จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 94 ดุเดือด

            ว้าก…!

            เสียงร้องดังกึกก้องไปทั่วหอฟ้าดิน

            ฉีอวิ๋นไม่คิดเลยว่าหู่หวาจะใช้ศีรษะกระแทกเข้ามาจนหน้าผากของเขามีเลือดไหลออกมา

            ช่วงเวลาสั้นๆนั้น หู่หวาก็ก้าวไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง และใช้ร่างกระแทกฉีอวิ๋นจนเซถอยกลับไป

            “กลับมาหาข้า”ก้าวไปอย่างรวดเร็วอีกครั้ง จากนั้นหู่หวากระชากแขนข้างหนึ่งของฉีอวิ๋น

            จากนั้นฉีอวิ๋นที่ถอยหลังก็ถูกหู่หวาจับโยนทิ้งลงไป

            ตูม!

            ตามมาด้วยเสียงที่หดหู่ดังไปทั่วหอฟ้าดินฉีอวิ๋นถูกหู่หวาโยนลงไปที่ลานประลอง แผ่นหินสีครามที่แข็งแกร่งถูกกระแทกจนเผยให้เห็นรอยแตก

            เหตุการณ์เช่นนี้ทำให้ผู้คนจำนวนมากแทบจะหายใจไม่ออก

            วิธีการต่อสู้จะคุ้นเคยขนาดไหนบางคนต่างรู้สึกซาบซึ้งตื้นตันใจ บางคนก็เผยความดุร้ายออกมามีพวกเขาจำนวนหลายคนที่เคยถูกเย่เฉินทำให้พิการอยู่บนลานประลอง

            “การไม่อ่อนกำลังหรือย่อท้อน่าจะเรียนรู้มาจากเย่เฉินแม้แต่ท่าทางที่จับคนกระแทกลงไปก็คล้ายกันมาก”

            “เจ้าเด็กน้อยฉีอวิ๋นนั่นคงจะยืนไม่ไหวแล้ว”

            “ยังลุกได้อีกหรือ? ยังไม่ทันจะตายก็จะลุกขึ้นขอบคุณแล้ว”

            บนสุดขอบเมฆสีหน้าของนักพรตชิงหยางก็เศร้าหมองลง ฉีอวิ๋นคือศิษย์ของเขาไม่คิดว่าจะมาพ่ายแพ้ให้กับขั้นรวมพลังชั้นที่สามอีกทั้งยังมีการช่วยเหลืออย่างลับๆ จากเขา ตอนนี้ฉีอวิ๋นพ่ายแพ้แล้วใบหน้าของเขาก็ร้อนระอุทันที

            ฉีอวิ๋นเป็นลมหมดสติไปบนลานประลองและอวัยวะภายในทุกส่วนล้วนถูกกระแทก

            เมื่อมองไปยังหู่หวาอีกครั้งเขาได้กลายเป็นมนุษย์ที่มีเลือดทั้งตัวไปแล้วร่างโซเซอยู่บนลานประลองราวกับถูกสายลมกระโชกแรงพัดให้เขาล้มลง

            จนถึงตอนนี้แต่ละคนต่างก็มองออกว่าใครเป็นผู้ชนะในการต่อสู้ครั้งนี้

            “หู่หวาชนะ”

            เมื่อมีเสียงลอยดังมาจากบนก้อนเมฆเย่เฉินและฉีเฮ่าที่อยู่ตรงข้ามก็รีบพุ่งขึ้นไปบนลานประลองอย่างพร้อมเพรียงกัน

            “สารเลว”ฉีเฮ่ามองไปที่หู่หวาและเย่เฉินอย่างดุร้าย

            “แพ้ก็คือแพ้จะไม่ยอมแพ้หรือ?” เย่เฉินเอ่ยอย่างเย็นชาและอุ้มหู่หวาลงจากลานประลอง

            เมื่อมองไปที่หู่หวาในอ้อมแขนเย่เฉินก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างพอใจ เด็กหนุ่มผู้ซื่อสัตย์และดื้อรั้นคนนี้เหตุที่เขาชนะ ไม่ใช่เป็นเพราะพละกำลังของเขา แต่เป็นเพราะในจิตใจเขาเชื่อในชัยชนะ

            “พี่ใหญ่ข้าไม่ทำให้ท่านขายหน้าใช่ไหม!”

