หลังจากที่ผมเตะเ้าปีศาจนั้นกระเด็นไป ผมก็วางตัวเด็กที่อุ้มอยู่วางให้เด็กยืนกับพื้น
“หนูชื่ออะไรนะ”
“เอ่อ...รีน่าค่ะ”
เด็กกำลังทำหน้าแบบว่า ผมจะมาถามเื่แบบนี้ในตอนนี้ทำไม
“พี่ชื่อเลโอนะ เป็คนที่คุณแม่ของรีน่าจังฝากให้มาช่วยหนูยังไงละ”
“คุณแม่...”
“แล้วก็นะ พี่สัญญากับคุณแม่ของหนูแล้วก็ทุกคนในหมู่บ้านไว้แล้ว ว่าจะพาหนูกลับไปอย่างปลอดภัยให้ได้ เพราะงั้นไม่ต้องกลัวนะ”
พูดเสร็จผมก็ลูบหัวเด็กเบาๆ เด็กที่ได้ยินผมพูดดังนั้นก็แสดงสีหน้าผ่อนคลายขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ยังมีอาการกลัวอยู่เล็กน้อยแต่สีหน้าก็ดีกว่าเดิมเยอะแล้วละนะ
“แก...”
ดูเหมือนเ้าปีศาจนั้นจะกลับมาลุกขึ้นอีกครั้งแล้ว
ผมจึงใช้เวทมนตร์ขั้นกลาง ‘Protect Shield’ (บาเรียขั้นกลาง) ไว้รอบตัวเด็ก เวทมนตร์ป้องกันนี้สามารถป้องกันได้ั้แ่เวทมนตร์ขั้นกลางขึ้นไป บางทีอาจจะป้องกันถึงเวทมนตร์ขั้นสูงได้เลย
และก็เวทนี้สามารถป้องกันได้ทั้งการโจมตีกายภาพและก็เวทมนตร์ ถ้าเด็กยังอยู่ในนี้ก็รับประกันความปลอดภัยของตัวเด็กได้ดีกว่า การที่ผมจะต้องอุ้มเธอไว้แล้วต่อสู้ไปด้วย
“นี้ สัญญากับพี่นะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอย่าได้ออกมานอกบาเรียนี้เด็ดขาดเลยนะ ส่วนพี่จะขอไปจัดการเ้าปีศาจนั้นสักหน่อย”
“พี่ชาย...จะออกไปสู้กับปีศาจนั้นหรอ”
ยังคงเป็กังวลอยู่สินะ
“ไม่ต้องห่วง พี่ไม่เป็อะไรหรอก จนกว่าจะพาหนูกลับไปหาคุณแม่ได้ เพราะงั้นช่วยสัญญากับพี่หน่อยนะ ว่าอย่าออกมานอกบาเรียเด็ดขาด”
พูดเสร็จผมก็ยื่นนิ้วก้อยไปหาทางเด็ก หวังว่าที่โลกนี้จะมีการเกี่ยวก้อยสัญญากันนะ
“...ค่ะ หนูสัญญา ส่วนพี่ก็ต้องสัญญาด้วยนะว่าจะปลอดภัยกลับมา”
เด็กพูดด้วยสีหน้าเป็ห่วง แล้วก็ยื่นนิ้วก้อยมาเกี่ยวกับนิ้วก้อยผม
“ได้สิ พี่สัญญาว่าจะปลอดภัยกลับมา แล้วก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องเป็ห่วงขนาดนั้น เห็นอย่างนี้พี่ก็แข็งแกร่งมากเลยนะ!”
พูดเสร็จผมก็เดินออกมานอกบาเรียเวท แล้วกำลังเดินไปหาเ้าปีศาจ ดูเหมือนจะลุกขึ้นยืนเสร็จพอดี
“เป็อีแค่มนุษย์กล้าดียังไง...”
