิงอยู่ในชุดพระราชทานประจำตำแหน่งพระชายาชินอ๋องศีรษะพันด้วยผ้าพันแผลแทนมงกุฎแสดงสถานะพระชายา สีหน้าของนางยามนี้ขาวซีดกว่าปกติวูบหนึ่งนั้นจูเกาเซวียนคิดว่าตนเองตาฝาด

            เหตุใดนางจึงดูแย่กว่าเมื่อวานนี้เสียอีก!

            พระชายาฮั่นอ๋องประคองมือไว้ที่ระดับอกค่อยเดินเข้ามาในท้องพระโรงชั่วคราวช้าๆ ลมหนาวพัดอาภรณ์ปลิวสะบัดทำให้ร่างบางเซเล็กน้อย จูเกาเซวียนขยับเท้าทำท่าจะพุ่งเข้าไปประคอง ก่อนจะตระหนักได้ว่าที่นี่คือท้องพระโรงจึงหยุดตัวเองไว้ทัน

            ซูอันหนิงหยุดยืนเพื่อประคองตนเองให้มั่นคงแล้วจึงเดินต่อแม้ท่าทางจะอิดโรยอ่อนแอแต่คนกลับสงบนิ่งมั่นคง

            นางเดินเข้ามาหยุดกลางโถงคุกเข่าคำนับตามพิธีการ

            “ถวายบังคมฝ่าบาทขอพระองค์จงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี”

            ฮ่องเต้มองลงมาจากบัลลังก์มังกรราวกับต้องการพินิจนางให้นานขึ้นแต่พระองค์ไม่ทรงทำให้นางลำบากใจนัก เพียงอึดใจเดียวก็ตรัสอนุญาต

            “ลุกขึ้น ไปนั่งด้านข้างให้หมอหลวงจับชีพจร”

            “ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ”

            ซูอันหนิงลุกขึ้นช้าๆ นางมองมาทางฮั่นอ๋องแวบหนึ่งชั่วขณะที่ทั้งคู่สบตากัน ราวกับว่าร้อยเรื่องราวในใจของนางถูกถ่ายทอดออกมาถึงเขามีทั้งคำขอโทษที่ไร้เสียง และการยืนกรานอย่างหนักแน่น

            นางจำเป็นต้องทำเช่นนี้...

             จูเกาเซวียนกำมือแน่นได้แต่กัดฟันมองดูนางเดินโอนเอนไปมาราวกับลำไผ่ลู่ลม เขาอยากเข้าไปพยุงนางอยากพานางกลับไปรักษาตัว ไม่ต้องมาให้ใครตรวจสอบราวกับผู้ต้องหาเช่นนี้

             ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะเขาปกป้องนางได้ไม่ดีพอทั้งที่เขาเอ่ยปากอย่างหนักแน่นว่าจะปกป้องนาง!

             ในอกของเขาแสบร้อนบางอย่างพลันแล่นมาจุกที่ลิ้นปี่ เขาไอออกมาจนใบหน้าแดงก่ำราวกับว่าอาการป่วยได้กำเริบขึ้นมาอีกครั้ง ขุนนางที่อยู่ใกล้ขยับเข้ามาไถ่ถามเขาได้แต่กลืนรสหวานของโลหิตลงคอพลางส่ายหน้า สายตามองตามแผ่นหลังของนางไม่ห่าง

            ด้านข้างท้องพระโรงคือตั่งเตี้ยที่ถูกเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้วทันทีที่ซูอันหนิงเข้าไปนั่งแพรขาวก็ถูกกางขึ้นกั้นสายตาผู้คน นางกำนัลเข้ามาช่วยจัดท่านั่งคลุมแพรบางที่ข้อมือซึ่งยื่นออกมาจากม่านขาว หมอหลวงห้าคนอยู่อีกด้านของม่านรอคอยที่จะตรวจชีพจรต่อเบื้องพระพักตร์

