เกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม)

    ตอนที่ 121: อัปเกรดฐานทัพขั้นสองสำเร็จ


    กระแสลมยามค่ำคืนในแดนลับปีศาจยังคงระอุไปด้วยไอความร้อนที่พัดผ่านธารลาวาสีส้มแดงเบื้องล่าง กลิ่นกำมะถันจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นอายพลังปราณอสุรลอยอวลไปทั่วทั้งช่องเขาแคบที่ทอดยาวกลับสู่เมืองย่อย ทัพอสูรของหลีเฮงกำลังเคลื่อนตัวกลับบ้านอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ท่ามกลางเสียงย่ำเท้ากึกก้องปานกลองศึกของฝูงอสูรหมาป่าสองขาที่เดินเรียงรายเป็นระเบียบ และการเลื้อยคลานอย่างเงียบเชียบทว่าเปี่ยมด้วยอันตรายของอสูรปีศาจพ่นพิษมารที่คอยคุมกันอยู่ส่วนท้ายของขบวน

    ในใจกลางของทัพใหญ่ หลีเฮง ชายหนุ่มผู้มีความหนาของใบหน้าประหนึ่งกำแพงเมืองมนุษย์ กำลังก้าวเดินอย่างสบายอารมณ์พลางผิวปากเบาๆ ในมือของเขาคอยโยนย่ามมิติมารสีดำขลับที่ทอประกายแสงสีส้มแดงจางๆ ขึ้นลงอย่างร่าเริง ภายในถุงใบนั้นอัดแน่นไปด้วยศิลาไฟโลกันตร์ที่เพิ่งได้รับการขุดเจาะโดยความช่วยเหลือของฝูงแมงมุมทหารภายใต้คำสั่งของเสี่ยวเหลียน ภรรยาคนใหม่ล่าสุดที่เพิ่งทำพิธีกรรมร่วมรักสกัดยีนส์สำเร็จไปหมาดๆ

    "ฮ้า... ช่างเป็นความรู้สึกที่วิเศษยิ่งนัก มีเมียดีก็เหมือนมีคลังสมบัติเคลื่อนที่ เจาจวินจ๋า สืออิงจ๋า พวกเจ้ารู้สึกเหมือนข้าหรือไม่ว่า บรรยากาศการเดินทางขากลับในวันนี้ช่างอบอุ่นและเปี่ยมสุขเหลือเกิน" หลีเฮงเอ่ยพลางหันไปส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้แก่สตรีสองนางที่ขนาบข้างกาย

    เย่เจาจวิน ราชินีปีศาจราตรีผู้เลอโฉมปรายตามองสามีตัวดีด้วยสายตาเย็นชาทว่าแฝงไปด้วยความระอา นางแค่นเสียงเฮอะในลำคอก่อนจะกอดอกแน่น "อบอุ่นเพราะไอลาวา หรืออบอุ่นเพราะเพิ่งได้กกกอดเมียใหม่มากันแน่ล่ะ? เจ้าคนปากหวานกะล่อนปลิ้นปล้อน ข้าล่ะอยากจะรู้นักว่าหากไม่มีแร่ศิลาไฟโลกันตร์กองพะเนินเหล่านี้กลับมาด้วย เจ้าจะยังมีหน้ามาผิวปากเอ้อระเหยเช่นนี้อยู่อีกหรือไม่"

    "โถ่... ยอดรักของข้า" หลีเฮงทำหน้ามุ่ยออดอ้อนพลางถลาเข้าไปขยับกายเข้าใกล้ สองมือหนาแอบเอื้อมไปกุมมือเรียวบางของนางเอาไว้แน่นหนา "ข้าขอบอกฟ้าดินเลยว่า แร่พวกนั้นเป็นเพียงผลพลอยได้ สิ่งที่ข้ายินดีที่สุดคือการที่พวกเราสามารถเปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตร และข้ายังได้ความรักที่แสนบริสุทธิ์ของเสี่ยวเหลียนมาช่วยหนุนกองทัพพวกเราต่างหากเล่า อีกอย่าง ข้าก็ทำเพื่อความปลอดภัยของรังพวกเราและเพื่อช่วยให้ฐานทัพของยอดรักอัปเกรดได้สำเร็จโดยมิต้องเสียแต้มสวรรค์เลยแม้แต่แต้มเดียวเชียวนะจ๊ะ"

