God Equipment Super Armor

    ตอนที่ 60 ศึกแรก(2)

            ตอนที่ 60

            ศึกแรก(2)

            ในช่วงเวลาพัก

            ‘ดูเหมือนว่าฉันกำลังเสียเวลาไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่...’

            บอสถอนหายใจขณะที่กำลังนั่งพักอยู่ในแถวถึงแม้ว่ามันจะเป็นการปกป้องเมืองจากฝูงมอนสเตอร์ที่ทำตัวแปลกประหลาดแต่ถ้าไม่มีทหารและเหล่าจอมยุทธก็สามารถทำได้อยู่ดีเขาจะต้องอยู่ที่นี่จนกว่าจะครบ 1 สัปดาห์ ซึ่งนั่นก็เลยเวลาผักผ่อนของเขาไปแล้วแถมยังไม่ได้ใช้เวลากับครอบครัวและบลูอย่างเต็มที่เขาไม่รู้ว่าบลูได้เข้าร่วมกิจกรรมหาประสบการณ์ครั้งนี้ด้วยหรือไม่

            ในกิจกรรมนี้มีนักศึกษาได้ตายไปจากการเข้าปะทะกับฝูงของเหล่ามอนสเตอร์จำนวนมากพ่อแม่ของพวกเขาจะได้รับการชดใช้อย่างคุ้มค่าถึงจะพูดแบบนั้นต่อให้เป็นสมบัติที่มีมูลค่ามากกว่าล้านๆก็ไม่มีอะไรคุ้มค่าไปกว่าชีวิตของคนทุกคนไม่สามารถปฏิเสธหรือต่อต้านคำสั่งของกองทัพในการเข้าร่วมสงครามได้มันคือกฎที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณที่มอนสเตอร์แหวกมิติเข้ามาจู่โจมโลกในช่วงที่เริ่มก่อตั้งประเทศได้อีกครั้ง

            บอสได้รับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยมามันทำให้เขารู้สึกปวดหัวเข้าไปใหญ่กับระบบของกองทัพเขาจะต้องจดจำกฎนั่นนี่และตอบคำถามถึงวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในกรณีปีกซ้ายหรือขวาแตกนอกจากนี้เขายังต้องรับมือกับพวกคนหัวดื้อภายในหน่วยซึ่งอยู่ปีสูงกว่าหรือพวกที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่นไม่ยอมทำตามคำสั่ง

            ขณะที่บอสกำลังฝึกตามรายการที่อาจารย์พิมพ์มอบให้ก็มีกลุ่มคนเดินเข้ามาทักทายเขา

            “สวัสดีค่ะรุ่นพี่!”

            บอสมองไปยังกลุ่มคนเหล่านั้นก็พบกับเพื่อนฝูงที่อยู่ภายในอาจารย์เดียวกันนั่นก็คือพวกแคทเทอรีนนั่นเอง

            “โอ้ว~! ว่ายังไงผ่านกิจกรรมกันแล้วเหรอ?”บอสถาม

            “ใช่แล้ว! นายพึ่งมาละสิท่า”แคทกล่าว

            บอสพยักหน้า“ใช่”

            ตาลเอานิ้วจิ้มไปยังหน้าอกข้างซ้ายของบอสแล้วกล่าว

            “ว้าว! นี่มันตราหัวหน้าหน่วยจู่โจมไม่ใช่เหรอค่ะ”

            บอสยิ้มบางๆภายใต้รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า

            “ใช่แล้วตอนนี้พี่เป็นหัวหน้าหน่วยจู่โจมที่8 ”

            ทุกคนพากันมองบอสด้วยความตะลึงคนที่จะได้เป็นหัวหน้าหน่วยส่วนใหญ่แล้วจะต้องเป็นพวกปี4 หรือไม่ก็คนที่มีความแข็งแกร่งสูงสุดภายในหน่วยนั้นๆ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า
    บอสคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดภายในหน่วยที่ 8 นั่นเอง
    !

            “ทำไมนายไม่เข้าหน่วยสนับสนุนเหรอ?”แคทถามด้วยความแปลกใจ

            บอสส่ายหน้า“ได้เข้าร่วมสงครามทั้งทีก็ต้องไปแนวหน้าสิ หากอยู่แล้วหลังมันจะไปสนุกอะไร?อีกอย่างให้ฉันไปนั่งซ่อมอาวุธและสร้างอาวุธทั้งวันก็ไม่ไหวนะ มันน่าเบื่อเกินไป”

            น่าเบื่อ!? ช่างทำอาวุธระดับฟ้าเบื่อการทำอาวุธ บ้านมันเถอะหากเขาไม่เบื่อเขาะต้องกลายเป็นช่างตีเหล็กระดับม่วง หรือ ทองไปแล้วแน่นอน

