เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 94 บุกทะลวง

              บรรลุ!

              เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่จริงจังของรั่วสุ่ยอีนัยน์ตาของเมิ่งฝานก็วาวโรจน์ก่อนจะเอ่ยถามเสียงใส “มั่นใจหรือขอรับ?” 

              ภายในไข่อสูรทมิฬนั้น รั่วสุ่ยอีเอ่ยพลางหัวเราะเสียงเบา“หึ เชื่อข้าสิ เจ้ายังมีข้าอยู่ไม่ใช่หรือไร!”

              เมื่อได้รับคำตอบเช่นนั้นเมิ่งฝานก็ไม่รอช้าเขารีบพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “ข้าจะลองขึ้นไปยังชั้นที่ห้าดู!”

              เมื่อเอ่ยได้ดังนั้นร่างของเมิ่งฝานก็หายเข้าไปในม่านหมอกมุ่งไปยังชั้นที่ห้าแห่งหอโอสถ

              “นี่เจ้า!”

              สีหน้าของเซี่ยหลันเปลี่ยนไปในทันใดนางได้แต่กัดฟันแล้วเอ่ยอย่างจนปัญญา “ระวังตัวด้วย!”

              “ทราบแล้วขอรับ!”

              เมิ่งฝานคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยแม้ว่าหอโอสถแห่งนี้จะลึกลับเป็นอย่างยิ่ง แต่เวลานี้เมื่อมีรั่วสุ่ยอีคอยคุ้มกันเมิ่งฝานก็อยากจะลองดูสักครั้งแล้วในเวลาต่อมาเขาก็เดินเข้าไปในม่านหมอกสีดำอย่างใจเย็น

              เมื่อเวลาผ่านไปราวครึ่งก้านธูปในที่สุดเมิ่งฝานก็สัมผัสได้ว่าตนเองได้มาถึงเส้นพรมแดนของชั้นที่สี่แล้วเพราะมีพลังผนึกโลกาแผ่ซ่านออกมาอย่างบางเบาหลังจากที่ตกตะลึงเพราะรู้ว่ามันคือสถานที่เบื้องหน้าเมิ่งฝานจึงก้าวออกไปทว่าในเวลาต่อมาพลันสัมผัสได้ถึงแรงต้านมหาศาลที่ถาโถมเข้ามา!

              “เมิ่งฝาน รวบรวมพลังจิตแล้วพุ่งเข้าไปพลังของผนึกโลกาเพียงเท่านี้ไม่ยากเกินความสามารถเจ้าเป็นแน่!”

              เสียงของรั่วสุ่ยอีดังออกมาจากไข่อสูรทมิฬ

              เมิ่งฝานพยักหน้ารับแล้วยืนตัวตรงแล้วในเวลาต่อมาพลังจิตในร่างกายพลันระเบิดพร้อมกับเขาที่พุ่งทะยานไปยังผนึกโลกาที่เบื้องหน้าท่ามกลางพลังของผนึกโลกาอันมากมายมหาศาลนั้นแม้ว่าพลังจิตของเมิ่งฝานจะอยู่ในขั้นวิญญาณก็ยังรู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังตกอยู่ท่ามกลางสายธารหลากแต่ว่ายน้ำไม่เป็นไม่อาจตามหาทิศทางเพราะถูกพลังผนึกโลหาโอบล้อมเอาไว้จนหมด ขณะเดียวกันก็มีความร้อนระอุเกิดขึ้นมา

              นี่คงจะเป็นพลังที่สร้างทิ้งไว้ในหอคอยแห่งนี้!