             ทันใดนั้นเสียงประกาศของขันทีก็ดังขึ้น

            “หมอหลวงจะเริ่มจับชีพจร ณ บัดนี้”

            จูเกาเซวียนขยับตัวไปทางนั้นก้าวหนึ่งเขากำโลหิตที่สำลักไอออกมาเมื่อครู่ไว้บนฝ่ามือแน่น เงยหน้าขึ้นมองไปทางม่านขาวดวงตาของเขาสั่นไหวหัวใจเต้นระทึก

            เมื่อวานนางยังมีอาการชีพจรผิดปกติอยู่ ไม่มีทางที่หมอหลวงจะตรวจไม่พบเขาเพิ่งกลับจากแดนเหนือเมื่อเดือนที่แล้วหากหมอวินิจฉัยว่าอายุครรภ์ของนางมากกว่าหนึ่งเดือนจะทำอย่างไรจะปฏิเสธแล้วยืนยันว่านางไม่ได้ท้องจริงๆ หรือจะสวมรอยยอมรับเอาไว้ก่อน

            แต่หากสวมรอยยอมรับนั่นไม่เท่ากับโทษหลอกลวงเบื้องสูงหรือ

            เขาจะไขว้เขวไม่ได้...จูเกาเซวียนพยายามรวบรวมสติแล้วคิดใคร่ตรองถึงแผนการที่จะทำให้ซูอันหนิงปลอดภัยที่สุด

            นางไม่ได้ท้องจริงๆนางยังเป็นสาวพรหมจรรย์แต่...การตรวจพรหมจรรย์สตรีเป็นเรื่องหลู่เกียรติของนางยิ่งนักเขาไม่ยอมโดยเด็ดขาด

            เช่นนั้นก็ต้องยืนยันให้ตรวจครรภ์ปลอมเท่านั้นถึงอย่างไรนางก็ไม่ได้ตั้งครรภ์จริงๆ เขายินดีใช้ตำแหน่งชินอ๋องเป็นเดิมพันเสด็จพ่อคงจะไม่รีบร้อนตัดสินนางกระมัง

            ในขณะที่ฮั่นอ๋องคิดหาทางออกเอาไว้มากมายหมอหลวงก็กำลังจับชีพอย่างเงียบงัน เวลาค่อยๆ ไหลรินไปอย่างช้าๆ

            หมอหลวงคนแรกยกปลายนิ้วขึ้นหันไปทางบัลลังก์มังกร ประสานมือกราบทูล

            “ทูลฝ่าบาท ชีพจรฮั่นหวางเฟยสับสนบางคราวมีอาการชีพจรลื่นมาๆ หายๆ แต่ไม่ใช่สัญญาณชีพจรมงคลพ่ะย่ะค่ะเป็นการบำรุงมากเกินไป”

            เกิดความเงียบขึ้นในท้องพระโรงมีคนขมวดคิ้วสงสัย แต่มีอีกหลายคนถอนหายใจราวโล่งอก

            จูเกาเซวียนสูดหายใจลึกคล้ายคนตกสู่ห้วงเหวลึกแล้วคว้ากิ่งไม้ช่วยชีวิตไว้ได้ดวงตาของเขาเบิกกว้างเล็กน้อยราวกับไม่แน่ใจนักว่าสิ่งที่ตนเองได้ยินจะเป็นเรื่องจริง

            นางไม่มีอาการชีพจรมงคลแล้วหรือ

            หมอหลวงคนที่สองและสามเข้าไปจับชีพจรต่อ คำวินิจฉัยยังคงคล้ายคลึงกับคนแรก

            “ทูลฝ่าบาทฮั่นหวางเฟยร่างกายอ่อนแอชี่พร่องจากการเสียเลือดมาก แต่ก็มีอาการถูกไฟร้ายรุมเร้า หากปล่อยไว้ไม่รีบรักษาอาจส่งผลต่อร่างกายในระยะยาวพ่ะย่ะค่ะ”

