ตอนที่ 681 เด็กหญิงผู้มีความฉลาดแต่ร่างกายอ่อนแอ(2)
ถึงแม้เจิ้งฟู่จะไม่มีความรู้ในด้านนี้แต่เขาก็พอที่จะเดาได้ว่าผู้ที่สร้างมันขึ้นมาจริงๆแล้วอาจจะคิดเช่นเดียวกับเด็ดหญิงคนนี้ก็ได้หรือบางทีอาจจะมีจุดประสงค์อื่นซ่อนเอาไว้ แน่นอนว่ามันมีความเป็ไปได้หลายอย่างหากได้ลองทดสอบมัน........
“พี่ชายเ้าใจแล้วนางฟ้าตัวน้อย!เช่นนั้นก็ปล่อยรูปปั่นนี้ไปเถอะ เราไปที่อื่นต่อกันดีกว่า!”ตอนนี้เจิ้งฟู่เข้าใจเกี่ยวกับรูปปั่นนี้แล้วเขาจึงบอกให้เด็กสาวพาเขาไปยังสถานที่อื่นๆต่อ........
ได้เลย!!
ทุกๆสถานที่ที่เด็กหญิงตัวน้อยนี้พาเจิ้งฟู่ไปเธอมักจะอธิบายประวัติความเป็มาของสถานที่เ่าั้ได้อย่างดีเยี่ยมไม่ติดขัดในการพูดแถมยังพูดได้น่าสนใจอีกด้วยแม้แต่ผู้คนที่อยู่รอบข้างยังหันมาสนใจในการอธิบายของเธอเลยและนั้นก็ทำให้คนหลายคนที่ขอร่วมเดินเที่ยวชมกับไปเจิ้งฟู่และเด็กสาวตัวน้อยด้วย......
“เธอเป็เด็กที่เก่งและฉลาดแถมยังสวยหน้าตาดีอีก หากข้ามีลูกสาวที่เก่งและอ่อนโยนเช่นนี้มันคงจะดีไม่น้อยเลย”ชายวัยกลางคนคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างเศร้าใจเมื่อมองไปที่เด็กหญิงตัวน้อยนี้และเปรียบเทียบกับลูกสาวของตนที่เอาแต่ฝึกยุทธและชอบใช้กำลัง.......
“มันเป็เื่ธรรมดาอยู่แล้วที่ลูกสาวของเ้าจะชอบความรุนแรงก็ดูเมียของเ้าสิ วันๆเอาแต่ทุบตีเ้าอยู่นั้นแหละดูสิกว่าจะได้มาที่นี้ก็ล่อไปเกือบสิบปีแล้ว!!” ชายวัยกลางอีกคนที่อยู่ข้างๆกันพูดแซวขึ้นซึ่งชายวัยกลางคนนี้เป็เพื่อนกับชายวัยกลางคนแรก.......
“เฮ้อ! ลูกพูดถึงมันเถอะ! ว่าแต่เ้าเถอะเมื่อไหร่จะมีลูกกับเขาเสียที แต่งเมียไปก็ตั้งนานแล้ว?”
“ข้าเองก็อยากจะมีอยู่หรอกแต่เมียข้ามันดันเป็โรคไม่อดทนพอข้ามีอะไรกับนางได้ไม่นานนางก็ผลักข้าออกแล้วบอกว่าพอแล้วแล้วแบบนี้จะให้ข้ามีลูกได้อย่างไรกัน?!” ชายวัยกลางคนคนที่สองพูดขึ้นอย่างหดหู่ใจไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากมีลูกแต่เพราะภรรยาของเขามักยกเลิกก่อนตลอด......
“พวกท่านทั้งสองคนพูดอะไรก็ดูด้วยตอนนี้เรามีเด็กหญิงตัวน้อยอยู่ด้วยนะพวกท่านพูดแบบนี้ต่อหน้าเด็กที่ยังใสซื่อบริสุทธิ์ได้อย่างไรกัน?!”ทันใดนั้นเสียงของชายวัยกลางคนที่อยู่ในกลุ่มด้วยได้พูดเตือนชายวัยกลางทั้งสองคนขึ้นอย่างไม่พอใจ.......
อ่า!!
พวกเราผิดไปแล้วครับ!!
