ตอนพิเศษ อสูรพันธสัญญา ของจอมปราชญ์ เซน....
ณ ที่ราบสูง เบรเนีย อาณาจักรคลาวแลนด์
บ่ายแก่ๆ ของวันอาทิตย์ จอมปราชญ์ เซน ผู้มีใบหน้าอันหล่อเหลาดุจเพลิงผลาญ ได้ทะยานตัวเองไปตามหมู่ไม้พร้อมกับ จอมปราชญ์ คายะ ศิษย์รักของเขา
เขาได้รับจดหมายเวทย์ แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายจากหมู่บ้านหนึ่ง ซึ่งมีจอมเวทย์ นามว่า คีร่า ประจำการอยู่
ดูเหมือนจะมีสัตว์ร้ายปรากฏ และได้ฆ่าคนในหมู่บ้านนั้นตายมากมาย ซึ่งสัตว์ร้ายที่ว่านั้นคือสิงโตเพลิงนรก
มันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจน จอมเวทย์ธรรมดาสู้มันไม่ได้
" เซน ข้ากลัวจังเลย " จอมปราชญ์คายะซึ่งเป็นศิษย์รักรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง เมื่อภาพของหมู่บ้านพลัน ปรากฏ แก่สายตา ของผู้มาเยือน
หมู่บ้านพังเละเทะไปหมด และมีศพคนตายมากมาย จอมปราชญ์เซน พยายามปลอบใจจอมปราชญ์ คายะ
แววกังวลปรากฏบนใบหน้าของจอมปราชญ์เซน เมื่อเขาเห็นศพกองเป็นภูเขา สภาพศพมีรอยเผาไหม้ แทบทุกคน
" คายะ เจ้าจงรอข้าอยู่ที่หมู่บ้านนี้ " จอมปราชญ์ เซนกล่าว
" ด.......ได้ เซน"
จอมปราชญ์ เซนได้ใช้เวทย์ แกะรอยมันจนพบ
โฮก...กกก!!
อสูรสิงโตนรกพลันปรากฏกายขึ้นมาต่อหน้า จอมปราชญ์เซน อสูรตนนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับสิงโต เพียงแต่ตัวใหญ่กว่า3-4เท่า เท่านั้นเอง มีไฟล้อมรอบทั้งตัว และมีแผงคอล้อมรอบเป็นไฟ
โฮก...กกก!!
เจ้าสิงโตนรกคำรามดังลั่นพลางจ้องมอง จอมปราชญ์ เซนด้วยสายตาเย็นชาอย่างที่สุดมันกระโจนเข้ามาตะปบ จอมปราชญ์ เซน
วู้ ตูมมมมมมมม
จอมปราชญ์ เซนหลบด้วยสัญชาตญาณ และตอบโต้กลับด้วยเวทย์มนต์ทั้งหมดที่มี เขาเรียกดาบเวทย์เพลิงสีเขียวออกมาเพื่อจะจัดการกับเจ้าสิงโต นรกนี่
โฮก...กกก!!
อสูรสิงโตนรก รู้สึกเย็นวาบขึ้นมาในจิตใจ หรือเจ้าหนุ่มคนนี่จะเป็นจอมปราชญ์ ที่เขาเล่าลือกัน
สิงโตนรกทำท่าทางระมัดระวัง จอมปราชญ์ เซนอย่างถึงที่สุด
จอมปราชญ์ เซน ได้ใช้จิตเชื่อมต่อกับมันเพื่อบอกให้มัน กลับไปที่ทวีปปีศาจ
" ฮ่าๆๆๆๆ เจ้ามนุษย์ เอ๋ย ช่างรนหาที่ตายจริงๆ" อสูรสิงโตนรกกล่าว
อสูรสิงโตนรก วิ่งไปที่แก่นวิญญาณของจอมปราชญ์ เซนเพื่อหวังจะทำลายมัน เพื่อให้จอมปราชญ์ เซนต้องตาย
แต่แล้วก็มีขุมพลังหนึ่ง ขุมพลังอันร้อนแรงดั่งเพลิงอัคคี เผาผลาญร่างของมัน
อาคคคคคคคคคคคคคคค
"นี่มันอะไรกันเนี่ย" อสูรสิงโตนรกไม่อยากยอมแพ้
ทว่า.......
