***ภูติน้อยที่มีความรัก [ลิลลี่ออฟซิเดียน]
“อ๊ะ? ดาวตกละดอง”
“ดาวตก? ”
ฉันชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้าทางทิศเหนือของเมือง
สถานการณ์ในปัจจุบันของพวกเรา คือกำลังยืนมองดูสงครามที่ไร้แก่นสารอยู่บนยอดดาดฟ้าของอาคารเรียน
หลังจากที่เกิดเรื่องวุ่นวายระหว่างแฟตกับพี่น้องของเธอ พอรู้ตัวอีกทีก็มนั่งจุมปุกอยู่ในโรงเรียนแล้วดอง~
ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าอะไรเป็นอะไร แต่ดูเหมือนว่าแฟตจะใช้วิธีบางอย่างจนได้อำนาจในการสั่งการกองทัพโกเลมไปแล้ว
ถึงจะบอกว่ามาแกล้งทำสงครามเพื่อลดความสูญเสียจากสงครามจริง แต่สุดท้ายก็มีคนเจ็บอยู่ดีไม่ใช่หรือยังไงดอง?
สงครามบ้าบอคอแตก จะก่อกันขึ้นมาทำไมก็ไม่รู้ดอง
บ้าบอและยังงี่เง่าพอกันทั้งแฟตกับไพไรต์เลยดอง!
ดูนั่นสิ ตรงมุมเหนือกับตะวันออกยังมีเสียงระเบิดดัง [ตู้ม~] แล้วก็ยังตามมาด้วยเสียงดัง [ต้าม~] ไปทั่วเมืองเลยดอง
แล้วพอรู้ตัวอีกที ไพไรต์ก็นำกองทัพจำนวนมหาศาลมายืนที่หน้าโรงเรียนไปแล้ว
แต่เป็นเพราะไพไรต์พลาดท่า เลยถูกจับแยกมาสู้กับยัยสัตว์ประหลาดควีนตามแผนการของแฟต
ส่วนพวกดิวซ์ก็เงียบหายต๋อมไม่มีติดต่อกลับมา
จาวิสเองก็ถูกแฟตขอร้องให้ตามไปช่วยพวกดิวซ์อีกที
พูดตามตรงว่าตอนนี้กลับเริ่มชักรู้สึกหวั่น ๆ ขึ้นมาแล้วสิดอง...
ฉันไม่อยากให้มีใครตายงะ
ดังนั้น… สิ่งที่ฉันทำได้ในเวลานี้ จึงมีเพียงแค่---
“รีบขอพรกับดาวตกเร็วดอง! ”
---การขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังไงละดอง!
โอมมม… มะลุกกุกกิ๊ก~ ขอให้ไม่มีใครตายในสงครามนี้ด้วยเถิดดอง~
ขอให้ไม่มีใครตายด้วยเถิด~
โอมเพี้ยง!
*บรึ๊ม! *
“ดอง!?! ”
ฉันรีบลืมตามองไปทางต้นเสียงระเบิดนั้น
ดูเหมือนว่าดาวตกเมื่อกี้จะร่วงใส่ใจกลางเมืองทางทิศเหนือพอดีเลยละดอง
“เสียงอะไร…? ”
แถมหลังจากนั้นไม่นาน ก็เริ่มมีเสียงดังวุนวายของผู้คนดังลั่นมาจากทางทิศนั้นด้วย
เกิดอะไรขึ้นที่ทิศเหนือของเมืองกันนะดอง?
