เมื่อเสียงของตงหยางจางลง ความเงียบเข้าครอบงำห้องโถง ราชันสงครามลำดับอื่นๆที่ล้อมรอบอยู่ ต่างมองไปยังทันย่าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตะลึงงัน บางคนถึงกับกลืนน้ำลาย
เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว พลังของทันย่านั้นช่างเหนือความคาดหมายอย่างมาก
“เขาทำได้จริงๆ...”
หนึ่งในราชันสงครามพึมพำขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อ
“ตงหยางไม่ใช่คนที่จะเอาชนะได้ง่ายๆ”
“แล้วนี่ตัวเขาทำได้ในไม่กี่กระบวนท่า”
บรรยากาศรอบบริเวณเริ่มหนักอึ้ง ทุกคนต่างรับรู้ถึงความแข็งแกร่งของทันย่าอย่างชัดเจน การเผชิญหน้ากับเขาไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป และไม่ใช่เรื่องที่สามารถดูแคลนได้
ตอนนั้นสายตาทุกคู่เริ่มเบนไปทางเบลาลิน ราชันสงครามลำดับที่ 75 ซึ่งกำลังจะเป็นคู่ต่อสู้ถัดไปของทันย่า
ใบหน้าของเบลาลินเคร่งขรึม ความมั่นใจที่เขาเคยมีเริ่มถูกสั่นคลอน แรงกดดันจากทันย่าในขณะนี้มหาศาลยิ่งกว่าเดิม แม้ตอนแรกเขาคิดว่าการเผชิญหน้าครั้งนี้จะเป็นการทดสอบที่ผ่านไปได้ไม่ยาก แต่ตอนนี้ความคิดนั้นเริ่มสั่นคลอน
“นี่ไม่ใช่แค่ความสามารถธรรมดา”
“น้องทันย่าคนนี้แข็งแกร่งเกินไปจริงๆ!”
เบลาลินคิดในใจ ขณะที่จ้องมองไปยังสายฟ้าที่หลงเหลือจากการต่อสู้และยังคงแผ่กระจายอยู่ในห้วงอากาศ
[ไม่เลวเลยศิษย์รัก ไม่จำเป็นต้องปิดบังพลังหรืออะไรทั้งสิ้น พวกเรายังมีกฎต้นกำเนิดดั่งเดิมอย่างอวกาศอยู่อีกด้วยนะ]
ทันย่ากวาดตามองไปยังราชันสงครามคนอื่นๆที่เหลือ ความเยือกเย็นในสายตาของเขาทำให้ทุกคนรู้สึกได้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ยังไม่จบ
เขาไม่ได้พูดอะไร แค่ยืนอยู่กลางห้องโถง ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องจากทุกทิศทุกทาง รอคอยการเผชิญหน้าครั้งต่อไปอย่างมั่นคง
“การทลายพันธะของราชันสงคราม รอบที่ 2 ผู้ชนะคือทันย่า”
“ต่อไปคือรอบที่ 3 ผู้ที่ถูกท้าทายคือ ราชันสงครามลำดับที่ 75 เบลาลิน”
หลี่จิ้งประกาศด้วยท่าทางอันสงบนิ่ง ทว่าภายในจิตใจตอนนี้กำลังตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
พลังของทันย่าคนนี้เหนือกว่าที่เขาคิดเอาไว้อยู่ไม่น้อย ไม่คิดเลยว่ากฎต้นกำเนิดที่เขาได้รับจะเป็นสายฟ้า และกฎต้นกำเนิดนี้มันก็ไม่ต่างไปจากพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่
ไม่นาน การประลองระหว่างทันย่าและราชันสงครามลำดับที่ 75 เบลาลินก็กำลังจะเริ่มขึ้นเป็นลำดับต่อไป ทุกคนย่อมรู้ว่าการต่อสู้นี้จะแตกต่างจากครั้งก่อนๆอย่างสิ้นเชิง