พลังเพลิงอัคคี ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆทุกขณะจิต จนมันต้องก้าวถอยไป มันพยายามจะหนีออกจากโลกแห่งจิตใจ แต่ว่าทำไม่ได้
" อ๊าก! พอแล้ว ข้ายอมแล้ว ปล่อยข้า.....ปล่อยข้าไปเถอะ" สิงโตนรกทรมานเป็นอย่างมาก
ในที่สุดมันก็ยอมแพ้
ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เจ้า อสูรสิงโตนรกก็เอ่ยว่า
" ข้ายอมแล้วนายท่าน นายท่านของข้า "
อสูรสิงโตนรกเดินเข้ามาหาจอมปราชญ์ เซน ก่อนจะก้มหัวของมันแสดงความเคารพ เป็นเครื่องยืนยันว่ามันได้ให้จอมปราชญ์ เซน เป็นเจ้านายของมันแล้ว
จอมปราชญ์ เซนได้ร่ายเวทย์ ผนึกอสูรสิงโตนรก ไว้ในโลกแห่งจิตใจของเขา และกลับไปรับ จอมปราชญ์ คายะที่หมู่บ้าน
" เซน ท่านกลับมาแล้ว ข้าเป็นห่วงแทบแย่ " จอมปราชญ์ คายะกล่าว
" ข้าได้ อสูรสิงโตนรกมาเป็นอสูรพันธสัญญาแล้ว " จอมปราชญ์ เซนกล่าว
และพวกเขาสองคนก็จัดการเก็บศพของชาวบ้านที่ล้มตายไปฝัง โดยมีจอมเวทย์ คีร่าคอยช่วย........จบ
ตอนพิเศษ จอมปราชญ์มีน ผู้เลอโฉม....
เมื่อพันปีก่อน.......นิกาย อควาติก ไนท์ คลาวด์ เป็นนิกายที่สร้างกาเดี้ยน แองเจิ้ลขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือมนุษย์จากพวกปีศาจร้าย แห่งทวีปปีศาจ มานานนับพันปี
พวกเขาได้ค้นพบ ขุมพลังอันบริสุทธิ์ ที่จะก่อกำเนิดกาเดี้ยนแองเจิ้ล โดยการสังเวย มนุษย์ที่มีหัวใจบริสุทธิ์ 1000 คน รวมทั้ง เดมิก็อค ( มนุษย์กึ่งเทพ ) ที่เป็นแกนกลาง เพื่อหลอมสร้าง เป็นกาเดี้ยนแองเจิ้ล ตนแรก ชื่อ เฟลมเมีย
เทพ เฟลมเมีย ได้ พิทักษ์รักษามนุษย์ ยุคเริ่มแรก เป็นเวลาอีกพันปี ก่อนที่จะสูญสลายหายไปตามอายุขัย
ทว่า.....
