The World : ฝ่าวิกฤต พิชิตโลก

    ตอนที่ 34 ความกล้า

    การ์ด ความสามารถอันเชิญ ขั้น 2 ระดับ 2
    เปิดครั้งแรก
    ได้ ทักษะขั้น 2 ระดับ 2
    อะไร!
    จะดวงดีขนาดนั้น
    เฮ้ออยายน้องตัวแสบทำไมถึงได้โชคดีในการเปิดครั้งแรกแบบนี้ ทั้งๆที่โอกาสมันมีแค่ 30% เท่านั้น
    หยกที่เห็นพี่ชายมองตัวเองด้วยสายตาแปลกๆ เธอจึงยิ้มตอบกลับไป ด้วยแววตาใสซื่อบริสุทธิ์ เขาที่เห็นแบบนั้นจึงทำได้เพียงถอนหายใจด้วยความอิจฉา
    "หยก เธฮดวงดีมาก เปิดได้ทักษะขั้น 2 แต่ด้วยความสามารถในตอนนี้ พี่คิดว่าทักษะนี้มันไม่เหมาะกับเธอ"
    "ทำไมอะ" หยกแสดงสีหน้าฉงน
    "เพราะการใช้งานแต่ละครั้ง เธอจะต้องเสียพละกำลัง ความเร็วและสติปัญญาไม่น้อยกว่า 20 แต้ม ซึ่งค่าเหล่านั้น หยกจำเป็นจะต้องได้จากการฆ่าซอมบี้เท่านั้น"
    "ที่สำคัญหยกในตอนนี้ ยังไม่มีพ้อยสักแต้มเดียว มันจึงเป็นเรื่องยากที่เธอจะใช้งานทักษะนี้ได้ยังไงละ"
    หยกทำท่าทางคิดตาม มีบ้างที่เธอพยักหน้าและมีบ้างที่หน้าเธอพลันซีดสลด เธอเข้าใจแล้วว่าต่อให้ได้ทักษะที่ดีแค่ไหน หากเธอใช้งานมันไม่ได้ก็ไร้ค่าอยู่ดี ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังเป็นมนุษย์และไม่มีพ้อยสักแต้ม นั่นเท่ากับว่าเธอไม่อาจใช้งานมันได้จริงๆ อย่างที่พี่ชายว่ามา
    "งั้นพี่เอาไปเหอะ แต่หนูขอไอ้ที่หนูใช้ได้หน่อยสิ"
    "พี่พอจะมีไหมคะ"
    "พอๆ ไม่ต้องมาอ้อน ตอนนี้พี่ยังไม่มีทักษะที่จะให้เธอ นอกจากการ์ดอาวุธเท่านั้น"
    เขาอดที่จะเอื้อมระอากับท่าทางออดอ้อนของน้องสาวตัวเองไม่ได้ ยายนี่พอเวลาอยากได้อะไรมักจะทำท่าทางแบบนี้กับเขาเสมอ และเขาที่เป็นพี่ชายก็ต้องยอมทุกที
    การ์ดธนูเหล็กกล้า ถูกยื่นไปให้น้องสาวที่ตอนนี้กำลังทำสีหน้าตื่นเต้น บวกกับแววตาซุกซนที่ไม่ต่างกับเด็กน้อย
    "แม้มันจะเป็นเพียงอาวุธทั่วไป แต่พี่คิดว่ามันแข็งแรงทนทานพอสมควร"
    "และการ์ดอีกใบ ลองเอาไปเปิดดู เผื่อจะได้ของที่เป็นประโยชน์กับตัวเอง"
    "ขอบคุณคะ"
    หยกที่รับเอาการ์ดทั้ง 2 ไปแล้ว รีบกล่าวขอบคุณและเดินไปหาเพื่อนๆของเธอทันที ส่วนเพื่อนของเธอต่างมองด้วยความอิจฉา
    การ์ดพวกนี้คืออะไร?
    เวลานี้ทุกคนรู้ดี ว่าการ์ดเหล่านั้นมันได้มายากเย็นขนาดไหน แถมชีวิตของพวกเขาแต่ละคนหากมีพวกมันไว้ครอบครอง ย่อมเพิ่มโอกาสรอดให้แก่ตัวเองได้ไม่มากก็น้อย
    "ขะ ขอโทษนะคะ"
    "คุณพอจะมีการ์ดแบบนั้นให้พวกเราได้บ้างมั้ยคะ"
    มิ้งพยาบาลสาวแสนสวยเอ่ยถามเขาด้วยท่าทีเกรงอกเกรงใจ
    "ผมยังมีการ์ดแบบนั้นเหลืออีก 22 ใบ"
    "ผมสามารถให้พวกคุณได้ เพียงแต่พวกคุณต้องฆ่าซอมบี้พวกนั้นให้ได้อย่างน้อย 3 ตัวก่อนเท่านั้น คนที่เหลือเมื่อได้ยินว่าเขามีการ์ดเหลืออยู่ต่างแสดงสีหน้าตื่นเต้นออกมา ทว่าพอได้ยินประโยคที่บอกให้พวกเขาฆ่าซอมบี้อย่างน้อย 3 ตัวก่อน เขาถึงจะให้ ส่งผลให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัวและสีหน้าพลันมืดมัวลงอย่างทันตาเห็น
    เออ
    มิ้งพยาบาลสาวที่เอ่ยถามดวยความเกรงใจ เวลานี้เธอทำได้เพียงกล้ำกลืนคำพูดต่างๆกลับไป และหันหลังเดินออกมาด้วยสีหน้าและท่าทางผิดหวัง
    "ชั้นจะทำคะ"
    ไอซ์เพื่อนสาวอีกคนของหยก กล่าวออกมาท่ามกลางความเงียบที่ถูกปกคลุม เสียงของเธอทำให้เขาหันไปมอง รูปร่างและหน้าตาของไอซ์นั้นจัดว่าอยู่ในระดับเดียวกับเกรท
    เธอมีทรวดทรงอกเอวที่ได้รูปและกระชับ ใบหน้าขาวสวย ตากลมโต โดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจที่จัดว่าฮือฮาได้ไม่ต่างกับเกรทนั้น ทำให้เขาลอบมองด้วยความรู้สึกแปลกๆไม่ได้

