หานซั่วตื่นขึ้นมาตอนเที่ยงคืนพอดี แก่นมนตราหวนคืนสู่การโคจรอย่างไร้ระเบียบเช่นเดิม แต่ภายในสมองของเขาคล้ายจะมีบางอย่างแปลกไป เทียบกับก่อนหน้านี้ เมื่อเขามองไปรอบ ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างดูกระจ่างชัดมากขึ้น
ความคิดวูบหนึ่งทำให้หานซั่วชะงักงัน เขาเริ่มฝึกฌานทันที ครั้งนี้ ค่อย ๆ ขยายััให้กว้างขึ้นอย่างระมัดระวังตามคำแนะนำใน ‘ตำราศาสตร์แห่งความตายขั้นพื้นฐาน’ และพบว่า เป็เพราะแก่นมนตราที่โคจรไปยังสมองระหว่างการแผลงฤทธิ์ของคำสาปกรีดิญญาในครั้งนี้เอง ที่ทำให้เขาสามารถฝึกฝนจน ‘พลังจิต’ ปรากฏขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ
"ฮ่าฮ่าฮ่า... ข้านี่มันอัจฉริยะจริง ๆ ฝึกฌานจนได้พลังจิตในเวลาสั้น ๆ หึหึ ลองเวทมนตร์ขั้นต่ำสุดของศาสตร์แห่งความตายสักหน่อยดีกว่า ดูสิว่าข้าจะอัญเชิญนักรบโครงกระดูกมาได้หรือเปล่า!”
เขารีบเปิดตำราศาสตร์แห่งความตายขั้นพื้นฐานและพลิกอ่านอยู่หลายหน้า ก็ยังไม่เจอวิธีร่ายเวทอัญเชิญนักรบโครงกระดูก กระทั่งหานซั่วเพิ่งมาตระหนักได้ว่าตำราเล่มนี้เป็เพียงข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับศาสตร์แห่งความตายเท่านั้น แต่ไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับวิธีการร่ายเวทหรือคาถาใด ๆ อยู่เลย
หานซั่วขมวดคิ้วขณะพยายามนึกคาถาที่ลิซ่าเคยร่ายให้ออก เขาชูมือขึ้น เพ่งสมาธิไปยังพลังจิตอย่างแน่วแน่ และเริ่มร่ายคาถา
"ิญญาแห่งทหารกล้าผู้ล่วงลับเอ๋ย... จงสดับฟังคำเรียกแห่งสาส์นทมิฬ และปรากฏกายเบื้องหน้าข้า!"
ร่ายจบ เขาก็รู้สึกว่าพลังจิตอันน้อยนิดอันตรธานหายอย่างรวดเร็ว แม้ััได้ถึงบางอย่าง แต่เขาก็ต้องทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงเมื่ออยู่ดี ๆ ก็รู้สึกปวดศีรษะขึ้นมา เขาหายใจหอบหนักและอ่อนแรงอย่างสิ้นเชิง
ขณะที่หานซั่วล้มตัวลงนอน เงาดำสายหนึ่งก็ปรากฏวาบในโรงเก็บของเล็ก ๆ โครงกระดูกสีขาว ที่สูงเพียงครึ่งหนึ่งของโครงกระดูกที่ลิซ่าเคยอัญเชิญ ปรากฏตัวขึ้นมาแทนเงาดำนั้น
หานซั่วตื่นเต้นดีใจเป็ที่สุด เมื่อเขาเห็นโครงกระดูกสีขาวราวหิมะถือกริชกระดูก จ้องมองมาที่เขาด้วยดวงตากลวงโบ๋ แม้ขนาดจะแตกต่างกัน แต่ก็ยังเป็โครงกระดูกที่พิสูจน์ได้ว่าการร่ายเวทศาสตร์แห่งความตายของเขาสัมฤทธิผล
