ณนิกายเทวะ ดวงดาราเทวะ จ้าวนิกาย เฉินฝูไห่ััพลังปราณระนาบระดับสูงได้ มันรีบแผ่จิตััออกไปตรวจสอบในทันทีทั้งยังมุ่งตรงไปยังดวงดาราลิขิตพยากรณ์
ณนิกายอัคคีมรณะ ดวงดาราผลาญ จ้าวนิกาย เสิ่นไห่เทียนส่งผู้าุโ ไป 2 ท่าน มุ่งตรงไปยังดวงดาราลิขิตพยากรณ์
ณนิกายเหมันต์ ดวงดาราเหมันต์ จ้าวนิกาย มู่เซียนเซียนขมวดคิ้ว เงยหน้าจากเตาปรุงยาปราณเทวะขั้นสูง มองไปยังดวงดาราลิขิตพยากรณ์
ณ นิกายกระบี่เทพเ้าดวงดาราหมื่นกระบี่ จ้าวนิกาย บุ้นแกท้ง
ณ นิกายเทพปีศาจ ดวงดาราทมิฬ จ้าวนิกาย เฉินต้าไห่
ณ นิกายเทพหอก ดวงดาราจันทร์ทรา จ้าวนิกาย หยางชงชิง
ณ นิกายมารปัจจิม ดวงดาราคลั่ง จ้าวนิกาย อ้าวเอี้ยงคง
ณ นิกายดาบมรณะ ดวงดาราลมวายุ จ้าวนิกาย เชวียนหนาน
ณ นิกายเสียง์ดวงดาราเสียง์ จ้าวนิกาย มู่ซันซัน
นิกายระดับสูงทั้ง9 มีการแสดงออกที่แตกต่างกัน แต่ที่เหมือนกันคือการเพ่งความสนใจไปที่ ดวงดาราลิขิตพยากรณ์
ย้อนกลับมาที่ตำหนัก์โจ้เทียนหวัง เหลียวหน้ามองดูเหล่าผู้าุโอย่างอับจน ได้แต่ส่ายหน้าทอดถอนใจ
“เื่ราวเป็เช่นนี้ พวกเราจะยังปิดบังสิ่งใดได้อีกคงไม่นานนัก ที่ดวงดาราต่างๆ จะต้องสืบเสาะหาสาเหตุที่แท้จริงและแน่นอนว่าทุกดวงดาราคงเพ่งเล็งมาที่พวกเรา”
โจ้เทียนหวังมองเข้าไปที่วงแหวนอักขระโบราณสีทอง ที่ตอนนี้ไม่มีพลังปราณและลำแสงสีทองเข้มแผ่ออกมาอีกแล้ว มันกำลังล่องลอยอยู่กลางอากาศ เหลือเพียงวงเดียวเท่านั้น
ที่กึ่งกลางวงแหวนมีดวงแก้วงดงามใส่พิสุทธิ์1 ลูก ล่องลอยอยู่ ภายในดวงแก้วสามารถมองเห็นตัวอักษรสีทองขนาดเล็กหลายสิบตัวเรียงรายเป็คำพยากรณ์ปรากฏอยู่หลายแถว
โจ้เทียนหวังสูดลมหายใจเข้าอย่างแรง มันตื่นเต้นซะยิ่งกว่าผู้ใด ความสำคัญของเื่ราวมันเข้าใจกระจ่างยิ่ง มันอายุมากแล้ว ผ่านร้อน ผ่านหนาวมาไม่น้อยมีไม่กี่เื่ทีจะทำให้มันเสียกิริยาได้
โจ้เทียนหว้งชี้ดัชนีส่งพลังปราณครึ่งก้าวจักรวาลเข้าไปที่ดวงแก้วพิสุทธิ์ ทันใดนั้นดวงแก้วพลันเรืองแสงสีเงินยวงผลักดันตัวอักษรสีทองที่อยู่ภายในออกมาล่องลอยอยู่กลางอากาศ สั่นกระเพื่อมพริ้วไหวไปมาเป็ตัวอักษรที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ทำให้มองเห็นชัดเจนยิ่งนัก
