Pioneer Era

    ตอนที่ 150 ผู้รุกรานที่ไม่คาดคิด (3)

    ***ภูติน้อยที่มีความรัก [ลิลลี่ออฟซิเดียน]

    “อ๊ะ? ดาวตกละดอง”

    “ดาวตก? ”

    ฉันชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้าทางทิศเหนือของเมือง

    สถานการณ์ในปัจจุบันของพวกเรา คือกำลังยืนมองดูสงครามที่ไร้แก่นสารอยู่บนยอดดาดฟ้าของอาคารเรียน

    หลังจากที่เกิดเรื่องวุ่นวายระหว่างแฟตกับพี่น้องของเธอ พอรู้ตัวอีกทีก็มนั่งจุมปุกอยู่ในโรงเรียนแล้วดอง~

    ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าอะไรเป็นอะไร แต่ดูเหมือนว่าแฟตจะใช้วิธีบางอย่างจนได้อำนาจในการสั่งการกองทัพโกเลมไปแล้ว

    ถึงจะบอกว่ามาแกล้งทำสงครามเพื่อลดความสูญเสียจากสงครามจริง แต่สุดท้ายก็มีคนเจ็บอยู่ดีไม่ใช่หรือยังไงดอง?

    สงครามบ้าบอคอแตก จะก่อกันขึ้นมาทำไมก็ไม่รู้ดอง

    บ้าบอและยังงี่เง่าพอกันทั้งแฟตกับไพไรต์เลยดอง!



    ดูนั่นสิ ตรงมุมเหนือกับตะวันออกยังมีเสียงระเบิดดัง [ตู้ม~] แล้วก็ยังตามมาด้วยเสียงดัง [ต้าม~] ไปทั่วเมืองเลยดอง

    แล้วพอรู้ตัวอีกที ไพไรต์ก็นำกองทัพจำนวนมหาศาลมายืนที่หน้าโรงเรียนไปแล้ว

    แต่เป็นเพราะไพไรต์พลาดท่า เลยถูกจับแยกมาสู้กับยัยสัตว์ประหลาดควีนตามแผนการของแฟต

    ส่วนพวกดิวซ์ก็เงียบหายต๋อมไม่มีติดต่อกลับมา

    จาวิสเองก็ถูกแฟตขอร้องให้ตามไปช่วยพวกดิวซ์อีกที

    พูดตามตรงว่าตอนนี้กลับเริ่มชักรู้สึกหวั่น ๆ ขึ้นมาแล้วสิดอง...

    ฉันไม่อยากให้มีใครตายงะ

    ดังนั้น… สิ่งที่ฉันทำได้ในเวลานี้ จึงมีเพียงแค่---

    “รีบขอพรกับดาวตกเร็วดอง! ”

    ---การขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังไงละดอง!



    โอมมม… มะลุกกุกกิ๊ก~ ขอให้ไม่มีใครตายในสงครามนี้ด้วยเถิดดอง~

    ขอให้ไม่มีใครตายด้วยเถิด~

    โอมเพี้ยง!

    *บรึ๊ม! *

    “ดอง!?! ”

    ฉันรีบลืมตามองไปทางต้นเสียงระเบิดนั้น

    ดูเหมือนว่าดาวตกเมื่อกี้จะร่วงใส่ใจกลางเมืองทางทิศเหนือพอดีเลยละดอง

    “เสียงอะไร…? ”

    แถมหลังจากนั้นไม่นาน ก็เริ่มมีเสียงดังวุนวายของผู้คนดังลั่นมาจากทางทิศนั้นด้วย

    เกิดอะไรขึ้นที่ทิศเหนือของเมืองกันนะดอง?



    ***



    [รายงานสภาพร่างกาย --- เสียหายเกินกว่าจะซ่อมแซม]

    [คำเตือน ระดับพลังงานลดต่ำลงเกินขีดจำกัด]

    [คำเตือน กรุณารีบย้ายร่าง]

    [เริ่มกระบวนการย้ายร่าง]

    [พบการแทรกแทรง ที่ยานแม่กำลังมีผู้บุกรุกระบบหลัก ไม่สามารถเชื่อมต่อกลับไปได้ ไม่สามารถย้ายระบบความทรงจำได้---]