ดูเหมือนจะโกรธสุดๆเลยนี้หว่า โดนเตะไปขนาดนั้นก็สมควรแล้วละนะ
“จะดูถูกมนุษย์ไปถึงไหนกัน เป็พวกที่ชอบเหยียดหรอ นิสัยไม่ดีเลยนะ”
“พูดบ้าอะไรของแก”
ลืมไปว่าจะเอาหลักการที่ใช้ในสังคมโลกก่อนเรามาใช้กับโลกนี้ไม่ได้ ถ้าเป็โลกก่อนไปเหยียดคนอื่นแบบนี้มีหวังโดนด่าโดยคนทั้งประเทศแน่
เป็การกระทำที่ไม่สมควรทำเด็ดขาดเลยละ
“ช่างมันเถอะ ว่าแต่ก่อนจะสู้กันขอถามอะไรหน่อยได้รึป่าว”
“หึ จะยื้อเวลาตายงั้นหรอ ได้สิจะตอบให้ละกัน”
“แกเป็คนสั่งให้เ้าพวกโจรนั้นมาลักพาตัวเอลฟ์ไปใช่ไหม ทั้งครั้งนี้แล้วก็ครั้งก่อนๆด้วย”
ผมถามด้วยสีหน้าจริงจรัง แต่ดูเหมือนเ้านั้นจะไม่ได้สังเกตุที่ท่าทีเปลี่ยนไปของผมเลย
“ใช่แล้วละ ข้าเป็คนสั่ง”
“แล้วตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน แกทำอะไรกับพวกเขา”
ขอแค่พูดว่ายังมีชีวิตอยู่ ผมจะไปช่วยพวกเขากลับมาเอง อย่าให้คำตอบเป็อีกแบบที่ผมคิดเลย ในใจผมภาวนาอย่างนั้น
“อยู่ไหน? ฮ่าฮ่าฮ่า! จะไปมีชีวิตอยู่ได้ไงละ ข้าเป็คนฆ่าพวกมันทั้งหมดเองนั้นแหละ!!”
“ฆ่า...?”
“ใช่แล้วละ! เสียงร้องตอนที่พวกมันร้องขอชีวิตตอนที่จะตายมันเพราะสุดๆไปเลยละ! แถมรสชาติก็อร่อย! พวกเอลฟ์นี้มันของชั้นเลิศเชียวนะเว้ย
ฮ่าๆ!!”
อา— แบบนี้ยังต้องลังเลอะไรอีก ผมถามกับตัวเองในใจ
เมื่อก่อน ก่อนที่จะมาที่โลกใบนี้ผมเป็แค่คนธรรมดาที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบในสังคมปกติทั่วไป แน่นอนว่าการฆ่าฟันกันต้องไม่เคยอยู่แล้ว
ต้องลังเลเป็เื่ปกติที่จะลงมือฆ่าใครสักคน ั้แ่ตอนแรกที่คิดจะจับเป็พวกโจร ที่บอกไปว่าจะจับเป็เพื่อให้คนในหมู่บ้านลงโทษกันเอง มันเป็แค่ข้ออ้าง
เราไม่มีความกล้าที่จะไปฆ่าใคร ถ้าเราพาพวกโจรไปในหมู่บ้านตอนแรกโดยไม่รู้ว่าเ้าปีศาจนี้อยู่ในร่างโจรด้วย จะเป็ยังไงละ ต้องมีการสูญเสียแน่
เราเกือบจะพาสิ่งอันตรายเข้าไปในหมู่บ้าน
เกือบจะทำให้ทุกคนเป็อันตราย ถูกอัญเชิญมาเป็ผู้กล้าเพื่อปกป้องผู้คนแต่กลับจะพาอันตรายมาหาผู้คนซะเอง
ที่มันเป็อย่างนี้เป็เพราะความลังเลของเรา
ทั้งที่ตอนนี้โกรธจนแทบจะทนไม่ไหว อยากจะฆ่าให้ตายๆไปซะ
แต่ก็ยังมีความลังเลอยู่ ถ้าเป็อย่างงี้ต่อไปคงจะปกป้องใครไม่ได้สักคน
นี้มันไม่เท่เอาซะเลย
เพราะงั้น
ถ้าจะปกป้องสิ่งที่อยากปกป้องให้ได้แล้วละก็ ฉันจะ—
“ไม่ลังเลอีกต่อไปแล้ว!!!”