แต่หานซั่วยังคงหมดแรงและรู้สึกวิงเวียน หากอิงตาม ‘ตำราศาสตร์แห่งความตายขั้นพื้นฐาน’ เขาสันนิษฐานว่าพลังจิตของเขากำลังอ่อนแอ เพราะใช้พลังจิตไปจนหมดสิ้นหลังจากอัญเชิญโครงกระดูกน้อยตนนี้มา
หานซั่วััถึงสายสัมพันธ์แปลกประหลาดระหว่างเขากับโครงกระดูกน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้า และเป็เพราะพลังจิตอ่อนแอเกินไป เขาจึงไม่สามารถออกคำสั่ง หรือแม้แต่ส่งมันกลับไปยังมิติมืดได้
มนุษย์และโครงกระดูกจ้องกันไปกันมาครู่หนึ่ง ไม่มีใครเข้ามาในโรงเก็บของของหานซั่วอยู่แล้ว หากปล่อยให้โครงกระดูกอยู่ในนี้ก็คงไม่เป็ไร เพราะมันจะไม่ทำอะไรหากไม่ได้รับคำสั่ง
กว่าหานซั่วจะจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เวลาก็ล่วงเลยเที่ยงคืนไปพอสมควร แม้ยังรู้สึกเหลือเชื่อไม่หาย แต่เขากลับรู้สึกเหนื่อยยิ่งกว่า เมื่อเริ่มสงบใจได้ หานซั่วก็ผล็อยหลับไป
วันต่อมา ขณะที่ฟ้ายังไม่ทันสาง
หานซั่วตื่นแล้ว เขาตั้งใจจะจัดการกับขยะก่อนที่คนอื่น ๆ จะตื่นเหมือนที่เคยทำเป็ประจำ ก่อนจะเหลือบไปเห็นโครงกระดูกน้อยยืนแน่นิ่งอยู่ข้างกองขยะ
พลังจิตของเขาคล้ายจะฟื้นฟูขึ้นนิดหน่อยหลังจากนอนหลับไปเมื่อคืน แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะส่งมันกลับไปยังมิติมืดอยู่ดี อย่างไรก็ตาม น่าจะพอออกคำสั่งง่าย ๆ ได้
“เอาขยะไปทิ้ง”
โครงกระดูกน้อยก้าวขาออกเดินทันทีที่เขาออกคำสั่ง นิ้วกระดูกทั้งห้าค่อย ๆ เหยียดออก หยิบขยะที่อยู่ข้างตัวมันขึ้นมา ก่อนจะเปิดประตูและเดินออกไปข้างนอก
“หึหึ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทุกคนถึงอยากเรียนเวทมนตร์กันนัก ทุกอย่างมันง่ายขึ้นมาก ๆ แบบนี้เอง คราวนี้จะได้ใช้โครงกระดูกช่วยเอาขยะไปทิ้งให้ข้าทุกเช้า!”
หานซั่วสังเกตว่ายังเช้าอยู่ จึงทิ้งตัวลงบนเตียงเล็ก ๆ ของตนเอง และหลับต่ออีกครั้ง หลายวันที่ผ่านมา นี่เป็เช้าวันแรกที่เขามีเวลานอนเพิ่มมากขึ้น
เมื่อหานซั่วลืมตาอีกครั้ง เขาก็พบว่าโครงกระดูกกลับมาแล้ว และเอาขยะไปทิ้งตามคำสั่งเป็ที่เรียบร้อย
ขณะที่หานซั่วล้างหน้าล้างตาหลังลุกจากเตียง เขาสังเกตเห็นว่ารอยฟกช้ำดำเขียวตามร่างกายหายไปอย่างน่ามหัศจรรย์ แม้แต่รอยแผลเป็บนแขนก็เริ่มจาง สมองปลอดโปร่งยิ่งขึ้นหลังจากการฝึกฝนพลังจิตเมื่อวาน รูปร่างของเขาเองก็คล้ายจะดูดีขึ้น...