            หมอหลวงฮั่วคือคนที่สี่หลังจากจับชีพจรกลับขมวดคิ้วนิ่วหน้าจรดปลายนิ้วนานกว่าคนอื่นๆ

            “ชีพจรของฮั่นหวางเฟยแปลกยิ่งนักคล้ายกับว่าเพิ่งดื่มยาที่ไม่ถูกโรค ทำให้ชี่ปั่นป่วนอ่อนแอ ไฟในร่างทำร้ายภายใน”

            เขาหันไปทางหมอหลวงเซี่ย ถามว่า“ท่านจ่ายอะไรให้หวางเฟยหรือ”

            จูเกาเซวียนขมวดคิ้วหรี่ตามองหมอหลวงฮั่วหัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้นมาอีก นึกถึงท่าทางผิดปกติของซูอันหนิงเมื่อวานแล้วหัวใจก็หล่นวูบ

            นางเชิญเขาร่วมโต๊ะอาหาร ทำชามยาของเขาล้มอ่อนโยนกว่าที่เคย ก็เพราะมีแผนการนี้อยู่แต่เดิมหรือ

            หรือนางจะตั้งใจดื่มยาขัดโรค!

            นึกถึงคำถามที่นางถามเขาเมื่อวานในใจยิ่งไม่สงบ

            “หากมีข่าวลือกระจายออกไปหวางเย่มีแผนรับมืออย่างไรเพคะ”

            เขาตอบว่าอย่างไรนะ...

            “ข้าจะสลายข่าวลือเอง เหมือนตอนนั้น”

            ชายหนุ่มขบกรามแน่น

            นี่คือเหตุผลที่เจ้าไม่อยากพึ่งพาข้าเช่นนั้นหรือเพราะข้าไม่อาจปกป้องเจ้าได้ใช่หรือไม่?

             

            หมอหลวงเซี่ยสูดหายใจ เขายื่นบันทึกการรักษาส่งให้หมอหลวงฮั่ว“ท่านลองตรวจดูบันทึกการรักษาของข้าได้”

            หลังจากส่งบันทึกการรักษาให้หมอหลวงฮั่วแล้วหมอหลวงเซี่ยก็หันไปกราบทูลทางฮ่องเต้

            “ทูลฝ่าบาทกระหม่อมถูกเรียกไปรักษาอาการป่วยของหวางเย่หลังงานเลี้ยงตงจื้อ ยามนั้นหวางเย่ตรากตรำในงานพิธีบูชาฟ้าดินจึงมีไอเย็นเกาะผิวกำเริบร่วมกับมีไฟร้ายในอกจำต้องค่อยๆ รักษาไปทีละขั้น

            ขณะเดียวกันพระชายาก็ประสบอุบัติเหตุศีรษะแตกทว่าฮั่นหวางเฟยมิได้มีเพียงบาดแผลภายนอก นางถูกไอเย็นแทรกซึมเข้าร่างหลังบาดเจ็บกระหม่อมจึงจัดยาบำรุงโลหิต ร่วมกับสมุนไพรขจัดไอเย็น แต่...”

            หมอหลวงเซี่ยเว้นจังหวะครู่หนึ่ง

            “คล้ายกับว่าพระชายาได้ดื่มกินบางสิ่งที่กระหม่อมไม่อาจวินิจฉัยได้ในงานเลี้ยงยาที่กระหม่อมจ่ายจึงได้ขัดกันกับอาหารที่ฮั่นหวางเฟยเสวยจึงทำให้ชีพจรไม่ปกติพ่ะย่ะค่ะ ด้วยเหตุนี้...ฮั่นหวางเย่จึงได้ให้กระหม่อมพักอยู่ที่จวนเพื่อเฝ้าดูอาการและปรับเทียบยาอย่างใกล้ชิดพ่ะย่ะค่ะ”

