ตอนที่ 193
“เอาล่ะถ้างั้นไปก่อนนะซ่อมเสร็จแล้วเอามาให้ที่บ้านด้วยล่ะ ส่วนมีดไม่ได้เร่งนะแต่ถ้าได้พร้อมกันด้วยก็จะดี” สตีฟพูด
“หึ !! นี่ขนาดไม่ได้เร่งนะเนี่ยเอาเถอะขอเวลาสักสามวันจะเอาไปให้” จีเวลพูดก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้
“เออจริงสิเดี๋ยวจะตั้งค่าให้สามารถผ่านระบบป้องกันเข้ามาได้แล้วกันวันหลังจะได้ไม่ต้องอยู่ข้างนอก” จีเวลบอกสตีฟ
“อืม...ถ้าวันหลังป้อมปืนยังยิงล่ะก็ตรูพังมันเลยนะ” สตีฟแกล้งพูด
“พังทำไมล่ะเฟ้ยวัสดุที่ใช้สร้างป้อมปืนแต่ละชิ้นราคาเป็นพันล้านทั้งนั้นเลยนะนั่น” จีเวลถึงกับหัวเสียเมื่อสตีฟบอกว่าจะพังมัน
“ฮ่ะๆล้อเล่นน่าเออจริงสิตาลุงมีของฝากด้วย” สตีฟนึกขึ้นได้ว่ามีหนวดเจ้าปลาดุกอยู่ในกระเป๋ามิติ
วู่บ !! สตีฟหยิบมันออกมาให้จีเวล
“หือนี่มันอะไร !!” จีเวลมองดูหนวดสีดำๆเมือกๆด้วยความแปลกใจ
“ของฝากจากทะเลไง” สตีฟพูด
“เหรอ” จีเวลพยักหน้าพลางตรวจสอบมัน
“นี่มันบ้าอะไรเนี่ยนอกจากเลเวลห้าร้อยสิบเจ็ด(เลเวลของมิคาเอล) และเลเวล ห้าร้อยสี่สิบห้า(เลเวลของซูส) แล้วก็ตรวจสอบอะไรไม่ได้เลยอย่าบอกนะว่านี่เป็นชิ้นส่วนของสัตว์กลายพันธ์เลเวลเกินห้าร้อยหมดเลย” จีเวลถามเพื่อความแน่ใจ
“ก็ตามที่เห็นนั่นล่ะหนวดนี่โคตรร้ายกาจเลยนะจะบอกให้เพราะมันโจมตีใส่สัตว์กลายพันธ์เลเวลห้าร้อยหลายสิบตัวตายพร้อมๆกันในครั้งเดียวเลยล่ะ” สตีฟพูด
“รุนแรงขนาดนั้น !!” จีเวลตกใจมากเมื่อรู้ว่ามันสามารถฆ่าสัตว์กลายพันธ์เลเวลห้าร้อยให้ตายได้พร้อมๆกันหลายตัว
“ใช่มันปล่อยไฟฟ้าแรงสูงออกมาได้ กี่โวลต์ไม่รู้หรอกนะแต่โคตรรุนแรงอ่ะ” สตีฟบอก
“ไฟฟ้า !!!” จีเวลอุทานออกมาหลังจากรู้ว่าเจ้าหนวดดำๆเมือกๆนี่สามารถสร้างกระแสไฟฟ้าได้
“อ่ะนี่” สตีฟโยนมันใส่มือจีเวล
“เหวอเจ้าบ้าอย่าโยนสิถ้ามันเสียหายขึ้นมาจะทำไง” จีเวลตกใจพลางรีบพุ่งเข้าไปรับ
“เหอะๆถ้าหนวดเลเวลสูงขนาดนี้จะขาดหรือเสียหายเพราะแค่โยนก็ปล่อยให้มันเป็นไปเถอะ” สตีฟหัวเราะออกมาแห้งๆตาลุงนี่ลืมแล้วหรือไงว่านี่หนวดของเจ้าสัตว์กลายพันธ์เลเวลกว่าห้าร้อยนะ
“เออนั่นสิ” จีเวลเองก็ลืมว่าหนวดที่สตีฟให้มานี่เลเวลสูงมากๆ
“ถ้าอย่างนั้นไปก่อนนะตาลุง” สตีฟโบกมือลาพลางเดินออกจากหมู่บ้าน ที่ตอนนี้เหลือบ้านเพียงแค่หลังเดียวเนื่องจากจีเวลซื้อบ้านที่เหลือทั้งหมดและทุบทิ้งหมดแล้ว
“เป็นตาลุงที่ไม่เอาสังคมเพื่อนบ้านจริงๆให้ตายสิ” สตีฟอดส่ายหน้าไม่ได้และเมื่อเดินมาถึงหน้าหมู่บ้านเขาก็หยิบรถออกมา
ตึง !! เสียงรถเต่าสีแดงที่ไม่ได้ขับมานานถูกเอาออกมาจากช่องเก็บของในกระเป๋ามิติ