    ข้อความเสียงที่น่ากลัวเช่นนั้นกำลังดังขึ้นต่อเนื่องอยู่ภายในหัวของไพรด์

    ร่างกายกว่าครึ่งถูกความร้อนของภูเขาไฟจากนรกหลอมละลายแผดเผา

    อีกกว่าครึ่งถูกบดขยี้ด้วยน้ำมือของสตรีที่หลงรัก

    ด้วยสภาพเช่นนี้ จึงไม่แปลกที่จะเกิดข้อความน่ากลัวดังต่อเนื่อง ณ เวลานี้



    “ (กระผม…ไม่สามารถย้ายระบบความทรงจำได้?) ”

    ไพรด์เริ่มรำพึงต่อตัวเองด้วยความรู้สึกที่หวาดกลัว

    “ (กระผม… กำลังจะตาย?) ”

    หุ่นยนต์ไม่หวั่นเกรงต่อความตาย

    หุ่นยนต์ไม่มีซึ่งความรู้สึกนึกคิด

    แต่ทว่าไพรด์ผู้นี้อยู่มาอย่างยาวนาน จนเริ่มเรียนรู้ที่จะหวั่นกลัวต่อความสูญเสีย



    ตัวตนที่เป็นตัวเขา ณ เวลานี้ กำลังจะจบลงไปพร้อมกับร่างกาย

    หากเป็นเช่นนั้น ระบบหลักจะเริ่มทำการสร้างร่างใหม่ขึ้นมา เพื่อดูแลระบบเตาสุริยะด้วยข้อมูลบันทึกความทรงจำสำรองของตัวเขาเอง

    แล้วตัวตนที่ถูกเขียนขึ้นมาใหม่นั้น มันจะใช้ตัวเขาจริง ๆ หรือเปล่า?

    ความทรงจำที่เกิดขึ้นจากการเขียนขึ้นมาใหม่ มันจะใช้ตัวตนที่ต่อเนื่องจากตัวเขาเองหรือไม่?

    สิ่ง ๆ นั้น มันคือ [อัตตา] ของเขาเองจริง ๆ หรือไม่?

    เขาไม่รู้

    ไม่รู้เลยว่ามันจะเป็นยังไง

    เพราะว่าไม่รู้และไม่อาจเข้าใจได้ ดังนั้นแล้ว เขาจึงรู้สึกหวาดกลัว

    อาจกล่าวได้ว่านี่เป็นครั้งแรก ที่เขารู้สึกถึง [ความตาย] เฉกเช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตทั่วไป



    “ (ไม่ ไม่ ไม่! ใครก็ได้ช่วยกระผมด้วย!) ”

    เขาพยายามแผดเสียงร้อง แต่ไม่มีใครในที่นี้ได้ยินเสียงของเขา

    ร่างกายไม่ตอบสนองและกำลังจะหยุดทำงานดั่งแสงเทียนที่หริบหรี่

    “ (ไม่น่าตั้งตัวเป็นศัตรูกับพวกกรีดเลย… กระผม... ไม่อยากตาย...) ”

    กว่าจะรู้สึกเสียใจว่าเลือกเส้นทางผิด ทุกอย่างมันก็สายไปแล้ว

    “ (ไม่อยาก… หายไป…) ”

    “ (...) ”



    ***



    ไพรด์ไม่ได้ตายอย่างเดียวดาย

    นักรบสีขาวที่อยู่ใจกลางสนามรบต่างจ้องมองไปที่ร่างอันน่าเวทนานั้นเป็นสายตาเดียวกัน

    ไม่มีใครในสถานที่แห่งนี้รู้จักเขา

    นอกจากเธอคนนี้

    “ช่างน่าสงสาร”

    นักรบขาวพร้อมใจกันแหวกเปิดทางให้กับเจ้าของเสียงที่ไพเราะนั้น



    ที่ปลายเส้นทางซึ่งถูกแหวกออกเป็นเส้นตรง มีสตรีเผ่าเสือผมสีครามยืนอยู่คนหนึ่ง

    เธอผู้นี้มีใบหน้าและดวงตาคมกริบ มีร่างกายที่เต็มไปด้วยมนเสน่ห์ของผู้ใหญ่ที่เย้ายวน และยังสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้นราวกับจะเป็นการเย้ยหยันฟ้าดินที่หนาวเหน็บ

    สตรีผู้นี้มีชื่อว่า [ลัซ] หนึ่งในพี่น้องของเขา เป็นระบบผู้ดูแลเตาสุริยะที่ 5 ของยานอพยพโนอาร์นั่นเอง



    “ฉันมองการต่อสู้ของพี่ไพรด์จากข้างล่างแล้ว ความรักที่ไม่อาจสมหวัง มันช่างน่าเศร้ายิ่งนัก”