              รูม่านตาของเมิ่งฝานหดเล็กลง เขารู้ดีว่าหากต้องการขึ้นไปยังชั้นที่ห้าก็ต้องทะลวงพลังผลึกโลกานี้ให้ได้ซึ่งเมื่อคิดได้เช่นนั้นร่างของเขาก็สั่นไหวเล็กน้อย ในขณะเดียวกันพลังจิตอันมากมายดุจสายธารหลากก็ถาโถมขึ้นพร้อมกับเขาที่พุ่งทะยานไปยังพลังผนึกโลกาเบื้องหน้า

              เมื่อถูกพลังของมันโอบล้อมไปทั่วร่างเมิ่งฝานพลันรู้สึกคล้ายดั่งจิตวิญญาณถูกแผดเผาความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นไปทั่วร่างแม้จะเป็นผู้ที่มีความอดทนอย่างเมิ่งฝานก็ยังต้องตวาดออกมาเสียงต่ำ

              รั่วสุ่ยอีหัวเราะออกมาเสียงเบาก่อนจะเอ่ยว่า“หึหึนี่คงจะเป็นพลังที่มนุษย์ผู้เป็นปรมาจารย์จิตศัสตราของพวกเจ้าทิ้งเอาไว้สินะหากต้องการทะลวงผ่านไปก็คงต้องทนทุกข์เล็กน้อย!”   

              เมิ่งฝานกระตุกยิ้มที่มุมปากก่อนจะเอ่ยอย่างจนปัญญา“ความทุกข์ที่ข้าได้รับยังน้อยไปหรือขอรับ?”

              ในขณะที่เอ่ยวาจาพลังจิตของเขาก็ถาโถมออกมาต้านทานความเจ็บปวดรวดร้าวซึ่งร้อนระอุที่ราวกับถูกไฟเผาความเจ็บปวดเช่นนี้หากเขาไม่ได้รับการฝึกฝนจากรั่วสุ่ยอีมาก่อนหน้าก็คงจะไม่อาจรับไหวแล้ว

              ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเวลาผ่านพ้นไปนานเท่าใดในชั่วพริบตาที่เมิ่งฝานรู้สึกสิ้นหวังพลันมีแสงสว่างเปล่งประกายขึ้นเบื้องหน้า ต่อมาเมิ่งฝานที่สั่นไหวไปทั้งหัวใจพลันรู้สึกสบายแล้วพลังจิตของเขาก็ก้าวไปยังแสงสว่างนั้น

              ตู้ม!

              เพียงชั่วพริบตาพลังของผนึกโลกานั้นก็ถูกเปิดออกร่างของเมิ่งฝานสั่นเทาก่อนจะรู้สึกว่ามีพลังงานแห่งฟ้าดินมากมายถาโถมเข้ามายังร่างของตนเองแม้เขาจะไม่ได้กระทำการใดพลังงานเหล่านี้ก็ยังแทรกซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่ร่างกายแล้วกลายเป็นพลังปราณให้แก่ตน

              ที่นี่นับว่าเหมาะแก่การบำเพ็ญตนอย่างที่สุดมีเพียงยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งในตำนานเท่านั้นจึงจะสามารถสร้างสถานที่แบบนี้ขึ้นมาได้เมิ่งฝานรู้สึกตื่นเต้นอยู่ภายในหัวใจเพราะการบำเพ็ญตนอยู่ในสถานที่แห่งนี้ล้ำเลิศกว่าด้านนอกอย่างมากบำเพ็ญตนในนี้เพียงหนึ่งวันก็คงจะเทียบได้กับบำเพ็ญตนอยู่ภายนอกถึงสิบวัน

              ทว่าในเวลานี้ด้านนอกหอโอสถกลับมีเสียงฮือฮาดังเซ็งแซ่สายตาของผู้คนที่อยู่ในลานกว้างของสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราล้วนแต่มองไปยังหอโอสถอย่างไม่ละสายตาเพราะว่า...ชั้นที่ห้าของหอคอยได้เปล่งประกายขึ้นมาแล้ว ซึ่งนั่นย่อมหมายความว่ามีผู้บุกทะลวงขึ้นไปถึงชั้นที่ห้าแล้ว!

              “ผู้ใดกันเหตุใดจึงมากความสามารถช่นนี้?”

              “ชั้นที่ห้าไม่ถูกเปิดมานานมากแล้วนึกไม่ถึงว่าจะมีผู้ที่บุกทะลวงขึ้นไปถึงชั้นที่ห้าได้!”