เหล่าผู้าุโพากันส่งเสียงอือฮา มองดูถ้อยคำพยากรณ์ที่ปรากฏ แต่แล้วก็ต้องพากันฉงนงงงวยไม่เข้าใจ
‘ะ ไม่ตาย มีจุดเริ่ม ไม่มีจุดจบส่งเสริมรุ่งเื่ แปรเปลี่ยนหายนะ’
นับว่าเป็คำพยากรณ์ที่น่าทุบตียิ่งนักผู้ใดจะเข้าใจกัน โจ้เทียนหวัง มีสีหน้าครุ่นคิด อะไรคือ ะไม่ตาย มีผู้ใดไม่ตายบ้างจุดเริ่มจุดจบล่ะ...และยังมี...ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด
โจ้เทียนหวังส่ายหน้าไปมา หันมองเหล่าผู้าุโ คิดหาที่พึ่ง แต่ก็ต้องผิดหวังแล้วจริงๆ บัดซบตลอด 9 ปีที่พยายาม แลกมาเพียงคำพยากรณ์เยี่ยงนี้เท่านั้น
“ดูน่ะ...นั่น...นั่นคือ...” ผู้าุโท่านหนึ่งอุทานขึ้นมา
โจ้เทียนหวังที่กำลังหมดแรง พอได้ยิน จิตใจพลันสั่นสะท้านหวั่นไหว รีบหันหน้ามองทันใด ความรวดเร็วราวกับว่ามันหันมองด้านนั้นอยู่แล้วแต่เดิมจากความหวังที่ริบหรี่พลันเื่รองขึ้นมาอีกครา
นั้น...ด้านล่างดวงแก้วพิสุทธิ์ราว1 เมตร เป็ตำแหน่งที่จะมองเห็นเป็บางมุมมองเท่านั้นเพราะมีวงแหวนอักขระโบราณสีทองหมุนวนปิดบังอยู่และบังเอิญที่ผู้าุโท่านนี้อยู่ในตำแหน่งที่พอจะมองเห็นเป็ครั้งคราวพอดี
มันคือจุดแสงสีทองขนาดปลายนิ้วก้อยส่องแสงกระพริบริบหรี่แ่เบา มันคือสิ่งใดกันแน่
โจ้เทียนหวังครุ่นคิดอีกครั้ง อย่างช้าๆ ดวงตามันเกิดประกายแสงวาบผ่าน สีหน้าตื่นเต้นยินดีส่งเสียงหัวเราะดังสนั่นตำหนัก์ คล้ายกับได้ผ่อนคลายความกดดันปลดเปลื้องพันธนาการในจิตใจตลอด9 ปีมานี่
“4 ผู้พิทักษ์...อยู่ที่ใด”
โจ้เทียนหวังเอ่ยเรียกเสียงดังด้วยความปิติ
เวลานั้นมีผู้าุโ4 ท่าน พุ่งตัวเข้ามาในตำหนัก์ ด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้า หยุดยืนอยู่ด้านหน้าโจ้เทียนหวัง โดยพร้อมเพรียงกัน น้อมกายคารวะเสียงดัง
“น้อมรับคำสั่ง...ท่านจ้าวนิกาย”
โจ้เทียนหวังกรีดนิ้วกลางอากาศ เกิดเป็ช่องว่างมิติมันล้วงฝ่ามือเข้าไปหยิบสิ่งของออกมาชิ้นหนึ่ง รูปร่างเป็ทรงกลมแบนมันวาดสิ่งของไปยังจุดแสงสีทองนั้นทันที จนเกิดเป็ภาพซ้อนขึ้นมา 2 ภาพ และทั้ง 2ภาพเหมือนกันทุกประการ ที่แท้สิ่งของนี้กลับเป็ อุปกรณ์คัดลอกเลียนแบบนั่นเอง นับว่าสะดวกรวดเร็วง่ายดายจริงๆ