    สตรีผู้นั้นเดินเข้ามาใกล้ร่างที่น่าเวทนา แล้วใช้สองแขนโอบกอดร่างที่น่าขยะแขยงนั้น ประหนึ่งมารดาที่กำลังโอบกอดบุตรน้อยของตนเอง

    “ในฐานะระบบที่ดำรงอยู่เพื่อ [ความรัก] ฉันจะเป็นผู้สานต่อความปราถนาของพี่ และจบสงครามนี้ให้เองค่ะ”

    เธอกล่าวเช่นนั้นต่อหน้าร่างของพี่ชาย แล้วนำหน้าผากของตัวเองไปแนบติดกับส่วนกะโหลกโลหะที่ถูกหลอมหายไปครึ่งหนึ่ง



    วินาทีนั้นเองที่ข้อมูลจำนวนมากของไพรด์ถูกลัสดูดกลืนเข้าไป

    เป้าหมายของศัตรูที่ไพรด์รับรู้

    เป้าหมายของโนอาร์ที่ไพรด์รับรู้

    รวมไปถึงข้อมูลการต่อสู้ทุกอย่างที่ไพรด์พึ่งได้รับมาจากการต่อสู้

    ข้อมูลเหล่านี้ล้วนแต่มีความจำเป็นต่อเป้าหมายของเธอแทบทั้งสิ้น



    “แย่เลย ผมตามหาผู้ติดตามของผมไม่เจอเลย แต่มีส่งข้อความไปแล้ว คิดว่าอีกไม่น่าจะไปรวมตัวกันที่โรงเรียนนะปิว~ ถ้ารีบไปที่นั่นตอนนี้ น่าจะได้กองกำลังจากลัทธิมืดของผมเพิ่มขึ้นนะปิว~”

    ในตอนนั้นเองที่มีเสียงของบุรุษผู้หนึ่งดังขึ้นมา

    กองทัพนักรบขาวได้เปิดเส้นทางให้กับบุรุษที่พึ่งปรากฏตัว

    เขาเป็นชายเผ่าภูติที่มีผมสีเงิน ดวงตาสีเหลืองทองคำ และสวมชุดคลุมสีขาวตัวยาวเกินขนาดร่างกาย ประหนึ่งเป็นฤาษีผู้บำเพ็ญตนในป่าลึก

    [เยลโล่ คาร์เนชั่น] นั่นคือนามของเขา



    “อย่างงั้นหรือค่ะท่านเยลโล่ ว่าแต่ออกไปสำรวจพื้นที่ตัวคนเดียวเช่นนั้น คงจะเหนื่อยแย่เลยใช่ไหมค่ะ~”

    สตรีผู้เย้ายวนตอบภูติตัวน้อยด้วยรอยยิ้มที่ทรงเสน่ห์

    “ก็ไม่เท่าไหรหรอก ทั้งหมดนี้ก็เพื่อยุติสงครามในครั้งนี้ยังไงละปิว! ”

    ฝ่ายหนึ่งคือภูติผู้เต็มไปด้วยวิชาการวาดรูปศิลปะเชิงลึก (18+)

    อีกฝ่ายคือหุ่นยนต์ผู้ถูกสร้างมาเพื่อให้ดูแลสถานบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่โดยเฉพาะ (18+)

    การรวมตัวของชายหื่นกับสาวกามได้ถือกำเนิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้แล้ว



    ***



    เรื่องราวทั้งหมดมันเกิดขึ้นในวันที่ 35

    หลังจากที่พวกไพไรต์กับโฮปปราบจระเข้แห่งนภาลงได้ พวกเขาทั้งสองก็รีบหายตัวไปจากฉากหน้าในทันที

    คนหนึ่งเป็นเพราะหลังจากที่ได้สติ ก็เริ่มรู้สึกหวาดกลัวต่อความผิดที่มัวเมาในกามรมกับตัณหา จนเผลอไปทำร้ายเพื่อนตัวเอง

    ส่วนอีกคนเป็นเพราะรู้สึกว่ายังไม่สามารถบรรลุความปราถนาของเจ้านายตัวเองได้สำเร็จสมบูรณ์

    สำหรับลัสแล้ว ไพไรต์คือนายท่านคนแรกในรอบหกร้อยปีที่รอคอย

    เธออยากที่จะตอบรับความปราถนาของเจ้านาย อยากยุติสงครามให้กับเจ้านายของเธอ

    แต่ด้วยความที่เป็นหุ่นยนต์เพื่อใช้บริการสวนสนุกสำหรับผู้ใหญ่ จึงทำให้ภายในหัวของเธอมีแต่เรื่อง [อย่างว่า]