              “ไม่เลว...ไม่รู้เลยว่าเขาจะพัฒนาขึ้นได้มากมายเท่าใด!”

              รอบข้างเต็มไปด้วยเสียงสนทนา ซึ่งใบหน้าของเหล่าผู้อาวุโสแห่งสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตรานั้นต่างก็มีความสงสัยปรากฏการช่วงชิงแห่งหอโอสถนี้ถือเป็นหนึ่งในกลวิธีเอาใจผู้คนของสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราผู้ที่เข้าไปภายในได้รับประโยชน์แทบทุกคน ย่อมต้องซาบซึ้งน้ำใจของสมาคม

              เกรงว่าในวันนี้คงจะมีชนรุ่นหลังผู้แข็งแกร่งดั่งปีศาจได้เฉิดฉายเป็นแน่!

              “อืม ไม่เลวชั้นที่เปล่งประกายเมื่อครั้งก่อนก็คงจะผ่านมาสามปีผ่านสินะ!”

              แล้วในวินาทีต่อมาตงหลายต้าซือก็ขมวดคิ้วเข้มก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความสงสัย “หืม ไม่สิดูคล้ายว่าหอโอสถจะสั่นไหวไปชั่วครู่ ผู้ที่บุกทะลวงชั้นที่ห้ามีสองคน!”

              เมื่อสิ้นเสียงนั้นเหล่าผู้อาวุโสแห่งสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราก็หน้าถอดสีไปตามๆกันมีถึงสองคนเลยหรือ?

              ชั้นที่ห้าของหอโอสถแห่งนี้หาใช่สถานที่ที่สามารถเข้าไปได้ง่ายไม่แต่กลับมีชนรุ่นหลังผู้คล้ายดั่งปีศาจบุกทะลวงเข้าไปได้ถึงสองคน!

              ที่ใจกลางของชั้นดังกล่าวนั้นนัยน์ตาของเมิ่งฝานวาวโรจน์เพราะสัมผัสได้ว่ามีคนอีกผู้หนึ่งกำลังดูดซับพลังงานแห่งฟ้าดินของชั้นที่ห้าอยู่พลังงานที่ปล่อยให้เขาดูดซับได้แบ่งออกเป็นสองส่วนอย่างคาดไม่ถึง โดยมันเคลื่อนตัวไปยังอีกมุมหนึ่งของที่นี่

              ผู้ที่มีความสามารถมากพอที่จะเข้ามาได้นั้นมีอีกเพียงผู้เดียว!

              เพียงชั่วพริบตาต่อมาหัวใจของเมิ่งฝานพลันสั่นสะท้านเพราะรู้ดีว่าผู้ที่มีโอกาสเข้ามาได้มากที่สุดนั้นคือเมิ่งซี

              แล้วในเวลาต่อมาเมิ่งซีที่คล้ายสัมผัสได้ถึงอีกฝ่ายเช่นกันก็กระตุกยิ้มแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็น“หึ คงจะเป็นเจ้าสินะ เจ้ามันรนหาที่ตายเสียจริงข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะสามารถดูดซับพลังงานแห่งฟ้าดิน ณ ที่แห่งนี้ได้มากกว่าข้า!”

              ระหว่างที่ได้ยินเสียงนั้นเมิ่งฝานสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลที่ถูกส่งมาจากไม่ไกลแล้วในเวลาต่อมาพลังงานแห่งฟ้าดินภายในชั้นที่ห้าแห่งนี้ก็ถาโถมไปยังจุดที่เมิ่งซีอยู่อย่างบ้าคลั่ง

              “ทำเช่นไรดี?”

              เมิ่งฝานเอ่ยถามเสียงเข้ม แต่กลับไม่ได้รับการตอบกลับจากรั่วสุ่ยอีเขาจึงกัดฟันแน่นเมื่ออยู่ในสถานการณ์เช่นนี้แล้วรั่วสุ่ยอีเลือกที่จะเงียบย่อมหมายความว่าปล่อยให้เขาจัดการเพียงลำพังยามนี้เมิ่งฝานยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหากเมิ่งซีจะสังหารตนรั่วสุ่ยอีจะยื่นมือเข้าช่วยหรือไม่

              ไม่มีเวลามาคิดเรื่องพวกนี้แล้ว!