    สืออิง ราชินีเผ่างูผู้ทรงเสน่ห์เย้ายวนที่เดินอยู่อีกข้างหลุดหัวเราะคิกคิก นางใช้เรียวนิ้วชี้แตะปลายคางของหลีเฮงเบาๆ อย่างหยอกเย้า "ท่านพี่พูดจาไพเราะน่าฟังเช่นเคย ทว่าเจาจวินพูดก็มีเหตุผล หากไม่มีแร่อุณหภูมิสูงเหล่านี้ การอัปเกรดฐานหลักของพวกเราคงต้องเลื่อนออกไปอีกนาน และความกดดันจากพวกชนเผ่าภายนอกที่เริ่มขยับทัพโอบล้อมเข้ามาก็คงจะยิ่งทวีความรุนแรงจนพวกเราต้านทานลำบาก การได้เสี่ยวเหลียนมาร่วมทางและช่วยขุดเจาะแร่เช่นนี้ ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่ดีเยี่ยมที่สุดจริงอย่างที่ท่านพี่คุยโวไว้เจ้าค่ะ"

    "เห็นหรือไม่! สืออิงคนงามยังเข้าใจข้าเลย!" หลีเฮงได้ทีรีบส่งสายตาวิบวับคล้ายคนชนะศึก "เพื่อรางวัลในการเหน็ดเหนื่อยครั้งนี้ กลับถึงฐานแล้ว ข้าจะบีบนวดเฟ้นเส้นชีพจรให้พวกเจ้าทั้งสองคนจนรู้สึกเบาสบายตัวราวกับบินได้เลยดีไหมจ๊ะ?"

    "เจ้านี่มันหาเศษหาเลยได้ทุกเวลาจริงๆ!" เย่เจาจวินตวาดเอ็ด ทว่าใบหน้างดงามกลับขึ้นสีระเรื่อจางๆ นางมิได้สะบัดมือออกจากการเกาะกุมของสามี ปล่อยให้ชายหนุ่มลูบไล้หลังมือของนางเบาๆ ตลอดการเดินทางผ่านเส้นทางคดเคี้ยวจนกระทั่งกองทัพเคลื่อนผ่านม่านหมอกพิษและย่างกรายเข้าสู่เขตแดนชั้นในของเมืองย่อยอย่างเป็นทางการ

    ทันทีที่เหยียบย่างเข้าสู่ลานกว้างหน้าฐานทัพหลัก กลิ่นอายความเงียบสงบและความปลอดภัยก็แผ่ซ่านเข้ามาต้อนรับ รังหลักของอสูรที่ตั้งอยู่กึ่งกลางเมืองย่อยมีลักษณะคล้ายดักแด้ยักษ์สีแดงเข้มผสมผสานกับโครงสร้างกระดูกอสูรโบราณ มันกำลังเต้นตุบๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอประหนึ่งหัวใจของสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ คอยส่งท่อพลังงานเชื่อมโยงไปยังไข่อสูรและกำแพงค่ายกลรอบฐาน

    หลีเฮงไม่รอช้า ชายหนุ่มก้าวออกไปเบื้องหน้า รั้งสายตามองโครงสร้างรังหลักพลางสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะตะโกนสั่งการ "เอาล่ะ! ได้เวลาแสดงมายากลระดับตำนานแล้ว เจาจวิน... ข้ามอบหน้าที่นี้ให้เจ้าในฐานะราชินีผู้ปกครองรังหลักแห่งนี้โดยตรงเลยนะจ๊ะ!"