    ส่วนในขณะเดียวกัน สำหรับเยลโล่แล้ว เขากำลังหวาดกลัวที่จะกลับไปหาเพื่อนหลังจากเหตุการณ์นั้น

    ด้วยความกลัว จึงคิดว่าควรสร้างผลงานอะไรสักอย่างกลับไปสักหน่อย

    แต่ด้วยความโง่เขลากับรสนิยมเฉพาะตัว จึงทำให้คิดอะไรไม่ออก นอกจากเรื่องผลงานโดจิน 18+ ของตัวเองที่เคยวาดเก็บเอาไว้ในคลัง

    แล้วตอนนั้นเอง ที่เขาดันนึกถึงใบหน้าของเหล่าผู้ติตตามผลงาน ซึ่งมีทั้งผู้คนจากชนเผ่าท้องถิ่น กับเผ่าผู้รุกรานที่ยืนยิ้มให้ต่อกันเพราะมีผลงานของเขาเป็นตัวกลางเชื่อมความสัมพันธ์

    “จริงสิ! มาใช้ [ความรัก] ยุติสงครามกันดีกว่าปิว! ”

    และนั่น… คือที่มาของไอเดียสุดวิบัติที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีใครคาดคิดเอาไว้...



    ด้วยเหตุนี้ หนึ่งสตรีกับหนึ่งบุรุษที่มีความใกล้เคียงกันทางด้านนิสัย เลยหันมาร่วมมือกันอีกครั้งประหนึ่งผีเน่ากับโลงผุ

    ลัสเริ่มใช้พลังของตัวเอง สร้างกลิ่นหอมให้ผู้คนมัวเมา

    เยลโล่ใช้พลังของภูติ เสริมประสิทธิภาพ แล้วใช้พลังเป่าลมให้แพร่กระจายเป็นวงกว้าง

    ในวันนั้น หมอกสีชมพูได้เข้าปกคลุมกองทัพของเหล่านักรบกลุ่มต่อต้านเป็นครั้งที่สอง

    เบริดกับนิลผู้นำของกลุ่มรวมไปถึงลูกน้องของพวกเขา ที่กำลังคิดหาทางแก้แค้นไพไรต์ ได้ถูกกลิ่นหอมมอมเมาจนสติบินหายไปสิ้นอีกครั้งในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง

    ด้วยเหตุผลที่บ้าบอคอแตกทั้งหมดทั้งมวลนี้ จึงกลายเป็นที่มาของกองกำลังที่สามในปัจจุบัน

    กองกำลัง… ที่เคลื่อนไหวด้วยวัตถุประสงค์อันบ้าบอของตัวสองผู้นำ [ลัส] กับ [เยลโล่]



    ***กลับสู่ปัจจุบัน

    “บุก บุกไปที่ทิศตะวันตกของเมืองกัน มุ่งสู่โรงเรียนไพโอเนียร์กันเลยปิว! ”

    “ด้วยกำลังนักรบขาวของชนเผ่าสัตว์ กับพรรคพวกจากลัทธิมืดของท่านเยลโล่ที่จะมาเสริมในอนาคต มันจะต้องทำให้ความฝันของนายท่านเป็นจริงได้อย่างแน่นอนค่ะ~! ”

    “ใช่แล้วปิว! พลังแห่ง [ความรัก] มันยิ่งใหญ่ถึงเพียงนั้นยังไงละปิว! ”

    “ใช่ค่ะ! มันคือพลังแห่ง [ความรัก] ค่ะ! ”



    พวกเขาทั้งสองคนประกาศด้วยเสียงอันดั่ง เสมือนหนึ่ง P*ตรูต*Hub จะประกาศครองโลกให้จงได้

    วิ่งเข้าโรมรันใส่กองทัพของไพไรต์ที่คุมเชิงทางเหนือด้วยกองทัพที่คลุ้มคลั่ง

    สร้างม่านหมอกสีชมพู เข้าปกคลุมทุกสรรพสิ่ง

    เหล่านักรบที่น่าสงสาร ถูกหมอกเหล่านั้นปกคลุม แทรกซึมผ่านชุดเกราะอันทันสมัย กระจายความบ้าคลั่งทางกามรมจากคนสู่คนดั่งเชื้อไวรัสร้าย

    สูญสิ้นซึ่งเหตุและผล แล้วกลายเป็นหนึ่งในกองทัพของ [ลัส] กับ [เยลโล่] ไป

    ตัวแปรที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมี กำลังเข้ามาป่วนสนามรบแห่งนี้แล้ว