ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่263 กลับดินแดนร้อยแคว้นอีกครั้ง

 ในยามนี้ป่าไร้สิ้นสุดไม่ใช่อุปสรรคในการเดินทางของอี้เฉินอีกต่อไป เมื่อตัวเขาในยามนี้อยู่ใน ขั้นพลัง ครึ่งก้าวเทพสวรรค์ เพียงใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 2วัน   ตัวเขาก็ข้ามผ่านป่าไร้สิ้นสุดมายังดินแดนร้อยแคว้นได้อย่างง่ายดาย


แต่เมื่อตัวอี้เฉินมาถึง เขตชายแดนดินแดนร้อยแคว้น มันก็ทำให้ ตัวเขาถึงกับหน้ามืดทะมึน กวาดสายตามองออกไปไกล เห็นแต่ควันไฟสงครามรอยคละคลุ้ง ทุกๆ แห่งหนเต็มไปด้วย เถ้าธุลีรอยปะปนมาพร้อมกับอากาศ เพียงสูดดมยังรู้สึกคัดจมูก ท้องฟ้าหม่นแสง ราวกับภาพขาวดำ เมืองหลวงที่เคยคึกคักเต็มไปด้วย ความเงียบสงัด บ้านเมืองถูกทำลายไปหลายส่วน

 

เหล่าหมู่มาร ข้ารับใช้ที่ทำตามคำสั่งของเทพสวรรค์ ออกไล่ฆ่าปล้นสะดม ราวกับบ้านเมืองไม่มีกฎหมาย เหล่าหญิงสาว ชายชรา เด็กเล็ก ลูกแดง ต้องทนทุกข์กับความอดอยากหิวโหย ซ่อนเร้นกายา ไม่กล้าย่างกรายออกมา ภายนอกอีกต่อไป ราวกับพวกเขาในยามนี้ไม่ใช่เจ้าของ ของดินแดนร้อยแคว้นแห่งนี้อีกต่อไป

 


ทันทีที่ อี้เฉินที่ก้าวเท้าเดิน เข้าไปภายในเมืองเขตชายแดนได้ ตัวเขาก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อพบว่าผู้คนภายในเมืองล้มตายไปจนสิ้น ราวกับเมืองแห่งนี้ถูกทหารเข้าโจมตี กลิ่นอายคาวเลือดความตาย รอยคละคลุ้ง เสียงอีการ้องเสียงดังเซ็งแซ่ ออกไปทั่วทิศ แม้แต่ท้องฟ้ายังถูกอีกาบดบัง จนมืดครึ้มจากความมากมายของมัน ก่อนจะโฉบลงมาฉีกกระชากเนื้อของเหล่าซากศพกินเป็นอาหาร ลูกตาถูกจิกออกมากองกับพื้น ดื่มกินเลือดด้วยความสำราญ

 

ทุกการก้าวข้ามเหล่าซากศพของอี้เฉิน ทำให้อีกาหลายๆ ตัวไม่พอใจ มันร้องออกมาเสียงดังเซ็งแซ่ ทางที่เขาผ่านเต็มไปด้วยเลือดของเหล่าผู้คนที่หลั่งไหลอาบย้อมปฐพี ยิ่งก้าวเดินเข้าไปหัวใจของอี้เฉินยิ่งหวั่นไหว หากเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นที่หมู่บ้านของเขา    ตัวเขาคงรับไม่ไหวแน่ ก่อนเขาจะก้าวเดินต่อไปด้วยความไม่ลังเลหวังว่าจะมีใครสักคนที่รอดชีวิตภายในเมืองแห่งนี้

 

แต่ในทันใดเขาก็ได้ยินเสียงของผู้คนกรีดร้องออกมาจากภายในจวนใหญ่ แห่งหนึ่งของเมืองแห่งนี้ เขาไม่รอช้าอีกต่อไปตามเสียงร้องนั้นไปในทันที ตอนนี้ข้อมูลต่างๆ เขามีน้อยเกินไปจึงอยากจะหาใครสักคนมาสอบถาม เหมือนภายในจวนแห่งนั้นจะมีการต่อสู้ใหญ่ เป็นไปได้ที่จะมีชาวบ้านรอดชีวิต