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะท่านน้าคนสวยให้พวกลุงทั้งสองเขาพูดไปเถอะข้า มันคงเป็เื่ที่อัดอั้นตัดใจของพวกลุกทั้งสองมานานแล้วท่านน้าคนสวยอย่าไปว่าลุงทั้งสองเลยนะค่ะ!” เด็กหญิงตัวน้อยรู้ว่าชายวัยกลางสองคนนี้กำลังพูดถึงสิ่งใดและเธอก็ไม่ได้คิดมากกับเื่นี้ด้วย ถึงแม้เธอจะเข้าใจมันไม่ได้ทั้งหมดก็เถอะแต่จากการอ่านหนังสือมามากมันจึงทำให้เธอพอรู้ได้.......
“จ้า! เมื่อแม่นางฟ้าตัวน้อยของน้าพูดแบบนั้นน้าคนนี้ก็จะปล่อยพวกเขาไป!” หญิงสาววัยกลางคนพลันฉีกยิ้มกว้างออกมาอย่างเบิกบานใจในทันทีเมื่อถูกเรียกว่าน้าคนสวยแทนที่จะเป็ป้า.......
‘เด็กหญิงคนนี้มีทั้งความฉลาดและเก่งที่จะพูดทำให้ผู้คนสนใจราวกับต้องมนต์แต่น่าเสียดายที่ร่างกายของเธอนั้นอ่อนแอ จุดชีพจรของเธอเล็กกว่าคนทั่วไปทำไมไม่สามารถบ่มเพาะพลังให้ระดับสูงกว่านี้ทว่าตัวเธอกลับมีพลังธาตุไฟอยู่ไม่น้อยเลยหากได้เม็ดยาทิพย์ธาตุไฟระดับสูงช่วยขยาดจุดชีพจรและเสริมพลังเข้าไปบางทีเธออาจจะสามารถกลับมาบ่มเพาะพลังเหมือนกับคนอื่นๆได้หรือว่าเราจะมอบเม็ดยาทิพย์เพลิงผลาญใจให้กับเธอดี?’
เจิ้งฟู่รู้สึกชื่นชมในตัวเด็กหญิงตัวน้อยนี้มากกับความสามารถและความรู้ที่เธอมีแต่เขาก็อดที่จะสงสารกับสภาพร่างกายของเธอไม่ได้ ซึ่งเขาคิดว่าเธอมีโอกาสที่จะหายหากได้ทานยาทิพย์เพลิงผลาญใจที่เขามีอยู่บางทีเธออาจจะทะลวงระดับผ่านไปยังระดับวิถีแห่งเต๋าหรือระดับเซียนเลยก็เป็ได้ขึ้นอยู่กับว่าเธอจะทนรับความเ็ปได้มากน้อยแค่ไหน......
เธอถึงอย่างนั้นเจิ้งฟู่ก็ยังแค่คิดเท่านั้นเพราะยังไงเขากับเด็กหญิงตัวน้อยนี้ก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดๆต่อกัน ที่เขาช่วยเธอได้คือการมอบผลึก์ม่วงระดับต่ำหนึ่งหรือสองก้อนเพื่อตอบแทนเธอสำหรับการที่เธอพาเขาเที่ยวชมซากโบราณแห่งนี้........
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป.......
“และที่นี่ก็คือที่สุดท้ายของซากโบราณแห่งนี้แล้วซึ่งพื้นที่ตรงนี้ว่ากันว่ามันเคยเป็ที่อยู่อาศัยของอสูรอสรพิษเกล็ดมรกตมาก่อนซึ่งเป็อสูรระดับมหาเทพขั้นสูงที่น่าหวาดกลัว แต่เพราะท่านประมุขรุ่นก่อนๆของนิกายเราได้รวมกำลังสมาชิกภายในนิกายกำจัดมันไปสถานที่แห่งนี้กลับมาปลอดภัยอีกครั้ง แต่ที่ตรงนี้กลับกลายเป็พื้นที่ที่สวยงามไปเพราะเืของอสูรอสรพิษเกล็ดมรกตทำให้ดอกไม้ใบหญ้าทั้งหมดกลายเป็สีเขียวมรกตที่สวยงามอย่างที่เห็น!”