ราชันสงครามลำดับที่ 75 หรือที่รู้จักในนาม เบลาลิน เป็นนักสู้พันธุกรรมที่ควบคุมกฎต้นกำเนิดแห่งน้ำได้อย่างชำนาญและทรงพลัง ไม่มีใครสามารถประเมินเขาได้ และเขายังเป็นถึงนักสู้แห่งพันธุกรรมที่มีพลังมากถึงดาวเคราะห์ระดับ 4 ดาว
เบลาลิน เป็นชายที่แฝงไว้ด้วยความงดงามที่เย้ายวนและเสน่ห์ที่ซับซ้อนจนยากจะหาคำจำกัดความที่แน่นอน แม้เขาจะเป็นผู้ชาย แต่ท่าทางของเขากลับแสดงออกถึงความอ่อนช้อย
สะท้อนถึงเสน่ห์ในแบบที่ทำให้ผู้คนเกิดความสับสนว่าเขาอาจเป็นเพศที่สาม ดวงตาของเขาคมกริบแต่แฝงความหวานที่ดึงดูดใจ
เบลาลินสวมชุดเกราะที่มีดีไซน์ประณีต คล้ายกับการผสมผสานระหว่างเครื่องแต่งกายแบบผู้หญิงและผู้ชาย ตัวเกราะสีเงินขาวที่ประดับไปด้วยอัญมณีสีฟ้าเข้ม ดูราวกับเครื่องประดับมากกว่าเกราะสำหรับการต่อสู้ที่ถูกสวมใส่โดยนักสู้พันธุกรรมชั้นสูง
การเคลื่อนไหวของเขามีความนุ่มนวลคล้ายกับนักเต้น แต่ทุกย่างก้าวกลับแฝงพลังอันมหาศาลที่ไม่ควรมองข้าม
“น้องทันย่า ยินดีที่ได้รู้จักนะ”
“พี่มีชื่อว่าเบลาลิน เมลเดล! แต่ยังไงก็ตาม ถึงพี่อยากจะออมมือแต่พี่ก็ไม่อาจทำได้”
เสียงพูดของเบลาลินมีโทนเสียงสูง แต่กลับเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ และเขามักจะยิ้มอย่างมีเสน่ห์ในแบบที่ทำให้คู่ต่อสู้รู้สึกไม่สบายใจ
ทั้งบุคลิกและรูปลักษณ์ทำให้เขากลายเป็นผู้น่ากลัวในหมู่ราชันสงคราม ผู้คนต่างหวาดกลัวพลังที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังใบหน้าที่ทะเล้นนี้
“ไม่ต้องออมมือหรอก คุณเบลาลิน”
“พวกเรามาสู้กันให้สนุกไปเลยดีฟ่า”
ทันย่าตอบกลับด้วยรอยยิ้ม เหมือนเขาจะเห็นตนเองสะท้อนออกมาจากตัวเบลาลินผู้นี้
เบลาลินยืนอยู่กลางห้องโถง รอบตัวของเขามีสายน้ำไหลเวียนอย่างอิสระ พวกมันเคลื่อนไหวอย่างไร้รูปแบบ เหมือนสายน้ำที่เปลี่ยนรูปร่างไปตามธรรมชาติของมันเอง แต่ในความไร้รูปนั้น กลับแฝงไปด้วยอำนาจและการควบคุมอย่างสมบูรณ์แบบ
พร้อมกับที่กรงจักรสีเงินขนาดใหญ่ได้หมุนรอบตัวของเขา มันดูเหมือนเบาและรวดเร็ว ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของสายน้ำที่หมุนวนอยู่ไม่สิ้นสุด
“นี่คุณเป็นผู้ใช้พลังจิต?”
ทันย่าอยู่ฝั่งตรงข้าม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ขณะที่กฎต้นกำเนิดแห่งสายฟ้าที่ทันย่าใช้ได้เริ่มไหลเวียนออกมา
มีดบินทั้ง 20 เล่มลอยขึ้นสู่อากาศโดยมีพลังไฟฟ้าสถิตแฝงอยู่ ทุกใบมีดเรืองแสงสีทอง ส่องประกายเรืองรองรอบตัว ราวกับเป็นดาวฤกษ์เล็กๆที่พร้อมจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ
“นี่คือการปะทะกันของผู้ใช้พลังจิต!”
