“นัน..นั่น..มันตัวอะไร”
สังข์ทองเอ่ยเสียงสั่นเครือ หนำซ้ำมือขวาข้างที่ชี้ยังสั่นระริกอีก
“นี่พี่ทำอะไรเนี่ย ปลาตกเกลื่อนพื้นหมดแล้ว”
รจนาเอ็ด ก่อนที่นางจะแจกแจงต่อ ราวกับว่ามันเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อย
“มันชื่อเจ้าขวานวารุตเป็นคนพามันมา”
“ใช่แล้วขอรับ มันเป็นสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของข้าเอง”
วารุตกล่าวเสริมอีกแรง
คงจะเป็นเพราะเสียงเอะอะพูดคุย จึงทำให้เจ้าขวานลืมตาตื่นขึ้น จู่ ๆ มันก็อุ้ยอ้ายลุกยืนขึ้นมา
“มะ..มะ..มันยืนขึ้นแล้ว..ถอยมานี่เร็ว..รจนา..วารุต”
แผ่นหลังของสังข์ทองถอยไปจรดชิดติดอยู่กับฝาบ้าน เขาดูจะหวาดกลัวหมาป่าสีเทายักษ์ตัวนี้เป็นอย่างมาก
ขณะเดียวกันเจ้าขวานก็เหม่อมองสังข์ทองที่ยืนพิงฝาบ้าน ขาสั่นระริกอย่างมึนๆ งงๆ เพียงแค่มันส่งเสียงเห่าทักทายดังสนั่นหนึ่งที
โฮ่ง!
สังข์ทองก็ขาอ่อนแรงเป็นลมล้มพับไปเฉยเลย
“เฮ้อ พ่อของเจ้าเนี่ย กลัวอะไรไม่เข้าเรื่องจริงๆ ปลาแม่เปื้อนฝุ่นหมดแล้ว”
นางรจนาปลงตกทิ้งท้าย
ในเช้าวันใหม่ที่ไม่ได้เป็นดั่งใจหวังมากนัก มีทหารนับร้อยนายบุกเข้าล้อมรอบบริเวณบ้านของสังข์ทองเอาไว้ ด้วยเหตุที่ว่าชาวบ้านเห็นหมาป่าขนาดใหญ่เดินเข้าไปในบ้านหลังนี้ ซึ่งมันก็สอดคล้องกับรายงานจากพื้นที่ต่างๆ ว่ามีคนพบเห็นชายปริศนารุกล้ำเข้ามาภายในพื้นที่พร้อมกับสัตว์ซาตาน โดยการสอบถามเจ้าของบ้านเบื้องต้น จนได้ความมาว่าเด็กชายคนนั้นคือลูกชายของนางเอง และหมาป่าตัวนั้นก็อยู่ในบ้านหลังนี้จริงๆ
นางรจนาตอบคำถามตามความจริงให้กับเหล่าทหารทุกอย่าง เพราะนางรู้ว่าลูกชายของตนไม่ได้มีเจตนาที่จะนำสัตว์เหล่านี้ไปทำร้ายใคร แต่ด้วยคำสั่งของทางการจึงต้องจำยอมให้เหล่าทหารเข้าบุกค้นภายในตัวบ้าน ส่วนผู้นำของการบุกค้นในครั้งนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ศารทูล นายทหารระดับแม่ทัพของแคว้นมันตรายานั่นเอง และก็มีเสือโคร่งตัวใหญ่ ชื่อของมันคือ เสือโคร่งโยรุ อยู่ข้างกายของเขาเหมือนอย่างเคย
เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน โดยที่วารุตไม่มีโอกาสได้ทำความเข้าใจใดๆ จู่ ๆ ก็มีทหารนับสิบนายโผเข้ามาพันธนาการเจ้าขวาน (หมาป่าสีเทา) ด้วยตาข่ายดักสัตว์และเชือกเส้นหนาใหญ่ พวกเขาช่วยกันทำการ รวบ รัด มัด ตึง กันอย่างรวดเร็วและแน่นหนา เจ้าหมาป่าไม่มีโอกาสได้ขยับเขยื้อน
วารุตเห็นกระนั้นเขาก็กระโจนพุ่งเข้าไปตามสัญชาตญาณหมายจะช่วยสัตว์เลี้ยงของตน แต่ก็ไม่อาจพังทลายกำแพงทหารที่ตั้งด่านยับยั้งเขาเอาไว้ได้
วารุตพยายามดิ้นรนอย่างสุดแรงเพื่อจะฝืนไปต่อ ตนจึงถูกเตะตัดขา ถูกกดตัวให้นอนราบปลายคางจรดติดอยู่กับพื้น
“เดี๋ยวสิขอรับ นี่มันหมายความว่าอะไร”
วารุตโวยวายด้วยความไม่เข้าใจอย่างสิ้นเชิง แม้จะถูกกดให้นอนราบแต่เขาก็ยังพยายามจะกระเสือกกระสนขึ้นมา