    ชายหนุ่มสะบัดย่ามมิติมารออกไปเบื้องหน้า พลังเวทและลมปราณกระตุ้นให้ปากถุงเปิดออกกว้าง ก้อนแร่ศิลาไฟโลกันตร์สีแดงฉานประกายทองพวยพุ่งทะลักออกมาดุจหินเหลวภูเขาไฟที่พรั่งพรู พวกมันกองซ้อนทับกันเป็นเนินเขาสีเพลิงขนาดยักษ์ใจกลางลานกว้าง แผ่คลื่นความร้อนอุณหภูมิสูงจัดจนหน้าดินรอบข้างเริ่มแห้งแตกระแหงและเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

    เย่เจาจวินสูดลมหายใจลึก ดวงตาสีม่วงเข้มทอประกายเจิดจ้า นางก้าวเท้าเดินขึ้นไปเบื้องหน้ากองแร่หินลาวาเดือดพล่าน สองมือกางออกกว้างพลางเริ่มร่ายมนตร์ตราอสุรราตรีโบราณ กระแสพลังปราณสีม่วงดำอันหนาแน่นพวยพุ่งออกจากร่างของนาง ม้วนตัวแผ่ซ่านเข้าครอบคลุมก้อนแร่ศิลาไฟโลกันตร์ทั้งหมดในทันที

    ฟู่... ฟู่...!

    เสียงแร่ดิบสีเพลิงถูกล้างด้วยปราณอสุรดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมือกหนาเหนียวแน่นและพลังงานสร้างรังตามธรรมชาติของเย่เจาจวินแปรสภาพเป็นสายใยพลังงานคอยชักนำให้ศิลาไฟโลกันตร์หลอมละลายกลายเป็นของเหลวสีส้มทองลอยตัวขึ้นไปในอากาศ ของเหลวร้อนแรงเหล่านั้นถักทอเข้ากับใยไหมทองคำของเสี่ยวเหลียนที่หลีเฮงแอบนำมาเป็นส่วนผสมเสริมความเหนียวหน่วง ก่อนจะพุ่งเข้าโอบล้อมโครงสร้างของรังหลักเอาไว้ทั้งหมด

    รังหลักสั่นสะท้านอย่างรุนแรง! เสียงหัวใจเต้นขยายตัวดังกึกก้องกังวาน ปัง! ปัง! ปัง!

    โครงสร้างกระดูกอสูรหนาเตอะที่เคยเป็นสีเทาหม่น บัดนี้เริ่มดูดซับของเหลวศิลาไฟโลกันตร์เข้าไปจนแปรเปลี่ยนเป็นสีดำขลับประกายส้มเหลือง โครงสร้างด้านนอกขยายตัวสูงใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเท่าตัว ผนังรังเต้นตุบๆ ถี่ขึ้นพร้อมกับมีท่อลำเลียงสารอาหารเนื้ออสูรที่ทอแสงไฟอุ่นๆ งอกขยายออกไปรอบทิศทาง คลื่นพลังงานธาตุไฟอันบ้าคลั่งแผ่ซ่านออกไปเคลือบผิวสัมผัสทั้งหมดของสิ่งปลูกสร้างอย่างน่าเกรงขาม

    [ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบการอัปเกรดรังหลักเมืองย่อยด้วยพลังงานธรรมชาติและทรัพยากรระดับสูงโดยตรง ปราศจากการใช้แต้มสะสมของโฮสต์]
    [กระบวนการยกระดับรังอสูรหลักสู่ขั้นสอง เสร็จสิ้นสมบูรณ์!]
    - ปลดล็อกสิ่งปลูกสร้างป้องกันระดับสูง
    - ขยายขีดจำกัดหน่วยรบอสูรจาก 1,000 ตัว เป็น 2,000 ตัว
    - โครงสร้างฐานรากได้รับบัฟลดทอนความเสียหายจากธาตุไฟ 50% และเพิ่มพลังฟื้นฟูตนเองขึ้น 3 เท่า

    หลีเฮงที่เฝ้ามองดูหน้าต่างระบบสีโปร่งแสงตรงหน้า ถึงกับฉีกยิ้มกว้างหัวเราะร่าสะใจอย่างเหลืออด ชายหนุ่มชี้หน้าบิดเบือนประชดใส่จอระบบทันที "ฮ่าๆๆ! เห็นไหมล่ะไอ้ระบบหน้าเลือด! ข้าบอกแล้วว่าคนอย่างหลีเฮงไม่ต้องง้อแต้มเจ้าก็สามารถอัปเกรดฐานทัพเป็นระดับสองได้เฟ้ย! ขุดแร่เอง ใช้แรงงานเมียเอง สะดวกโยธินประหยัดแต้มไปตั้งเยอะ เอาแต้มสามหมื่นเก้าพันห้าร้อยนี่เก็บไว้ช็อปปิ้งซื้อขนมให้สาวๆ หรือซื้อไอเทมเจ๋งๆ ดีกว่า ฮ่าๆๆ สะใจโว้ย!"