              เมิ่งฝานตวาดออกมาเสียงต่ำพลังจิตวิญญาณถาโถมแล้วพยายามดูดซับพลังงานแห่งฟ้าดินเข้าสู่ร่างกายของตนเองอย่างสุดชีวิต

              การดูดซับพลังงานดังกล่าวนั้นคงต้องบอกว่าทั้งสองฝ่ายไม่มีผู้ใดด้อยไปกว่ากันเลยก็ว่าได้พลังงานแห่งฟ้าดินที่หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายอย่างไม่หยุดยั้งทำให้พลังปราณของร่างกายทั้งสองพัฒนาขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อนรวมถึงสมุทรปราณภายในร่างกายก็สั่นสะท้านไปด้วย

              เห็นได้ชัดว่าที่นี่มีประโยชน์ต่อการบำเพ็ญตนไม่ใช่น้อยๆ

              ในชั่วพริบตาต่อมารูม่านตาของเมิ่งฝานพลันหดเล็กลงสายลมที่ร้ายกาจพัดโชยเข้าหาตัวพร้อมกับแสงที่สว่างวาบ ก่อนที่ลำแสงอันร้ายกาจจะพุ่งผ่านศีรษะของเขาไป

              “หึ ไอ้หนูข้างนอกนั้นมีองค์หญิงสามคอยปกป้องเจ้า แต่ ณที่แห่งนี้....ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะสามารถหลบเลี่ยงเข็มเงาโลหิตของข้าไปได้!”

              เมื่อได้ยินเสียงอันเยือกเย็นของเมิ่งซีเมิ่งฝานจึงกัดฟันแน่น เขาสัมผัสได้ถึงความน่าสะพรึงของเข็มเงาโลหิตเมื่อครู่แล้ว อันตรายที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ทำให้เมิ่งฝานรู้สึกขนลุกไปทั้งร่างหากโดนมันโจมตีเข้าอย่างจังก็คงยากที่จะรับมือ

              ฉึบ ฉึบ ฉึบ!

              ในเวลาต่อมาเสียงทะลวงอากาศก็ดังขึ้นอีกครั้งเข็มเงาโลหิตทั้งสามล้วนแต่พุ่งมายังเมิ่งฝานทั้งสิ้น มันโจมตีเข้ามาในองศาที่แปลกประหลาดเห็นได้ชัดว่าเมิ่งซีหาได้มีความปรานีและต้องการสังหารเมิ่งฝานให้สิ้นชีพไป

              ร่างของเมิ่งฝานเคลื่อนขยับด้วยพลังยาตราเซียนเหินในระดับสูงสุดหนึ่งก้าวเคลื่อนกายคล้ายดั่งลมกรด หลบเลี่ยงการโจมตีอันรวดเร็วของเมิ่งซีได้อย่างทุลักทุเล

              “ระวังไว้หน่อยก็ดีแม้จะเป็นเพียงศัสตราวุธระดับสองแต่ก็มีพิษ หากโดนเข้าคงจะมีปัญหาไม่น้อย!”

              รั่วสุ่ยอีกล่าวพลางหัวเราะเสียงเบาแต่ก็ดูคล้ายว่านางไม่คิดที่จะช่วยเหลือเมิ่งฝานเลยแม้แต่น้อย เมื่อได้ยินเช่นนั้นเมิ่งฝานจึงสบถในใจเขาไม่กล้าประมาทจึงได้หลบเลี่ยงถอยหลังไปด้วยความเร็วดุจวิญญาณร้ายทว่าทางฝั่งของเมิ่งซีก็ดูคล้ายว่าจะไม่ยอมหยุดเช่นกัน เพียงชั่วพริบตาพลันมีเข็มเงาโลหิตพุ่งเข้าใส่เมิ่งฝานอย่างมากมายนับไม่ถ้วน

              ทั้งที่เป็นศัสตราวุธระดับสองแต่อีกฝ่ายกลับใช้มันราวกับว่าได้มาโดยไม่เสียเงินก็ไม่ปานไม่เสียแรงที่เป็นถึงศิษย์ของพรรควรยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่!