            แคทรีบกล่าวถามบอสทันทีว่า“พอจบกิจกรรมนี้นายว่างไหม ฉันอยากจะชวนนายคุยเรื่องสั่งทำอาวุธสักหน่อย”

            “ได้สิเอาเบอร์ฉันไปอีกประมาณสัก 8 วันค่อยโทรนัดสถานที่ฉันนะ”บอสยื่นเบอร์ให้กับเธอ

            “เอาโซเชียลของนายมาด้วยสิเผื่อนายไม่รับฉันจะได้ส่งข้อความบอกและนัดเวลาเอาไว้”แคทกล่าวเสริม

            บอสพยักหน้าจากนั้นก็มอบชื่อโซเชียลของเขาให้กับเธอไปเพื่อนคนอื่นๆเองก็ขอเบอร์และโซเชียลเขาเอาไว้เช่นเดียวกันเนื่องจากพวกเขาก็อย่างจะสั่งทำอาวุธด้วยเช่นกันพอพวกเขาได้สิ่งที่ต้องการก็พากันจากไปยกเว้นแคทเทอรีนที่ยืนมองเขาอยู่

            บอสสงสัยเลยถาม“หืม? เธอไม่กลับเหรอ?”

            “อย่าตายล่ะหากช่างทำอาวุธระดับนายตายพวกเราไม่ได้อาวุธแน่”เธอกล่าวด้วยสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนแปลง

            บอสหลุดขำออกมาเลยน้อยมันทำให้แคทเทอรีนต้องขมวดคิ้วแล้วกล่าว

            “มันมีเรื่องอะไรน่าตลกเหรอ?”

            บอสยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์แล้วกล่าว“เป็นห่วงฉันเหรอ!?”

            เธอกลอกตาไปมาแล้วกล่าว“เปล่า...หากนายตายพวกเราจะไม่ได้อาวุธ”

            “อุส่าหวัง...สงสัยจะผิดหวังซะแล้วสุดท้ายก็จบลงที่ผลประโยชน์สินะ”บอสพึมพำให้แคทเทอรีนได้ยิน จากนั้นเขาก็กล่าวต่อ“ไว้เจอกันตอนอยากได้อาวุธก็แล้วกัน”

            เมื่อกล่าวเสร็จเขาก็เดินหนีออกมาจากแคทแคทรู้สึกผิดปกติเธอจะต้องพูดอะไรสักอย่างออกมาเพื่อยื้อเขาเอาไว้ไม่ให้เขาเดินจากไปด้วยความเผลอตัวเธอยืนมือของตัวเองไปจับมือของเขาเอาไว้โดยไม่ได้กล่าวอะไร

            [ปลาติดเบ็ดแล้วค่ะ!!!]

            ‘แบบนี้ก็ได้เหรอ!? ขอบคุณครับท่านปรมาจารย์หนอนน้อย’บอสกล่าวในใจ

              [รีบรุกเลยค่ะตอนนี้แหละ!]

              บอสหันหน้าไปแล้วพูดตามบทที่หนอนน้อยวางแผนเอาไว้ให้

              “มีอะไรเหรอ? อยากได้อาวุธเพิ่ม?”

              “ปะเปล่า!”แคทกล่าว

              “แล้วมีอะไรล่ะพูดมาสิ”บอสกดดัน

              แคทกล่าวเสียงดังว่า“ฉะ ฉันไม่ได้เข้าหานายเพราะผลประโยชน์! จำใส่หัวเอาไว้!”

              พอกล่าวเสร็จเธอก็จากไปอย่างรวดเร็วแล้วก็มีทหารนายหนึ่งวิ่งเข้ามาหาเขาทันที

              “บอสร้อยเอกเกริกเรียกให้ไปพบที่เต็นท์ด่วน!”

              “ครับ! ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้!”

              เขาวิ่งไปยังเต็นท์ของเกริกแล้วเดินเข้าไปภายในก็พบว่าบาร์คเองก็อยู่ด้วยเช่นกัน

              “ร้อยเอกมีอะไรเหรอครับ?”บอสถาม

              “อีกประมาณ15 ชม. ฝูงมอนสเตอร์ขนาดเล็กจะเดินทางมาถึงที่นี่ หน่วยจู่โจมที่ 8จะต้องเข้าร่วมการต่อสู้กับหน่วยจู่โจมอื่นๆ”เกริกกล่าว

              “มอนสเตอร์บุกเหรอครับ? ปกติเวลาโดนโจมตีจะต้องส่งหน่วยป้องกันไปไม่ใช่เหรอครับทำไมต้องใช้หน่วยจู่โจมไปป้องกันด้วยละ?”บอสสงสัย

              บาร์คเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจที่บอสสนใจเรื่องละเอียดอ่อนแบบนี้ด้วย

            “ไม่เคยได้ยินว่าการโจมตีคือการป้องกันที่ดีที่สุดเหรอ?”