ผู้ชมรอบสนามต่างพึมพำด้วยความตกใจ พวกเขามองเห็นศึกครั้งนี้เป็นความท้าทายที่เกินจะจินตนาการได้ บางคนรู้สึกว่าความตึงเครียดนี้ เกือบจะกลายเป็นพลังที่กดดันเขาจนหายใจไม่ออก
“นั่นคือพลังจิตที่สมบูรณ์แบบของราชันสงครามลำดับที่ 75…”
ชายคนหนึ่งพึมพำ ขณะมองไปยังเบลาลินที่ครอบครองกฎต้นกำเนิดแห่งน้ำ
“แต่กฎต้นกำเนิดของทันย่าก็ไม่ธรรมดา เขาสามารถใช้สายฟ้าแทรกแซงได้ทุกพลังป้องกัน”
“ถ้าทันย่าเพิ่มระดับพลังสายฟ้าไปอีกขึ้น มันคงไม่มีสิ่งใดที่จะสามารถหยุดยั้งเขาได้อีกต่อไป”
คนอื่นๆต่างแสดงความคิดเห็นในแบบฉบับของตนเอง ทว่ายังไม่ทันที่จะได้พูดคุยกันต่อ
“ซ่า!ซ่า!ซ่า!”
ทันใดนั้น การต่อสู้ก็เริ่มขึ้นโดยไม่มีคำเตือนล่วงหน้า เบลาลินยกมือขึ้น สายน้ำรอบตัวเริ่มหมุนวนอย่างรุนแรง ก่อนที่กรงจักรซึ่งถูกควบคุมด้วยพลังจิตจะพุ่งออกไปด้วยความรวดเร็วสุดขีด มันตัดผ่านอากาศด้วยเสียงหวีดหวิว และกฎต้นกำเนิดแห่งน้ำที่แฝงอยู่ทำให้มันดูราวกับมีชีวิต
“เปรี๊ยะ!เปรี๊ยะ!เปรี๊ยะ!”
ทันย่าไม่ปล่อยให้การโจมตีเข้าถึงตัวเขาได้ง่ายๆ มีดบินของชายหนุ่มได้พุ่งออกไปตอบโต้ทันที พวกมันส่องแสงสายฟ้าเรืองรอง สะท้อนพลังที่เกินกว่าจะต้านทานได้ มีดบินแต่ละเล่มเคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาดกลางท้องฟ้า พวกมันพุ่งตรงเข้าไปที่กรงจักรของเบลาลิน
“ตู้ม!”
เสียงกระทบกันดังสะท้อนอยู่กลางอากาศ กรงจักรและมีดบินปะทะกันอย่างดุเดือด
“นั่นมัน—?!!”
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงคือ การที่กฎแห่งน้ำของเบลาลินสามารถลดทอนแรงปะทะของมีดบินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทุกครั้งที่มีดบินของทันย่าเข้าถึงกรงจักร มันจะถูกกลบด้วยสายน้ำที่ไหลราวกับน้ำวน บางครั้งมันก็ทะลุผ่านไปได้ แต่ก็ถูกสายน้ำที่ล้อมรอบเบลาลินสกัดไว้
“พลังแห่งสายน้ำของท่านเบลาลิน…”
“ไร้รูปร่างแต่ยืดหยุ่นและทรงพลังมาก!”
กานจิที่ฟื้นคืนสติและกำลังนั่งพิงหลังอยู่ได้เอ่ยขึ้นด้วยความตกใจ
ทันย่าไม่สะทกสะท้านเมื่อเห็นว่าการโจมตีครั้งแรกของเขาถูกต้านทาน มุมปากเองก็ยิ้มเล็กน้อย แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นคมกริบ
กฎต้นกำเนิดแห่งสายฟ้าเริ่มเข้มข้นขึ้นอย่างชัดเจน สายฟ้าที่ไหลเวียนผ่านมีดบินตอนนี้สว่างจ้ามากกว่าเดิม เสียงแตกปะทุของพลังงานไฟฟ้าดังขึ้นต่อเนื่องทั่วทั้งห้องโถงอาณาเขต
“ไป!”
ตอนนั้นทันย่าได้โบกมือเบาๆ มีดบินทั้ง 20 เล่มเริ่มหมุนวนรอบตัวเขา
“เปรี๊ยง!”
จากนั้นพวกมันก็พุ่งออกไปในทุกทิศทาง พลังสายฟ้าระเบิดออกจากมีดบินที่เคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงสุด พวกมันพุ่งตรงเข้าสู่กรงจักรที่หมุนรอบตัวเบลาลินอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้แรงปะทะรุนแรงกว่าครั้งก่อน กฎต้นกำเนิดแห่งสายฟ้าเริ่มแทรกซึมเข้าสู่สายน้ำที่ตัวของเบลาลินใช้ป้องกัน
“รุนแรงจริงๆ!”