เปิดใช้งานสกิลอัตโนมัติ สกิล【จิตสังหาร】ความโกรธทั้งหมดในตัวของผมในตอนนี้ ได้แผ่เป็รังสีฆ่าฟันอันที่มหาศาลน่าสะพรึงกลัวถาโถมใส่เ้า
ปีศาจนั้น
“อึก!?”
ปีศาจที่รับจิตสังหารของผมเข้าไป ทำไม่ได้แม้แต่จะยืนอยู่ ลงไปคุกเข่าเพราะได้รับแรวกดดันมหาศาลของผมเข้าไป
“จิตสังหารทรงพลังนี้มันอะไรกัน! ถึงขนาดทำให้ปีศาจระดับกลางอย่างข้าแทบจะขยับตัวไม่ได้เลย!”
“ใครสั่งให้แกพูด?”
เพิ่มแรงกดดันเข้าไปอีกจนตอนนี้แม้แต่จะคุกเข่าก็ทำไม่ได้ จนโดดแรงกดดันกดลงนอนกับพื้น
“มีความสุขมากใช่ไหม? ที่ได้เห็นชีวิตของคนอื่นเป็ของเล่น”
“ปะ....โปรด...ไว้....ชิ...ชีวิต....”
ตอนนี้ปีศาจนั้นแค่จะพูดก็เต็มกลืนแล้ว ไม่สามารถขยับตัวได้แน่นอน
“ฉันมั่นใจว่าคนที่แกฆ่าไปเคยขอร้องชีวิตแบบนี้กับแกเหมือนกัน แต่แกก็ปฎิเสธพวกเขาแถมยังสนุกกับการตายของพวกเขาอีก เพราะงั้นฉันจะขอปฎิเสธการไว้ชีวิตแกเหมือนกัน”
พอผมปฎิเสธการไว้ชีวิตด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่เ็า สีหน้าของปีศาจนั้นก็ได้แสดงสีหน้าสิ้นหวังทันที ไม่มีแรงที่จะอ้อนวอนขอชีวิตต่อด้วยซ้ำ
“เวทมนตร์ขั้นกลางไฟบอล ‘Fire Ball’ (ลูกบอลเพลิง) ”
ลูกบอลไฟสีแดงเพลิงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร ปรากฏขึ้นเหนือมือผม หลังจากนั้นผมก็ปล่อยเวทมนตร์ลงบนตัวของปีศาจอย่างช้าๆ
เพลิงได้เผาผลาญร่างของปีศาจไปเรื่อยๆอย่างช้าๆ พร้อมมีเสียงร้องแห่งความเ็ปดังโหยหวนขึ้นมาตลอด
ผมมองภาพตรงหน้าอย่างไม่กระพริบตา ไม่รู้สึกอะไร
ไม่รู้สึกอะไรเลยกับการที่ต้องฆ่าคนครั้งเเรก มันสงบนิ่งไปหมด สงบนิ่งจนน่ากลัว
เหมือนกับว่าตอนนี้ผมได้กลายเป็ปีศาจซะเอง
หน้าของผมในตอนนี้ต้องน่ากลัวอย่างแน่นอน เพราะงั้นเลยไม่อยากให้ใครมาเห็นตัวเองในสภาพนี้เลย
คิดถูกแล้วที่มาสู้กันในระยะที่ห่างจากรีน่า เพราะไม่อยากให้เด็กได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่กับการกระทำของผมในตอนนี้เลยสักนิด มันจะทำให้เด็กกลัวและเป็แผลฝังใจซึ่งมันไม่ดีต่อตัวเด็กในอนาคต
เมื่อผ่านไปสักพักร่างของปีศาจก็โดนเผาไปจนไม่เหลือซาก ผมจึงพนมมือเพื่อภาวนาให้ดวงิญญาของทุกคนที่โดนปีศาจตัวนี้ฆ่าไป ให้ไปสู่สุคติ
(ผมมาไม่ทันที่จะปกป้องพวกคุณได้ก็จริง แต่ผมสัญญาว่าจะปกป้องคนที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างเต็มความสามารถของผมเพราะงั้นไม่ต้องห่วง แล้วพักผ่อนนะครับ)
เมื่อภาวนาเสร็จเรียบร้อยผมก็ทำพยายามใจให้เย็นลง เมื่อเย็นลงแล้วก็เดินกลับไปหารีน่า เธอยังอยู่ในบาเรียตามที่สัญญาไว้แต่พอเธอเห็นผมก็วิ่งออกมาหาผมทันที เฮ้ยๆ
“พี่ชาย! กลับมาแล้ว!”
