ศึกชิงจ้าวยุทธออนไลน์

    ตอนที่ 43 ไม่เคยลืม

    ตอนที่ 43            ฟืด !! เสียงเครื่องดูดฝุ่นกำลังทำงานนี่ก็บ่ายแก่ๆแล้วจันทร์วาดยังคงง่วนกับการทำความสะอาดบ้านอยู่            “ไอ้ทิศนี่ก็เล่นเกมส์อย่างเดียวเลยโผล่ลงมากินข้าวตอนเที่ยงแค่สิบนาทีกินแล้วนอนมันจะป่วยหรือเปล่าวะบอกให้มาช่วยดูดฝุ่นหน่อยก็ไม่ช่วยสงสัยในเกมส์คงจะรีบไปเก็บระดับ...” จันทร์วาดบ่นลูกชายตัวดีของเธอ            สงสัยต้องหัดให้มันช่วยทำงานบ้านบ้างพอเราไปเป็นโค้ชแล้วคงไม่มีเวลามาทำความสะอาดบ้านทุกวันแบบนี้ จันทร์วาดคิดในใจตอนนั้นเองมือถือของเธอก็มีสายเข้าเธอรีบหยิบออกมาดูก่อนจะเห็นว่าเป็นเจนรุ่นน้องของเธอนั่นเองที่โทรมา            “ว่าไงมึงมีอะไรอีกหรือจะโทรมาบอกว่าไม่ต้องไปเป็นโค้ชแล้วเพราะหาโค้ชได้แล้ว” จันทร์วาดรับสาย            ใช่ที่ไหนล่ะพี่จันทร์พี่รับปากว่าจะเป็นโค้ชให้แล้วนะอย่าคิดหนีเชียว เจนพูด            “แหมก็นึกว่าจะโทรมาบอกแบบนี้นี่ว่าแต่มีอะไร” จันทร์วาดถาม            คือตอนเย็นจะมีคนเอาเสื้อผ้าชุดยูนิฟอร์มไปส่งให้นะพี่มันก็แค่ชุดวอร์มของทีมชาติแหละแล้วก็พรุ่งนี้จะมารับไปที่สมาคมเพื่อไปแถลงข่าวนะพี่แล้วก็ช่วงบ่ายพี่จะได้พบนักกีฬาทั้งหมดของเราหนูเรียกตัวกลับมาจากค่ายเก็บตัวแล้ว เจนตอบ            “ต้องแถลงข่าวเลยเหรอวะมันจำเป็นเหรอ” จันทร์วาดถามด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่เพราะเธอนั้นไม่ชอบออกหน้ากล้องขนาดแต่ก่อนตอนที่ได้แชมป์หรือได้เหรียญทองเธอยังไม่เคยออกหน้ากล้องหรือให้สัมภาษณ์อะไรเลย            จำเป็นสิพี่สมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อนเพราะแวดวงกีฬาก็ถือเป็นธุรกิจอย่างหนึ่งแล้วถ้าแถลงข่าวพี่ออกไปคงมีสปอนเซอร์หลายเจ้าเข้ามาสนับสนุนเราถ้าเป็นแบบนั้นเวลานักกีฬาทำผลงานได้ดีเงินที่อัดฉีดสนับสนุนก็จะได้เยอะขึ้นพี่ เจนตอบ            “งั้นเหรอให้คนไปรับสมอ้างเป็นกูไปแถลงข่าวแทนได้มั้ยกูไม่อยากเป็นข่าวอ่ะ” จันทร์วาดลองเสนอ            ทำแบบนั้นได้ที่ไหนล่ะพี่เอาเป็นว่าพี่เตรียมตัวไว้เถอะเรื่องแถลงข่าวเดี๋ยวหนูจัดการให้พี่แค่พูดไปตามสคริปท์ก็พอ เจนบอก            “เออก็ได้” จันทร์วาดพูดดูเหมือนเธอจะหลีกเลี่ยงเรื่องนี้ไม่ได้เสียแล้วก็นะยังไงเรื่องการเป็นโค้ชให้ทีมชาติเธอก็รับปากไปแล้วนี่            โอเคว่าแต่วันนี้พี่จะเข้าเกมส์หรือเปล่าหนูคงไม่ได้เข้าอ่ะเพราะต้องเครียงานให้เรียบร้อย เจนบอก            “ก็คงไม่ได้เข้าต้องจัดการบ้านให้เรียบร้อยเพราะเดี๋ยวกูไปเป็นโค้ชแล้วคงไม่ได้มานั่งดูแลบ้านทุกวันแบบนี้แล้วก็ไม่รู้ด้วยถ้าปล่อยให้ไอ้ทิศอยู่คนเดียวมันจะอยู่ได้มั้ยมันจะได้กินอาหารที่ดีบ้างหรือเปล่าอาหารร้านตามสั่งทุกวันนี้มีแต่น้ำมันใส่แต่ผงชูรสแล้วก็เป็นโค้ชคงต้องมีบางวันที่อยู่ค่ายเก็บตัวกับนักกีฬาใช่มั้ยล่ะถ้ากูไม่อยู่ไม่รู้ใครจะซักเสื้อผ้าให้มัน” จันทร์วาดพูด            พี่ลูกชายพี่ก็เรียนจบมอต้นแล้วนะเขาโตแล้วพี่แค่ซักเสื้อผ้ากับหาอาหารกินเองหนูว่าลูกชายพี่ดูแลตัวเองได้น่า เจนพูด            “ดูแลตัวเองได้ห่าอะไรกูเคยเห็นมันไปซื้อข้าวหน้าปากซอยมากินแม่งไม่รู้ไปเลือกร้านข้าวมายังไงผักก็ไม่สดหมูก็มีกลิ่นตุแถมน้ำมันที่ใช้ผัดกับข้าวก็เป็นน้ำมันเก่ามันกินไปได้คำเดียวก็ทิ้งเลย...ยิ่งเรื่องซักผ้านะอย่าให้พูดเลยผ้าสี...ผ้าขาวมันโยนลงเครื่องปนกันเฉยแถมก่อนโยนลงเครื่องมันดันไม่เอาไปซักน้ำเปล่าล้างเศษดินเศษทรายก่อนอีกแบบนั้นเศษดินเศษทรายก็เต็มเครื่องน่ะสิพอเครื่องปั่นไปเสื้อยืดก็กลายเป็นขุยหมดเลยแม่งไม่รู้หรือไงว่าถ้ามีเศษทรายอยู่ในเครื่องซักผ้าเวลาปั่นเศษทราบพวกนั้นจะทำเสื้อเป็นขุยน่ะแถมสียังตกใส่เสื้อขาวอีกเพราะมันไม่แยกผ้าแล้วเรื่องตากผ้าก็นะแทนที่จะกลับตะเข็บแล้วตากแดดจะได้ไม่เลียสีจนซีดแม่งก็ตากไปทั้งแบบนั้นอ่ะมันไม่สะบัดผ้าก่อนตากด้วยนะแบบนั้นเวลาแห้งมันก็ยับน่ะสิ” จันทร์วาดพูด            พี่จันทร์นี่บ่นเป็นยายแก่เลยนะถ้าสาวบ้านไหนจะมาเป็นลูกสะใภ้พี่คงเหนื่อยตายเจอแม่สามีเจ้าระเบียบละเอียดทุกขั้นตอนแบบนี้ เจนพูด            “ไม่รู้เว้ยสรุปว่าตอนเย็นจะมีคนเอาเสื้อผ้ามาให้สินะมาให้เร็วหน่อยได้หรือเปล่าตอนนี้แดดยังมีกูจะได้ซักชุดสักรอบแล้วพรุ่งนี้จะมารับกูสินะมาสักเจ็ดโมงแล้วกันกูจะได้มีเวลาทำกับข้าวทิ้งไว้ให้ไอ้ทิศมัน” จันทร์วาดขี้เกียจคุยต่อจึงสรุปเรื่องราว            ชุดไม่ต้องซักก็ได้พี่มันพร้อมใส่เลยรับรองไม่คันและผ้าไม่แข็งแน่นอนส่วนพรุ่งนี้ไม่ต้องเช้าขนาดนั้นก็ได้แถลงข่าวตอนสิบโมงไปรับพี่เก้าโมงยังทันเลยเพราะสมาคมกับบ้านพี่เดินทางไม่ถึงชั่วโมงก็ถึง เจนบอก            “เหรอเออตามนั้นแล้วกันถ้างั้นแค่นี้นะกูดูดฝุ่นต่อล่ะเดี๋ยวต้องถูบ้านต่อด้วยแล้วต้องล้างห้องน้ำอีกหน้าบ้านก็ยังไม่ได้กวาดเนี่ยไม่รู้ใบไม้ปลิวเข้าบ้านหรือยัง” จันทร์วาดพูดก่อนจะตัดสายไปทันที            เดี๋ยวสิพี่..... เจนดูเหมือนจะยังพูดไม่จบแต่ก็ไม่ทันเสียแล้วจันทร์วาดกดตัดสายไปเรียบร้อย            หลังจากวางสายไปแล้วจันทร์วาดก็จัดการดูดฝุ่นต่อให้เสร็จและตามต่อด้วยถูบ้านให้สะอาดซึ่งกว่าจะดูดฝุ่นถูบ้านเสร็จเวลาก็ล่วงเลยไปเกือบบ่ายสามโมงเย็นแล้วพอเสร็จงานในบ้านจันทร์วาดก็ออกไปหน้าบ้านต่อซึ่งหน้าบ้านของเธอนั้นมีใบไม้จากต้นไม้ที่ปลูกเอาไว้ร่วงเต็มไปหมดเธอจึงจำเป็นต้องกวาดให้เรียบร้อยก่อนที่ใบไม้แห้งพวกนี้จะปลิวเข้าบ้านหรือปลิวไปบ้านของเพื่อนบ้านจนโดนว่าเอาได้            “ต้องบอกให้ไอ้ทิศมันช่วยจัดการเรื่องพวกนี้ด้วยสินะโอ๊ยไอ้ทิศมันจะทำได้มั้ยล่ะเนี่ย” จันทร์วาดชักจะเป็นห่วงเพราะต้นไม้พวกนี้ต้องรดน้ำทุกวันใบไม้แห้งที่ร่วงลงมาก็ต้องคอยเก็บไม่งั้นมันจะเกลื่อนไปหมด            ระหว่างที่จันทร์วาดจัดการหน้าบ้านอยู่นั่นเองก็มีรถเบนซ์คันหรูขับมาจอดหน้าบ้านเธอก่อนคนขับจะลงมาจากรถ            ซึ่งจันทร์วาดก็จำหน้าคนขับคนนี้ได้ทันทีเพราะนี่คือคนขับรถประจำตำแหน่งของเจนรุ่นน้องของเธอนั่นเอง            “เอาชุดมาให้เหรอขอบใจนะเข้ามาในบ้านกินน้ำกินท่าก่อนมั้ย” จันทร์วาดเดินไปที่หน้าประตูบ้านเปิดประตูออกไปหา            “ไม่เป็นไรครับคุณจันทร์วาดผมแค่เอาของมาส่งให้คุณเท่านั้น” คนขับรถที่เอาชุดมาให้พูดก่อนจะเดินไปที่ประตูหลังรถหยิบกล่องใบใหญ่ออกมา            “ให้ยกเอาไปวางไว้ที่ไหนดีครับ”            “ไม่ต้องหรอกเดี๋ยวฉันเอาไปเก็บเองมันก็แค่เสื้อผ้านี่คงไม่หนักหรอก” จันทร์วาดยื่นมือไปรับกล่องมา            “เอ่อ....”            “เอามาเถอะน่า” จันทร์วาดเห็นท่าทีเกรงใจของเขาก็ได้แต่คว้าหมับเอากล่องมาจากมือของคนขับรถที่เจนส่งมา            “ตรวจดูของก่อนได้นะครับถ้าไซส์ไม่ถูกอย่างไรผมจะได้รีบกลับเอาไปเปลี่ยน”            “ได้เดี๋ยวจะไปลองสวมดู” จันทร์วาดพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านเพื่อลองสวมเสื้อผ้าที่พึ่งได้มา            ไม่ถึงสองนาทีจันทร์วาดก็เปลี่ยนชุดและเดินกลับมาคนขับรถที่ทำหน้าที่เอาเสื้อผ้ามาส่งยืนมองจันทร์วาดด้วยความตกตะลึง            จันทร์วาดนั้นเดินออกมาในชุดเสื้อและกางเกงวอร์มสีน้ำเงินที่อกซ้ายมีธงชาติประเทศไทยปักเอาไว้อยู่เสื้อคลุมตัวนอกด้านหลังมีปักอักษร THAILAND เอาไว้            “ชุดพอดีเลยผ้าเองก็ลื่นมากยืดหยุ่นดีไม่ต้องซักใหม่แบบที่เจนมันบอกจริงด้วย” จันทร์วาดที่ลองใส่ชุดแล้วพูด            “มะ...เหมือนสมัยก่อนเลย !!” คนขับรถที่ตะลึงอยู่เผลอพูดออกมา            “หือนี่เคยเห็นฉันเมื่อก่อนด้วยงั้นเหรอ” จันทร์วาดที่ได้ยินทำสีหน้าแปลกใจ            “ครับสมัยก่อนผมเองก็เป็นเด็กฝึกงานอยู่ในสมาคมคุณจันทร์วาดใส่ชุดนี้แล้วเหมือนเมื่อสมัยก่อนเลยนะครับเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปเห็นคุณเมื่อตอนที่คุณยังเป็นนักกีฬาอยู่เลย” คนขับรถพูด            “เวอร์ไปน่าจะไปเหมือนเมื่อก่อนได้ไงสมัยนั้นฉันอายุยี่สิบต้นๆเองนะเทียบกับตอนนี้ที่อายุสี่สิบลูกหนึ่งแล้วฉันจะไปเหมือนเมื่อก่อนได้ยังไงทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมดแล้ว” จันทร์วาดพูดคนขับรถที่ได้ยินดังนั้นก็ได้แต่ค้านในใจ            ไม่คุณแทบไม่เปลี่ยนไปเลยเวลาของคุณเหมือนกับถูกหยุดเอาไว้ยังไงยังงั้นแต่ทว่าดูเหมือนจะมีบางอย่างเปลี่ยนไปอยู่เหมือนกันแววตาที่เคยสดใสกระหายการต่อสู้และความตื่นเต้นนั่นมันไม่เหมือนเดิมแล้วแววตาของจันทร์วาด มณีรัตน์ในตอนนี้นั้นไม่มีประกายอยู่อีกแล้ว คนขับรถคิดอยู่ในใจเขานั้นเคยเห็นแววตาของจันทร์วาดสมัยก่อนที่เต็มไปด้วยความสดใสและความกระหายในการต่อสู้แววตาตื่นเต้นเมื่อได้สู้กับคนเก่งๆ            “ถ้าอย่างไรผมขอตัวก่อนนะครับเดี๋ยวพรุ่งนี้เก้าโมงจะมารับคุณพร้อมคุณเจนครับ” คนขับรถพูดก่อนจะขอตัว            “โอเค” จันทร์วาดพยักหน้าจากนั้นรถเบนซ์คันหรูก็แล่นออกไปจันทร์วาดมองดูชุดตัวเองก่อนจะเดินกลับเข้าไปในบ้านเพื่อไปเปลี่ยนชุดกลับเป็นตัวเดิม            จันทร์วาดจัดการถอดชุดวอร์มออกเปลี่ยนใส่ชุดเดิมที่ใส่เธอมองดูชุดวอร์มของทีมชาติในมือและเดินขึ้นไปบนห้องเพื่อเอามันไปแขวนเก็บในตู้            จันทร์วาดเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบไม้แขวานออกมาแขวนเสื้อและกางเกงวอร์มให้เรียบร้อยยัดใส่ตู้ไปแต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะปิดตู้นั้นเองตาเธอก็เหลือบไปมองลิ้นชักด้านล่างสุดเธอนั่งยองลงมาก่อนจะเปิดลิ้นชักออก            ครืด !! ลิ้นชักถูกเปิดออกมาเผยให้เห็นชุดวอร์มและกางเกงวอร์มสีน้ำเงินเหมือนกับของที่เธอพึ่งจะได้มาแต่ทว่าชุดที่อยู่ในลิ้นชักนั้นเก่ากว่ากันมากที่อกซ้ายเองก็มีธงชาติไทยปักเอาไว้เหมือนไม่เพียงเท่านั้นที่ไหล่ซ้ายยังมีปักคำว่า Sydney 2000 เอาไว้ด้วยซึ่งนั่นคือสิ่งที่บอกว่าเสื้อตัวนี้ได้มาตอนโอลิมปิกครั้งที่ 24 ในปี 2000 ที่จัดขึ้นที่ออสเตรเลียนั่นเองและไม่เพียงเท่านั้นใต้เสื้อตัวนี้ยังมีเสื้อวอร์มอีกตัวซึ่งที่ไหล่ซ้ายนั้นปักไม่เหมือนกับเสื้อตัวที่อยู่ด้านบนที่ไหล่ซ้ายของมันปักเอาไว้ว่า Atlanta 1996 มันเป็นเสื้อจากโอลิมปิกในครั้งที่ 23 ที่จัดขึ้นที่สหรัฐ            “เฮ้อ....” จันทร์วาดถอนหายใจออกมาเธอปิดลิ้นชักให้เรียบร้อยก่อนจะลุกขึ้นและปิดประตูตู้และเดินลงมาข้างล่างซึ่งลิ้นชักที่มีเสื้อวอร์มของโอลิมปิกอยู่นั้นไม่ได้มีเสื้อผ้าเพียงแค่สองชุดแต่มันยังมีเสื้อผ้าอีกหลายตัวซึ่งเป็นเสื้อกีฬาทั้งหมด            จันทร์วาดนั้นรู้ดีว่าเธอไม่เคยลืมหรือทิ้งเกี่ยวกับเรื่องของคาราเต้ได้เลยเพราะถ้าเธอคิดจะลืมหรือทิ้งมันล่ะก็เสื้อผ้าพวกนี้และถ้วยรางวัลที่ใส่ตู้ตั้งโชว์เอาไว้ในบ้านเธอคงไม่คิดจะเก็บเอาไว้  จบ...