            “มันก็ใช่นะครับในกรณีที่เราไม่มีกำแพงแข็งแกร่งมากพอและภูมิศาสตร์ที่เสียเปรียบในการป้องกันแต่เท่าที่ผมจำได้ภูมิศาสตร์ในทางทิศใต้นั้นเต็มไปด้วยเนินเขาซึ่งคุณสามารถส่งหน่วยซุ่มยิงไปลอบโจมตีเพื่อบั่นทอนกำลังของพวกมันให้มีจำนวนน้อยลงเพื่อลดความกดดันของหน่วยป้องกัน?”บอสกล่าวตามหลักการ

            บาร์คและเกริกมองหน้ากันประมาณว่าไอ้หนูนี่มันเป็นว่ะเห้ย!! พวกเขาไม่อยากจะเชื่อว่าคนประเภทนี้จะเป็นช่างทำอาวุธหากเป็นไปได้พวกเขาอยากจะให้เป็นทหารมากกว่าแต่คนที่มีพรสวรรค์ในด้านการทำอาวุธน้อยมากหากเขาดึงตัวมาทางสมาคมช่างทำอาวุธจะต้องปฏิเสธหัวชนฝาแน่นอน

            “นี่มันก็คือการสัมผัสประสบการณ์จริงหากเธออยู่ในกองทัพการทำตามคำสั่งของคนที่มียศใหญ่กว่านั้นคือเรื่องจำเป็นแม้ว่าแผนการนั้นจะโง่เง่าขนาดไหนก็ตามเข้าใจไหม?”เกริกกล่าวอย่างจนใจ

            บอสพยักหน้าเพราะเขาเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้มาบ้างสมัยก่อนผู้บัญชาการส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนที่มีความสามารถเพราะตำแหน่งนี้ต้องใช้ผลงานถึงจะสามารถคว้ามันมาได้แต่ปัจจุบันไม่เหมือนในอดีตมันมีการขโมยผลงานฆ่าคนที่คิดต่างและฝั่งรากเข้าไปภายในโดยการใช้คนของตนเองเพื่อเพิ่มความมั่นคงของตำแหน่งเขาเคยเห็นหมูตอนที่ดำรงตำแหน่งสูงในกองทัพมันก็ทำให้เขาเกิดข้อสงสัยว่าคนพวกนี้ไม่ได้ทำอะไรนอกจากกินเหรอทำไมถึงได้กลายเป็นแบบนั้นแล้วภาพลักษณ์ของคนที่ทำหน้าที่ปกป้องชาติทำไมถึงได้แตกต่างกับสมัยโบราณที่แม้แต่คนชรายังมีกล้ามเนื้อและกำลังวังชามากมายกันละ?

            “ผมจะต้องแจ้งให้กับคนในหน่วยทราบถึงเรื่องการจู่โจมในครั้งนี้ใช่ไหมครับ?”บอสถาม

            เกริกพยักหน้า“มีเวลาเตรียมตัว 20 นาทีไปบอกให้พวกเขาเก็บของแล้วเตรียมตัวออกเดินทางใครที่สายจะต้องอยู่ที่นี่ต่ออีก 5 วัน แจ้งพวกเขาแบบนี้”

            บอสพยักหน้าจากนั้นเขาก็เดินออกไปจากเต็นท์แล้วเรียกรวมคนในหน่วยทันที

            “เท่าที่ผมสังเกตดูดีๆแล้วเหมือนว่าเขาจะไม่มีศิลปะการต่อสู้ประเภทมือเปล่าเลยมีเพียงฟุตเวิร์ค ทักษะดาบและหอกเท่านั้นเอง”เกริกกล่าว

            “ช่างเรื่องนั้นเถอะเดี๋ยวเขาก็จะรู้เองแหละว่าศิลปะการต่อสู้มือเปล่าสำคัญขนาดไหนและเขาก็จะหาฝึกมันเอง”บาร์คกล่าว

            ....

            “ด้วยเหตุนี้ทุกคนมีเวลาเก็บของและเตรียมตัว20 นาที หากใครมาช้าจะต้องอยู่ที่นี่เพิ่มอีก 5 วัน! เอาละแยกย้ายได้!!”บอสตะโกนเสียงดัง

            ทุกคนที่นั่งฟังพากันแยกตัวออกไปเก็บสิ่งของเข้ากระเป๋าอย่างรวดเร็วทุกคนต่างตื่นเต้นมากที่จะได้ไปฆ่าพวกมอนสเตอร์โดยเฉพาะพวกผู้ชายที่จะได้โชว์สาวพวกเธอจะต้องเห็นความเท่และหลงใหลในเสน่ห์ของพวกเขาอย่างแน่นอน!