“พวกท่านทั้ง 4 จงนำ แผนที่ดวงดาราค้นหาตำแหน่งดวงดาราที่ปรากฏอยู่ในพิกัดเหล่านี้ โดยทันทีและจะต้องเป็ความลับ ห้ามมิให้ผู้ใดล่วงรู้ จงปลอมแปลงโฉมลบกลิ่นอายทั้งหมด”
“น้อมรับคำสั่ง...พวกเราขออำลา”
หลังจากนั้นทั้ง 4 ผู้พิทักษ์พุ่งวาบออกไปอย่างรวดเร็วจนหายลับไปจากสายตา
โจ้เทียนหวังไม่กล่าวสิ่งใดอีก เื่ราวยิ่งรู้น้อยก็ยิ่งดี มันจึงไม่ได้เปิดเผยสิ่งใดต่อเหล่าผู้าุโ
“ผู้าุโทุกท่านจงเก็บคำพยากรณ์เหล่านี้เป็ความลับ ห้ามแพร่งพรายออกไปโดยเด็ดขาด”
ได้ยินเสียงตอบรับดังกระหึ่มหลังจากนั้นพากันแยกย้ายจากไปอย่างรวดเร็ว เหลือไว้แต่ โจ้เทียนหวังที่ยังคงยืนดูคำพยากรณ์โดยละเอียดอีกครั้ง หวังจะพบเบาะแสเพิ่มเติม
โจ้เทียนหวังครุ่นคิดคำนึงขึ้น
‘ถึงแม้ว่า ทุกดวงดาราจะรับรู้เื่ราวในครานี้แต่พวกมันย่อมไม่รู้ถึงคำพยากรณ์เ่าั้ และที่สำคัญยิ่งกว่า ก็คือจุดแสงสีทอง...เหอ...เหอ’
ย้อนกลับมาที่สระน้ำตะวันลับ
หลังจากผ่านไป 1 เดือน หลงเอ๋อ เดินกลับขึ้นมาจากสระน้ำตะวันลับ และมีท่าทีแปลกประหลาดไป
“ตกลงกันแล้วน่ะให้ผมควบคุมร่างนี้ ว่ายังไง”
เสียงเด็กหนุ่ม พูดขึ้นมา
“เด็กน้อยเ้าช่างไม่เจียมตนจริงๆ รู้หรือไม่ว่าข้าคือผู้ใด”
กลับมีเสียงบุรุษสอดแทรกขึ้นมาบ้าง
“ใครจะไปรู้ว่าคุณเป็ใครขนาดตัวเองยังไม่รู้จักเลย”
“เฮอะ...น่าขายหน้าจริงๆถ้าเป็ผมปานนี้พุ่งหัวชนเต้าหู้ฆ่าตัวตายไปแล้ว”
“เ้า...”
“เ้า...แจ่วอะไร พูดจาไม่รู้เื่ เห็นอยู่ว่าผมควบคุมร่างกายได้ ยังจะมาเื่เยอะอีก”
“เห็นไหม...นี่ๆ”
หลงเอ๋อ กวัดแกว่งแขนสองข้างไปมา ทั้งะโโลนเต้นแหย่งๆ แสดงให้เห็นว่าตนพูดจริง
“เด็กน้อยเ้าควบคุมร่างกายแล้วอย่างไร อยากมากข้าก็ทำลายดวงิญญาเ้าซะ ก็สิ้นเื่”
เสียงบุรุษ ข่มขู่คุกคาม
“ไม่ใช่ว่าคุณทำลายไปแล้วเหรอแต่ผมยังไม่ตายใช่ป่าว”
“ขี้โม้จริงๆ...ฝีมือก็งั้นๆไม่ถึงขั้น”
เด็กหนุ่ม พูดกระแทกด้วยความโกรธ เพราะใก่อนหน้านี้นึกว่าต้องตายเสียแล้วโชคยังดี นี่เรียกว่า์คุ้มครองคนดีจริงๆ
นี่แสดงว่าทั้งสองฝ่ายถกเถียงกันมาหลายครั้งแล้วในขณะที่ฝ่ายบุรุษ ไม่รู้จะจัดการอย่างไร จะทำลายิญญาเด็กหนุ่ม ก็ทำไม่ได้จะไล่ไปก็ไม่ออก ดื้อด้านยิ่งกว่าคอนกรีตซะอีก