              ร่างกายของเมิ่งฝานเคลื่อนขยับอยู่ในอากาศอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าทุกครั้งล้วนแต่ค่อนข้างสะบักสะบอมแต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งได้ เห็นได้ชัดว่าประสาทสัมผัสของเมิ่งซีนั้นรวดเร็วอย่างยิ่งหากถูกตรึงเป้าหมายจะต้องถูกเข็มเงาโลหิตพุ่งเข้าใส่ร่างเป็นแน่

              แต่หากหลบเลี่ยงอยู่เช่นนี้เมิ่งฝานก็จะไม่มีโอกาสได้บำเพ็ญตนนัยน์ตาของเขาวาวโรจน์ก่อนจะกระตุกยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ก็แค่ลูกไม้ไร้ประโยชน์เท่านั้น!”

              เมื่อสิ้นเสียงของเขาเมิ่งซีก็กระตุกยิ้มก่อนจะเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “ถึงจะอย่างนั้นมันก็สามารถเอาชีวิตเจ้าได้เช่นกันเมิ่งฝาน ข้าจะบอกให้ว่าไม่มีผู้ใดกล้าเป็นปรปักษ์กับข้าเมิ่งซีในอาณาจักรต้าก้านแห่งนี้ตระกูลเมิ่งของข้าน่าสะพรึงเสียยิ่งกว่าราชวงศ์เสียอีก!”

              ในชั่วพริบตาต่อมาเมิ่งฝานที่ยืนอยู่กับที่ก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างน่าสะพรึงฝ่ามือของเขาขยับเคลื่อนก่อนจะพุ่งตรงไปยังจุดที่เมิ่งซีอยู่

              มันคือสิ่งใดกัน!

              สีหน้าของเมิ่งซีแสดงถึงความชะงักงันไปชั่วครู่ก่อนจะมีระลอกคลื่นแห่งพลังอันยิ่งใหญ่แผ่ซ่านออกมาจากชั้นที่ห้าแห่งหอโอสถพลังอันยิ่งใหญ่แผ่ซ่านไปทั่วสารทิศจนแม้แต่เมิ่งซีก็ยังล่าถอยออกไปพร้อมทั้งกระอักเลือดออกมา

              อัสนีทลายสรวง!

              นี่คือพลังของอัสนีทลายสรวงที่เมิ่งฝานหลอมมันขึ้นมานั่นเองเมื่อได้รู้ถึงอานุภาพของมันเมิ่งฝานจึงหลอมมันขึ้นมาอีกหนึ่งลูก ด้วยเพราะวัตถุดิบที่มีอยู่อย่างจำกัดเขาจึงไม่ได้หลอมมันมากขึ้นกว่าเดิม

              เมื่อสัมผัสได้ถึงอานุภาพอันยิ่งใหญ่ของมันเมิ่งฝานก็ทอดถอนใจออกมาชั่วครู่ น่าเสียดายที่เขาไม่ได้โยนมันไปยังจุดที่เหมาะสมมิฉะนั้นคงจะทำลายเมิ่งซีไปได้ครึ่งชีวิต

              หากถูกกระทำแล้วไม่ตอบแทนก็คงจะเป็นการเสียมารยาท!