เด็กหญิงตัวน้อยยังคงกล่าวอธิบายต่อไปอย่างมีความสุขหลังจากที่ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงในการนำเที่ยวและกล่าวอธิบายส่วนต่างๆให้กับคนที่ตามเธอฟังซึ่งจากเดิมมีแค่เจิ้งฟู่คนเดียวตอนนี้มีมากกว่ายี่สิบคนแล้วที่ตามเธอมาด้วย.......
ห่างออกไปจากจุดที่หญิงสาวอยู่ไม่ไกลนัก มีกลุ่มเด็กชายหญิงจำนวนหนึ่งที่สวมชุดคล้ายๆกับเด็กหญิงตัวน้อยกำลังยืนคุยกันอยู่ซึ่งมีหญิงสาวอายุราวๆยี่สิบต้นๆยืนอยู่หน้าสุดของกลุ่มดูท่าหญิงสาวคนนี้จะเป็อาจารย์ของเด็กๆกลุ่มนี้ เพราะเธอมีระดับพลังอยู่ในขั้นที่สามระดับ์ก่อเกิดเลยและเมื่อเปรียบเทียบกับอายุของเธอแล้ว ถือว่าเธอเป็ผู้มีพร์คนหนึ่ง.......
“นั่นมันช่างเยวี่ยนี่น่า!” หนึ่งในเด็กชายที่พูดกับเด็กหญิงตัวน้อยก่อนหน้านี้ดะโกนเสียงดังขึ้นพร้อมกับชี้ไปยังเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังบรรยายให้ทุกคนรู้.......
หือ?
“จริงด้วย!นั่นมันช่างเยวี่ยขี้โลก!!”
“เธอไปทำอะไรอยู่ตรงนั้นกันแล้วคนพวกนั้นมันอะไร?!”
“หรือเธอกำลังถูกรุมทำร้าย?!”
“ไม่น่าจะใช่นะดูใบหน้าที่มีความสุขของเธอสิ? ใบหน้าที่เกลียดแบบนั้นมันอะไรกัน!!”
กลุ่มเด็กเหล่านี้ล้วนแต่แสดงความคิดเห็นออกมาต่างๆนาๆแต่ทว่าไม่มีใครเลยสักคนเดียวที่แสดงความคิดเห็นที่ดีต่อเธอราวกับว่าเธอไม่ใช่เพื่อนของพวกเขาอย่างนั้นแหละแม้แต่หญิงสาวที่เป็อาจารย์ก็ยังทำหน้าไม่พอใจเมื่อเห็นเด็กสาวตัวน้อย......
“ช่างเยวี่ย! พวกเรากำลังจะกลับสถานศึกษาแล้วเ้ามาทำอะไรอยู่ตรงนี้!? หรือว่าเ้ายังไม่อยากที่จะกลับ?”หญิงสาวที่เป็อาจารย์ถามขึ้นใบหน้าที่ไม่พอใจเล็กน้อย......
“คือข้า...........ข้าจะกลับท่านอาจารย์แต่ข้าขอพูดอธิบาย ตรงนี้ให้จบก่อนได้หรือไม่?!” เด็กหญิงตัวน้อยรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อยในขณะที่เธอตอบกลับหญิงสาวไปทว่าเธอก็ยังฝืนและขออธิบายสิ่งที่เธอพูดค้างอยู่ในจบก่อน.....
“ก็ได้หากเ้า้า!”หญิงสาวอาจารย์คนนี่ตอบกลับในทันทีพร้อมกับยิ้มออกมาที่มุมปากของเธออย่างมีเลศนัยซึ่งนั้นทำให้เด็กยิ้มยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ทว่ารอยยิ้มที่มีความสุขของเด็กหญิงก็พลันหายไปเมื่อประโยคหลังหลุดออกมา“แต่เ้าต้องกลับเอง มันถึงเวลาที่พวกเราต้องกลับแล้วหากเ้า้าที่จะอยู่ต่อเ้าก็ต้องกลับเอง!”หญิงสาวอาจารย์พูดอย่างสะใจ......
อ๊ะ!
นอกจากหญิงสาวผู้เป็อาจารย์ที่แสดงออกว่าสะใจแล้วเหล่าเด็กนักเรียนคนอื่นเองๆก็แสดงสีหน้าที่แสนจะสะใจออกมาเช่นกันราวกับว่าเื่นี้เป็เื่ปกติที่มักจะเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ.......
“ถ้าเช่นนั้นข้าก็..........”