***
[รายงานสภาพร่างกาย --- เสียหายเกินกว่าจะซ่อมแซม]
[คำเตือน ระดับพลังงานลดต่ำลงเกินขีดจำกัด]
[คำเตือน กรุณารีบย้ายร่าง]
[เริ่มกระบวนการย้ายร่าง]
[พบการแทรกแทรง ที่ยานแม่กำลังมีผู้บุกรุกระบบหลัก ไม่สามารถเชื่อมต่อกลับไปได้ ไม่สามารถย้ายระบบความทรงจำได้---]
ข้อความเสียงที่น่ากลัวเช่นนั้นกำลังดังขึ้นต่อเนื่องอยู่ภายในหัวของไพรด์
ร่างกายกว่าครึ่งถูกความร้อนของภูเขาไฟจากนรกหลอมละลายแผดเผา
อีกกว่าครึ่งถูกบดขยี้ด้วยน้ำมือของสตรีที่หลงรัก
ด้วยสภาพเช่นนี้ จึงไม่แปลกที่จะเกิดข้อความน่ากลัวดังต่อเนื่อง ณ เวลานี้
“ (กระผม…ไม่สามารถย้ายระบบความทรงจำได้?) ”
ไพรด์เริ่มรำพึงต่อตัวเองด้วยความรู้สึกที่หวาดกลัว
“ (กระผม… กำลังจะตาย?) ”
หุ่นยนต์ไม่หวั่นเกรงต่อความตาย
หุ่นยนต์ไม่มีซึ่งความรู้สึกนึกคิด
แต่ทว่าไพรด์ผู้นี้อยู่มาอย่างยาวนาน จนเริ่มเรียนรู้ที่จะหวั่นกลัวต่อความสูญเสีย
ตัวตนที่เป็นตัวเขา ณ เวลานี้ กำลังจะจบลงไปพร้อมกับร่างกาย
หากเป็นเช่นนั้น ระบบหลักจะเริ่มทำการสร้างร่างใหม่ขึ้นมา เพื่อดูแลระบบเตาสุริยะด้วยข้อมูลบันทึกความทรงจำสำรองของตัวเขาเอง
แล้วตัวตนที่ถูกเขียนขึ้นมาใหม่นั้น มันจะใช้ตัวเขาจริง ๆ หรือเปล่า?
ความทรงจำที่เกิดขึ้นจากการเขียนขึ้นมาใหม่ มันจะใช้ตัวตนที่ต่อเนื่องจากตัวเขาเองหรือไม่?
สิ่ง ๆ นั้น มันคือ [อัตตา] ของเขาเองจริง ๆ หรือไม่?
เขาไม่รู้
ไม่รู้เลยว่ามันจะเป็นยังไง
เพราะว่าไม่รู้และไม่อาจเข้าใจได้ ดังนั้นแล้ว เขาจึงรู้สึกหวาดกลัว
อาจกล่าวได้ว่านี่เป็นครั้งแรก ที่เขารู้สึกถึง [ความตาย] เฉกเช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตทั่วไป
“ (ไม่ ไม่ ไม่! ใครก็ได้ช่วยกระผมด้วย!) ”
เขาพยายามแผดเสียงร้อง แต่ไม่มีใครในที่นี้ได้ยินเสียงของเขา
ร่างกายไม่ตอบสนองและกำลังจะหยุดทำงานดั่งแสงเทียนที่หริบหรี่
“ (ไม่น่าตั้งตัวเป็นศัตรูกับพวกกรีดเลย… กระผม... ไม่อยากตาย...) ”
กว่าจะรู้สึกเสียใจว่าเลือกเส้นทางผิด ทุกอย่างมันก็สายไปแล้ว
“ (ไม่อยาก… หายไป…) ”
“ (...) ”
***
ไพรด์ไม่ได้ตายอย่างเดียวดาย
นักรบสีขาวที่อยู่ใจกลางสนามรบต่างจ้องมองไปที่ร่างอันน่าเวทนานั้นเป็นสายตาเดียวกัน
ไม่มีใครในสถานที่แห่งนี้รู้จักเขา
นอกจากเธอคนนี้
“ช่างน่าสงสาร”
นักรบขาวพร้อมใจกันแหวกเปิดทางให้กับเจ้าของเสียงที่ไพเราะนั้น
ที่ปลายเส้นทางซึ่งถูกแหวกออกเป็นเส้นตรง มีสตรีเผ่าเสือผมสีครามยืนอยู่คนหนึ่ง
เธอผู้นี้มีใบหน้าและดวงตาคมกริบ มีร่างกายที่เต็มไปด้วยมนเสน่ห์ของผู้ใหญ่ที่เย้ายวน และยังสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้นราวกับจะเป็นการเย้ยหยันฟ้าดินที่หนาวเหน็บ
สตรีผู้นี้มีชื่อว่า [ลัซ] หนึ่งในพี่น้องของเขา เป็นระบบผู้ดูแลเตาสุริยะที่ 5 ของยานอพยพโนอาร์นั่นเอง
“ฉันมองการต่อสู้ของพี่ไพรด์จากข้างล่างแล้ว ความรักที่ไม่อาจสมหวัง มันช่างน่าเศร้ายิ่งนัก”
สตรีผู้นั้นเดินเข้ามาใกล้ร่างที่น่าเวทนา แล้วใช้สองแขนโอบกอดร่างที่น่าขยะแขยงนั้น ประหนึ่งมารดาที่กำลังโอบกอดบุตรน้อยของตนเอง