              หลังจากที่กระตุกยิ้มอย่างเยือกเย็นเมิ่งฝานแล้วถอยกลับไปอัสนีทลายสรวงมีเพียงลูกเดียวเมิ่งฝานจึงสามารถโจมตีได้เพียงหนึ่งครั้ง และขณะที่เมิ่งฝานกำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและลังเลว่าจะออกจากชั้นที่ห้าไปดีหรือไม่ก็ถึงกับต้องชะงักงันเพราะข้างกายเขามีผลึกโลกาอยู่หนึ่งแห่ง

              ผนึกโลกาดังกล่าวนั้นหาได้มีขนาดใหญ่แต่อย่างใดมันมีลักษณะคล้ายบ่อน้ำ เมื่อมองไปก็พบว่ามันลึกล้ำเป็นอย่างยิ่งและไม่รู้ว่าเชื่อมต่อกับสถานที่ใด

              “หึหึ นี่คือปากทางเข้าของชั้นที่หกแห่งหอโอสถดูท่าข้าคิดเอาไว้ไม่ผิด หอโอสถแห่งนี้น่าจะสยบสัตว์อสูรตัวหนึ่งเอาไว้ซ้ำยังหลอมสลายมันไปเรื่อยๆจึงได้มีพลังงานแห่งฟ้าดินมากมายเพียงนี้!” รั่วสุ่ยอีคลี่ยิ้มแล้วเอ่ยออกมาเสียงเบา

              เมื่อได้ยินเช่นนั้นร่างของเมิ่งฝานก็สั่นสะท้านก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย “มันมีประโยชน์ใดหรือขอรับ?”

              “ก็ต้องมีอยู่แล้วที่ข้าบอกให้เจ้าเข้ามาก็หาใช่เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่!” น้ำเสียงที่รั่วสุ่ยอีใช้ตอบกลับแฝงไปด้วยความนึกสนุก

              “ท่านคิดจะทำสิ่งใดขอรับ?”

              เมิ่งฝานลูบปลายจมูกด้วยลางสังหรณ์ที่ไม่ดีนัก

              แล้วในเวลาต่อมาเขาพลันรู้สึกตื่นตระหนกไปทั้งหัวใจเพราะไม่อาจควบคุมร่างกายของตนเองได้อีกต่อไปพลังปราณอันแข็งแกร่งสอดผสานเข้ากับร่างกายที่ย่างก้าวออกไปเบื้องหน้าระลอกคลื่นแห่งพลังเดือดพล่านคล้ายกับว่าร่างกายกำลังจะระเบิดก็ไม่ปาน

              “ข้าจะพาเจ้าเข้าไปเล่นที่ชั้นที่หกเสียหน่อย!”

              ในระหว่างที่เอ่ยวาจาร่างของเมิ่งฝานที่ถูกรั่วสุ่ยอีครอบงำก็ได้ก้าวเข้าไปยังปากทางเข้าของชั้นที่หกแห่งหอโอสถก่อนจะเลือนหายไปในชั่วพริบตา!

              ฉึบ!

              ด้านหลังของเขามีเข็มเงาโลหิตพุ่งทะยานเข้าใส่แต่กลับปักลงไปบนพื้นจากนั้นเมิ่งซีจึงเดินออกมาจากม่านหมอกของพลังงานแห่งฟ้าดินพลังปราณของเขาแผ่ซ่านออกมาทั่วบริเวณแต่กลับไม่อาจมองเห็นเบาะแสของเมิ่งฝานได้อีกต่อไป

              เป็นไปได้อย่างไร!

              มนุษย์ผู้หนึ่งหายวับไปต่อหน้าต่อตาได้อย่างไรเมิ่งซีกัดฟันแน่นแต่ต่อให้ยืนรออีกชั่วครู่ก็ยังมองไม่เห็นเงาร่างของเมิ่งฝานเขามองไปรอบกายก่อนจะนั่งขัดสมาธิลงไปแล้วดูดซับพลังงานแห่งฟ้าดินต่อไป ขณะเดียวกันก็ตวาดออกมาด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็น“หึ เมิ่งฝานต่อให้เจ้าหนีลงไปใต้ดินข้าก็จะจับเจ้ามาสังหารให้จงได้!”

              นี่เป็นน้ำเสียงที่โหดเหี้ยมเยือกเย็นเป็นอย่างยิ่ง!

    คล้ายกับเรื่องเมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน ที่คุณอ่าน