“หากเ้าคิดที่จะอยู่ต่อก็อยู่สิเดียวพี่ชายคนนี้ไปส่งเ้าที่สถานบันเอง!” แต่ในขณะนั้นเจิ้งฟู่ที่อยู่ใกล้กับเด็กหญิงก็ได้พูดแทรกขึ้นมาด้วยรอยยิ้มที่แสนจะอบอุ่น......
“ไม่ได้หรอกพี่ชายหากข้าไม่กลับไปกับพวกเขาข้าอาจจะถูกทำโทษเอาได้อีกอย่างข้าก็ไม่อยากรบกวนพี่ชายด้วย เพียงแค่พี่ชายให้ข้าเป็ผู้นำเที่ยวในครั้งนี้ข้าก็มีความสุขแล้วเช่นนั้นข้า.......”
“เ้าจะกังวลไปทำไมกันไหนลองบอกพี่ชายสิว่าเ้ากังวลเกี่ยวกับเื่อะไร เ้าสามารถบอกพี่ชายคนนี้ได้เลยนะพี่ชายคนนี้ยินดีที่จะช่วย........”
“เ้านะเหรอคิดจะช่วยเธอ? ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!เ้ารู้หรือไม่ว่าเด็กคนนั้นมันต้องสาปเธอเป็ตัวโชคร้ายที่สุดในหมู่บ้านของเธอ เพราะมีเธออยู่หมู่บ้านของเธอจักมักจะพบกับการบุกโจมตีของฝูงสัตว์อสูรและอสูรอยู่บ่อยครั้งหากไม่ใช่เพราะว่าพวกชาวบ้านพวกนั้นรวมตังกันส่งเธอมาเรียนที่สถานศึกษานิกายบัญชา์สาขารุ่นเยาว์ละก็มีหวังหมู่บ้านของเธอคงถูกกลืนหายไปแล้ว หากเ้าคิดที่จะช่วยเหลือเธอเ้าก็เพียงแค่จ่ายค่าเรียนให้กับเธอเท่านั้นแต่......มันแพงมากนะ!!”
ก่อนที่เจิ้งฟู่จะได้พูดจบหญิงสาวอาจารย์ก็ได้พูดแทรกขึ้นมาอย่างดูถูกก่อนจะบอกต่อเจิ้งฟู่ว่าเด็กสาวที่น่ารักคนนี้เป็เด็กต้องสาปและเป็ตัวซวยของทุกคนและที่เธอยังสามารถเรียนต่อได้นั้นก็เพราะว่าทางสถานศึกษาเห็นถึงความสามารถในด้านความรู้ของเธอแต่หากว่าเจิ้งฟู่้าที่จะช่วยเหลือเธอเขาต้องจ่ายค่าเรียนให้กับเธอพร้อมทั้งชำระหนีค่าเรียนที่ติดค้างอยู่ด้วย......
“ค่าเรียน? เฮ้อ!ข้าก็นึกว่าเื่อะไรเสียอีกไหนเ้าบอกพี่ชายคนนี้สิว่าเ้าค้างค่าเรียนอยู่เท่าไหร่และค่าเรียนต่อปีต้องเ้าเท่าไหร่?” เจิ้งฟู่ก็นึกว่ามีเื่ร้ายแรงอะไรที่ไหนได้ก็เื่เงินนี่เอง.....
“นี่เ้าไม่ได้ฟังที่ข้าพูดหรือยังไงกัน?เธอเป็นักเรียนจากสถานศึกษานิกายบัญชา์รุ่นเยาว์ที่โด่งดังดังนั้นค่าเรียนของเธอย่อมสูงเป็ธรรมดาอยู่แล้ว ด้วยตัวเ้าที่เป็คนธรรมดามีหรือจะจ่ายให้กับเธอได้?แต่ก็เอาเถอะในเมื่อเ้าอยากรู้ข้าจะบอกให้ฟังเองว่าเธอติดค้างค่าเรียนเท่าไหร่เธอติดค้างค่าเรียนอยู่ทั้งหมดห้าร้อยผลึก์ระดับต่ำและอีกห้าร้อยผลึก์ม่วงระดับต่ำสำหรับค่าใช้กินใช้อยู่ตลอดทั้งสองปีรวมแล้วก็หนึ่งพันผลึก์ม่วง ว่าไงเ้ามีปัญญาที่จะจ่ายมันให้กับเธอหรือไม่?หากเ้าไม่มีก็หุบปากของเ้าไปสะ!”