            “เจ้ายอดเยี่ยมมาก”

            ทั้งสองฝ่ายต่างก้าวลงมาจากลานประลองแต่ผู้ชมที่อยู่รอบๆ กลับยังคงสนุกอยู่ใครจะคิดว่าการดวลกันระหว่างเจ้าเด็กหนุ่มสองคนนี้จะต่อสู้กันได้ยอดเยี่ยมขนาดนี้

            กลับมายังด้านล่างลานประลองมีคนพาหู่หวาออกไปแล้ว การประลองของสำนักนอกสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการบาดเจ็บเพื่อไม่ให้เกิดการบาดเจ็บล้มตาย สำนักจึงส่งคนไปรักษาพวกเขา

            เวิง!

            หลังจากการต่อสู้เสร็จสิ้นจานเข็มทิศขนาดใหญ่กลางอากาศก็หมุนขึ้นอีกครั้ง

            ในไม่ช้าแสงศักดิ์สิทธิ์สองสายก็ค่อยๆ ตกลงมาและตกลงมายังทิศทางของยอดเขาตี้หยางและหอโอสถวิญญาณหากพูดให้ชัดคือตกลงมาบนร่างของฉีเยว่

            ตรงกันข้ามเมื่อศิษย์ยอดเขาตี้หยางผู้นั้นเห็น สีหน้าก็เกิดความสับสน!

            นี่จะต่อสู้อย่างไร

            “ผู้อาวุโสข้าขอยอมแพ้” ศิษย์ของยอดเขาตี้หยางผู้นั้นยกมือขึ้นทันทีและกลับไปนั่งอย่างช้าๆก่อนที่ฉีเยว่จะลืมตาขึ้น นางก็ได้กลายเป็นผู้ชนะไปแล้ว

            เมื่อไม่มีอะไรให้ชื่นชมจึงไร้เสียงโห่ร้องยินดีไปโดยปริยาย

            ทุกคนมองไปที่จานเข็มทิศนั่นและบนจานเข็มทิศยังมีแสงศักดิ์สิทธิ์ตกลงมาแสงสายหนึ่งตกลงมายังทิศของศิษย์ของหอคัมภีร์ส่วนอีกสายหนึ่งตกลงมายังทิศของศิษย์ยอดเขาเหรินหยาง เมื่อดูแล้ว คือซูซินเยว่นั่นเอง

            เมื่อเห็นว่าเป็นซูซินเยว่บรรยากาศทั่วทั้งบริเวณก็ถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้ง

            ศิษย์ขั้นรวมพลังชั้นที่แปดคนหนึ่งที่ออกมาจากหอคัมภีร์ระดับขั้นต่ำกว่าซูซินเยว่อยู่หนึ่งระดับ

            การต่อสู้ยังคงดุเดือดด้วยรูปร่างที่สง่างามของซูซินเยว่และเคล็ดวิชาลึกลับในลานประลองจึงเต็มไปด้วยเสียงร้องยินดี การแข่งขันครั้งนี้แน่นอนว่าเป็นการเอาชนะความแข็งแกร่งในอีกแง่หนึ่งถือว่าเป็นการมาเอาคืนให้ยอดเขาเหรินหยางหนึ่งยก

            การประลองของสำนักนอกคู่ที่ห้าเจ้าหมีสองร้องตะโกนและรีบพุ่งขึ้นไปบนลานประลอง พร้อมถือกระบองฟันหมาป่าทุบตีศิษย์ของยอดเขาเทียนหยางจนเงยหน้าไม่ขึ้น

            ในคู่ที่หกเย่เฉินได้เห็นฉีเฮ่า เจ้าคนนี้ดูเหมือนจะถูกกระตุ้นและอารมณ์ร้อนอย่างผิดปกติ จนเกือบจะใช้กระบี่แทงศิษย์คนหนึ่งของตำหนักบังคับคดีให้ตายจึงทำให้ท่านผู้คุมกฎประมุขแห่งตำหนักบังคับคดีมีสีหน้าบึ้งตึง

            ในคู่ที่เจ็ดจ้าวหลงของยอดเขาเหรินหยางที่อยู่บนลานประลองไม่คิดว่าจะมาเป็นคู่ต่อสู้กับเว่ยหยางของยอดเขาเทียนหยาง

            “นี่มันเป็นอะไรที่แปลกใหม่”มีคนกำลังกระซิบกัน“ล้วนแต่เคยถูกเย่เฉินทุบตีอย่างรุนแรงบนลานเมฆวายุมาแล้วทั้งนั้นไม่นึกเลยว่าจะต้องกลายเป็นคู่ต่อสู้กันอีกในวันนี้”

            ในการประลองนี้เว่ยหยางเป็นผู้ชนะ แต่ก็เป็นการชนะอย่างจวนเจียน

            สองสามคู่ถัดไปดำเนินไปอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีศิษย์สิบอันดับแรกของสำนักนอกจำนวนหลายคนได้ออกมาร่วมประลองและชนะการต่อสู้ไปโดยไม่เสียเลือดเนื้อ

            คู่ที่เก้าสิบเจ็ดเย่เฉินได้มองเห็นศิษย์ของสวนสมุนไพรวิญญาณที่มีนามว่า หลี่ซาน

            บางทีเด็กคนนี้อาจจะเป็นผู้พ่ายแพ้ที่นับว่าไร้สาระที่สุดนับตั้งแต่มีการประลองของสำนักนอกมาหลังจากขึ้นลานประลอง ยังไม่ทันพูดอะไรสักคำก็ถูกฝ่ามือตบเข้าจนกระเด็นลอยออกไป

            เย่เฉินสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่าคนผู้นั้นคงได้แต่ทำเรื่องรักๆใคร่ๆ ระหว่างชายหญิงเป็นจำนวนมาก แม้ว่าจะเป็นผู้ฝึกตนแต่ก็มีรูปร่างที่ผอมโซ

            ระหว่างนั้นบุคคลที่เขารู้จักดีก็ล้วนแต่ได้รับคัดเลือกเช่นคนที่เคยต่อสู้กับเขาอย่างซ่งอวี้และหวังเหิง และยังมีคนที่ถูกเขาจับกระแทกจนเกือบตายอย่างถังเฉาและถังหรูซวนภรรยาของเจ้าหมีสอง…

            การประลองเริ่มเข้าสู่ความดุเดือดช่วงสำคัญของการประลองได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมีม้ามืดปรากฏตัวอยู่บ่อยครั้งในช่วงเวลานั้นเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่อยู่ในขั้นรวมพลังชั้นที่แปดของหอคัมภีร์นึกไม่ถึงว่าจะเอาชนะศิษย์ขั้นพลังธาตุของวิหารประกาศิตได้ศิษย์สตรีในขั้นพลังธาตุชั้นที่หนึ่งของสวนผลไม้วิญญาณได้ใช้วิชาเสน่หาทำให้ศิษย์ชายขั้นพลังธาตุชั้นที่หกของหอภารกิจหลงใหลเป็นอย่างมาก…

            การประลองเป็นไปอย่างดุเดือดผู้อาวุโสที่อยู่บนเมฆก็กำลังวางกลอุบายอยู่อย่างลับๆ เช่นกัน

            ศิษย์ที่ขึ้นสู้บนลานประลองทุกคนล้วนแต่เป็นตัวแทนหน้าตาของผู้อาวุโสและประมุข เมื่อศิษย์ของตนเองได้รับชัยชนะใบหน้าก็เปล่งปลั่งสดใส หากศิษย์ของตนเองพ่ายแพ้ ก็จะยิ่งเสียหน้าเป็นอย่างมากสีหน้าของผู้อาวุโสหลายคนเหมือนกับกำลังเล่นกล ประเดี๋ยวมืดประเดี๋ยวสว่าง

            ในช่วงเวลานั้นนักพรตเต้าเสวียนประมุขแห่งยอดเขาเทียนเสวียนของสำนักในได้ลืมตาขึ้นหลายครั้งพลางลูบเคราตนเอง ใบหน้าเผยให้เห็นถึงความอ่อนโยน

            “ยอดเยี่ยมการประลองของสำนักนอกครั้งนี้ มีศิษย์ที่แท้จริงไม่กี่คนที่ได้พบกัน”