เมื่อเวลาผ่านไป ลัทธิ อควาติก ไนท์ คลาวด์ ก็เริ่มเสื่อมโทรมลง และสูญสลายไปตามกาลเวลา รวมทั้งวิธีหลอมสร้าง กาเดี้ยน แองเจิ้ลก็ได้สูญหายไป
จนกระทั่งวันหนึ่ง ก็มีคนพบจารึกของ ลัทธิ อควาติก ไนท์ คลาวด์ เขามีชื่อว่า จาริก ซึ่งเป็น เดมิก็อด
จาริก ลุ่มหลงในประวัติศาสตร์ของ ลัทธิ อควาติก ไนท์ คลาวด์ แต่ทว่าในส่วนวิธีหลอมสร้างได้ขาดหายไปส่วนหนึ่ง ทำให้เขาไม่อาจหลอมสร้าง กาเดี้ยน แองเจิ้ลขึ้นมาใหม่ได้
ด้วยความที่อยากครองโลกด้วยพลังนี้ ทำให้เขาเสาะแสวงหาข้อมูลของเวทย์มนต์ต่างๆ ที่เป็นเวทย์มนต์ต้องห้ามในการย้อนเวลากลับไป เพื่อไปยังยุคสมัยนั้นและขโมยพลังนั้นมาเป็นของตน และเขาก็ได้ค้นพบ กุญแจ เซบาส ที่สามารถนำเขากลับไปยังอดีตได้
ในสมัยนั้น อาณาจักร คลาวด์แลนด์ ยังมี 13 จอมปราชญ์ พิทักษ์รักษาอยู่ได้รับรู้เรื่องนี้เข้าโดยบังเอิญ เพื่อหยุดยั้ง จาริก จากการครองโลก 13จอมปราชญ์จึงได้ออกเดินทางไป เพื่อหยุดยั้งเขา
หัวหน้าทีมในตอนนั้น คือ จอมปราชญ์ มีน ซึ่งมีหน้าตาน่ารัก ดั่งพฤกษา แรกแย้ม เธอเพิ่งมี อายุ 25 ปี เท่านั้น ฉายา พฤกษาหยก
พวกจอมปราชญ์ ได้ตามแกะรอยจาริกไป จนถึงประรำพิธี แต่ทว่าสายเกินไป จาริกได้ใช้ พลังของ กุญแจ เซบาส ย้อนอดีตไปแล้ว
จาริกมุ่งสู่อดีตกาลอันไกลโพ้น เป็นช่วงเวลาที่ เดมิก็อค เฟลมเมีย คนสุดท้าย ได้สิ้นใจตาย โดยไม่มีผู้สืบทอดพลังต่อไป พลังนั้นได้ลอยขึ้นไปอยู่บนวิหาร เป็นเวลา 7วัน 7 คืน ก่อนที่จะสลายไป
แต่แล้ว......
จาริก ก็ได้ขโมยพลังนั้นมา ด้วยที่ว่าไร้ผู้สืบทอดทำให้ทั้งอาณาจักรไม่มีการป้องกัน พลังของ เฟลมเมีย ดังนั้นพลังของ เทพ เฟลมเมียจึงตกเป็นของ จาริก
จาริกหวนคืนสู่ปัจจุบัน พร้อมกับพลังเทพอันเอ่อล้น เขาต้องการจะครองโลก โดยใช้พลังของเทพเฟลมเมีย และเขาก็ได้รับรู้ความจริงที่ว่า เทพเฟลมเมีย ทำไมถึงหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ เมื่อพันปีก่อน เป็นเขานั่นเองที่ทำให้มันเกิดขึ้น
จอมปราชญ์ทั้ง 13 ได้ทำการต่อสู้กับจาริกที่ได้กลายเป็นเทพ เฟลมเมียไปแล้ว
ทว่า.........
เมื่อจาริกได้ยลโฉม นาง ของจอมปราชญ์มีน ก็เหมือนต้องมนต์สะกด เขาตกหลุมรักเธอในทันทีตั้งแต่แรกเห็น
จาริกในตอนนั้น ไม่อยากยึดครองโลกแล้ว แต่อยากครอบครอง จอมปราชญ์ มีน ผู้เลอโฉม ต่างหาก
เขาได้พยายามพูดจา เกี้ยวพาราศี จอมปราชญ์มีนสารพัด แต่จอมปราชญ์ มีนหาสนใจไม่ด้วยที่ว่า จาริก หน้าตาไม่ได้หล่อเหลา แถมตัวยังเตี้ย กลมบ๊องอีกต่างหาก
" จะพูดอะไร ก็ดูหน้าตัวเองก่อน จาริก " จอมปราชญ์ คายะ รุ่นน้องของจอมปราชญ์มีน กล่าวประชด จาริก ทำให้จาริกเดือดดาลเป็นอย่างมาก แต่ด้วยที่ว่า พลังของ กาเดี้ยนแองเจิ้ลที่ตนได้รับเป็นพลังที่ขโมยมา ทำให้เขาใช้ได้ไม่ถนัดนัก
และแล้ว.......