แล้วะโกอดผมทันที ทำไมรู้สึกเหมือนได้รับการเยียบยาเลยแฮะ
“แต่เดี่ยวนะ วิ่งออกมานอกบาเรียทำไมเนี่ย!”
“ก็พี่ชายกลับมาแล้วไง”
“บางทีอาจจะมีคนปลอมตัวมาก็ได้นะ อย่าประมาทสิ”
“อุก....”
เมื่อรีน่าได้ฟังแบบก็แสดงสีหน้าเศร้าทันที มันก็อันตรายจริงๆละนะ นี้มันต่างโลก หายตัวยังมีแล้วเลย ปลอมตัวนี้มันต้องมีอยู่แล้วละ
เมื่อเห็นรีน่าทำหน้าจ๋อย ก็ทำให้ผมนึกได้ว่าเธอยังเป็เด็กอยู่
“ขอโทษทีนะ พี่พูดเกินไปหน่อย”
“อ๊ะ ไม่เป็ไรค่ะ ที่พี่ดุรีน่าเพราะพี่เป็ห่วงรีน่าใช่ไหมละคะ เพราะงั้นหลังจากนี้รีน่าจะระวังค่ะ!”
โอ้ กลับมาเป็ปกติแล้ว เด็กคนนี้เปลี่ยนอารมณ์ได้ไวจิงๆเลยนะ ว่าแต่ทำไมรู้สึกว่าพวกเราสนิทกันขึ้นเยอะเลยละ
“นั้นหรอ เก่งมาก นั้นเรากลับหมู่บ้านกันเลยไหม”
“ค่ะ!!”
ส่วนขากลับนี้อยากจะลองอะไรนิดหน่อย เป็สกิลที่อยากลองมาตั้งนานแล้ว
“【เกท】”
พอพูดเสร็จก็ปรากฏเป็เหมือนช่องว่างมิติโผล่มาตรงหน้า ทำให้รีน่าแสดงอาการใเลยทีเดียว แต่ช่างมันก่อน
สกิลนี้เป็เหมือนประตูมิติที่เชื่อมระหว่างสองสถานที่เข้ากันคือสถานที่ปัจจุบันที่เราอยู่กับสถานที่ที่เราเคยไปหรือเคยพบเห็นมาก่อน
ผมอุ้มรีน่าแล้วเดินเข้าไปในเกท ส่วนสถานที่ปลายทางก็คือหน้าบาเรียทางเข้าหมู่บ้าน ผมก็ไม่รู้ว่าถ้าใช้เกทนี้จะสามารถผ่านทะลุบาเรียไปได้เลยรึเปล่า แต่ก็ไม่อยากทำอย่างนั้นอยู่ดีเพราะมันสะดุดตาคนรอบข้างเกินไป