            ฮ่องเต้หรี่พระเนตร มองหมอหลวงนิ่งนานหมอหลวงเซี่ยยังคงก้มหน้าประสานมืออย่างสงบ แม้แผ่นหลังจะชื้นเหงื่อแล้วก็ตาม

            หมอหลวงฮั่วอ่านบันทึกจนถี่ถ้วนแล้วจึงส่งบันทึกการรักษาให้หมอหลวงคนที่ห้าหันไปกราบทูลว่า “ทูลฝ่าบาท บันทึกการรักษาเป็นเช่นนั้นจริงพ่ะย่ะค่ะ”

            ผลการตรวจชีพจรจากหมอทั้งห้าคนล้วนวินิจฉัยตรงกันว่าพระชายาฮั่นอ๋องไม่มีสภาวะตั้งครรภ์

            สีพระพักตร์ของฮ่องเต้อ่อนลงเล็กน้อย“ในเมื่อไม่ได้ท้องก็ให้เลิกพูดเรื่องนี้ ส่งฮั่นหวางเฟยกลับจวนประทานเห็ดหลินจือแดงและสมุนไพรบำรุงให้หมอหลวงเซี่ยประจำอยู่ที่จวนฮั่นหวางรักษาอาการฮั่นหวางและพระชายาจนกว่าจะหาย”

            “น้อมรับพระบัญชา”

            คนที่โล่งใจที่สุดและหนักใจที่สุดกลับเป็นจูเกาเซวียนเขารีบขอบพระทัยทันที “ขอบพระทัยฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”

            พอลุกขึ้นยืนอีกครั้ง จู่ๆไหล่ด้านหนึ่งก็ทรุดลงจากน้ำหนักมือที่กดลงมาอย่างตั้งใจ จูเกาเซวียนสูดหายใจลึกข่มความพลุ่งพล่านในอก แล้วหันไปมององค์รัชทายาทซึ่งขยับมายืนอยู่ข้างกายเขาเมื่อไรไม่ทราบ

             “น้องรอง เจ้าดูตื่นตระหนกเกินไปหรือไม่”องค์รัชทายาทยิ้มบางๆ แล้วถาม

             จูเกาเซวียนหน้าตึง มือกำแท่งฮู่แน่น“นางถูกใส่ร้ายครั้งแล้วครั้งเล่า ถูกปล่อยข่าวลือเอาชีวิต...”ดวงตาของเขาเข้มขึ้น ไม่ได้รักษาท่าทีสุภาพดังเคย “หากครั้งนี้แผนร้ายสำเร็จน้องสะใภ้ของท่านก็คงต้องโทษประหารไปแล้ว ท่านยิ้มได้ แต่ข้า...คือสามีของนางมิอาจทนได้!”

             กล่าวจบจูเกาเซวียนก็เบี่ยงไหล่ออกจากฝ่ามือของรัชทายาทแล้วหันไปกราบทูล

             “ทูลฝ่าบาทเห็นได้ชัดว่ามีคนจงใจปล่อยข่าวลือเสียหายหวังทำลายชื่อเสียงราชวงศ์ให้แปดเปื้อนหากยังปล่อยไว้จะต้องไม่เป็นผลดีแน่พ่ะย่ะค่ะ”

             รอยยิ้มขององค์รัชทายาทจางลงแววตาของเขาลึกขึ้น

             คำกราบทูลของฮั่นอ๋องเรียกเสียงสนับสนุนจากขุนนางไม่น้อย

             ฮ่องเต้ทอดพระเนตรลงมา แววตาลังเลวูบหนึ่งแต่สุดท้ายก็ยังออกคำสั่ง

            “ให้องครักษ์จิ่นอีเว่ยเป็นผู้รับผิดชอบประกาศออกไป...ต่อไปนี้ผู้ใดปล่อยข่าวลือทำลายเกียรติราชวงศ์ต้องถูกจับสืบหาต้นตอข่าวลือ หากยืนยันเป็นเรื่องเท็จ ประหาร! ให้มีผลตั้งแต่บัดนี้”