การต่อสู้ก็ได้ดำเนินไปอย่างสูสี
เวทย์มนต์ หลายต่อหลายบท ได้ถูกร่ายออกมา
ตูมมมมมมมมมมม
บรึมมมมมมมมมมมม
" ถ้าสถานการณ์ ยังเป็นแบบนี้ละก็ พวกเราคงต้องแลกชีวิต กับมันแล้ว " จอมปราชญ์ เซนกล่าว
ด้วยขณะนั้น จอมปราชญ์ทั้ง 13 ได้ใช้เวทย์ ประจำตัวของตนออกมา อย่างมากมาย จนหลายคนเริ่มหน้าซีดเผือดแล้ว
จน จอมปราชญ์ มีน ก็ได้มีความคิดดีๆอย่างหนึ่ง จึงได้ลวง จาริก ว่าตนรักจาริก อย่างมากมาย ขอให้จาริก ปลดเกราะของตัวเองออก และสลายพลังเทพ หากจาริกรักตนจริง ต้องยอมตามคำขอ
จาริก ต้องในมนต์รักของ จอมปราชญ์ มีน เข้าอย่างจัง จึงยอมปลดเกราะของตัวเองออกและสลายพลังเทพ ก็ด้วยอยากขอจอมปราชญ์มีน แต่งงาน
ในขณะที่จาริกไม่ระวัง จึงถูกจอมปราชญ์ มีน ใช้มีดสั้นเวทย์มนต์ อาไกเซอร์ แทงเข้าอย่างจัง(เป็นมีดสั้นที่มีพิษร้ายแรง)
" ทำไมล่ะ มีน ข้ารักเจ้าด้วยความจริงใจนะ ทำไมเจ้าถึงได้หลอกข้า "
ก่อนที่เขาจะตาย เขาได้ใช้แรงเฮือกสุดท้ายขึ้นมากระโดดกอดจอมปราชญ์ มีน
" ไม่ใช่ข้าไม่รักเจ้า แต่เจ้าไม่เหมาะสมกับข้าต่างหาก ถ้าจะโทษ ต้องโทษตัวเจ้าเอง" จอมปราชญ์มีนโอบกอด จาริก ก่อนที่เขาจะสิ้นใจตาย และพลังของเทพ เฟลมเมียก็ลอยขึ้นไปบนฟ้า และกระเด้งกลับสู่มิติ แห่งเหล่าทวยเทพ.......จบ
ตอนพิเศษ จอมปราชญ์ เอดินร่า รับรัก....
ย้อนกลับไปเมื่อ 1500 ปีก่อน สงครามระหว่าง เทพกับปีศาจได้อุบัติขึ้น
กองทัพเทพ กองหนึ่งได้ถูกลอบโจมตี โดยกองทัพของ จอมปีศาจ ฟาร์
แต่พวกเทพสู้ด้วยความทรหด อสูรตนแล้วตนเล่าต่างถูกฆ่าตาย ในขณะที่กองทัพเทพเองก็เสียหายหนักเช่นกัน จนเหลือแต่ แม่กอง เซร่า เป็นเทพหกปีก และ วอคอลเลอร์ ที่มีหน้าที่อัญเชิญธง เซนะ เป็นเทพธิดาสี่ปีก พวกเธอเป็นพี่น้องกัน
พวกเธอสู้ด้วยความทรหด จนทำให้ จอมปีศาจ ฟาร์รู้สึกชื่นชมอยู่ในใจ เนื่องจากต่างฝ่ายต่างบาดเจ็บ จึงเลิกรบกันไปในลักษณะนั้นจอมปีศาจ ฟาร์ รู้สึกสนใจในตัว เซร่ามาก หวังได้เธอมาครองคู่ แต่เทพกับปีศาจเหมือนน้ำกับไฟ ยังไงก็เข้ากันไม่ได้ ทำให้จอมมารฟาร์ รู้สึกหดหู่ เขาอยากจะบอกเธอว่า เขาเป็นปีศาจตนเดียวที่คัดค้าน การรบกับเทพในครั้งนี้
แต่ทว่า.......