“โทษทีนะลูกพ่อไม่ได้เอามาวิ่งซะนานเลย วันนี้ขอขี่แกขับบ้านหน่อยแล้วกัน” สตีฟลูบหลังคารถพลางพูดกับมันยังกับเป็นลูกรัก
สตีฟเปิดประตูรถก่อนจะเข้าไปนั่งและสตาร์ทรถทันที
บรืน !! บรืน !! เสียงเครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นมาทำให้สตีฟอดยกยิ้มขึ้นมาไม่ได้สมัยก่อนตอนเรียนรสนิยมของคนอื่นๆนั้นชอบของทันสมัยและไฮเทค แต่เขานั้นแปลกกว่าเพื่อนรสนิยมของเขานั้นชอบของรุ่นปู่ รุ่นย่าทแบบนี้เขาคิดว่ามันคลาสสิคและมีสไตล์ดี
สตีฟขับรถออกจากหมู่บ้านของจีเวลมุ่งหน้ากลับเข้าเมืองเพื่อตรงกลับคอนโดระหว่างขับๆกินลมเล่นอยู่นั้นเองจู่ๆก็มีรถหรูคันหนึ่งวิ่งมาขนาบข้างก่อนจะบีบแตร
ปิ๊นๆ !! เสียงบีบแตรทำให้สตีฟหันไปมองก่อนจะเห็นรถสปอร์ตยี่ห้อหรูคันหนึ่งกำลังเปิดกระจกลงมาและชูนิ้วกลางให้สตีฟ
ครืด !! สตีฟเปิดกระจกลงมาบ้างพลางขมวดคิ้วดูคนที่ชูนิ้วกลางให้เขาก่อนจะตรวจสอบ
อายุยี่สิบงั้นเหรอเด็กนี่เป็นบ้าอะไรเนี่ยจู่ๆมาชูนิ้วกลางให้ตรู เลเวลก็แค่หนึ่งเป็นนักธุรกิจงั้นเหรอสงสัยเป็นรุ่นลูกสินะ สตีฟคิดในใจ
“เฮ่ลุงรถบ้าอะไรของลุงเนี่ยโคตรเห่ยเลยมันวิ่งได้เหรอ” เสียงวัยรุ่นคนนั้นตะโกนดูถูกรถสตีฟ
อ้าวด่าตรูไม่ว่า ว่ารถเต่าลูกรักตรูนี่ยอมไม่ได้ไม่รู้ซะแล้วรถตรูน่ะเครื่องโมมาโดยช่างใหญ่นะเฟ้ย !! สตีฟคิดในใจก่อนจะตอบโต้กลับไป
“เห่ยไม่เห่ยมาลองแข่งกันมั้ยล่ะ ข้างหน้าเป็นทางตรงห้ากิโลเมตรว่าไง” สตีฟท้าทาย
“ได้เด้ลุงจัดมาเลยรถฉันน่ะรุ่นใหม่ล่าสุดราคาร้อยกว่าล้านเหยียบได้ถึงห้าร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยนะไม่มาแพ้รถรุ่นคุณปู่เห่ยๆแบบนี้หรอกเฟ้ยรถลุงน่ะจะเหยียบได้ถึงสองร้อยหรือเปล่าเถอะ !!” วัยรุ่นคนนั้นยอมรับคำท้าของสตีฟ
เหอะๆห้าร้อยกิโลเมตรงั้นเหรอถึงตรูจะไม่รู้ความเร็วสูงสุดของรถตรูก็เถอะแต่มั่นใจได้เลยว่ารถตรูน่ะเหยียบได้เร็วกว่านั้นเสียอีก สตีฟคิดในใจพลางนึกถึงตอนที่เหยียบรถไปวอชิงตันตอนนั้นเขาตกใจแทบแย่ที่รถของเขาทำความเร็วได้ขนาดนั้น (ตอนที่ 157)
“ถ้าอย่างนั้นเริ่มแข่งกันตั้งแต่เสาไฟต้นโน้นเป็นไงลุง !!” วัยรุ่นคนนั้นชี้ไปที่เสาไฟที่ห่างออกไปสามร้อยเมตร
“ได้เลยจุดสิ้นสุดคือห้ากิโลเมตรนะ” สตีฟพยักหน้าตอบตกลงจากนั้นทั้งคู่ก็ค่อยๆขับตีคู่กันไปเรื่อยๆจนถึงเสาไฟที่ว่า
ห้าเมตร สี่เมตร สามเมตร ........ เริ่ม !! พอรถของเขาและรถของเจ้าวัยรุ่นคนนั้นมาถึงจุดที่กำหนดทั้งคู่ก็เริ่มเหยียบคันเร่งทันที
บรืน !! ฟ้าว !! รถสปอร์ตหรูรุ่นใหม่พุ่งออกตัวไปอย่างแรงส่วนทางด้านสตีฟน่ะเหรอ
กึก !! กึก !! กึก !! รถเต่าของเขากระตุกอย่างรุนแรงก่อนจะหยุดลง