เจ้าขวานก็มีสภาพไม่ต่างกัน มันพยายามดิ้นสู้ แต่เชือกพันธนาการเส้นหนาใหญ่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะคลายออกให้มันเลย จึงทำได้เพียงแค่ส่งเสียงร้องอันโหยหวน ระหว่างความโกลาหลที่เกิดขึ้นในบ้านหลังแคบ ๆ เป็นศารทูลที่ย่างกรายเข้ามา
“เงียบเสียงของเจ้าซะ แล้วมันจะไม่มีอะไรยุ่งยาก พวกข้าจำเป็นต้องสืบหาที่มาที่ไปของหมาป่าตัวนี้ -- มันไม่ใช่สัตว์ที่เจ้าจะพามันเดินไปไหนมาไหนก็ได้หรอกนะเจ้าหนู ถ้าหากเจ้าต้องการจะถือครองสัตว์จำพวกนี้ เจ้าก็ต้องได้รับอนุญาตจากพระมหากษัตริย์เสียก่อน ซึ่งนั้นก็เป็นไปตามกฎระเบียบของแผ่นดิน ไม่มีใครบอกเรื่องนี้กับเจ้าหรือไง”
เสียงของศารทูลทำให้สถานการณ์อลเวงก่อนหน้านี้สงบลง บางทีอาจจะรวมไปถึงการปรากฏตัวของเสือโคร่งโยรุที่โผล่เข้ามาในบ้านพร้อมกันก็เป็นได้
วารุตยอมจำนนแต่โดยดี ไม่โต้เถียง ไม่สิ เขาไม่มีโอกาสได้เอ่ยปากเลยเสียด้วยซ้ำ ทั้งเขาและเจ้าขวาน (หมาป่าสีเทา) จะต้องถูกควบคุมตัวเข้าไปสอบสวนหาข้อเท็จจริงในพระราชวัง โดยไม่มีข้อแม้ใดๆ
แม้ว่าจะถูกปล่อยให้เป็นอิสระจากเงื้อมมือของเหล่าทหารแล้ว แต่สีหน้าของวารุตยังคงไม่สู้ดีนัก เพราะเจ้าขวานถูกพันธนาการอย่างแน่นหนา ก่อนที่มันจะถูกหามขึ้นท้ายรถลากเกวียนล่วงหน้าตรงบึ่งไปยังพระราชวัง
แต่ก่อนที่วารุตจะถูกควบคุมตัวแล้วเดินตามมันไป ศารทูลได้เดินเข้ามาหาเขาตามลำพังพร้อมกับกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งข้างหูว่า
“ไม่มีอะไรต้องกังวล เมื่อเจ้าสามารถพิชิตสัตว์เหล่านี้ได้แล้วละก็ ไม่ว่ายังไงมันก็ต้องเป็นของเจ้าอยู่ดี เจ้าก็แค่ไปกราบทูลแก่ฝ่าบาทให้พระองค์ได้รับรู้ตามความเป็นจริงเพียงเท่านั้น”
เมื่อมาถึงพระราชวังวารุตถูกจับแยกกันกับเจ้าขวานหมาป่าสีเทาที่เขาต้องการจะเลี้ยงมัน วารุตถูกนำตัวมากักขังไว้ในห้องโถงใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ถูกปฏิบัติในฐานะนักโทษหรือผู้กระทำผิด ศารทูลบอกให้เขาคอยอยู่ที่นี่แล้วทุกอย่างจะเป็นไปตามขั้นตอนของมัน
“-- เป็นสัตว์ซาตานจริงขอรับฝ่าบาท หมาป่าสีเทาตัวใหญ่”
เสียงของศารทูลรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นต่อกษัตริย์สิงหลในพระราชตำหนักที่พระองค์ทรงประทับอยู่
“เมื่อกี้ เจ้าบอกข้าว่าเขาเป็นเพียงแค่เด็กอย่างงั้นหรือ ที่หามันเจอ”
กษัตริย์สิงหลถาม
“เขามีนามว่าวารุต เป็นบุตรชายของครอบครัวที่อพยพมาจากแคว้นเกษพลเมื่อสิบสองปีก่อน ตอนนี้เขามีอายุสิบห้าปีขอรับฝ่าบาท”
ศารทูลกราบทูล
แต่สีหน้าของกษัตริย์สิงหลดูเหมือนพระองค์จะไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ศารทูลกล่าวมา
‘มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน’
ซึ่งช่างแตกต่างไปจากสีหน้าของเมฆาในตอนนี้โดยสิ้นเชิง ที่เขาเองก็ยืนฟังเรื่องราวนี้อยู่ด้วยกันไม่ไกล ใบหน้าของเมฆาในตอนนี้ปรากฏเห็นรอยยิ้มมุมปากราวกับว่าเขาคิดเอาไว้แล้วว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น