    [ระบบตอบกลับด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์: โฮสต์โปรดอย่าเพิ่งได้ใจไป การอัปเกรดฐานรากด้วยวิธีดิบตามธรรมชาติอาจประหยัดแต้ม แต่แต้มวิบัติของโฮสต์จะยังคงสะสมเพิ่มขึ้นตามความตึงเครียดของสถานการณ์โลกภายนอก นอกจากนี้ หากปราศจากการชี้นำอย่างเป็นระบบของระบบเทพแมงดา ยูนิตอสูรที่ฟักออกมาใหม่อาจเกิดการกลายพันธุ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้ ขอแนะนำให้โฮสต์ทำตัวเจียมเนื้อเจียมตัวและก้มหน้าก้มตาปรนนิบัติภรรยาต่อไปจะปลอดภัยที่สุด]

    "ชิ! ไอ้ระบบปากเสีย ขัดคอเก่งจริงๆ!" หลีเฮงบ่นอุบพลางแลบลิ้นใส่หน้าจอระบบ ก่อนที่ความสนใจของเขาจะถูกดึงดูดไปยังการแปรสภาพของระบบป้องกันรอบฐาน

    ครืน... ครืน...!

    พื้นดินสั่นสะเทือนระลอกใหญ่ ค่ายกลป้องกันฐานภายนอกที่เคยเป็นเพียงกำแพงลมปราณสีฟ้าหม่น บัดนี้ได้แตกสลายและแปรสภาพขยายอาณาเขตออกไปกว้างขวางกว่าเดิมถึงสามลี้ คราบลาวาเหลวสีแสดที่หลอมรวมกับศิลาไฟโลกันตร์พุ่งทะลักออกมาตามรอยแตกของพื้นดินรอบฐาน ก่อนจะถักทอเข้ากับใยแมงมุมเหล็กที่พวยพุ่งออกมาจากโพรงใต้ดิน เกิดเป็น **"ค่ายกลรั้วใยเหนียวหน่วงลาวาเดือด"** ที่แผ่ไอความร้อนจัดจ้านปกคลุมทั่วบริเวณ

    รั้วใยเหล็กหนาเตอะขึงตึงสลับไขว้กันเป็นตาข่ายขนาดมหึมา ทุกๆ เส้นใยจะมีธารลาวาสีแดงส้มไหลเวียนเคลือบอยู่ตลอดเวลา ราวกับเป็นลวดหนามมีชีวิตที่พร้อมจะสะบัดเข้าพ่นใยเหนียวรัดตัวศัตรูที่กล้าลุกล้ำเข้ามา ไม่เพียงแต่จะช่วยกักตัวและถ่วงเวลาการเคลื่อนทัพของศัตรูอย่างชะงัด ทว่าความร้อนระอุจากธารลาวาเดือดยังจะแผดเผาทำลายเกราะป้องกันและเนื้อหนังของเป้าหมายให้ละลายกลายเป็นจุณในพริบตา!

    "ช่างเป็นระบบป้องกันที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!" สืออิงเดินเข้ามาหยุดข้างกายหลีเฮง สายตาของนางจ้องมองค่ายกลรั้วใยเดือดด้วยความตื่นเต้นปนหวั่นเกรง "ด้วยรั้วใยหนาแน่นและลาวาร้อนแรงเช่นนี้ ต่อให้ทัพม้าเหล็กหรือทัพทหารราบของชนเผ่าเกราะศิลาบุกเข้ามาพร้อมกันนับพันตัว ก็ไม่มีทางฝ่าทะลวงใยเหลวเหล่านี้เข้ามาได้ง่ายๆ พวกเขาจะถูกถ่วงเวลาและเผาไหม้จนกลายเป็นเป้านิ่งให้หน่วยรบระยะไกลของเรายิงถล่มอย่างสบายมือเจ้าค่ะ"