“เวรลืมเหยียบครัชตอนเปลี่ยนเกียร์รถตรูดับเลย” สตีฟยกมือขึ้นเกาหัวพลางมองรถของวัยรุ่นคนนั้นที่พุ่งออกไปแล้วหลายร้อยเมตร
อีกด้านหนึ่ง
“วะ ฮ่ะ ฮ่า คิดทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่นเลยเป็นไงล่ะ” วัยรุ่นคนที่ขับรถสปอร์ตคันหรูหัวเราะออกมาพลางมองกระจกหลัง
“เอ้านั่นไงว่าแล้วรถรุ่นคุณปู่แบบนั้นนกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำเลยแพ้ซะแล้ว” เขามองไปยังกระจกหลังก่อนจะเห็นว่ารถเก่าๆนั่นยังอยู่ตรงจุดสตาร์ทอยู่เลยเขาก้มมองดูมาตรวัดความเร็วของรถเขาก่อนจะเห็นว่ามันวิ่งอยู่ที่สามร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ยิ้มออกมา
“หึหึ !! ไนตัสนี่ไม่จำเป็นต้องใช้ด้วยซ้ำแค่วิ่งไปแบบนี้ไม่ถึงห้านาทีก็เข้าเส้นชัยสบายๆแล้ว” เขาพูดกับตัวเองพลางปล่อยมือจากปุ่มแดงๆที่อยู่ข้างกระปุกเกียร์ระหว่างที่เขากำลังหลงระเริงกับชัยชนะอยู่นั้นเองจู่ๆก็มีบางอย่างสีแดงๆพุ่งมาขนาบข้างรถของเขาและมีเสียงที่ไม่คาดคิดดังขึ้นมา
“เฮ่ !! ไอ้หนูนี่เร็วสุดแล้วใช่ป่ะ” เป็นเสียงของสตีฟนั่นเองวัยรุ่นคนนั้นเมื่อได้ยินเสียงของสตีฟก็หันควับไปด้านข้างด้วยความตกใจเขายกมือขึ้นขยี้ตาตัวเองเพื่อดูว่าเขาไม่ได้ตาฝาด
“บะ บะ บ้าน่ามาอยู่นี่ได้ไงเมื่อสามวินาทีก่อนยังอยู่ตรงจุดสตาร์ทอยู่เลย” เขาพูดออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อพลางมองกระจกหลังก่อนจะเห็นเพียงแค่ควันจากรถเต่าเท่านั้นที่ยังหลงเหลือบอกเอาไว้ว่าเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนรถเต่าคันข้างๆยังอยู่ตรงนั้นอยู่จริงๆ
“ว่าไงสรุปนี่เร็วสุดแล้วใช่มั้ย” สตีฟถามอีกครั้ง
“หนอยอย่ามาดูถูกกันนะฉันประมาทไปคิดว่ารถนั่นเป็นรถธรรมดาที่ไหนได้ก็มีดีเหมือนกันนี่นาคราวนี้แหละเจอไม้ตายหน่อยเป็นไง” วัยรุ่นที่นั่งอยู่ในรถสปอร์ตพูดออกมาพลางกดไปที่ปุ่มไนตัสของรถเขาทันที
ฟู่ม !!! เสียงไนตัสถูกยิงออกมาทำให้รถสปอร์ตพุ่งฉิวไปข้างหน้าแซงหน้ารถเต่าของสตีฟไปไกลทันที
“โอ้ไม่เลวๆความเร็วเกือบเท่าเครื่องบินเลยนะ” สตีฟพยักหน้าก่อนจะเหยียบคันเร่งลงไปอีกหน่อย
บรืน !!! เสียงเครื่องของรถสตีฟดังขึ้นไปอีกระดับก่อนความเร็วของเขาจะเพิ่มขึ้นและขับขึ้นไปตีคู่กับรถสปอร์ตอีกครั้ง
“เฮ่....สรุปนี่คือไม้ตาย ???” สตีฟตะโกนแข่งกับเสียงลมถามวัยรุ่นที่อยู่ในรถสปอร์ตคันข้างๆที่กำลังอ้าปากค้างอยู่
“ถ้าอย่างนั้นดูท่าไม้ตายทางนี้บ้างแล้วกัน !!” สตีฟพูดออกมาก่อนจะเหยียบคันเร่งลงไปอีก
“ท่าไม้ตาย เหยียบมิด !!” สตีฟเหยียบคันเร่งลงไปจนสุด
เอี๊ยด !!! เฟี้ยว !!! เสียงล้อรถเสียดสีกับถนนก่อนรถของสตีฟจะพุ่งออกไปยังกับจรวดวัยรุ่นที่ขับรถสปอร์ตมองดูรถเต่าสีแดงรุ่นคุณปู่ที่ค่อยๆทิ้งห่างรถเขาออกไปเขาก้มลงมองดูมาตรวัดความเร็วของตัวเองที่ขึ้นอยู่ห้าร้อยกว่ากิโลเมตรต่อชั่วโมงพลางเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งแต่ทว่าทันทีที่เขาเงยหน้าขึ้นมารถเต่าก็อยู่ห่างออกไปเป็นกิโลเสียแล้ว
“นะ นะ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ยรถสปอร์ตของฉันราคาเป็นร้อนล้านแพ้ให้กับรถรุ่นคุณปู่เนี่ยนะ !!!” วัยรุ่นคนนั้นพูดออกมาอย่างเหม่อลอยเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าถูกรถเต่ารุ่นคุณปู่แซงทิ้งไปจนไม่เห็นไฟท้ายแบบนี้
กลับมาที่สตีฟ
“เฮ้อ...ดีนะไอ้เจ้าหนู่นั่นมาเจอตรูถ้าไปเจอคนใจร้อนนี่มีหวังนอนหยอดน้ำข้าวต้มแน่ๆว่าแต่รถตรูนี่มันวิ่งได้เท่าไหร่ฟระว่างๆเอาไปให้ตาลุงเปลี่ยนมาตรวัดความเร็วดีกว่าจะได้รู้ว่ามันวิ่งได้สูงสุดเท่าไหร่” สตีฟมองดูมาตรวัดความเร็วของรถเขาที่หมุนติ้วๆเป็นลูกข่าง
และเมื่อสตีฟขับรถมาจนใกล้ถึงช่วงระยะทางห้ากิโลเมตรแล้วเขาก็มองไปยังกระจกหลังก่อนจะเห็นรถสปอร์ตนั่นอยู่ห่างไปเกือบสองกิโลเมตรเขาค่อยๆลดความเร็วลงก่อนจะวิ่งตรงเข้าเมืองอย่างไม่เร่งรีบไม่นานสตีฟก็กลับมาถึงคอนโด
แกร๊ก !! สตีฟเปิดประตูเข้าไป
“ผมกลับมาแล้วที่รัก !!” สตีฟบอกกับซาร่าที่อยู่ในคอนโดตอนนั้นเองเขาก็แปลกใจทำไมไฟในห้องมันถึงมืดไปหมด
“ซาร่าเธอปิดไฟทำไมน่ะ” สตีฟตะโกนถามแต่ก็ไม่มีเสียงของซาร่าตอบกลับมา
“ไปไหนของเขากันนะท้องยิ่งโตๆอยู่ด้วย หรือว่าจะอยู่ในห้องน้ำ” สตีฟแปลกใจที่ซาร่าไม่ตอบกลับมาเขาเข้าไปดูในห้องน้ำทันที
“ไม่มี” สตีฟเข้าไปดูในห้องน้ำก็ไม่เห็นเงาของซาร่าเขาเข้าไปดูในห้องนอนก็ยังไม่เห็นเธออีก
“ซาร่าหายไปไหนกัน !!” สตีฟเริ่มกังวลเพราะหาซาร่าไม่เจอเขาหยิบมือถือออกมาก่อนจะโทรหาซาร่า
ตรู๊ด !!! สตีฟโทรติดแต่ทว่าดันไม่มีคนรับสายแถมซาร่านั้นเป็นคนไม่ชอบเปิดเสียงมือถือเสียด้วยเพราะเธอติดนิสัยมาจากตอนสอนที่ต้องปิดเสียงนั่นเอง
แป๊ก !! สตีฟเดินไปเปิดไฟตอนนั้นเองเขาก็เห็นอะไรบางอย่างอยู่ที่ตรงพื้นหลังเคาน์เตอร์ครัวสตีฟหน้าซีดทันทีเพราะที่เขาเห็นอยู่นั่นคือขาของผู้หญิงที่อยู่กับเขามาทั้งชีวิต
“ซาร่า !!!!!!!!!!” สตีฟตะโกนออกมาพลางพุ่งพรวดไปดูซาร่าทันที
“ที่รักเป็นอะไรไป !!” สตีฟมองดูซาร่าที่นอนล้มไม่ได้สติอยู่ที่พื้นห้องเขารีบประคองซาร่าขึ้นมาหน้าของเธอซีดเป็นอย่างมากตอนนั้นเองสตีฟก็สังเกตุเห็นน้ำใสๆที่พื้น
“ยะ ยะ อย่าบอกนะว่า !!!”
จบ...