            “ศิษย์พี่เต้าเสวียนคงจะนึกถึงการประลองของสำนักนอกเมื่อครั้งก่อนใช่ไหม?” สวีฝูยิ้มเล็กน้อย

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นนักพรตเต้าเสวียนก็โบกมือเบาๆ “อย่าพูดถึงครั้งก่อนเลยด้วยเหตุนี้ศิษย์น้องยังจะมาพูดกับข้าอีก การประลองของสำนักนอกในครั้งนั้นบางทีอาจจะเป็นเรื่องที่น่าแปลกที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งสำนักเหิงเยว่มา ไม่ต้องพูดไม่ต้องพูดถึงแล้ว”

            “ตอนนี้มีการแข่งขันคืนชีพแล้วเจ้ายังต้องกังวลอะไรอีก” ผางต้าไห่แห่งหอหมื่นสมบัติบิดคอของเขา

            “ถ้าในการแข่งขันคืนชีพยังมีศิษย์แท้จริงที่จะต้องมาเผชิญหน้ากันข้าก็บอกได้เลยว่าโชคของเขาก็คงจะไม่ดีแน่”

            “ความโชคดีก็เป็นส่วนหนึ่งของพละกำลังเช่นกัน”ฉู่ซวนเอ๋อร์พูดอย่างนุ่มนวล

            ด้านล่างลานประลองเย่เฉินกำลังหลับตาทำสมาธิบางครั้งก็ลืมตาขึ้นและมองไปยังชายหนุ่มที่อยู่ด้านข้างซึ่งกำลังหลับสนิทไปเพราะความเมา

            การประลองดำเนินมาถึงเวลานี้ก็ยังไม่เห็นว่าจานเข็มทิศจะมีแสงศักดิ์สิทธิ์ตกลงมาที่ตัวเขา

            “จานเข็มทิศนี้คงจะไม่ได้ลืมข้าหรอกนะ!”เย่เฉินบ่นพึมพำและเงยหน้าขึ้นไปมองจานเข็มทิศขนาดใหญ่ที่ล่องลอยอยู่กลางอากาศ

            เวิง!

            ทันทีที่สิ้นสุดคำพูดเขาการประลองบนลานประลองก็ได้สิ้นสุดลงพอดี จานเข็มทิศก็ส่งเสียงและสั่นสะท้านจากนั้นก็ค่อยๆ หมุนขึ้น

            ในไม่ช้าแสงศักดิ์สิทธิ์สองสายก็ตกลงมา เย่เฉินเฝ้าดูแสงศักดิ์สิทธิ์สีม่วงที่พุ่งมาหาเขา

            ท้ายที่สุดแสงศักดิ์สิทธิ์ก็ตกลงมาบนร่างกายเขาจริงๆ

            “ในที่สุดก็ถึงตาข้าแล้ว”หลังจากเย่เฉินบิดร่างกายที่แข็งทื่อ เลือดลมของเขาที่อยู่นิ่งมานานก็พลุ่งพล่านขึ้นทันที

            และเมื่อเขามองไปยังผู้ที่ถูกแสงศักดิ์สิทธิ์อีกสายหนึ่งตกใส่มุมปากของเขาก็เผยให้เห็นการเยาะเย้ยขึ้นในทันที

            “ปล่อยไปตามโชคชะตาจะดีกว่าจริงๆ”เขาส่งเสียงเยาะเย้ยอีกครั้งจากนั้นจึงตบไปบนที่นั่งและพลิกตัวกระโดดขึ้นไปบนลานประลอง

            ส่วนอีกคนหนึ่งที่ถูกแสงศักดิ์สิทธิ์ตกกระทบก็ได้กระโดดขึ้นไปบนลานประลองในเวลาเดียวกันกับเย่เฉินคนผู้นั้นเป็นศิษย์ในชุดขาวคนหนึ่ง ผมสีดำพลิ้วไปตามลม มีความทรงพลังทันทีที่เขาขึ้นมาบนลานประลอง ก็เป็นที่ดึงดูดสายตาของผู้คนโดยรอบ

            คนผู้นี้เมื่อมองดูแล้วเป็นผู้นำศิษย์ของวิหารประกาศิตนามว่า อิ่นจื้อผิง!

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    [New Life] อิสระของชีวิต

    [New Life] อิสระของชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    140K 171
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367