    "ถูกของเจ้าแล้ว สืออิง" เย่เจาจวินก้าวเดินลงมาจากแท่นพิธี ใบหน้ามีเหงื่อซึมบางๆ จากการใช้พลังงานมหาศาลทว่าดวงตากลับเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ "ตอนนี้นอกจากฐานจะแข็งแกร่งขึ้น ขีดจำกัดในการฟักไข่อสูรของพวกเรายังขยายออกเป็นสองเท่า ข้าสามารถควบคุมการฟักฝูงหมาป่าสองขาและปีศาจพ่นพิษมารให้ได้จำนวนถึงสองพันตัวได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลว่าพลังงานในรังจะล้นหรือระเบิดออกมาอีกต่อไป"

    หลีเฮงเห็นภรรยาสาวคนเก่งเหน็ดเหนื่อย ชายหนุ่มรีบถลาเข้าไปประคองร่างระหงของเย่เจาจวินทันที สองมือรีบช่วยบีบนวดไหล่ลาดและแผ่นหลังเนียนเบาๆ เพื่อช่วยคลายความเหนื่อยล้าและฟื้นฟูลมปราณ "โอ้ ยอดรักของข้า เจาจวินจ๋า เจ้าเก่งกาจปานนี้สามีภูมิใจในตัวเจ้าเหลือเกิน มาๆ ข้านวดไหล่คลายเส้นให้เจ้านะจ๊ะ ร่างกายบอบบางเช่นนี้ใช้งานหนักเกินไปใจข้าแทบสลายแล้ว"

    "เจ้าหน้าหนา... เลิกฉวยโอกาสเสียทีเถอะ คนอยู่กันเต็มลานกว้างเช่นนี้มิตายอายฟ้าดินบ้างหรืออย่างไร!" แม้จะดุด่าใส่สามีอย่างไม่จริงจังนัก แต่เย่เจาจวินกลับยอมโอนอ่อนเอนกายพิงอกกว้างของชายหนุ่ม ปล่อยให้มือหนาอันอบอุ่นคอยนวดเค้นบ่าไหล่อย่างแสนสบาย จนลมปราณที่ปั่นป่วนของนางเริ่มสงบนิ่งและมีพลังไหลเวียนกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาอย่างรวดเร็วด้วยทักษะสัมผัสผ่อนคลายขั้นสูงของเขา

    ในจังหวะนั้นเอง สืออิงที่เพิ่งเดินไปรับรายงานจากหน่วยลาดตระเวนอสูรที่ชายขอบฐาน ก็ก้าวเดินกลับมาหาคนทั้งสองด้วยสีหน้าจริงจังและตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย

    "เรียนท่านพี่และเจาจวินเจ้าค่ะ หน่วยสอดแนมอสูรหมาป่าที่ข้าส่งไปลาดตระเวนรอบนอกรายงานมาว่า ตรวจพบความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติบริเวณแนวหินผาเขตติดต่อกับชนเผ่าเกราะศิลา ดูเหมือนว่าพวกมันจะเริ่มส่งหน่วยรบระดับสูงที่สวมเกราะหินหนาและขี่อสูรแรดศิลาเหล็ก เข้ามาป้วนเปี้ยนสอดแนมบริเวณขอบชายแดนค่ายกลของพวกเราถี่ขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าทัพใหญ่ของพวกมันคงกำลังเตรียมจัดขบวนและเตรียมพร้อมโจมตีพวกเราในอีกไม่ช้านี้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ"

    หลีเฮงหยุดมือที่กำลังนวดเล้าโลมไหล่เจาจวินลงทันที นัยน์ตาทอประกายลึกล้ำคมคายขึ้นมาวูบหนึ่ง ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย "มากันเร็วดีแท้ไอ้พวกคนหินหัวแข็ง... แต่ก็ดี! ตอนนี้รังหลักของพวกเราอัปเกรดเป็นระดับสองแล้ว และมีรั้วใยลาวาคอยต้อนรับ ทว่าเพื่อความปลอดภัยและเพิ่มโอกาสชนะศึกร้อยเปอร์เซ็นต์ พวกเราจำเป็นต้องรีบฟักหน่วยรบสายพันธุ์ใหม่เข้ามาเสริมทัพทันที เสี่ยวเหลียนมอบยีนส์ไหมเพลิงระดับสุดยอดมาให้พวกเราแล้ว ข้าอยากรู้จริงว่ามันจะฟักออกมาเป็นยูนิตแบบใด!"