            ผู้บัญชาการกองกำลังจิ่นอีเว่ยก้าวออกมาจากแถว“รับพระบัญชา”

            “เลิกประชุม”

            จูเกาเซวียนเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังของฮ่องเต้ก่อนจะเหลือบมององค์รัชทายาทที่อยู่อีกด้าน ทั้งคู่สบตากันครู่หนึ่งก่อนจะเดินจากไปคนละทาง

             

            รถม้าจวนฮั่นอ๋องแล่นออกมาจากวังหลวงชั่วคราวโดยมีกองกำลังอวี่หลินคอยคุ้มกันซูอันหนิงนั่งพิงไหล่กับผนังรถม้าราวกับคนสิ้นเรี่ยวแรง อากาศภายนอกหนาวเย็นมากแต่เฉินหลิงต้องคอยซับเหงื่อให้ผู้เป็นนายอยู่ตลอด

            “ยังไม่ถึงอีกหรือ”ซูอันหนิงถามเสียงเบา

            เฉินหลิงแหวกม่านออก มองไปด้านนอก“ใกล้แล้วเจ้าค่ะ”

            ม้าค่อยๆชะลอความเร็วแล้วหยุดลงหน้าจวนฮั่นอ๋อง เสียงรายงานอันคุ้นเคยดังขึ้น “ถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

            เฉินหลิงแหวกม่านรถออกหม่าหมัวมัวประคองพระชายาออกมา ซูอันหนิงมองซูอันเหิงซึ่งทำหน้าที่คุ้มกันขบวนอย่างอึ้งงันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มให้เขาราวกับจะบอกว่านางไม่เป็นไร

            ซูอันเหิงขมวดคิ้วแน่นคิดว่าเขาตาบอดมองไม่เห็นท่าทางโรยแรงของนางหรือไร

            ชายหนุ่มกุมหมัดคารวะเอ่ยอย่างเป็นทางการ “ขอให้หวางเฟยทรงดูแลสุขภาพ อย่าได้เจ็บป่วยอีกเลย”

            หญิงสาวยิ้มเจื่อนตอบเสียงแผ่ว“รับความหวังดีจากท่านแล้ว เจ็บป่วยยากจะหลีกเลี่ยงแต่อย่างน้อยก็ทำให้ฝ่าบาททรงใช้งานองครักษ์จิ่นอีเว่ยแล้ว”

            “ท่านไม่ต้องห่วงองครักษ์จิ่นอีเว่ยจะต้องหาคนผู้นั้นออกมาได้แน่”

            ซูอันหนิงหลุบตาลงต่ำ กล่าวเสียงเรียบ“เกรงว่า...ต่อให้รู้ ก็ไม่อาจทำอะไรได้ยังคงต้องคำนึงถึงชื่อเสียงราชวงศ์เป็นหลัก”

            ซูอันเหิงหรี่ตาถาม“ท่านรู้ว่าเป็นฝีมือผู้ใดหรือ”

            “เดาได้ไม่ยาก”

            มีสตรีเพียงนางเดียวที่เป็นปฏิปักษ์กับข้าเมื่อรู้ว่าเป็นนาง ฮั่นหวางเองก็คง...ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน

            ความคิดนี้ทำให้หัวใจของนางปวดแปลบขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

            ซูอันหนิงรีบกล่าวลาแล้วเดินตามแรงพยุงของหม่าหมัวมัวเข้าไปในจวนมือที่จับแขนหม่าหมัวมัวกำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัวทันทีที่เดินพ้นประตูกั้นเรือนชั้นใน ร่างบางก็ล้มลงเสียงบ่าวร้องขึ้นอย่างตื่นตระหนก

    หมอหลวงเซี่ยรีบตามเข้าไปการรักษาอย่างเร่งด่วน

    คล้ายกับเรื่องย้อนกาลมาสานวาสนารักกับท่านอ๋อง 苏王妃 ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367