เบลาลินขมวดคิ้ว เขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่เข้มข้นมาก เบลาลินจึงใช้พลังจิตเสริมกฎต้นกำเนิดแห่งน้ำรอบให้ตัวหนาขึ้น และยกมือโบกสบัดควบคุมให้สายน้ำแยกตัวออกเป็นหลายสาย
บางส่วนห่อหุ้มตัว บางส่วนพุ่งเข้าหาทันย่าเหมือนสายสายน้ำที่กลายเป็นหอกแหลมคม
“เขากำลังเพิ่มความเร็วในการโจมตี!”
ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน การควบคุมกฎต้นกำเนิดของเบลาลินนั้นแข็งแกร่งมาก
“เปรี๊ยะ!เปรี๊ยะ!เปรี๊ยะ!”
เสียงสายฟ้าเคลื่อนผ่าน ทันย่าหลบหลีกการโจมตีของสายน้ำได้อย่างชำนาญ ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด
ขณะที่มีดบินยังคงลอยวนรอบตัวของเขาอย่างต่อเนื่อง แต่ตอนนี้พวกมันไม่ได้เพียงแค่โจมตีปะทะตรงๆเท่านั้น ทันย่าเริ่มปรับเปลี่ยนวิธีการโจมตี บางครั้งพวกมันพุ่งเข้าหาเป้าหมายจากด้านหลัง บางครั้งจากด้านบน ทำให้ราชันสงครามเบลาลินต้องพยายามป้องกันอย่างหนัก
การปะทะของทั้งสองเต็มไปด้วยความรวดเร็วและพลังที่เหนือกว่าขีดจำกัด
เสียงฟ้าผ่าและเสียงน้ำไหลดังก้องไปทั่วห้องโถง ไม่มีใครในหมู่ผู้ชมที่กล้าหายใจแรง ทุกคนต่างจ้องมองด้วยความระทึกใจ
“ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปฉันต้องแพ้แน่ๆ!”
เบลาลินเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นทุกขณะ แม้เขาจะสามารถควบคุมกฎต้นกำเนิดแห่งน้ำได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่สายฟ้าที่แฝงอยู่ในมีดบินของทันย่านั้นเกินกว่าที่จะป้องกันได้ตลอดไป กฎแห่งสายน้ำรอบตัวของเขาเริ่มเกิดเสียงการหลอมละลายจากสายฟ้าที่แทรกซึมเข้ามา
“คริสตัลจิตดาวฤกษ์”
“จงเปล่งแสงโชติช่วง!”
ทันย่าตัดสินใจจบการต่อสู้ในครั้งนี้
เขาได้ปลดปล่อยพลังจิตผ่านดาวเคราะห์ที่อยู่ภายในร่างกาย คริสตัลต้นกำเนิดแห่งสายฟ้าเปล่งแสงสะท้อนอย่างวูบวาบ
พวกมันเริ่มเชื่อมต่อ ถักทอกันเป็นดั่งสะพานและผสานเข้าไปในมีดบินพลังจิต ทำให้พวกมันเรืองแสงจ้ามากกว่าครั้งไหนๆ
จากนั้นยกมือขึ้นและสั่งการให้มีดบินทั้งหมดพุ่งเข้าไปยังเบลาลินพร้อมกัน
“เร็วมาก! ตอบสนองไม่ทันเลยซักนิด!”
ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงมา มีดบินทั้งหมดกระแทกเข้ากับสายน้ำของเบลาลินอย่างรุนแรง
“เปรี๊ยง!”
เสียงระเบิดดังสนั่น สายน้ำที่เคยปกป้องร่างของเบลาลินแตกกระจาย ร่างของเขาสั่นสะท้านด้วยพลังที่ไม่สามารถต้านทานได้อีกต่อไป
พลังสายฟ้าของทันย่าได้ทะลวงผ่านทุกสิ่ง เมื่อรวมเข้ากับพลังจิตอันแข็งแกร่ง ในการโจมตีครั้งนี้จึงทำให้เกิดเป็นพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว
ร่างของเขาปลิวกระเด็นไปกระแทกกับผนังกำแพงด้วยแรงมหาศาล เสียงกระทบดังสนั่นจนพื้นดินสั่นสะเทือน ผนังที่แข็งแกร่งแตกออกเป็นรอยร้าวลึกหลายเส้น แผ่นโลหะแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ความเสียหายปรากฏชัดเจนจากแรงปะทะ ทุกอย่างรอบข้างเต็มไปด้วยฝุ่นผงและเศษซากจากกำแพงผนังห้องที่เริ่มพังทลาย