 

 

....ภายในจวนในยามนี้ เหล่าอนุชนหลายๆ คนต่างตัวสั่นเทิ้ม แต่พวกเขาก็ไม่สามารถช่วยอะไรชายชราที่ต่อสู้อยู่ลำพังได้ เฝ้าดูชายชราเพียงคนเดียวที่ประจันหน้ากับเหล่าศัตรู ปกป้องตัวของพวกเขาไว้ พวกเขาเป็นกลุ่มอนุชน ที่ร่วมมือกันคิดหลบหนี ออกไปจากดินแดนแห่งนี้ เมื่อรู้ข่าวจากปากของหญิงสาว ว่ามีดินแดนหลบซ่อนอีกดินแดนหนึ่งอยู่
ไม่คิดเมื่อพวกเขาหลบหนีจะมาเจอกับเหล่าผู้จงรักภักดีของเทพสวรรค์ ออกไล่ล่าปล้นสะดมตามหาของล้ำค่าไปบรรณาการเทพสวรรค์

 

ชายวัยกลางคนตระกูลตง เอ่ยพูดออกมาด้วยความเย่อหยิ่ง ไม่แม้จะมองคู่ต่อสู้ที่อยู่ด้านหน้าเสียด้วยซ้ำ "ไอ้แก่เจ้ายอมจำนนเสีย แล้วส่งของล้ำค่าออกมาซะ ข้าจะปล่อยตัวเจ้าไป แต่เหล่าอนุชนที่เจ้าพามา ข้าจะเอาพวกมันไปใช้แรงงาน"

 

"พี่ใหญ่ ท่านดูหญิงสาวที่อยู่ด้านหลังนางนั้นสิ ที่สวมชุดสีแดงนางช่างงดงามเสียจริงๆ"

 

ชายวัยกลางคนน้ำลายไหลออกมาในทันที "ข้าเองก็คิดเช่นนั้น ดูทรวดทรงองเอวนางสิ ช่างยั่วยวนเสียจริง"

 

เสี่ยวชิง เมื่อนางได้ยินคำพูดแทะโลมนางถอยกายาหลบเข้าไปภายในกลุ่มคนในทันที ถึงพวกเขาเหล่าอนุชนจะมีอยู่กันไม่น้อยเกือบร้อยคน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเหล่าจอมยุทธ์ขั้นพลัง กษัตริย์ นับ20คนพวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้

 

 ผู้อาวุโสชราสำนักปัญจธาตุกำหมัดจนแน่น ไม่คิดคนดินแดนเดียวกันจะมาเข่นฆ่ากันเองเช่นนี้ ความหวังของเขามีเพียงสิ่งเดียว อยากส่งเหล่าอนุชนพวกนี้ให้รอดพ้น ปลอดภัย แต่ก็เหมือนจะเป็นความหวังอันริบหรี่ "พวกเจ้าทั้ง20คน ไม่อายบ้างเลยงั้นหรือ พวกเราก็ต่างเป็นคนของดินแดนร้อยแคว้น แต่พวกเจ้า แคว้นตงกับเข้าร่วมกับ เทพสวรรค์ กวาดล้างผู้คนดินแดนเบื้องล่างเช่นนี้ ฟ้าดินจะต้องลงโทษพวกเจ้าอย่างแน่นอน"

 

เมื่อพวกเขาได้ยินคำพูดของชายชรา ก็ต่างพากันหัวเราะขบขัน ไม่คิดต่อสู้เล่นกับชายชราที่บาดเจ็บหนักอีกต่อไป "งั้นเจ้าก็ตายเสีย พวกเราเสียเวลาไปกับเจ้าหลายพันลมหายใจแล้ว"

 