    ชายหนุ่มกางแผงหน้าจอระบบตรวจสอบยุทธศาสตร์และแผนการพัฒนาสายพันธุ์อสุรขึ้นมาทันที นิ้วมือเรียวยาวเลื่อนกดไปที่สัญลักษณ์ "การปรับปรุงพันธุ์อสูร - ไหมเพลิง" เพื่อหวังจะสั่งการฟักไข่อสูรสายพันธุ์ใหม่ทันทีด้วยความตื่นเต้นสไตล์คนเล่นเกมวางแผนศึก

    ทว่า...

    ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!

    เสียงเตือนของระบบดังระรัวถี่ยิบ พร้อมกับหน้าจอระบบเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานมีสัญลักษณ์กากบาทขนาดใหญ่ปรากฏเด่นหรา ข้อความระบบสีเลือดเด้งเตือนตัวตนของเขาอย่างไม่มีชิ้นดี

    [คำสั่งล้มเหลว! ตรวจพบข้อจำกัดทางกายภาพทางชีววิทยาของโฮสต์]
    [รายละเอียด: เนื่องจากโฮสต์มีโครงสร้างร่างกายภายนอกและภายในเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์แท้ 100% มิได้มีเซลล์หรืออวัยวะสืบพันธุ์ของเผ่าพันธุ์อสูร/ปีศาจโดยกำเนิด โฮสต์จึงไม่สามารถปลุกพลังยีนส์ไหมเพลิงของเสี่ยวเหลียนให้เข้าคู่ผสมผสานลงสู่ไข่อสูรในรังหลักได้โดยตรง หากฝืนดำเนินการ ไข่อสูรจะเกิดการปฏิเสธเซลล์แปลกปลอมและเน่าเสียทั้งหมดทันที]

    หลีเฮงถึงกับหน้าถอดสี อ้าปากค้างด่าระงับอารมณ์ไม่ได้ "เฮ้ย! ไฉนจึงเป็นเช่นนั้นไปได้วะ! ข้าก็บำเพ็ญคู่สกัดยีนส์มากับมือ ดึงดีเอ็นเอของเสี่ยวเหลียนมาเก็บไว้ในตัวสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วนี่หว่า แล้วระบบจะให้ข้าเก็บยีนส์ไว้ดูเล่นในเป้ากางเกงหรืออย่างไรกัน! มีทางแก้ไหมไอ้ระบบสวะ รีบๆ บอกมาด่วนเลย!"

    [ระบบชี้แนะแนวทางทำพิธีกรรมอย่างเป็นทางการ: โฮสต์มีรหัสพันธุกรรมไหมเพลิงของเสี่ยวเหลียนสะสมอยู่ในน้ำรักและลมปราณหยางสวรรค์ภายในกาย วิธีการเดียวที่จะปลุกพลังยีนส์เพื่อส่งต่อไปยังไข่อสูรคือ "มหาพิธีกรรมร่วมรักบำเพ็ญคู่ถ่ายทอดสายพันธุ์" โดยโฮสต์ต้องปฏิบัติภารกิจร่วมรักอย่างลึกซึ้งและร้อนแรงกับคู่พันธะหลักอย่าง เย่เจาจวิน ซึ่งเป็นผู้เชื่อมต่อกับรังหลักโดยตรง เพื่อส่งผ่านน้ำรักหยางสวรรค์อันอุดมไปด้วยดีเอ็นเอไหมเพลิงและไอพลังหยาง เข้าสู่ระบบรังไข่สร้างอสูรของเย่เจาจวินโดยตรง]
    [เมื่อน้ำรักของโฮสต์หลอมรวมเข้ากับครรภ์รังไข่ปีศาจของเย่เจาจวินสำเร็จ ร่างกายของนางจะสกัดแปลงสายพันธุ์ ยกระดับและปลดล็อกยูนิตใหม่ "อสูรปีศาจพ่นพิษมาร รุ่นพ่นกรดเพลิงระเบิด" เพื่อเข้าสู่กองทัพได้ทันที]