ฝ่ายบุรุษ เตรียมการมาเป็อย่างดี แต่มาเสียท่าเด็กน้อยซะได้เปรียบเหมือนัขึ้นสู่ที่ราบ หมาแมวยังกล้าท้าทาย
ขณะที่โมโหแต่ไม่มีที่ระบายออกอยู่นั้นพลันมีเสียงที่สาม ส่งตรงมายังจิตสำนึก
“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่าสวัสดีๆ ทั้งสองท่าน”
“คุณคือผู้ใดอีก”
เด็กหนุ่มใอีกครั้ง ชักไม่แน่ใจว่าตนกำลังหลับฝันไปหรือไม่กันแน่
แต่ฝ่ายบุรุษ กลับจำได้
“เ้าเฒ่ามืดเ้านั่นเองที่ก่อกวนเื่ราวของข้า ข้าควรจะนึกได้ตั้งนานแล้วจะมีวัตถุวิเศษใดที่สามารถคุ้มครองดวงิญญาของเด็กน้อยผู้นี้”
ฝ่ายบุรุษ พลันเข้าใจเื่ราวทั้งหมดโดยทันทีราวกับบัวพ้นผิวน้ำ เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันตวาดเสียงดัง
“เ้าเฒ่ามืดบ้านเ้าไม่มีหรืออย่างไร ถึงได้วิ่งแจ่นมาโผล่หัวที่นี่ มาดีก็แล้วกันไปกลับมาทำลายแผนของข้าซะได้ หรือคิดว่าข้าไม่กล้าฆ่าเ้า...เฮอะ”
เฒ่ามืด ที่ปรากฏตัว ยืนยื้มแก้มแถบปริถูกอกถูกใจนักหนา พยักหน้า
“ใช่แล้วบ้านย่อมมีแน่นอน แถมยังมีลูกหลานคอยดูแล ข้าเฒ่ามืดสุขสบายใจยิ่ง”
เฒ่ามืด กลอกตาไปมาเอ่ยสืบต่อ
“แต่ที่ข้าเฒ่ามืดมาที่นี่เพราะข้าหวังดีกับท่านทั้งน้านน่ะ...จริงๆ”
ฝ่ายบุรุษเบ้ปากบ่นในใจถ้าเชื่อก็คงออกลูกเป็ลิงแล้ว แต่ใจก็ยังอยากรู้ ปากจึงพูดไป
“มีลมก็รีบผายพูดจบแล้วก็รีบไสหัวไปได้”
“อ้อ...ก่อนไปก็เอาเด็กน้อยนี่กลับไปด้วยอ่ะ...ยังจะเถียงอีกหรือ ข้ารู้น่ะว่าเป็เ้าที่พามันมา”
เฒ่ามืด ฟังแล้วส่ายหน้า แสดงว่าจนใจเช่นกัน
“เสียใจ...เสียใจยิ่งข้าเฒ่ามืด ไม่อาจพามันกลับไปได้แล้ว เพราะดวงิญญาของเด็กน้อยนั่นผสานกับร่างนี้เสร็จสมบูรณ์แล้ว”
“และยิ่งกว่านั้นข้าเฒ่ามืด ก็ไม่คิดทำเช่นนั้นเช่นกัน”
ฝ่ายบุรุษ เห็นสีหน้ายิ้มๆ กวนเบื้องล่างของเฒ่ามืดก็ชวนให้อยากะโถีบขาคู่จริงๆ
“อย่างที่ข้าเฒ่ามืดได้กล่าวไปว่าหวังดีกับท่าน ดังนั้นรอให้ข้าพูดจบก่อนดีหรือไม่แล้วท่านจะเห็นความจริงใจของข้าเอง”
เฒ่ามืด เห็นอีกฝ่ายนิ่งเฉย จึงยิ้มกล่าว
“คืออย่างนี้ข้า้าให้ท่านรับเด็กน้อยนี่เป็ศิษย์”
“ว่าไงน่ะ...”