ในทันใด ชายวัยกลางคนก็โบกมือเป็นสัญญาณบุกโจมตีในทันใด พวกเขาทั้งสิบคนรับคำสั่งนั้นในทันที พุ่งเข้ามา หมายมั่นฆ่าสังหาร ผู้อาวุโสชราสำนักปัญจธาตุให้ตายตกโดยไว ไม่คิดเล่นกับชายชราอีกต่อไป

 

ผู้อาวุโสชราสำนักปัญจธาตุที่เห็นภาพของเหล่าจอมยุทธ์ขั้นพลัง กษัตริย์ เข้ามาฆ่าสังหารตัวเขา เขาคำรามออกมาก้องฟ้า "พวกเจ้าเหล่าอนุชนรีบหนีไปเร็วเข้า ข้าคงไม่อาจยื้อเวลาให้พวกเจ้าได้นานนักหรอก"

 

เมื่อเหล่าอนุชน ฟังคำสั่งเสียของ ผู้อาวุโสชราสำนักปัญจธาตุ พวกเขาก็หน้ามืดทะมึนขึ้นมาในทันที แต่ดวงตาแฝงด้วยความไม่ยอมแพ้

 


เสี่ยวชิง นางคำรามออกมาก้อง ไม่คิดหนีจากไปตัวคนเดียวอีกต่อไป พุ่งออกไปสมทบกับ ผู้อาวุโสชราในทันที เมื่อเหล่าอนุชนหลายๆ คนที่เห็นหญิงสาวพุ่งออกไปอย่างไม่หวาดกลัว มันก็ทำให้ความกล้าของหลายๆ คนเพิ่มขึ้นมา พวกเขาเองก็ไม่หวาดกลัวต่อความตายพุ่งออกไปยืนประจันหน้ากับเหล่าศัตรูทั้ง10ในทันที

 

ทั้งสองฝ่ายที่พร้อมจะประจัญบานซึ่งๆ หน้ากันเต็มกำลัง มือที่ถือศาสตราวุธสั่นน้อยๆ แต่ก็พร้อมจะข่มความหวาดกลัวในใจเอาไว้ คำรามเสียง"ฆ่า"ออกมาดังกึกก้อง

 


แต่ในเสี้ยววินาทีพวกเขาทั้งสองฝ่ายก็ต้องเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง เมื่ออยู่ๆ เด็กหนุ่มผมขาวก็มาปรากฏกายอยู่ต่อหน้าพวกเขาทั้งสองฝ่ายอย่างฉับพลันในเสี้ยววินาที แม้แต่ตัวของพวกเขาทั้งสองฝ่ายก็ไม่อาจรับรู้ถึงการมีอยู่ของตัวเขาได้ ราวกับเด็กหนุ่มผมขาวโผล่ออกมา ราวกับหมอกควัน แต่เมื่อสายตาอี้เฉินมองเห็น เสียวชิงมันก็ทำให้เขาขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย ไม่คิดตัวเขาจะได้เจอกับนางอีกครั้ง หญิงสาวที่อยู่ในสำนักมังกรในยามอดีต ที่ชอบหาเรื่องตัวเขาอยู่ตลอดเวลา ทั้งเรื่องที่แคว้นปัญจธาตุ ที่ได้ตัวนางให้การช่วยเหลือตัวเขาไว้

 

แต่ในทันใดที่อี้เฉินละสายตาจากนาง มือของเขาก็ยกขึ้นมาก่อนสะบัดไปด้านหน้าอย่างแรง สร้างคลื่นลมแปรเปลี่ยนเป็นใบมีดตัดร่างของเหล่าจอมยุทธ์ทั้ง10คน ตายตกลงในทันที

 

ร่างของเหล่าจอมยุทธทั้ง10ที่พุ่งเข้ามาโจมตีต่างแหลกเละกลายเป็นชิ้นเนื้อในทันใด ก่อนจะสลายไปกับสายลม ผู้คนที่อยู่โดยรอบต่างตัวเย็นเยือก ด้วยความหวาดกลัว มองดูเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าด้วยความยำเกรง ไม่คิดเพียงวาดฝ่ามือจะสามารถฆ่าสังหาร เหล่าจอมยุทธขั้นพลัง กษัตริย์ ได้อย่างง่ายดาย

