บทที่48
อีกหนึ่งทักษะพรสวรรค์ที่ปรากฏ
หลังจากที่มีการยื่นข้อเสนอออกมาจากท่านอ๋องเองตอนนี้ข้อเสนอนั้นก็เป็นจริงเรียบร้อยแล้ว
หลี่หยุนเขาเรียกร้องค่าตอบแทนในการสอนที่ได้รับคำอนุญาตให้เข้าไปสู่อารามซ่อนมารที่เป็นสถานที่สำคัญ
ในวันถัดมาท่านอ๋องน้อยเดินทางเข้ามาภายในสำนักเทพปฐพีตั้งแต่ในยามเช้าเมื่อเดินเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ท่านอ๋องก็แสดงใบหน้าที่ไม่พึงพอใจนะ
มันเป็นเพราะว่าภายในสำนักแห่งนี้เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างที่ทรุดโทรมแตกต่างจากสำนักอื่นๆอย่างสิ้นเชิง
เมื่อลองเปรียบเทียบสำนักแห่งนี้กับสำนักคุ้มภัยความเจริญก้าวหน้าและความยิ่งใหญ่มันเทียบกันไม่ติดเลยแม้แต่น้อยโดยสำนักแห่งนี้มันก็เป็นเพียงแค่สำนักแห่งนึงที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังเมืองเท่านั้น
ทหารจำนวนมากเดินทางตามท่านอ๋องน้อยมาตามคำสั่งของท่านอ๋อง
อ๋องน้อยเดินเข้ามาภายในโรงฝึกดวงตาทั้งสองข้างกวาดเป็นบริเวณรอบๆทางกลับกล่าวขึ้นมาราวจะดูถูก“สถานที่แห่งนี้มันอันใดกันทั้งเก่าทั้งทรทรุดโทรมค่าที่เป็นถึงขั้นอ๋องน้อยเหตุใดต้องมาฝึกภายในสถานที่แห่งนี้ด้วย”
ในขณะที่บ่นออกมาอยู่นั้นร่างของหลี่หยุนก็ก้าวเดินเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ข้อดิบดีเลยผู้สวนขึ้น“ ฝึกที่สถานที่แห่งนี้ก็ย่อมดีกว่าไปฝึกภายในป่าไม่ใช่หรืิอ? หรือท่านจะให้ข้าจับโยนท่านเข้าไปภายในป่าลึกเพื่อจะได้ให้พวกอสูรจับกิน ”
ท่านอ๋องน้อยแสดงใบหน้าเคร่งเครียดออกมาในตอนนี้มันกัดฟันแน่นแล้วก็แสดงใบหน้าที่ไม่พึงพอใจแต่ว่าก็ไม่สามารถทำอันใดได้เพราะคำสั่งของผู้เป็นบิดา
เมื่อเห็นอีกฝ่ายแสดงท่าทางที่โมโหโกรธาออกมาเช่นนั้นเขาก็ยิ่งแสดงรอยยิ้ม
อ๋องน้อยผู้นี้มีนามว่าจ้าวจินบุคลิกภายนอกมีนิสัยที่ดูจะก้าวร้าวแล้วก็เป็นคนที่เอาแต่ใจแต่มันก็เป็นเพราะว่าสังคมบริเวณรอบๆห้อมล้อมเท่านั้น
หลี่หยุนเขาคิดว่าสิ่งที่มันสำคัญที่สุดมันก็คือการปรับเปลี่ยนนิสัยของท่านอ๋องน้อยพวกนี้ก่อนเป็นอันดับแรก
“ เอาล่ะถ้าเช่นนั้นเรามาเริ่มฝึกกันเลยดีหรือไม่ ”หลี่หยุนพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็วอีกฝ่ายก็แสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย
“ ฝึกอันใดเจ้าจะให้ข้าฝึกการใด? ” ท่านอ๋องน้อยเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
“ นั่งสมาธิ!! ”