หญิงสาวอาจารย์ยังคงกล่าวอย่างดูถูกและเหยียดหยามต่อเจิ้งฟู่เพราะนางเห็นเจิ้งฟู่สวมใส่เพียงชุดธรรมดาทั่วไปเท่านั้น ซึ่งนางคิดว่าเจิ้งฟู่ต้องเป็พวกคนทั่วไปที่ไม่ได้มีเงินมาก......
“หนึ่งพันผลึก์ม่วงระดับต่ำ?”
“นี่มันเยอะมากเลยนะนั่น ข้าต้องทำงานหนักเป็ปีเพื่อจะได้ผลึก์ระดับต่ำจำนวนขนาดนั้น!”
“ข้าก็ด้วยค่าเรียนที่สถานศึกษานิกายบัญชา์สาขารุ่นเยาว์ช่างสูงนัก เฮ้อ!ข้ากำลังคิดจะนำลูกชายของข้าไปเข้าเรียนอยู่พอดีเลยเห็นแบบนี้แล้วไม่ไปดีกว่า สงสัยคงต้องไปสถานศึกษาระดับกลางทั่วไปเสียแล้ว!!
หลายๆคนที่ได้ยินจำนวนค่าเรียนของเด็กสาวตัวน้อยพวกเขาก็พากันหน้าสีเหงื่อแตกกันเลย ถึงแม้ผลึก์ม่วงระดับต่ำจำนวนหนึ่งพันก้อนจะไม่ได้สูงมากอะไรสำหรับผู้ฝึกตนระดับสูงหรือพวกตระกูลที่มีฐานะพอตัวแต่สำหรับบุคคลทั่วไปแล้วมันเป็จำนวนที่มากมายเลย.......
“ใช่แล้วพี่ชาย!ตัวข้านั้นเป็หนี้ทางสถานศึกษาอยู่ข้าจึงไม่อาจที่จะขัดคำสั่งอาจารย์ได้ หากข้าไม่ทำตามข้าจะต้องถูกขับออกจากสถานศึกษาและต้องหาเงินมาชดใช้หนี้สินเหล่านี้ซึ่งตัวข้า.......”
ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!
ทว่าก่อนที่เด็กสาวตัวน้อยจะได้พูดจบเสียงหัวเราะของเจิ้งฟู่ก็ดังขึ้นอย่างดังพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างหยุดไม่ได้ ก่อนที่เขาจะเงียบเสียงหัวเราะและพูดขึ้นมาว่า“นางฟ้าตัวน้อย เ้าไม่ต้องเป็ห่วงไป ก็แค่ผลึก์ม่วงจำนวนน้อยนิดแค่นั้นเดียวพี่ชายคนนี้จะเป็คนจ่ายให้เอง”เจิ้งฟู่ไม่คิดว่าจำนวนเงินที่เด็กสาวตัวน้อยติดอยู่จะน้อยขนาดนี้ทีแรกเขานึกว่ามันจะเป็หมื่นสะอีก......
หือ?
“นี่เ้ากำลังล้อเล่นอะไรกัน? หึ!หากเ้าพูดอย่างนั้นจริงเ้าก็รับผิดชอบแทนเด็กนั้นก็แล้วทุกคนตามอาจารย์กลับไปยังสถานศึกษากันไปรอดูว่าชายคนนั้นจะจ่ายค่าเรียนของช่างเยวี่ยที่ต้องสาปของพวกเราได้หรือไม่!!”หญิงสาวอาจารย์รู้สึกไม่พอใจอย่างมากกับท่าทีของเจิ้งฟู่และเธอก็คิดที่จะเข้าไปจัดการเขา ทว่าเธอก็ได้หยุดความคิดของเธอไปเพราะเธออยากเห็นว่าเจิ้งฟู่จะทำได้อย่างที่เขาพูดหรือไม่เพราะยังไงหญิงสาวอาจารย์ก็ยังไม่เชื่อในคำพูดของเขาอยู่นางจึงได้พานักเรียนตัวน้อยทั้งหมดของนางขึ้นรถม้าของสถานศึกษากลับไปรอที่สถานศึกษา.........