 

"เจ้าเป็นใครกันแน่ ไม่รู้หรือว่าพวกข้าเป็นคนของเทพสวรรค์ อยากทำให้เทพสวรรค์พิโรธงั้นหรือ" แต่ในทันใดคนของตระกูลตง อยู่ๆ ก็ถอยหลังไปหลาย10ก้าว พวกเขายังไม่ทันพูดหมดประโยค เพียงอี้เฉินกระทืบเท้าลงพื้นเบื้องล่างอย่างแรง ร่างของชายวัยกลางคนอีก2-3คนถึงกับแตกสลายกลายเป็นหมอกเลือดในพริบตา คนอื่นๆ เองก็บาดเจ็บไม่น้อยเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของเด็กหนุ่มที่กดดันเข้ามาสู่กายาของพวกเขา หลายๆ คนกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ ล้มลงกับพื้นในทันที บางคนที่เริ่มรับแรงกดดันไม่ไหวต่างร่างแตกดับไปช้าๆ คำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด

 

เหล่าอนุชนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับกลืนน้ำลายไปคำใหญ่ มองดูใบหน้าเด็กหนุ่มผมขาวด้วยความประหลาดใจ แต่ก็รู้สึกคุ้นหน้าอย่างบอกไม่ถูก

 

มีเพียงชายวัยกลางคนเพียงคนเดียวที่พอจะมีพลังมากพอ ให้หลบหนีออกไปได้ บินทะยานหนีหายไปจากที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว คิดไปรายงานกับเทพสวรรค์ มีกลุ่มคนคิดแข็งข้อ

 

ผู้อาวุโสชราสำนักปัญจธาตุ คำรามออกมาก้องเอ่ยเตือนอี้เฉินในทันที "เด็กหนุ่ม เจ้าอย่าให้มันหนีรอดไปได้ ไม่เช่นนั้นพวกเราลำบากแน่"

 

ชายวัยกลางคนที่หนีไปได้ เขาที่มองไล่หลังอยู่ตลอดเวลาเมื่อไม่เห็นใครตามมามันก็ทำให้เขาเบาใจ

 


อี้เฉินเขาที่ได้ยินคำพูดของ ผู้อาวุโสชราสำนักปัญจธาตุ เขาส่ายหัวน้อยๆ ออกมา มันยิ่งทำให้พวกเขายิ่ง งงงวย ชักไม่มั่นใจในตัวเด็กหนุ่มผมขาวเสียแล้วว่าเป็นมิตรหรือศัตรู แต่ในทันใดพวกเขาก็ต้องเบิกตาออกกว้างอ้าปากค้าง เมื่อเห็นในกำมือของอี้เฉินอยู่ๆ ก็มีหอกปราณพลังอันใหญ่ถูกสร้างขึ้นมา   ก่อนจะปาออกไปด้านหน้าอย่างรุนแรง หอกนั้นหายไปราวกับอากาศธาตุ แหวกอากาศจนเสียงดังกึกก้อง หอกนั้นมันพุ่งแทงร่าง ชายวัยกลางคนที่หนีไปในเสี้ยววินาทีในทันใด ร่างของเขาแตกระเบิดกลางอากาศเลือดสาดเป็นพิรุณ โปรยปรายอย่างฉับพลัน โลหิตอาบย้อมผืนฟ้าจนแดงฉาน

 


ผู้คนที่ดูภาพท้องฟ้าอาบย้อมไปด้วยฝนเลือด ต่างตัวแข็งค้างด้วยความหวาดกลัว มองเด็กหนุ่มผมขาวที่อยู่ตรงหน้า ด้วยความยำเกรงไม่รู้คนผู้นี้จะมาดี หรือมาร้าย

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน