แม่เลี้ยง(แต่งแทน)ขอปล่อยจอย เลี้ยงลูกน้อยสุดชิลแต่ไหงปังเว่อร์

    ตอนที่ 37 การทะเลาะวิวาทของโม่เจิ้งหนาน

    ซ่งจินเหยาตกตะลึงไปชั่วขณะและรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเห็นชายคนหนึ่งกำลังตะโกนเสียงดังใส่รั้วบ้านตระกูลโม่ บอกว่าโม่เจิ้งหนานก่อเรื่องแล้ว


    “เจิ้งหนานหรือ? เขาไม่ได้อยู่ที่สำนักศึกษาหรอกหรือ?”


    เสียงจากด้านหลังคือโม่เจิ้งตงที่มีใบหน้าซีดเผือด


    เขารู้จักน้องชายของตนเป็นอย่างดี ถึงแม้จะซุกซน แต่ก็ไม่ใช่คนที่ชอบหาเรื่องใครก่อน แต่ถึงกระนั้น เขาก็เป็นคนหุนหันพลันแล่นและโกรธง่าย หากมีใครมารังแกโม่เจิ้งหนาน แม้เขาจะสู้ไม่ได้แต่ก็จะพยายามสู้กลับอย่างแน่นอน


    โดยปกติแล้ว ถ้ามีเขาอยู่ด้วย เขามักจะคอยห้ามน้องชายไม่ให้สร้างปัญหา


    เพราะเด็กคนอื่นมีพ่อแม่คอยปกป้อง แต่หากเป็นพวกเขาถูกกลั่นแกล้ง กลับโดนดุด่า แถมยังถูกบังคับให้ไปขอโทษผู้อื่นถึงบ้านอีก


    วันนี้เขาไม่อยู่ด้วยเพียงวันเดียว น้องชายก็ก่อเรื่องเสียแล้ว


    เขาจะทำอย่างไรดี? 


    ท่านน้าจะโกรธแล้วตีน้องชายไหม? 


    หรือ…นางจะบังคับให้น้องชายไปขอโทษคนอื่นถึงบ้านหรือเปล่า?


    ซ่งจินเหยาบอกให้โม่เจิ้งตงพาโม่ซีซีไปด้วย ส่วนนางก็รีบวิ่งไปถามรายละเอียดของเรื่องที่เกิดขึ้นทันที


    ปรากฏว่าในช่วงบ่าย เมื่อโม่เจิ้งหนานไปถึงสำนักศึกษา ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงได้ไปมีเรื่องชกต่อยกับเด็กคนหนึ่งจากหมู่บ้านข้าง ๆ ว่ากันว่าโม่เจิ้งหนานต่อยจนทำให้เด็กคนนั้นบวมช้ำไปทั้งหน้า ดวงตาเกือบบอดไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว


    ชายที่นำข่าวมาบอกก็คือ เหล่าเซี่ยว หัวหน้าหมู่บ้าน เขาชี้ไปทางหมู่บ้านข้าง ๆ พลางพูดด้วยความร้อนรน “พูดกันตรง ๆ เลยนะ ข้าว่าบ้านเจ้าต้องอบรมลูกหลานให้ดีหน่อยแล้ว พวกเขาสร้างปัญหาไม่เว้นวัน โดยเฉพาะเจิ้งหนาน! อาเชินแต่งภรรยาก็เพื่อให้มีคนมาช่วยดูแลอบรมเด็ก ๆ แต่ดูความวุ่นวายที่เกิดขึ้นนี่สิ!”


    “เหล่าเซี่ยว ขอบคุณมากที่มาบอกเรื่องนี้กับข้า” ซ่งจินเหยาตอบกลับด้วยความสุภาพพร้อมรอยยิ้ม “แต่เรายังไม่รู้สถานการณ์ทั้งหมดเลยด้วยซ้ำ แล้วจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคนผิดคือเจิ้งหนานของบ้านข้า?”


    หัวหน้าหมู่บ้านเป็นคนที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี เมื่อใดก็ตามที่เกิดข้อโต้แย้งขึ้นในหมู่บ้านหรือแม้แต่เรื่องบาดหมางระหว่างเพื่อนบ้าน ก็มักจะมีคนเรียกเขาไปเป็นพยานหรือช่วยไกล่เกลี่ยเสมอ


    ครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อได้ยินว่าเจิ้งหนานมีเรื่องกับเด็กจากหมู่บ้านข้าง ๆ เขาก็คิดทันทีว่า เพราะโม่หงเชินไม่อยู่บ้าน ในบ้านก็มีแค่ผู้หญิงที่เพิ่งมาอยู่ได้ไม่กี่วัน คงจะขี้อาย ไม่รู้จะจัดการอย่างไร ในฐานะคนบ้านใกล้เรือนเคียง เขาจึงคิดว่าต้องเข้ามาช่วยเหลือ


    ยิ่งเมื่อได้เห็นซ่งจินเหยา เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองจำต้องเข้ามาแทรกแซง 


    ดูสิ หญิงสาวที่สวยสง่า ผอมบางราวกับว่าหากมีลมแรง ก็จะสามารถพัดพานางให้ล้มลงได้ผู้นี้ ดูอย่างไรก็เป็นคนอ่อนแอคนหนึ่ง หากนางต้องเผชิญหน้ากับบิดามารดาผู้โกรธเกรี้ยวที่ตะโกนใส่ นางอาจตกใจจนร้องไห้ขึ้นมาก็เป็นได้


    เหล่าเซี่ยวเผลอคิดในใจ —อาเชินไปแต่งเมียแบบนี้มาได้ยังไงกัน?


    แต่ถึงกระนั้น ความงามที่เหมือนนางฟ้าเช่นนี้ ถ้าได้แต่งเข้าบ้าน แค่มองก็ทำให้หัวใจเบิกบานขึ้นมากแล้ว


    สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ ผู้หญิงคนนี้แม้จะดูอ่อนโยนบอบบาง แต่คำพูดของนางกลับเฉียบคมและตรงไปตรงมา ราวกับกำลังกล่าวหาเขาว่าโยนความผิดให้โม่เจิ้งหนานเสียอย่างนั้น


    ช่างมันเถอะ เขาคิดในใจ นางเพิ่งมาที่นี่ใหม่ ๆ จะยังไม่รู้สถานการณ์ก็ไม่แปลก อะไร เดี๋ยวพออยู่ไปนาน ๆ เข้า ก็จะรู้เองว่าเด็กผู้ชายทั้งสองคนนี้มีนิสัยเป็นอย่างไรกันแน่...


    เหล่าเซี่ยวชื่นชมในความใจเย็นของตนเองและมิได้โต้เถียงกับหญิงสาว เขาเพียงเอ่ยว่า “เจ้าไม่รู้หรอก ชื่อเสียงของพวกเขาเป็นที่รู้กันดีในหมู่บ้านของพวกเรา แม้แต่หมู่บ้านใกล้เคียงก็รู้เช่นกัน พวกเขาก่อเรื่องก่อราว ไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้งหรอกนะ…”


    ก่อนที่เขาจะพูดจบ ซ่งจินเหยาก็ขัดขึ้นว่า “ข้าเพิ่งมาอยู่ที่นี่ เรื่องก่อนหน้านี้ข้าไม่รู้ก็จริง ทว่าครั้งนี้ ในเมื่อพวกเรายังไม่รู้สาเหตุ มันไม่เร็วเกินไปหน่อยหรือที่จะด่วนสรุป?”


    ด้วยเหตุนี้ เหล่าเซี่ยวพลันอับจนคำพูด ก่อนจะพบว่าตนเองไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้เลย


    เมื่อเห็นเหล่าเซี่ยวและซ่งจินเหยาเดินไปด้วยกัน ชาวบ้านที่อยากรู้อยากเห็นหลายคนก็แอบโผล่หน้าออกมาดู พวกเขาแสร้งทำเป็นเล่นกับลูก ๆ ของตนในขณะที่แอบเดินตามคนทั้งสองไปอย่างลับ ๆ หวังจะได้ดูเรื่องสนุกด้วยอีกคน


    ซ่งจินเหยาแสร้งทำเป็นไม่สังเกตเห็น และพูดกับเหล่าเซี่ยวอย่างตั้งใจ “เหล่าเซี่ยว ก่อนแต่งงานข้าใช้ชีวิตเรียบง่ายและใช้เวลาว่างไปกับการอ่านตำรา แน่นอนว่าข้าไม่ค่อยรู้เรื่องการเลี้ยงลูกมากเท่าไรนัก ความรู้ที่มีก็ล้วนได้มาจากในตำรา ครั้นจะพูดก็ไม่รู้ว่าจะถูกหรือผิดเสียด้วยซ้ำ ได้ยินมาว่าท่านมีความรู้มาก ชอบช่วยเหลือคน ข้าจึงอยากขอคำแนะนำจากท่านสักหน่อย”


    แม้ถ้อยคำนี้ของนางจะฟังดูเหมือนถ่อมตน แต่ในความเป็นจริงแล้ว การกล่าวอ้างว่านางเติบโตมากับการอ่านตำรานั้นถือเป็นสิ่งที่มีน้ำหนักมาก ในหมู่บ้านที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้หนังสือ ผู้ที่รักในการอ่านตำราย่อมได้รับความเคารพอย่างแน่นอน


    นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมชาวบ้านจึงกระตือรือร้นที่จะส่งลูกหลานของตนไปเรียนที่สำนักศึกษา 


    ถึงจะเรียนได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่อย่างน้อยถ้าอ่านออกเขียนได้สักสองสามคำ เวลาจะเข้าเมืองไปหางานทำ ก็ย่อมง่ายกว่าคนอื่นเขาอยู่แล้ว


    เพราะเหตุนี้ พอซ่งจินเหยาพูดแบบนี้ขึ้นมา คนที่ตอนแรกแค่อยากจะตามมาดูเรื่องสนุก ก็รู้สึกลดความอยากรู้อยากเห็นลงไปได้พอสมควร แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีลูกเป็นของตัวเอง แต่ญาติพี่น้องในบ้านก็มีเด็ก ๆ กันแล้วทั้งนั้น จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอยากฟังว่าในหนังสือที่นางพูดถึงนั้นว่าไว้อย่างไร


    แม้แต่เหล่าเซี่ยวเองก็รู้สึกนอบน้อมขึ้นอย่างอธิบายไม่ถูก “อย่าถ่อมตัวเลย หลานสะใภ้มีอะไรอยากถามก็ถามมาเถอะ”


    ซ่งจินเหยากล่าวต่อ “ในหนังสือกล่าวไว้ว่า เด็ก ๆ เวลาคลอดออกมานั้น ไม่มีอะไรติดตัวมาเลย บริสุทธิ์เหมือนดั่งผ้าขาว ตัวตนของพวกเขาล้วนถูกขัดเกลาโดยพ่อแม่ ข้าไม่รู้หรอกว่าพ่อแม่ที่ให้กำเนิดลูกเลี้ยงของข้าเป็นคนเช่นไร รู้แต่ว่าสามีของข้าไม่ใช่คนเลวอย่างแน่นอน ดังนั้นข้าจึงคิดว่า เด็กทั้งสองคน...ก็คงไม่ใช่เด็กไม่ดีเช่นกัน”


    “อืม…” เหล่าเซี่ยวนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าแล้วยิ้มเจื่อน ๆ


    "เจ้าพูดถูก พ่อแม่ของพวกเขาเป็นคนจิตใจดีมีศีลธรรม แม้ว่าอาเชินจะดื้อรั้นเล็กไปหน่อย แต่ก็ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างดี..."


    ทุกวันนี้คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่ต่างก็มีคนในครอบครัวทำงานอยู่ที่ทุ่งปศุสัตว์ของโม่หงเชิน เงินเดือนที่ได้แต่ละเดือนก็ไม่น้อย เพียงพอที่จะเลี้ยงครอบครัวหนึ่งได้อย่างสบาย ๆ บางบ้านยังมีเหลือเก็บด้วยซ้ำ แม้ว่าโม่หงเชินจะเป็นคนหน้านิ่ง ไม่ค่อยยิ้ม แต่ทุกคนก็รู้สึกว่า นั่นก็สมควรแล้ว


    คนเป็นเจ้านายจะไม่ให้มีนิสัยเข้มงวดได้อย่างไร?


    “แต่พ่อแม่แท้ ๆ ของพวกเขาก่อนหน้านี้ต่างก็งานยุ่งและไม่มีเวลาที่จะอบรมสั่งสอน อาเชินก็เช่นเดียวกัน เมื่อไม่มีใครดูแล เด็ก ๆ จะซนหน่อยก็คงไม่แปลกอะไร”


    ซ่งจินเหยาคลี่ยิ้ม “เหล่าเซี่ยวพูดถูก ข้าเองก็เคยอ่านเจอเรื่องแบบนี้อยู่เหมือนกัน ถึงแม้พ่อแม่จะเป็นคนดี แต่ถ้าปล่อยปละละเลยให้ลูก ๆ อยู่ลำพังโดยไม่มีใครดูแล การที่เด็กจะเติบโตมาเป็นคนแบบไหน…สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมรอบตัวทั้งนั้น”


    เหล่าเซี่ยวชะงักงันไปเล็กน้อยก่อนเอ่ยทวนคำ “สิ่งแวดล้อมรอบตัว?”


    ซ่งจินเหยาพยักหน้า "ใช่" เด็ก ๆ น่ะ มักจะชอบเลียนแบบสิ่งที่เห็น ไม่ว่าเป็นสิ่งดีหรือสิ่งไม่ดีก็ตาม ถ้าเจอแบบอย่างที่ดี พวกเขาก็จะเรียนรู้สิ่งดี ๆ แต่ถ้าเจอแบบอย่างที่แย่ พวกเขาก็จะซึมซับสิ่งเหล่านั้นไปด้วยเช่นกัน เด็กทั้งสองก็ตัวแค่นี้ ในเมื่อพ่อแม่แท้ ๆ ของพวกเขาเป็นคนจิตใจดีมีศีลธรรม แล้วพวกเขาจะเป็นเด็กไม่ดีไปได้ยังไงกัน?”


    เมื่อฟังจากคำพูดก่อนหน้าของนาง ทุกคนที่อยู่แถวนั้นก็เริ่มรู้สึกเห็นด้วย


    แต่พวกเขายังคงสงสัย ‘สิ่งแวดล้อมรอบตัว’ ที่นางพูดถึงคืออะไร?


    ในอดีต พี่ชายของโม่หงเชินและภรรยาของเขายุ่งมากจนแทบจะไม่ได้อยู่บ้าน ออกเช้ากลับเย็น เด็กสองคนจึงไม่ได้อยู่ใกล้พ่อแม่เพื่อซึมซับสิ่งดี ๆ แล้วนำไปเลียนได้เลย พวกเขาได้แต่วิ่งเล่นไปรอบ ๆ หมู่บ้านตลอดทั้งวัน 


    หากพวกเขาจะได้เรียนรู้อะไรที่ไม่ดีไปบ้าง นั่นก็มาจากสิ่งแวดล้อมในหมู่บ้านใช่หรือไม่?


    สีหน้าของชาวบ้านหลายคนเริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย ที่ซ่งจินเหยาพูดออกมาเมื่อครู่ หมายความว่า…หมู่บ้านของพวกเขาเป็นสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดีงั้นหรือ?


    ทว่าซ่งจินเหยายังคงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ตั้งแต่ที่ข้ามาอยู่ที่นี่ ข้าสังเกตเห็นว่าคนในหมู่บ้านตุ้นเจียของเราส่วนใหญ่เป็นคนดีและซื่อสัตย์ ในเมื่อเป็นแบบนี้ ลูกเลี้ยงทั้งสองของข้าจะเป็นเด็กไม่ดีไปได้ยังไงกัน? ดังนั้นข้าเชื่อว่าเนื้อแท้ของพวกเขาก็จะต้องดีเช่นกัน และสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ต้องมีเหตุผลแน่ ๆ ถ้าหากสุดท้ายแล้วเป็นความผิดของเจิ้งหนานจริง ๆ ข้าก็จะสั่งสอนเขาให้ดี”


    คำพูดของนางชนะใจชาวบ้านอย่างมาก


    แท้จริงแล้ว พวกเขาคิดว่าพวกเขาก็เป็นคนดีกันทั้งนั้น เด็กในหมู่บ้านแม้จะซุกซนไปบ้าง ก็ไม่ใช่เด็กไม่ดีหรอก!


    หมู่บ้านของพวกเขาไม่ได้หล่อหลอมให้เด็กดื้อรั้น


    ส่วนโม่เจิ้งหนาน แน่นอนว่าเขาไม่ใช่เด็กเลว แค่อาจจะขาดคนชี้แนะที่เหมาะสมเท่านั้น


    .


    .


    .


    คล้ายกับเรื่องแม่เลี้ยง(แต่งแทน)ขอปล่อยจอย เลี้ยงลูกน้อยสุดชิลแต่ไหงปังเว่อร์ ที่คุณอ่าน

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258