“ นั่งสมาธิอย่างนั้นหรือ!!! ” อ๋องน้อยอุทานด้วยเสียงดังลั่น
“ ใช่!!! บททดสอบและของข้าให้ท่านนั่งสมาธิอยู่ภายในห้องแห่งนี้นั่งจนกว่าท้องฟ้านั้นจะถึงในยามเย็นแล้วถ้าท่านไม่ยอมนั่งข้าจะให้พวกทหารที่อยู่บริเวณด้านนอกมาลงโทษท่านตามคำสั่งของท่านอ๋อง”
“ เอาเป็นว่าถ้าท่านอู้แม้แต่วินาทีเดียวถ้าจะให้ทหารเหล่านั้นเข้ามาเล่นงานทั้งในทันทีเพราะแบบนั้นทำตามคำสั่งของข้า” หลี่หยุนเขายื่นคำขาดออกไปพร้อมกับเดินออกไปจากสถานที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว
แล้วเมื่อเขาเดินออกไปจากสถานที่แห่งนี้อ๋องน้อยผู้นั้นก็เริ่มทำการฝึกฝนอยู่ภายในห้อง
แน่นอนว่าไม่สามารถทำอันใดได้นอกจากทำตามคำสั่งของเขาหลี่หยุนให้อีกฝ่ายนั่งสมาธิอีกฝ่ายก็ต้องนั่งสมาธิ
ในตอนนี้มันกำลังนั่งสมาธิอยู่ภายในห้องแห่งนี้ในวันแรกสิ่งที่มองเห็นมันก็คืออีกฝ่ายไม่ได้มีสมาธิกับการนั่งสมาธิเลยเพราะว่านี่เป็นสิ่งที่อีกฝ่ายนั้นไม่อยากจะทำเพราะแบบนั้นมันเลยนั่งขยับไปมาแต่เพียงแค่หลับตาเอาไว้เท่านั้น
หลี่หยุนให้บททดสอบซ้ำๆไปเป็นเวลาหลายวัน
ในตอนนี้ผ่านพ้นมาประมาณเจ็ดวันแล้ว
ช่วงระยะเวลา7 วันที่ผ่านมาบททดสอบถูกทำออกมาอย่างซ้ำเท่านั้นให้ท่านอ๋องน้อยผู้นั้นทำการนั่งสมาธิอยู่ภายในห้องเช่นนั้นให้ท่านอ๋องน้อยนั่งสมาธิตั้งแต่ในยามเช้าจนถึงในยามเย็น
วันแรกและวันสองสิ่งที่มันปรากฏออกมามันก็คืออีกฝ่ายไม่มีสมาธิเลยแม้แต่นิดเดียว เอาแต่นั่งขยับเขยื้อนร่างกายของตนเองไปมาแต่หลังจากที่เริ่มเข้าวันที่ 4 สิ่งที่มันปรากฏขึ้นนั่นก็คืออีกฝ่ายเริ่มเข้าถึงแก่นแท้แห่งความสงบภายในจิตใจสามารถนั่งนิ่งได้ตลอดทั้งวัน
แต่ถึงแม้เช่นนั้นเขาเองก็ยังคงให้ลองนั่งต่อไปตอนนี้ผ่านมาถึง 7 วันแล้วบททดสอบก็ยังเป็นเช่นเดิมเพียงแต่ว่าสิ่งที่ได้รับกลับมานั่นก็คืออ๋องน้อยที่มีท่าทางที่ดูสงบนิ่งมากขึ้น
ดูเหมือนว่าวิธีการฝึกของเขามันจะได้ผล
ณบ้านบริเวณชานเมืองของหลี่หยุน
ในยามเที่ยงวันแสงแดดส่องผ่านลงมาจากม่านเมฆกระทบสู่ด้านล่างสายลมเย็นๆพัดผ่าน ใต้ต้นไม้ใหญ่บริเวณด้านหน้าบ้านร่างของบุรุษหนุ่มกำลังนั่งอยู่ในท่าทางนั่งสมาธิแผ่ซ่านลมปราณอันแข็งแกร่ง
หลี่หยุนเขากำลังนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ลมปราณภายในร่างกายที่แผ่ซ่านออกมามันบังเกิดกลายเป็นกระแสลมที่ห่อหุ้มล้อมรอบร่างกายเอาไว้
ความหนักแน่นของลมปราณในยามนี้ถ้ามีผู้ใดเข้ามาภายในระยะคงจะสามารถสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของลมปราณที่แผ่ซ่านออกมา
แรงกดดันที่ผู้คนธรรมดาทั่วไปไม่สามารถล่วงรู้กระนั้นในขณะที่เขากำลังนั่งฝึกฝนลมปราณภายในร่างกายของตนเองอย่างจริงจังอยู่นั้น
ลมปราษที่กำลังล้อมรอบร่างกายมันอยู่ๆก็มีออร่าลมปานที่แข็งแกร่งสายนีงอย่างน่าประหลาดสิ่งที่มันปรากฏออกมาในตอนนี้ลมปราณอันแข็งแกร่งที่แผ่ซ่านออกมาอยู่ๆมันก็ปกคลุมร่างกายของเขา
หลี่หยุนที่กำลังนั่งอยู่ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างขึ้นสมาธิของเขาที่เคยดำดิ่งลงไปภายในห้วงแห่งการฝึกฝน มันถูกฉุดดึงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ร่างกายของเขามันเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง“ มีบางอย่างที่เริ่มเปลี่ยนแปลงหรือเป็นเพราะว่าข้าสามารถทะลวงระดับลมปราณของตนเองขึ้นไปอยู่ในระดับก่อจิตขั้นที่สามแล้วมันเลย”
ในขณะที่เขากำลังคิดเช่นนั้นลมปราณภายในร่างกายที่มีแผดพุ่งขึ้นมาเขาก็สัมผัสได้ถึงดวงดาวบางอย่างมันเป็นสายพลังที่ปรากฏขึ้นมาภายในร่างกายภายในร่างกายของเขาเส้นทางแห่งการฝึกฝนภายในแก่นวิญญาณมันเปรียบได้ดั่งจักรวาลที่กว้างใหญ่
แต่ในตอนนี้เองจักรวาลที่กว้างใหญ่ภายในร่างกายของเขามันกลับมีดวงดาวดวงหนึ่งที่ส่องแสงสว่างไสวขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
แล้วสิ่งที่มันปรากฏขึ้นมาในตอนนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นอะไรโดยสิ่งที่มันปรากฏขึ้นมามันคือทักษะพรสวรรค์
ดวงดาวดวงใหม่ที่มันปรากฏขึ้นมาเขานั้นตระหนักรับรู้ได้ในทันทีแสงที่มันสว่างไสวและเปล่งประกายขึ้นมามันต้องเป็นทักษะพรสวรรค์อย่างแน่นอน
หลี่หยุนร่างกายของเขาที่ถูกห่อหุ้มด้วยลมปราณเขาคิดภายในใจของตนเอง “ ไม่ผิดแน่นอนสิ่งที่มันปรากฏขึ้นมาในตอนนี้มันต้องเป็นทักษะพรสวรรค์แล้วมันคือทักษะพรสวรรค์อะไรกันล่ะเดี๋ยวนะไม่อยากบอกนะว่า ”
“ พลังเทพมาร ”
ทักษะพรสวรรค์ที่เขาเพิ่งจะได้รับมาใหม่มันเป็นทักษะพรสวรรค์ที่พึ่งตื่นขึ้นเป็นหนึ่งในทักษะความสวรรค์ของจอมมาร
พลังเทพมาระดับ7 ดาว มันคือทักษะพรสวรรค์ของจอมมารเป็น 1 ทักษะที่ตื่นขึ้นมาหลังจากที่เขาฝึกฝนขึ้นมาอยู่ในระดับนี้
โดยก่อนหน้านี้ทักษะนี้ก็อยู่ภายในร่างกายอยู่แล้วเพียงแต่ว่ามันนั้นถูกปิดผนึกแล้วก็หลับไหลไปตามการที่เขานั้นหลอมรวมแก่นวิญญาณและเกิดใหม่