    ทว่ามันก็เป็นเพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้นที่เขามอง
    "งั้นลองสิ พรุ่งนี้ผมจะพาเธอไป หากฆ่าซอมบี้ได้ตามที่ผมบอก ผมจะให้การ์ดกับเธอ"
    "ตกลงคะ"
    "คนอื่นๆมีใครสนใจอีกมั้ยครับ"
    คนที่เหลือต่างพากันหลบสายตาของเขาที่หันไปมอง แต่ละคนต่างมีสีหน้าและแววตาที่หวาดกลัว พวกเขากลัวตาย ซึ่งมันถือเป็นเรื่องปกติ เพราะใครๆก็กลัวตายกันทั้งนั้น
    ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นปัจจุบัน หากคุณไม่กล้าพอที่จะเผชิญ และเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย สุดท้ายคุณจะไม่ได้อะไรติดมือกลับมาเลย เขาที่เห็นเช่นนั้นจึงอดส่ายหน้าไม่ได้
    ส่วนเกรทและหลินที่เคยฆ่าซอมบี้มาแล้ว เขาไม่ได้ติดใจอะไร เพราะพวกเธอทั้ง 2 ได้ก้าวผ่านความกลัวมาแล้วครั้งหนึ่งและในครั้งต่อไปที่ต้องลงมือ แม้ว่าความกลัวจะยังมีอยู่ แต่เขาก็เชื่อว่าพวกเธอทั้ง 2 จะมีความกล้าพอที่จะกระทำมันได้อีกครั้ง
    "อะ ผมให้พวกเธอคนละใบ เนื่องจากเธอทั้ง 2 เคยฆ่าซอมบี้มาแล้ว"
    "ลองเอาไปเปิดดู เผื่อจะได้สิ่งที่เป็นประโยชน์กับตัวเอง"
    "ขะ ขอบคุณคะ"*2
    เกรทและหลินต่างมองหน้ากันสลับกับมองมาทางเขา พวกเธอตื่นเต้นมากที่ได้รับการ์ด แต่พวกเธอก็สงสัยเช่นกันว่าทำมั้ยเขาให้มันกับพวกเธอง่ายๆเช่นนี้
    ส่วนไอซ์ที่เห็นเพื่อนทั้ง 2 ได้การ์ดไปตัวเธอก็ไม่ได้อิจฉาอะไร เพราะเธอรู้ดีว่าเพื่อนทั้ง 2 มีความกล้าและบ้าบิ่นขนาดไหน ถึงขนาดเข้าขวางซอมบี้เพื่อปกป้องเธอและหยก
    ในสถานการณ์เช่นนั้น หากเป็นเธออาจจะไม่มีความกล้าพอที่จะทำมัน จนกระทั่งเธอตัดสินใจหลบหนีไปเองก็ได้ ดังนั้นเธอจึงมองเพื่อนทั้ง 2 คนนี้ด้วยแววตาที่นับถือ ซึ่งไม่ต่างจากหยกเลยแม้แต่น้อย
    "พี่ ไว้หนูฆ่าซอมบี้ได้ 3 ตัวเหมือนเกรทและหลิน พี่ค่อยให้หนูอีกทีนะ"
    หยกที่เห็นไอซ์มีความกล้าและเคยเห็นเกรทกับหลินที่เสนอตัวเองปกป้องเธอ ทำให้เธออดที่จะละอายใจไม่ได้
    ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจจะทำตามเงื่อนไขของพี่ชายเช่นเดียวกับไอซ์เพื่อพิสูจน์ว่าเธอไม่ได้อ่อนแอและต้องให้เพื่อนๆของเธอมาเสี่ยงปกป้องอีก
    "โห ได้สิ"
    เขาไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด กลับกันเขาอดที่จะยิ้มกลับการเปลี่ยนแปลงเล็กๆของน้องสาวไม่ได้ สถานการณ์มักหล่อหลอมคนให้เข้มแข็งและอ่อนแอ ซึ่งหยกในตอนนี้เหมือนจะถูกหล่อหลอมให้เข้มแข็งและกล้าหาญมากขึ้น
    "งั้นทุกคนแยกย้ายกันไปนอนเถอะ"
    "ในชั้นนี้ถือว่าปลอดภัยแล้ว สามารถแยกกันไปนอนคนละห้องได้ตามสะดวก"
    "อ่อ แนะนำว่าอย่าเลือกห้องแถวบันไดละ"
    เมื่อกล่าวเสร็จเขาจึงเลือกเดินออกไปหาห้องพักทันที ส่วนหยกเลือกที่จะไปพักกับเพื่อนๆของเธอ และมันไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกๆคนพร้อมใจกันเลือกห้องที่อยู่ใกล้ๆกับเขา
    "หลังจากนี้จะทำยังไงต่อดี"
    "พ่อกับแม่จะเป็นยังไง"
    เขาสลัดความคิดฝุ้งซ่านออกไปจากหัว และเดินเขาห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายและจิตใจให้ปลอดโปร่ง สำหรับเสื้อผ้าไม่จำเป็นต้องกังวลใดๆ เพราะภายในแหวนของเขาล้วนเต็มไปด้วยสิ่งจำเป็นต่างๆมากมาย ชนิดที่ว่าใช้สุรุ่ยสุร่ายไป 1 ปีก็ยังไม่มีหมด