    อ่านข้อความเตือนของระบบจบ หลีเฮงก็หันไปมองหน้าเย่เจาจวินที่กำลังยืนอยู่ใกล้ชิด ใบหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนจากสีซีดเป็นสีแดงระเรื่อ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จอมกะล่อนอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มไอแค่นๆ ในลำคอแก้เขิน พลางเบี่ยงแผงหน้าจอโปร่งแสงสีแดงชี้ชวนให้นางอ่านดู

    "เอ่อ... ยอดรัก เจาจวินจ๋า เจ้าลองอ่านข้อความนี่ดูสิจ๊ะ ข้าไม่ได้คิดลามกเอาเปรียบเจ้าเลยนะจ๊ะ แต่นี่มันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายระดับยุทธศาสตร์ยุทธวิธีป้องกันเมืองย่อยเชียวนะจ๊ะ!"

    เย่เจาจวินขมวดคิ้วเรียวงามพลางกวาดสายตามองไล่อ่านข้อความบนหน้าต่างระบบสีแดงนั้น ทันทีที่อ่านถึงคำว่า "ส่งผ่านน้ำรักหยางสวรรค์เข้าสู่ระบบรังไข่โดยตรงเพื่อร่วมรักบำเพ็ญคู่ถ่ายทอดสายพันธุ์" ดวงตาคู่สวยของนางก็เบิกกว้าง แก้มเนียนสองข้างพลันแดงซ่านร้อนผ่าวลามไปจนถึงใบหูงาม

    "เจ้า... เจ้าคนบ้าลามกหน้าหนา!" เย่เจาจวินสะบัดตัวออกห่างพลางตวาดเสียงสั่น ใบหน้างดงามสะคราญปานล่มเมืองบัดนี้แดงก่ำด้วยความอับอายระคนโมโหจนตัวสั่นระริก "เจ้าวางแผนการเรื่องพรรค์นี้ไว้แต่แรกแล้วใช่หรือไม่! เอาเรื่องการพัฒนาทัพมาอ้างเพื่อที่จะหาเศษหาเลยกับข้าอีกแล้ว! ไฉนเรื่องอัปเกรดยูนิตต้องใช้พิธีกรรมร่วมรักบำเพ็ญคู่ประหลาดเช่นนี้ด้วยเล่า!"

    "โถ่ เจาจวินยอดรักของสามี ฟ้าดินเป็นพยาน ข้าจะกล้าหลอกลวงเจ้าได้อย่างไร!" หลีเฮงทำตาปริบๆ ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จแบบมืออาชีพ ชายหนุ่มถลาเข้ามากอดเข่าออเซาะดึงชายเสื้อของนางเบาๆ "เจ้าลองคิดดูสิ ร่างกายข้าเป็นมนุษย์แสนธรรมดา ไม่มีรังไข่อสูรเหมือนพวกเจ้า หากข้าทับสายพันธุ์ลงไข่ตรงๆ ไข่มันก็ต้องเน่าเปื่อยอยู่แล้ว ทางเดียวคือต้องให้ยอดรักที่มีพรสวรรค์ระดับสามเอสและเป็นผู้ควบคุมรังหลัก คอยรับน้ำรักหยางสวรรค์ที่เป็นสารอาหารชั้นเลิศของข้าไปกลั่นกรองและผสมพันธุ์ให้ได้ยูนิตที่แข็งแกร่งที่สุดไงจ๊ะ ข้าทำเพื่อความอยู่รอดของพวกเราแท้ๆ เลยนะจ๊ะ!"

    สืออิงยืนดูภาพสามีหนุ่มหน้าหนากอดแข้งกอดขาอ้อนเมียหลวงด้วยความขบขันปนเอ็นดู นางเดินเข้ามากระซิบข้างหูเจาจวินเบาๆ พลางส่งสายตามีเลศนัย "เจาจวินเอ๋ย... แม้ท่านพี่จะดูเจ้าเล่ห์กะล่อนและหาเรื่องเอาเปรียบเรือนร่างของพวกเราอยู่บ่อยครั้ง ทว่าคำสั่งของระบบนี้มีเหตุมีผลยิ่งนัก พลังหยางสวรรค์ของท่านพี่เมื่อผสมกับปราณอสุรของเจ้า จะช่วยกระตุ้นให้ไข่อสูรฟักตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด และศึกใหญ่กับชนเผ่าเกราะศิลาก็ใกล้เข้ามาทุกที หากพวกเราชักช้าและไม่มีหน่วยรบระดับสูงไว้รับมือ เกรงว่ารั้วใยเดือดนี้ก็อาจจะต้านทานทัพใหญ่ได้ยากลำบากนะเจ้าคะ"