ในเช้าวันต่อมา เทพหกปีก เซร่า ก็ถูกปีศาจตนอื่นฆ่าตาย และเซนะ ที่มีหน้าที่เชิญธงถูกคร่ากุมหายตัวไป
" นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน ครับท่านจอมมาร ฟาร์ " ปีศาจตนหนึ่งที่เป็นลูกน้องพูดขึ้น
" นี่ต้องเป็นฝีมือของ พวกสคาเวนเจอร์แน่ๆ ( พวกปีศาจขโมยศพ ) เจ้าพวกนี้พอเขารบกันก็ไม่ยอมมาช่วย ชอบทำตัวลับๆล่อๆมาขโมยศพ พวกเทพในสนามรบ "
" ข้าจอมมาร ฟาร์ ถ้าเจอตัวพวกมันละก็ ข้าจะฆ่ามัน "
500 ปีต่อมา......
ณ อาณาจักร คลาวแลนด์ ได้มีเรื่องเล่า นานาประการจากผู้ศรัทธาของศาสนจักรว่า มีเทพธิดาสี่ปีก คอยปลอบประโลมผู้ตาย เพื่อส่งดวงวิญญาณพวกเขาไปสู่สุขคติ แต่ทว่า สิ่งนั้นไม่จริง
ด้วยว่าดวงวิญญาณเหล่านั้นถูกคร่ากุมไป ยังแดนปีศาจ มีปีศาจบางตนต้องการสะสมดวงวิญญาณมนุษย์ ถ้าเปรียบความมั่งคั่งของมนุษย์ คือการสะสมสมบัติละก็ ความมั่งคั่งของปีศาจคือการสะสมบรรดาเหล่าดวงวิญญาณของมนุษย์นั่นเอง มันเป็นปีศาจประเภท ภูตพราย
และเทพธิดาที่รวบรวมดวงวิญญาณเหล่านั้นก็คือ เซนะนั่นเอง เธอถูกคร่ากุมไป โดยปีศาจ สคาเวนเจอร์ นาม ปีทากอรัส
ตอนนั้น จอมปราชญ์สาว เอดินร่า แห่ง 13 จอมปราชญ์ ต้องไปสืบเรื่องนี้ เธอเป็นสาวสวย วัย 20 ต้นๆ มีหน้าตางดงาม ราวกับหยดน้ำ และมีผมสีทองสลวย ไม่เหมือนคายะที่มีผมสีดำ และมีฉายาว่า อควาริเน่
เธอได้เดินทางไปสู่หมู่บ้าน แหล่งต้นกำเนิดของข่าวแพร่สะพัด เรื่อง เทพธิดาเซนะ
ที่นั่น เธอได้พบกับ เนโครแมนเซอร์ นาม การุน กำลังทำพิธีกรรมอะไรบางอย่างที่น่าสงสัยเธอจึงได้ขัดขวางเขา
และในที่สุดเธอก็รู้ว่า การุนต้องการเก็บรวบรวมดวงวิญญาณ ไปให้กับเทพธิดาเซนะ เพราะเขาแอบหลงรักเธอ หวังได้เธอมาครอบครอง
แต่เมื่อการุน ได้ยลโฉม จอมปราชญ์ เอดินร่า เขาก็หลงรัก เอดินร่า ในทันที เพราะความสวยของเธอไม่แพ้ เทพธิดา เซนะเลย
การุนได้คิดจะช่วยปลดปล่อย เทพธิดา เซนะ จากพันธนาการของปีศาจ ปีทากอรัส
เขาจึงร่วมวางแผนกับ จอมปราชญ์ เอดินร่า เพื่อปลดปล่อย เทพธิดา เซนะ
และแล้ว เขาจึงได้ดำเนินตามแผนการ.....