            บอสไม่ต้องเก็บของเลยเพราะเขามาแต่ตัวตั้งแต่แรกอยู่แล้วเขานำกระเป๋าเป้ที่เต็มไปด้วยน้ำดื่มอาหารกระป๋องและเต็นท์ออกมาจากช่องเก็บของและสะพายเอาไว้เพื่อความกลมกลืนพอเก็บทุกอย่างแล้วเสร็จเขาก็ไปนั่งรอที่นัดหมาย

            สักพักก็มีรถหุ้มเกราะจำนวนนับสิบขับเข้ามาจอดเรียงกันเป็นระเบียบร้อยเอกเกริกเดินมาแล้วบอกให้ทุกคนเข้าไปนั่งรถคันไหนก็ได้โดยเร็วบอสเลือกที่จะเข้าไปนั่งในรถคันแรกเพราะเขาอยู่ใกล้มันมากที่สุด

            ผ่านไป2 ชม.

            รถหุ้มเกราะก็หยุดอยู่ณ ค่ายทหารแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยทหารและนักศึกษาจำนวนมากพวกเขาลงจากรถแล้วรวมตัวอีกครั้งเพื่อฟังคำชี้แจงจากร้อยเอกเกริกเขาบอกว่าในการจู่โจมครั้งนี้มีมหาวิทยาลัยอื่นรวมอยู่ด้วยพวกเขาบอกให้ทิ้งความบาดหมางระหว่างสถาบันไปแล้วช่วยกันต่อสู้เพราะเมื่อไหร่ที่ศึกในยังไม่สงบก็จะไม่สามารถรับศึกนอกได้

            หน่วยจู่โจมที่8 จะต้องเป็นกลุ่มแรกที่ทะลวงเข้าไปภายในฝูงมอนสเตอร์เป็นระยะทาง 100 เมตรและค้ำจุนแนวรบเอาไว้ให้หน่วยจู่โจมอื่นทะลวงเข้าไปให้ถึงตัวแม่ทัพของศัตรูหากแม่ทัพของอีกฝ่ายถูกทำลายภารกิจของพวกเขาก็จะสำเร็จลุล่วง

            ถึงกระนั้นก็ยังคงมีสายตาชิงชังและดูถูกจากสถาบันอื่นอยู่ระดับของมหาวิทยาลัย
    การจัดการอยู่ระดับล่างเป็นธรรมดาที่พวกระดับสูงกว่าจะเหยียดหยามบอสไม่ได้สนใจสายตาที่เหน็บแนมของคนเหล่านั้นเพราะมันไม่ได้ทำให้เขาเดือดร้อนมีเพียงเพื่อนร่วมสถาบันเท่านั้นที่มาชอบสายตาของคนเหล่านั้นแล้วพากันกัดฟันด้วยความโกรธแค้น

            “สายตาของพวกมันทำให้ฉันอยากฆ่าคน!!”ชายคล้ายไจแอ้นกล่าวหมัดของเขามีเปลวเพลิงปะทุขึ้นมาเป็นพักๆ

            “หึ! รอให้พวกมันเผลอก่อนฉันจะไปวางยาถ่ายใส่ในอาหารของพวกมัน!”ชายปากแหลมกล่าว

            “....”บอสหมดคำพูดกับความคิดของคนเหล่านี้อะไรมันจะแค้นกันขนาดนั้นราวกับว่าชาติที่แล้วพวกเขาเป็นศัตรูคู่แค้นกันถ้าพวกมันลามปามมาถึงบุพการีของเขา บอสไม่ลังเลที่จะกระโดดถีบปากคนพวกนั้น

            หลังจากที่เกริกชี้แจงเสร็จพวกเขาก็ถูกพาไปยังจุดกางเต็นท์สำหรับหน่วยจู่โจมที่8 ซึ่งอยู่ใกล้กับที่พักของหน่วยจู่โจมที่ 9 ของมหาวิทยาลัยมังกรผงาดโรซันที่เป็น1 ในคู่อริของมหาวิทยาลัยการจัดการ พวกเขามีเวลาพักและเตรียมใจทั้งหมด 3 ชม.ก่อนที่จะออกเดินทางไปยังตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย

            บอสรอให้คนอื่นๆเลือกสถานที่ที่ต้องการจนหมดก่อนแล้วเขาถึงจะใช้ที่ว่างนั้นกางเต็นท์ของตนเองจากการสังเกตบอสพบว่าทุกคนหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับที่พักของมหาวิทยาลัยมังกรผงาดโรซันเขาเลยเลือกกางเต็นท์บริเวณนั้น

            ขณะที่กำลังกางเต็นท์อยู่ก็มีเกิดเรื่องประหลาดขึ้น

            [ตรวจพบคนใช้พลังจิตเพื่อควบคุมร่างของคุณ!]

    …………………………………………………………………………………..

    คล้ายกับเรื่องGod Equipment Super Armor ที่คุณอ่าน