    เย่เจาจวินได้ยินคำเกลี้ยกล่อมของสืออิงและเห็นสายตาวิงวอนแกมกะล่อนระริกของหลีเฮง นางก็ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างพ่ายแพ้ในเสน่ห์และความหน้าด้านของสามี มือเรียวงามบีบแก้มหลีเฮงเบาๆ อย่างหมั่นไส้จนหน้าเขาบิดเบี้ยว

    "เฮอะ! เจ้ายอดนักเกาะเมียกิน... ตกลง ข้าจะยอมร่วมพิธีกรรมบำเพ็ญคู่ถ่ายทอดสายพันธุ์กับเจ้าในคืนนี้ ทว่าห้ามเจ้าตุกติกหรือทำท่าทางพิเรนทร์แปลกๆ เหมือนตอนที่ทำกับเสี่ยวเหลียนเด็ดขาดเชียวนะ! และหลังจากเสร็จสิ้นพิธีฟักยูนิตใหม่ได้แล้ว เจ้าจะต้องรับผิดชอบนวดผ่อนคลายปรนนิบัติข้ากับสืออิงให้เต็มที่เป็นการชดเชย เข้าใจหรือไม่!"

    "เข้าใจแจ่มแจ้งแดงแจ๋เลยจ๊ะเมียจ๋า! สามีคนนี้จะจัดให้อย่างสาสมใจแนบแน่นที่สุดเลยจ๊ะ!" หลีเฮงรับคำเสียงใส หัวเราะระรื่นปานได้แก้วแหวนเงินทอง ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นปัดฝุ่นที่เข่าพลางโอบเอวคอดของเจาจวินเดินเคียงคู่กันมุ่งหน้าสู่วิหารรังผสมพันธุ์ส่วนตัวที่เพิ่งได้รับการยกระดับพร้อมกับรังหลักอย่างกระปรี้กระเปร่าและเปี่ยมด้วยความหวังในชัยชนะศึกเบื้องหน้าที่กำลังจะมาถึง...

    ---------------------------------------------------

    [ประเมินผลระบบเทพแมงดา ประจำตอน]
    * แต้มแมงดาคงเหลือ: 39,500 แต้ม (คงที่อย่างมั่นคง เนื่องจากเป็นการอัปเกรดค่ายกลและสิ่งปลูกสร้างโดยใช้ทรัพยากรแร่ธรรมชาติ มิได้พึ่งพิงพลังงานระบบสวรรค์ในการใช้แต้มซื้อไอเทมหรืออัปเกรดฐานทัพแต่อย่างใด)
    * แต้มวิบัติสะสม: 57 แต้ม (เพิ่มขึ้น +1 แต้ม จากความขัดแย้งของสองเผ่าพันธุ์และการเคลื่อนทัพโอบล้อมของชนเผ่าเกราะศิลาภายนอกที่พร้อมจุดชนวนศึกสงครามเดือดในเร็ววัน)
    * ค่าศักดิ์ศรีสะสม: -57 แต้ม (คงเดิม รักษาเกียรติยศชายหนุ่มผู้ยึดมั่นในการประจบสอพลอ ออดอ้อนภรรยาเพื่อยืมพลังสตรีในการสร้างกองทัพและเอาตัวรอดท่ามกลางสงครามปีศาจอย่างสมบูรณ์แบบ)
    * เกราะพลังเมีย: 7 หน่วย (คงที่ พร้อมสำหรับการเสริมแกร่งจากมหาพิธีกรรมบำเพ็ญคู่ในวิหารอสุร)

    *จัดทำขึ้นโดย พราวฝัน (พราว) นักเขียนนิยายจีนโบราณแฟนตาซีระบบ เพื่อบันทึกค่าสถานะและสถิติเหตุการณ์สำคัญอย่างเป็นทางการสำหรับเล่มสอง* ????✨

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม) ที่คุณอ่าน