“พูดอะไรอ่ะลุงถามผมยังว่า้าอาจารย์หรือป่าว”
มีสองเสียงพูดขึ้นแทบจะพร้อมกัน
เด็กหนุ่มเห็นเป็เื่ตลก แต่ฝ่ายบุรุษกลับไม่เห็นเป็เื่ล้อเล่น เพราะคิดว่าเฒ่ามืด คงไม่ได้มีเหตุผลเพียงแค่นี้แน่
“เนื่องจากว่าข้าเฒ่ามืดเพิ่งรับลูกศิษย์หนึ่งคน และก็เพราะข้อตกลงของพวกเราแต่เก่าก่อน ที่กำหนดไว้ท่านจึงจำเป็ที่จะต้องรับลูกศิษย์หนึ่งคนด้วยเช่นเดียวกัน”
“จริงรึที่เ้ารับศิษย์แล้ว เป็ไปได้ด้วยที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันตก”
ฝ่ายบุรุษ มีสีหน้าเหลือเชื่อ เอ่ยเสียงประชด
เฒ่ามืด ยิ้มเจื่อนๆ เอามือป้องปาก
“อ่ะ...แอ้ม...บัดนี้ก็มีแล้วไง”
“เฮ้...ฮัลโหลๆได้ยินหรือไม่ ฮัลโหลๆ เทส พวกลุงพูดอะไรกันผมยังอยู่ตรงนี้น่ะ”
เด็กหนุ่ม ทั้งขุ่นเคือง ทั้งขบขันที่ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกันเื่ตนเอง แต่กลับไม่ถามความสมัครใจเลย
“เฒ่ามืด เ้าได้ยินแล้วใช่หรือไม่เ้าไปขุดเ้าเด็กไร้ยางอายนี่มาจากที่ใดกัน จะให้ข้ารับมันเป็ลูกศิษย์งั้นรึเฮอะ...นับว่าฝันกลางวันแล้วจริงๆ”
“เด็กน้อยถ้าเ้าไม่กราบกรานมันเป็อาจารย์ เ้าคงจะมีชีวิตอยู่ที่จักรวาลนี้ได้ไม่เกิน 1วัน แน่”
เฒ่ามืด พูดกล่อมเด็กหนุ่ม
“เฮ้...ลุงพูดว่าจักรวาลนี้ๆ มันคือที่ไหนกัน แล้วทำไมผมจึงมาอยู่ที่นี้ ในร่างนี้ได้ล่ะ...ลุง”
“ที่นี้คือ...จักรวาลยุทธ จะมีผู้แสวงหาเต๋าแห่งความแข็งแกร่งมากมายเพื่อฝึกการบ่มเพาะพลังปราณ จุดมุ่งหมายเพื่อความเป็ะ”
“สำหรับที่มาที่ไป เ้าไม่ต้องใส่ใจ แต่ในเมื่อเ้ามาอยู่ที่นี่ ถ้าไม่อยากตายก็จงฝึกบ่มเพาะพลังปราณ เพราะที่นี่ความแข็งแกร่งคือทุกสิ่ง”
เด็กหนุ่ม ได้ฟัง ใจก็เต้นระรัวเหมือนกับหนังจีนกำลังภายในใช่หรือไม่ ที่พระเอกจะมีสาวๆ สวยๆ มากมาย นับไม่ถัวนเป็ดินแดนในฝันของหนุ่มๆ นั่นเอง
เด็กหนุ่ม ใจเต้นโทรมครามอีกนิดเดียวจะทะลุออกมาอยู่แล้ว
“เฮ้...ลุงงั้นก็หมายความว่า ถ้าผมฝึกบ่มเพาะพลังปราณ ก็จะมีสาวๆ สวยๆ กี่คนก็ได้หรือป่าว”