    เฃ้าวันใหม่มาเยือน ผู้รอดชีวิตแต่ละคนต่างมีสีหน้าอีดโรย แม้ทุกคนจะได้ที่ที่ปลอดภัยและยังเปี่ยมไปด้วยการคุ้มกันที่แน่นหนาจากเขา
    ทว่าด้วยความกังวลแปลกๆ พวกขาจึงรู้สึกตื่นตัวและนอนไม่ค่อยหลับ ไม่เว้นกระทั่งเหล่าสาวๆที่ตอนนี้ตาทำหน้าทำตาเสมือนอดหลับอดนอนมาหลายคืน
    ส่วนเขาที่เดินออกมากลับเป็นเพียงคนเดียวที่มีสีหน้าสดใสและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่มากล้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขานั้นชินชากับเรื่องแบบนี้ไปแล้ว
    แม้วันแรกๆจะเป็นเหมือนพวกเขา ทว่าหลังจากเหตุการณ์ต่างๆที่เขาผ่านพ้นมา มันจึงทำให้เขารู้สึกเฉยๆและสามารถใช้ชีวิตปกติได้อย่างไม่ติดขัดใดๆ
    งั่มๆอึกๆ
    หลังพลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า กินข้าวดื่มน้ำกันเสร็จ พวกเขากำลังคิดว่าเป้าหมายต่อไปที่จะไปคือที่ไหน
    "วิน ลุงขอเสนอสถานที่ที่จะไปหน่อย"
    "ที่ไหนครับ?"
    พ่อของเกรทหรือลุงสมคิดเป็นผู้ชายรูปร่างสมส่วนดูแข็งแรงระดับหนึ่ง เอาเข้าจริงๆลักษณะโดยรวมดูภูมิฐานและน่าเชื่อถือ เหมาะสมแล้วที่เป็นถึงนักธุรกิจรายใหญ่ ทว่าด้วยบุคคลิกเช่นนี้ย่อมขัดกับสถานการณ์ปัจจุบันอย่างแท้จริง