มันเลยทำให้ทักษะนี้ถูกปิดผนึกไปด้วยแต่ในยามนี้เมื่อลมปราณภายในร่างกายของเขาเริ่มกลับมาแข่งทักษะนี้ก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
“ พลังเทพมารทักษพรสวรรค์ชนิดนี้มีความพิเศษเป็นอย่างมากมันเป็นทักษะพรสวรรค์ที่จะส่งเสริมออร่าพลังของตนเองให้แข็งแกร่งมากขึ้น ”
“ พลังเทพมารสามารถแปรเปลี่ยนลมปราณภายในร่างกายของตนเองออกมาได้หลากหลายแขนง”
“ โดยพลังของมันนั่นคือการปลดปล่อยรูปแบบพลังลมปราณของตนเองออกมาในรูปแบบพลังมารที่แข็งแกร่ง”
“ โดยทักษะพรสวรรค์ชนิดนี้มันมีเพียงแค่เขาเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่ครอบครองมันอยู่ไม่มีผู้ใดที่มีทักษะพรสวรรค์ที่ชื่อว่าพลังเทพมารอยู่ภายในร่างกายอีกแล้ว”
“ เรียกได้ว่าพลังนี้ถูกกำหนดขึ้นมาให้กับตัวละครที่ชื่อว่าจอมมารที่เป็นบอสสุดท้ายของนิยายเรื่องนี้”
หลังจากที่เขาได้รู้ว่าตนเองสามารถใช้จากทักษะพรสวรรค์ที่ชื่อว่าพลังเทพมารได้แล้วอยู่ๆมุมปากทั้งสองข้างของเขามันก็ปรากฏรอยยิ้มออกมา
มุมปากทั้งสองข้างมันแสดงถึงรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจก่อนที่เขาจะพูดขึ้น “ ในเมื่อสามารถใช้พลังเทพมารได้แล้วก็แสดงว่าตัวของข้าสามารถใช้เขตแดนฝึกอสูรได้แล้วล่ะสิ”
หลี่หยุนเขากล่าวถึงความสามารถบางอย่างที่เป็นความสามารถของจอมมารขึ้นมาอีก
หลังจากที่เขาพูดขึ้นมาบนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มแล้วหลังจากนั้นร่างกายที่กำลังนั่งอยู่มันก็ค่อยๆลุกขึ้นมาอย่างช้าๆจนมาอยู่ในท่ายืนดวงตากวาดไปมองบริเวณรอบๆ
“ ในเมื่อถ้าเป็นเช่นนี้ก็แสดงว่าตอนที่ข้าจะสามารถฝึกฝนลมปราณของตัวเองให้รุดหน้าได้รวดเร็วมากขึ้นก็ไม่ใช่หนทางที่ไกลเกินความเป็นจริง”
“ เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้นในการที่จะฝึกฝนแล้วก็เริ่มภารกิจในการบุกทำลายพรรคเขี้ยวทมิฬ ทักษะพรสวรรค์นี้มาได้ตรงเวลาจริงๆ”หลี่หยุนเขากล่าวกับตัวเองอย่างพึงพอใจดูเหมือนว่าหลายๆอย่างมันจะเป็นไปอย่างที่เขาคิดเอาไว้
หลังจากที่ได้รับทักษะพรสวรรค์ใหม่ของตนเองมา
เวลานั้นผ่านในช่วงเวลายามเย็นหลี่หยุนได้เรียกซินซินและเสี่ยวซานมาพบเขาภายในห้อง
ทั้งสองยืนอยู่บริเวณด้านหน้าของเขาแล้วก็แสดงท่าทางมึนงงหลี่หยุนนั่งอยู่บนเตียงพร้อมกับแสดงรอยยิ้มของที่จะพูดขึ้น “ พวกเราจะมาเริ่มฝึกฝนกันถ้าจะเริ่มฝึกฝนให้กับพวกเจ้าโดยใช้เขตแดนฝึกอสูรของข้า ”
“ เขตแดนฝึกอสูร!!! ”ทั้งสองดูแสดงใบหน้าตื่นตระหนกตกใจเป็นพิเศษหลังจากที่ได้ยิน
จบบท