อาณาจักรพลังรูปธรรมของเวทปีศาจ เป็กระบวนการบูรณะร่างกายของผู้ใช้เวท การพัฒนาที่เห็นได้ชัดของอาณาจักรพลังรูปธรรมคือการลบรอยแผลเป็บนร่างกาย เพิ่มความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของร่างกายผู้ใช้เวทอย่างมาก แม้แต่บาคหรือลิซ่าก็ต้องเสียใจ หากพยายามใช้นักรบโครงกระดูกเล่นงานหานซั่วอีก
หานซั่วยังคงครุ่นคิดอย่างจริงจังขณะซักผ้าและเฝ้ามองเหล่านักเรียนศาสตร์แห่งความตายที่กำลังเร่งรีบไปเข้าเรียน ก่อนจะคว้าเครื่องมือและวิ่งไปทำความสะอาดรูปสลักบุคคลดีเด่นแห่งวิทยาลัยบาบิโลนต่อ
“อาธีน่า ตอนข้าลุกมาเข้าห้องน้ำก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเมื่อเช้านี้ ข้าเห็นโครงกระดูกตัวเล็ก ๆ ตนหนึ่งถือถุงขยะสองใบ ค่อย ๆ เดินไปยังที่ทิ้งขยะ แปลกมากเลยล่ะ!”
เอมี่ นักเวทฝึกหัดกำลังพูดคุยกับอาธีน่าขณะเดินไปยังอาคารเรียนเวทมนตร์ธาตุมืด
“พิลึกจริง ใครกันนะที่เบื่อถึงขั้นอัญเชิญโครงกระดูกมาช่วยทิ้งขยะให้ ใช่เ้าไบรอันกึ่งบ้ากึ่งปัญญาอ่อนนั่นหรือเปล่า?”
“นั่นสิ แต่ข้าเห็นโครงกระดูกตัวเล็กถือถุงขยะสองใบจริง ๆ แล้วข้าก็รู้สึกสงสารไบรอัน แค่นี้ก็เขาก็ลำบากมากพอแล้ว ยังต้องมาทรมานจากคำสาปของลิซ่าและถูกบาคทุบตีทุกวันอีก!”
“เ้าคงตาฝาดไปเพราะยังกึ่งหลับกึ่งตื่นมากกว่า ไบรอันเป็แค่เด็กรับใช้ แถมยังเป็ทาสอีก ดีแค่ไหนแล้วที่ยังมีชีวิตรอดอยู่ เ้าน่ะใจดีเกินไปแล้ว มาห่วงไบรอันแบบนี้!”
เด็กสาวสองคนเดินห่างออกไปจนหานซั่วไม่ได้ยินที่พวกเธอคุยกันอีก ไม่นาน แจ็คก็หันมาทำความสะอาดรูปสลักชิ้นเดียวกัน หลังจากง่วนอยู่กับการปัดฝุ่นได้สักพัก เขาก็มองหานซั่วอย่างสงสัย
“ไบรอัน ข้าว่าเ้าดูมีเนื้อมีหนังขึ้นนะ แล้วบาคไม่ได้เล่นงานเ้าหรือ? เมื่อวานหน้าเ้ายังมีรอยช้ำอยู่เลย ทำไมวันนี้หายแล้วล่ะ?”
“เดี๋ยวนี้ บาคคงออกกำลังหนักเกินไป เ้าเองก็น่าจะสังเกตว่าเขาทั้งตาคล้ำและอ่อนแอไร้เรี่ยวแรง สภาพแบบนี้ เ้านั่นคงเล่นงานข้าไม่ไหวอีกแล้วล่ะ”
หานซั่วรู้สึกท้องว่างเป็พิเศษหลังจากพูดจบ จึงหันไปพูดกับแจ็ค “เดี๋ยวนี้กินอย่างไรก็ไม่อิ่ม ขออาหารที่เ้าซ่อนไว้ให้ข้าหน่อยสิ”
“เอ๋? เ้ารู้ได้ไงว่าข้าซ่อนขนมปังไว้?”
“เด็กรับใช้ของสาขานี้ทุกคนรู้กันหมดว่าเ้าชอบซ่อนอาหารไว้กับตัว มีเ้าคนเดียวนี่แหละที่คิดว่าไม่มีใครรู้ อย่าเสียเวลาเลย เอาขนมปังมาให้ข้าเถอะ วันหลังข้าจะตอบแทนเ้า!”
แจ็คหยิบขนมปังออกมาอย่างไม่เต็มใจ หลังจากคอยมองอย่างระมัดระวัง เขาก็บิขนมปังแบ่งให้หานซั่ว
หานซั่วพักจากงานและนั่งลงกินขนมปังอย่างหิวโหย อยู่ ๆ แจ็คก็พูดขึ้นว่า
“ชู่ว... บาคกำลังมาทางนี้ เอ๋?! ลิซ่าก็มากับเ้านั่นด้วย!”