    "ในช่วงที่ยังพักที่บ้าน ลุงได้รับการติดต่อจากคนรู้จักผ่านวิทยุสื่อสารรุ่นเก่าที่ลุงมี ว่าหน่วยงานรัฐได้จัดตั้งที่อพยพเอาไว้"

    "โดยมีฐานที่มั่นที่ศูนย์บัญชาการทหาร พวกเขาแจ้งว่าที่นั่นปลอดภัยและมั่นคง ทั้งอาหารน้ำดื่มและกำแพงใหญ่ที่สามารถขวางกั้นพวกซอมบี้ที่หิวกระหายเหล่านั้นได้"

    "หมายถึงศูนย์บัญชาการทหารกลางเมืองหรือ?"
    "ใช่ๆ ที่นั่นแหละ"
    "หืม คุณลุงได้รับการแจ้งเตือนมาตอนไหน"
    "ก่อนหน้าที่จะโดนพวกโจรบุกเข้ามา 1 วันเท่านั้น"
    "แสดงว่าได้รับข่าวมาประมาณ 3-4 วันแล้วสินะ"

    ทุกๆคนที่ได้ยินข่าวถึงสถานที่ที่ปลอดภัยต่างก็แสดงสีหน้าถึงความคาดหวังและต่างหันมามองทางเขาเพื่อรอการตัดสินใจ
    "ไม่รู้ว่ามันจะยังปลอดภัยจริงๆหรือไม่ แต่ก็ไม่มีทางเลือกมากนัก"
    "งั้นลองไปดูก็ไม่เสียหายอะไร"
    "เก็บของที่จำเป็นแล้วเตรียมตัวออกเดินทางกัน เดี๋ยวขอไปเคลียร์สถานที่ให้ก่อนละกัน"

    เขาพลันหันหลังเดินออกจากห้องไปตรวจสอบความปลอดภัยให้แก่ทุกๆคนเป็นอันดับแรก ส่วนคนอื่นๆที่ได้ยินต่างรีบกุลีกุจอเตรียมตัวกันอย่างขะมักเขม้น

    พร้อมทยอยกันเดินออกมาด้วยสีหน้าเปี่ยมล้นไปด้วยความคาดหวัง ทั้งอาหาร น้ำดื่ม และสถานที่ที่ปลอดภัยซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาโหยหามากที่สุดในเวลานี้

    End



    คล้ายกับเรื่องThe World : ฝ่าวิกฤต พิชิตโลก ที่คุณอ่าน