เขาได้นำดวงวิญญาณของมนุษย์ มาให้ เทพธิดา เซนะ
" ทำได้ดีมาก การุน สุดที่รักของข้า " เทพธิดา เซนะ กล่าว
ในระหว่างที่ส่งมอบอยู่นั้น.....
จอมปราชญ์ เอดินร่าก็ได้แสดงตัวออกมา และเข้าต่อสู้ กับ เทพธิดา เซนะ
ตูม ตูม ตูม
วูม วูม วูม
การต่อสู้เป็นไปอย่างสูสี แต่จอมปราชญ์ เอดินร่าเริ่มตกเป็นรอง เรื่อยๆ
การุนที่อยากปลดปล่อย เทพธิดา เซนะ เขาจึงได้ทำพิธี เรียกจอมปีศาจ ฟาร์ ออกมา
และแล้ว.....
จอมปีศาจฟาร์ ก็ได้ปรากฏกายออกมา
" นั่นเจ้ารึเซนะ ไม่พบกันตั้ง 500 ปี แนะ ถึงเวลาที่ข้าจะฆ่าเจ้าแล้ว "
" เจ้าไม่เกี่ยว ปล่อยข้านะ จอมปีศาจ ฟาร์" จอมปีศาจฟาร์ได้ใช้มือมาจับตัวของเซนะไว้ ในตอนนั้นเอง เทพธิดา เซนะ ได้ฝืนเวทย์มนต์สะกด และขอให้จอมมารฟาร์ ช่วยฆ่าเธอที
" ช่วยฆ่า ข้าที จอมมาร ฟาร์ ข้าไม่อยากตกเป็นทาสของ ปีทากอรัสอีกแล้ว "
เป็นอย่างนี้นี่เอง จอมมารฟาร์ จึงได้ใช้ดาบสังหาร เทพธิดา เซนะ
" ม่ายยยยยย ม่ายยยยยยยย เทพธิดาของข้า " ปีศาจปีทากอรัส ก็ได้พังมิติออกมา เพื่อมารับร่างของ เทพธิดา เซนะ ที่กำลังจะสูญสลาย จึงถูกจอมปีศาจฟาร์ ฟันใส่ที่ตาซ้าย ก่อนที่ ปีศาจ ปีทากอรัส จะหายกลับเข้าไปในมิติอีกครั้ง
" เอาล่ะ ได้เวลา กลับแล้ว " จอมปีศาจฟาร์ ได้ค่อยๆสูญสลาย ตามพลังเวทย์ที่หมดลงของการุน รวมถึงพลังชีวิตของเขาด้วย
จอมปราชญ์ เอดินร่า ได้เข้าไปประคอง การุน ก่อนที่เขาจะสิ้นใจตาย
" ทำได้ดีมาก การุน เจ้าจงนอนหลับนะที่นี้เถิด ที่เหลือ ข้าจะจัดการเอง "
" โอ้ว เอดินร่าของข้า เจ้าจะแต่งงานกับข้าได้ไหม "
" อืม " จอมปราชญ์ เอดินร่ารับปาก เธอได้เสกชุดแต่งงานขึ้นมา และทำพิธีกับการุนในวันนั้นก่อนที่เขาจะตาย
" ข้ารักเจ้าการุน " นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายที่การุนได้ยิน
================================================จบแล้วจ้า
ปล. เทพธิดาเซนะ เป็นคนละคนกับ อัศวินสาว เซนะนะครับ