บาคถือกล่องสีขาวสวยงามสองใบในมือ และกำลังเดินตามหลังลิซ่าด้วยรอยยิ้มประจบประแจง เขายังคงไม่ละความพยายามในการเอาชนะใจเธอ
“ลิซ่า นี่คือขนมสูตรพิเศษของตระกูลข้าเอง อร่อยมากเลยนะ เ้ายังไม่ได้ทานข้าวเช้าใช่ไหม? ลองทานดูหน่อยสิ”
ตอนที่บาคเล่นงานหานซั่วเมื่อวาน บาคบังเอิญโดนหมัดของหานซั่วต่อยเอา แก้มข้างขวาของเขาจึงยังมีรอยช้ำเล็กน้อย ทุกครั้งที่ยิ้ม เขาก็ต้องสลับเป็หน้าบูดบึ้งทันทีเพราะความเ็ป
“ฮึ ข้าไม่หิว ไม่ต้องมาพยายามเอาใจข้า ข้าเกลียดคนอย่างเ้า --- มาทำเป็ประจบสอพลอต่อหน้า แต่ลับหลังพูดถึงข้าเสีย ๆ หาย ๆ”
ลิซ่าเดินย่ำเท้าจากไปโดยไม่หันมามองบาคอีกเลย ขณะที่เดินผ่านไบรอันและแจ็ค เธอก็ส่งสายตาเ็ามาที่ไบรอันและเอ่ยขึ้น
“ไบรอัน อีกเดือนหนึ่ง คำสาปกรีดิญญาหมดฤทธิ์เมื่อไหร่ ข้าจะมาใช้เ้าเป็เป้าฝึกซ้อมอีกแน่!"
เพราะลิซ่าเอ่ยถึงเื่นี้ หานซั่วจึงเพิ่งตระหนักได้ว่าั้แ่เมื่อเช้า เขาไม่ได้ทรมานเพราะคำสาปกรีดิญญาอีกเลย จึงเดาว่าคำสาปกรีดิญญาน่าจะถูกลบล้างไปหลังจากบ่มเพาะพลังจิตสำเร็จเมื่อคืน มิเช่นนั้นแล้ว ป่านนี้เขาน่าจะกำลังทรมานจากผลของมันอยู่
ลิซ่ากำลังจะเดินจากไปอยู่แล้ว ตอนที่บาคโพล่งขึ้นมาด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นไบรอัน
“เอ๊ะ? เป็ไปได้อย่างไร? จำได้ว่าเมื่อวานข้าเล่นงานเ้าจนมีรอยช้ำเต็มหน้าเลยนี่นา ทำไมวันนี้รอยหายไปหมดแล้ว?”
บ้าจริง ความจำดีขนาดนั้นเชียว หานซั่วแสร้งมองบาคด้วยหน้าตาเพี้ยน ๆ หัวเราะคิกคักอย่างคนเสียสติ
“ฮี่ฮี่ฮี่ ก็ข้ามีเื่ให้ต้องดูแลผิวพรรณเป็ประจำนี่นา!”
ลิซ่าหัวเราะพรืดออกมาเบา ๆ เมื่อได้ยิน เธอหยุดก้าวเดินทันที ไม่ได้รีบร้อนเดินจากไป ดวงตาคู่งามหรี่เล็กลงเป็รูปพระจันทร์เสี้ยวพร้อมกับยิ้ม ดูน่ารักทีเดียว ‘เ้าไบรอันปัญญาอ่อนมีอะไรน่าสนใจขึ้นเยอะหลังจากที่เสียสติไป’ ลิซ่าคิด ‘เขาไม่ได้เอาแต่ยืนนิ่งเงียบเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว’
แจ็ครู้ว่าหานซั่วไม่ได้เสียสติ แต่ที่พูดไปอย่างนั้นเพราะ้าล้อเลียนบาคต่างหาก เขาพยายามกลั้นหัวเราะเต็มที่ แต่ก็ไม่วายหลุดหัวเราะออกมา
“ฮ่าฮ่าฮ่า”
แต่กว่าจะรู้ตัวว่าทำอะไรผิดไปก็สายไปเสียแล้ว
บาคหัวเสีย รอยช้ำที่แก้มขวาของเขายังไม่ทันหายดี แต่รอยช้ำของเ้าหน้าโง่ปัญญาอ่อนนั่นกลับหายไปหมด เขาไม่กล้าพูดอะไรตอนที่ลิซ่าหัวเราะ แต่เสียงหัวเราะของแจ็คกลับทำให้เขาเดือดดาล ปรี่เข้าไปหาแจ็คพร้อมกับตวาดลั่น
“เ้าขี้ข้าน่าสมเพช กล้าดีอย่างไรมาหัวเราะข้า ข้าจะเล่นงานเ้าให้ถึงตายเลย!”
แจ็คเห็นท่าไม่ดี แต่ก็ไม่กล้าวิ่งหนีออกไป ได้แต่ยืนอย่างอ่อนแรงรอรับการทุบตีขณะที่บาคตรงรี่เข้าหา ตอนนั้นเองที่หานซั่วรีบกุมศีรษะและร้องะโ
“โอ๊ย เจ็บ!”
เขาล้มลงไปกองตรงหน้าแจ็ค เมื่อบาคเห็นว่าเป้าหมายตรงหน้าเปลี่ยนเป็หานซั่ว เขาก็ไม่สนใจ เพราะจะเล่นงานใครก็ไม่ต่างกัน จึงเหวี่ยงหมัดใส่ใบหน้าของหานซั่วเต็มแรง
พลั่ก!
เสียงหมัดปะทะใบหน้าของหานซั่วดังขึ้น แต่หมัดของบาคไม่ได้ทำให้เจ็บเหมือนที่โดนเมื่อวาน ทั้งยังสามารถประคองร่างกายอันบอบบางไม่ให้โอนเอนเพราะแรงหมัดไว้ได้
หานซั่วแสร้งร้องด้วยความเ็ป “เจ็บนะ!” ก่อนจะเริ่มสาวหมัดไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง บาคถูกหมัดกระแทกหน้าถึงสามครั้ง ตาซ้ายของเขาเปลี่ยนเป็สีดำคล้ำทันที สองมือกุมท้องขณะโดดไปมา
“เ้าทาสไร้ค่า กล้าดีอย่างไรมาต่อยข้า วันนี้ล่ะ ข้าจะใช้เวทมนตร์ศาสตร์แห่งความตายฆ่าเ้า ต่อให้เป็สิ่งสุดท้ายที่ข้าจะทำ!”
“บาค รังแกไบรอันอีกแล้ว นี่มันเวลาเรียนนะ รีบกลับไปเข้าห้องเรียนเดี๋ยวนี้”
ตอนนั้นเอง เสียงหวานและอ่อนโยนตักเตือนมาแต่ไกล เมื่อสาวงามร่างสูงโปร่ง ผมยาวเป็ลอนสีม่วงอ่อน เดินกรีดกรายมาทางพวกเขา
เธออายุราว ๆ ยี่สิบสี่หรือยี่สิบห้าปี จมูกโด่งเป็สัน ใบหน้ารูปไข่ ปากสีแดงดูเย้ายวน ผิวที่เข้มเล็กน้อยดูเปล่งปลั่งอย่างมีชีวิตชีวา เธอสวมเสื้อคลุมบางเบาของอาจารย์ซึ่งมีสีดำขลิบทอง
เสื้อคลุมอาจารย์นั้นรัดรูป ขับเน้นทั้งทรวดทรง หน้าอกอันกลมกลึง และท่อนขาเรียวยาวให้เด่นชัด เธอพูดกับไบรอันขณะที่มือซ้ายถือตำราเวทมนตร์อยู่หลายเล่ม และถือคทาเวทมนตร์ประดับมรกตเม็ดงามในมือขวา
“เอ่อ... อาจารย์แฟนนี่คะ อาจารย์ลืมใส่แว่นตาอีกแล้ว นั่นอาจารย์กำลังพูดกับไบรอันค่ะ!” ลิซ่าเบะปากพลางกล่าวด้วยความระอาใจ
“แว่นตาคือจุมพิตแห่งความตายสำหรับสาวงาม ข้าไม่ใส่ของพรรค์นั้นทุกวันหรอก” แฟนนี่ยิ้มและในที่สุดก็หันไปหาบาคได้ถูกคน คทาในมือขวายื่นออกไปราวกับตั้งใจจะเคาะศีรษะของเขา ขณะพูดอย่างเข้มงวด
“กลับไปเข้าเรียนเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่อย่างนั้นเจอดีแน่!” แฟนนี่พูดกับบาคอย่างกรุ่นโกรธ ก่อนที่รอยยิ้มหวานฉ่ำจะปรากฏบนใบหน้าของเธออีกครั้ง ขณะหันมามองลิซ่า
“ลิซ่า เ้าเองก็ต้องรีบเข้าเรียนนะ การเข้าเรียนสายบ่อย ๆ ไม่ใช่วิสัยของนักเรียนที่ดี ข้าเองก็ต้องรีบไปเตรียมการสอนสำหรับวันนี้เหมือนกัน แล้วเจอกันนะจ๊ะ!”