เด็กหนุ่ม ยิ่งคิด ก็ยิ่งตื่นเต้นราวรัวกลอง
“เด็กน้อยระงับจิตใจเ้าหน่อย ข้ากลัวว่ามันจะหยุดเต้นเสียก่อน”
เฒ่ามืด แปลกใจนึกว่าจะต้องเปลืองน้ำลายตะล่อมมากกว่านี้ซะอีก ที่ไหนได้
หลังจากระงับความตื่นเต้นได้บ้างแล้วเด็กหนุ่มก็เริ่มได้คิดถึงผลประโยชน์
“เดี๋ยวน่ะลุง...ส่งผมมาอยู่ที่นี่โดยที่ผมไม่เต็มใจ ใช่ว่าจะต้องมีของขวัญปลอบใจไรงี้หรือป่าว”
เฒ่ามืด ติดตามดูพฤติกรรมของเด็กหนุ่ม มาระยะเวลาหนึ่งก็พบว่าเป็เด็กที่ขี้ขลาด และไร้ยางอายที่สุด เป็ตัวเลือกที่เหมาะสมที่จะสร้างความยุ่งยากให้กับฝ่ายบุรุษ พอดี
ยามนั้นพอได้ยินที่เด็กหนุ่มพูดก็ไม่รู้สึกแปลกใจแต่อย่างไร จึงยิ้มกล่าว
“สำหรับของวิเศษปลอบใจเ้าอย่าได้กังวลไป ข้าได้จัดเตรียมไว้ให้แล้ว นั่นก็คือ วัตถุวิเศษป้องกันิญญา นั่นเอง”
“ไหนๆ...อยู่ไหนผมไม่เห็นรู้สึกไรเลยอ่ะ ขี้โม้ป่าวลุง”
เด็กหนุ่ม ก้มมองดูตัวเอง เอามือลูบคลำ ไปๆ มาๆ ก็ไม่เห็นถึงความแตกต่างอะไรเลย
“ฮึ...วัตถุวิเศษป้องกันิญญาไม่ใช่สิ่งที่จะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า”
เฒ่ามืด เริ่มรู้สึกรำคาญบ้างแล้ว แต่ก็ยังอดทนอธิบายต่อไป
“เอ้า...ถ้ามองไม่เห็นแล้วจะรู้ได้ไงว่ามีอยู่จริงล่ะลุง”
“ตอนนี้ความสามารถของเ้ายังไม่ถึงขั้นย่อมมองไม่เห็นอยู่แล้ว”
ฝ่ายบุรุษ เห็นเฒ่ามืดมีสีหน้ารำคาญใจก็รู้สึกยินดี จึงคิดเพิ่มความยุ่งยากเข้าไปอีกซักหน่อย
“เหอ...เหอ...เฒ่ามืดเ้าไม่ใช่ว่ามี เพลิงทมิฬะ อยู่หรืออย่างไร ส่งมันให้เด็กน้อยซะ”
เฒ่ามืด สะดุ้งเฮือก สีหน้าบูดเบี้ยวเหยเกของวิเศษหนึ่งเดียวไม่มีสอง อีกแล้วในจักรวาลนี้ จะได้มาช่างยากลำบากจะให้มอบมันออกไป ไม่สู้ฆ่ามันให้ตายยังจะง่ายกว่า
เด็กหนุ่ม เห็นท่าทางเฒ่ามืด ก็บ่งบอกได้ทันทีว่าเป็ของดีแน่ดังนั้นจึงเร่งกล่าว
“ใช่ๆ...ท่านผู้าุโผู้ที่มีจิตใจอันประเสริฐ เลอเลิศด้วยสติปัญญา เป็หนึ่งไม่มีสองในจักรวาลผมเอาอันนี้ล่ะ”
เด็กหนุ่มส่งยิ้มเฉิดฉัน ดวงตาเป็ประกายระยิบระยับมองดูจนแสบตา