“ในฐานะระบบที่ดำรงอยู่เพื่อ [ความรัก] ฉันจะเป็นผู้สานต่อความปราถนาของพี่ และจบสงครามนี้ให้เองค่ะ”
เธอกล่าวเช่นนั้นต่อหน้าร่างของพี่ชาย แล้วนำหน้าผากของตัวเองไปแนบติดกับส่วนกะโหลกโลหะที่ถูกหลอมหายไปครึ่งหนึ่ง
วินาทีนั้นเองที่ข้อมูลจำนวนมากของไพรด์ถูกลัสดูดกลืนเข้าไป
เป้าหมายของศัตรูที่ไพรด์รับรู้
เป้าหมายของโนอาร์ที่ไพรด์รับรู้
รวมไปถึงข้อมูลการต่อสู้ทุกอย่างที่ไพรด์พึ่งได้รับมาจากการต่อสู้
ข้อมูลเหล่านี้ล้วนแต่มีความจำเป็นต่อเป้าหมายของเธอแทบทั้งสิ้น
“แย่เลย ผมตามหาผู้ติดตามของผมไม่เจอเลย แต่มีส่งข้อความไปแล้ว คิดว่าอีกไม่น่าจะไปรวมตัวกันที่โรงเรียนนะปิว~ ถ้ารีบไปที่นั่นตอนนี้ น่าจะได้กองกำลังจากลัทธิมืดของผมเพิ่มขึ้นนะปิว~”
ในตอนนั้นเองที่มีเสียงของบุรุษผู้หนึ่งดังขึ้นมา
กองทัพนักรบขาวได้เปิดเส้นทางให้กับบุรุษที่พึ่งปรากฏตัว
เขาเป็นชายเผ่าภูติที่มีผมสีเงิน ดวงตาสีเหลืองทองคำ และสวมชุดคลุมสีขาวตัวยาวเกินขนาดร่างกาย ประหนึ่งเป็นฤาษีผู้บำเพ็ญตนในป่าลึก
[เยลโล่ คาร์เนชั่น] นั่นคือนามของเขา
“อย่างงั้นหรือค่ะท่านเยลโล่ ว่าแต่ออกไปสำรวจพื้นที่ตัวคนเดียวเช่นนั้น คงจะเหนื่อยแย่เลยใช่ไหมค่ะ~”
สตรีผู้เย้ายวนตอบภูติตัวน้อยด้วยรอยยิ้มที่ทรงเสน่ห์
“ก็ไม่เท่าไหรหรอก ทั้งหมดนี้ก็เพื่อยุติสงครามในครั้งนี้ยังไงละปิว! ”
ฝ่ายหนึ่งคือภูติผู้เต็มไปด้วยวิชาการวาดรูปศิลปะเชิงลึก (18+)
อีกฝ่ายคือหุ่นยนต์ผู้ถูกสร้างมาเพื่อให้ดูแลสถานบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่โดยเฉพาะ (18+)
การรวมตัวของชายหื่นกับสาวกามได้ถือกำเนิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้แล้ว
***
เรื่องราวทั้งหมดมันเกิดขึ้นในวันที่ 35
หลังจากที่พวกไพไรต์กับโฮปปราบจระเข้แห่งนภาลงได้ พวกเขาทั้งสองก็รีบหายตัวไปจากฉากหน้าในทันที
คนหนึ่งเป็นเพราะหลังจากที่ได้สติ ก็เริ่มรู้สึกหวาดกลัวต่อความผิดที่มัวเมาในกามรมกับตัณหา จนเผลอไปทำร้ายเพื่อนตัวเอง
ส่วนอีกคนเป็นเพราะรู้สึกว่ายังไม่สามารถบรรลุความปราถนาของเจ้านายตัวเองได้สำเร็จสมบูรณ์
สำหรับลัสแล้ว ไพไรต์คือนายท่านคนแรกในรอบหกร้อยปีที่รอคอย
เธออยากที่จะตอบรับความปราถนาของเจ้านาย อยากยุติสงครามให้กับเจ้านายของเธอ
แต่ด้วยความที่เป็นหุ่นยนต์เพื่อใช้บริการสวนสนุกสำหรับผู้ใหญ่ จึงทำให้ภายในหัวของเธอมีแต่เรื่อง [อย่างว่า]
ส่วนในขณะเดียวกัน สำหรับเยลโล่แล้ว เขากำลังหวาดกลัวที่จะกลับไปหาเพื่อนหลังจากเหตุการณ์นั้น
ด้วยความกลัว จึงคิดว่าควรสร้างผลงานอะไรสักอย่างกลับไปสักหน่อย
แต่ด้วยความโง่เขลากับรสนิยมเฉพาะตัว จึงทำให้คิดอะไรไม่ออก นอกจากเรื่องผลงานโดจิน 18+ ของตัวเองที่เคยวาดเก็บเอาไว้ในคลัง
แล้วตอนนั้นเอง ที่เขาดันนึกถึงใบหน้าของเหล่าผู้ติตตามผลงาน ซึ่งมีทั้งผู้คนจากชนเผ่าท้องถิ่น กับเผ่าผู้รุกรานที่ยืนยิ้มให้ต่อกันเพราะมีผลงานของเขาเป็นตัวกลางเชื่อมความสัมพันธ์
“จริงสิ! มาใช้ [ความรัก] ยุติสงครามกันดีกว่าปิว! ”
และนั่น… คือที่มาของไอเดียสุดวิบัติที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีใครคาดคิดเอาไว้...
ด้วยเหตุนี้ หนึ่งสตรีกับหนึ่งบุรุษที่มีความใกล้เคียงกันทางด้านนิสัย เลยหันมาร่วมมือกันอีกครั้งประหนึ่งผีเน่ากับโลงผุ
ลัสเริ่มใช้พลังของตัวเอง สร้างกลิ่นหอมให้ผู้คนมัวเมา
เยลโล่ใช้พลังของภูติ เสริมประสิทธิภาพ แล้วใช้พลังเป่าลมให้แพร่กระจายเป็นวงกว้าง
ในวันนั้น หมอกสีชมพูได้เข้าปกคลุมกองทัพของเหล่านักรบกลุ่มต่อต้านเป็นครั้งที่สอง
เบริดกับนิลผู้นำของกลุ่มรวมไปถึงลูกน้องของพวกเขา ที่กำลังคิดหาทางแก้แค้นไพไรต์ ได้ถูกกลิ่นหอมมอมเมาจนสติบินหายไปสิ้นอีกครั้งในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง
ด้วยเหตุผลที่บ้าบอคอแตกทั้งหมดทั้งมวลนี้ จึงกลายเป็นที่มาของกองกำลังที่สามในปัจจุบัน
กองกำลัง… ที่เคลื่อนไหวด้วยวัตถุประสงค์อันบ้าบอของตัวสองผู้นำ [ลัส] กับ [เยลโล่]
***กลับสู่ปัจจุบัน
“บุก บุกไปที่ทิศตะวันตกของเมืองกัน มุ่งสู่โรงเรียนไพโอเนียร์กันเลยปิว! ”
“ด้วยกำลังนักรบขาวของชนเผ่าสัตว์ กับพรรคพวกจากลัทธิมืดของท่านเยลโล่ที่จะมาเสริมในอนาคต มันจะต้องทำให้ความฝันของนายท่านเป็นจริงได้อย่างแน่นอนค่ะ~! ”
“ใช่แล้วปิว! พลังแห่ง [ความรัก] มันยิ่งใหญ่ถึงเพียงนั้นยังไงละปิว! ”
“ใช่ค่ะ! มันคือพลังแห่ง [ความรัก] ค่ะ! ”
พวกเขาทั้งสองคนประกาศด้วยเสียงอันดั่ง เสมือนหนึ่ง P*ตรูต*Hub จะประกาศครองโลกให้จงได้
วิ่งเข้าโรมรันใส่กองทัพของไพไรต์ที่คุมเชิงทางเหนือด้วยกองทัพที่คลุ้มคลั่ง
สร้างม่านหมอกสีชมพู เข้าปกคลุมทุกสรรพสิ่ง
เหล่านักรบที่น่าสงสาร ถูกหมอกเหล่านั้นปกคลุม แทรกซึมผ่านชุดเกราะอันทันสมัย กระจายความบ้าคลั่งทางกามรมจากคนสู่คนดั่งเชื้อไวรัสร้าย
สูญสิ้นซึ่งเหตุและผล แล้วกลายเป็นหนึ่งในกองทัพของ [ลัส] กับ [เยลโล่] ไป
ตัวแปรที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมี กำลังเข้ามาป่วนสนามรบแห่งนี้แล้ว