แฟนนี่หันไปจ้องเขม็งใส่บาคอีกครั้ง ก่อนจะเดินกรีดกรายจากไปพร้อมขาอันเรียวงาม ช่างดูสง่างามจนหญิงนับพันมิอาจเทียบได้ บั้นท้ายงามงอนของเธอส่ายไปมาขณะก้าวเดิน ทอดเป็เงาที่มีสเน่ห์ยิ่งนัก
“เอ๊ะ... อาจารย์แฟนนี่คะ ทางนั้นไม่ใช่อาคารเรียนค่ะ เดินไปผิดทางแล้ว เหลือเชื่อเลย ช่วยใส่แว่นหน่อยเถอะค่ะ!” ลิซ่าะโ ก่อนจะชะงักฝีเท้า หันกลับมาส่งสายตาเ็าให้บาค พ่นลมอย่างดูถูก
“ช่างเป็ผู้ชายที่ไร้ค่าจริง ๆ ขนาดเล่นงานเด็กรับใช้แค่คนเดียวยังทำไม่ได้” ลิซ่าหันมามองหานซั่วอีกครั้งและรีบตามแฟนนี่ไป
บาคเดือดพล่านด้วยความโกรธ ชี้หน้าหานซั่วและแจ็คอย่างมุ่งร้าย “รอก่อนเถอะ เ้าพวกชั้นต่ำ เราจะได้เห็นดีกัน!”
ดูเหมือนว่าคำสั่งของแฟนนี่จะมีผลกับเขาอย่างมาก เพราะเขารีบวิ่งไปเข้าเรียนอย่างสุดฝีเท้า
ไม่สนใจบาคแม้แต่น้อย หานซั่วจ้องมองตามแฟนนี่อย่างลุ่มหลงจนเธอเดินไปลับตา พลางพึมพำกับตัวเอง “อาจารย์แฟนนี่เด็ดจริง ๆ ไม่สงสัยเลยว่าทำไมเ้าเด็กบ้าไบรอันถึงได้หลงรักเธอ รสนิยมของไบรอันกับข้านี่เหมือนกันเลยแฮะ”
“ไบรอัน เลิกจ้องได้แล้ว ข้ารู้ว่าเ้าชอบอาจารย์แฟนนี่มานาน และเธอยังห้ามไม่ให้นักเรียนหลายคนรังแกเ้าด้วย แต่เ้าเป็แค่เด็กรับใช้ และเธอก็เป็ถึงจอมเวทระดับสูงของวิทยาลัย เ้ารู้ไหมว่าจอมเวทระดับสูงมีอำนาจมากแค่ไหน? และเท่าที่รู้ ในวิทยาลัยนี่มีคนแอบชอบเธอไม่รู้กี่คน รู้สึกตัวเสียทีสิ!”
แจ็คโบกมืออวบอูมของเขาตรงหน้าหานซั่ว ขณะพูดให้เขาคิดได้และยอมรับความจริง
“ข้าเมาแล้ว ข้าตื่นไม่ไหวหรอก!” หานซั่วพูดขณะยังคงมองอย่างเลื่อนลอย
“สักวันเธอต้องเสร็จข้าแน่!”
***************************