ชายชุดคลุมสีดำลึกลับอีกคน?
เมื่อซุนเฟยได้ยินประโยคนี้ ในใจของเขาก็พลันตกตะลึง
ลักษณะรูปร่างของคนลึกลับจากปากของนักบวชแมซโซลาทำให้ซุนเฟยแทบจะนึกถึงเอแวนส์ นักเวทธาตุไม้สี่ดาวขึ้นมาทันที นักเวทสี่ดาวเอแวนส์ที่ถูกซุนเฟยสังหารไปก่อนหน้านี้ก็แต่งกายด้วยชุดคลุมสีดำเช่นกันหรือว่าสองคนนี้จะมีอะไรเกี่ยวข้องกัน? หรือว่า...ชายลึกลับคนใหม่คนนี้เป็นพวกเดียวกันกับเอแวนส์?
ซุนเฟยได้แต่เพียงอธิษฐานในใจอย่างเงียบๆ ขอให้ชายลึกลับคนใหม่คนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเอแวนส์ไม่อย่างนั้นก็เป็นไปได้ว่ายังมีคนอื่นที่รู้เรื่องแผนที่ที่ตั้งเทพปีศาจความสนุกสนานครั้งใหญ่อาจจะมาเยือนก็ได้ ความรุนแรงของเรื่องนี้อาจจะมากกว่าการสังหารองค์ชายของราชอาณาจักรระดับสี่อย่างไอนด์โฮเวนเสียอีก
“เจ้าอธิบายเรื่องนี้ให้ข้าฟังอย่างละเอียดอีกทีสิ...” ดวงตาของซุนเฟยดุจสายฟ้า จ้องมองไปที่ ‘งูหางกระดิ่งสองขา’ แมซโซลามันไม่ง่ายเลยที่จะหักล้างความจริง “ห้ามมีอะไรตกหล่นไป ไม่อย่างนั้น...ผลสุดท้ายเจ้าคงรู้นะ”
“ขอรับๆ ข้าไม่กล้าปิดบังใดๆ กับนายท่านแน่นอน”
แมซโซลาพยักหน้าก่อนจะที่จะโค้งกายลงพลางยิ้มประจบ เขาเล่าเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบออกมาอีกรอบ
เดิมทีเขาและลูเซียโนหลบซ่อนตัวอยู่ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ต่อมาเมื่อได้ยินว่าทหารชุดเกราะสีดำถอยทัพกลับไปแล้ว ก็รีบเดินทางกลับมาที่เมืองแซมบอร์ดทันทีความจริงตอนที่อยู่ในเมืองแซมบอร์ด พวกเขาสองคนเหมือนจักรพรรดิผู้สูงส่งสามารถเรียกลมเรียกฝนได้ แต่ถ้าอยู่ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในราชอาณาจักรเซนิทก็เป็นแค่ขันทีเล็กๆ รอบกายจักรพรรดิ และยังเป็นขันทีน้อยๆ ที่ไร้ซึ่งอำนาจอีกด้วย
แต่ระหว่างทางที่กลับมาจู่ๆ พวกเขาก็ถูกชายชุดคลุมสีดำลึกลับคนหนึ่งมาขวางทางไว้ชายชุดคลุมสีดำมีพลังที่แข็งแกร่งมาก แม้แต่นักบวชสามดาวและอัศวินสามดาวก็ไม่อาจต่อต้านเขาได้โชคดีที่คนผู้นั้นไม่ได้มีเจตนาร้าย กลับกันยังเผยข้อมูลสำคัญให้แก่แมซโซลาอีกด้วยเขากล่าวว่าในการต่อสู้บนสะพานของเมืองแซมบอร์ดได้ปรากฏเวทมนตร์แห่งความตายอ่อนๆ ออกมา
คำว่า ‘อ่อนๆ’ ของชายชุดคลุมสีดำทำให้แมซโซลาและลูเซียโนตาเป็นประกาย เวทมนตร์แห่งความตายเป็นสิ่งที่โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ทนให้ดำรงอยู่ไม่ได้มากที่สุดหากพวกเขาทั้งสองคนสามารถตรวจสอบถึงสาเหตุและจับนักเวทแห่งความตายที่มีพลังอ่อนแอนั่นได้แน่นอนว่ามันจะเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ และตำแหน่งของพวกเขาสองคนในโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ก็อาจได้เลื่อนขั้นไปอีกก้าวหนึ่ง
หลังจากที่เข้าเมืองมาจึงจับคนมั่วๆความจริงแล้วเป็นแมซโซลาถือโอกาสด้านหนึ่งจับคนเพื่อรีดค่าไถ อีกด้านในตอนที่ตัวเองและลูเซียโนรู้ว่ามีทหารเกราะดำล้อมเมืองก็ไม่ได้ช่วยเหลือปกป้องเมืองและยังหาข้ออ้างหลบหนีออกไปย่อมก่อให้เกิดการสูญเสียอำนาจของโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ในเมืองแซมบอร์ดขึ้นมา ดังนั้นจึงอยากสร้างอำนาจขึ้นมาใหม่อีกครา
เมื่อพวกเขาได้ครอบครองอำนาจเป็นเวลานานทำให้เจ้า ‘งูหางกระดิ่งสองขา’ เกิดความคิดขึ้นมาเขาไม่คิดที่จะใช้แผนการอะลุ่มอล่วย แต่เพราะเลือกใช้แผนการผิดวิธี ยิ่งทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอย่างรุนแรง
“พูดแบบนี้แสดงว่าพวกเจ้าสองคนไม่รู้ความเป็นมาของชุดคลุมสีดำลึกลับนั่น? แม้กระทั่งใบหน้าที่แท้จริงของเขาก็ไม่เคยเห็น?” เมื่อฟังเจ้างูหางกระดิ่งเล่าจบซุนเฟยก็ขมวดคิ้วพลางเอ่ยถาม
“ขอรับ นายท่านผู้ทรงเกียรติ พลังของชายลึกลับคนนั้นแข็งแกร่งมากอย่างน้อยก็น่าจะนักเวทสี่ดาวความจริงแล้ว ข้าและลูเซียโนก็อยากจับกุมเขาเพื่อที่จะสอบปากคำให้ละเอียดแต่พวกเราไม่ใช่คู่มือของเขา...” แมซโซลาพูดถึงตรงนี้ สีหน้าของเขาดูอับอายแม้กระทั่งหัวหน้าอัศวินลูเซียโนก็ยังพยักหน้าซ้ำๆ อย่างเห็นด้วย
เขาก้มหน้าลงเริ่มจมเข้าสู่ภวังค์
เป็นนักเวทชุดคลุมสีดำสี่ดาวที่แข็งแกร่งและมีความเป็นมาที่ไม่แน่ชัดทำไมฟังแล้วเหมือนมีความเกี่ยวข้องกับเอแวนส์ที่ตายในเรือนจำเล่า นี่ทำให้ซุนเฟยตื่นตระหนกมาก ราวกับว่าได้แหย่ไปที่รังแตน...แต่เขารู้สึกคลุมเครืออีกครั้ง ดูเหมือนตัวเองได้ละเลยอะไรบางอย่างไปหรือได้ละเว้นใครไป
ก่อนหน้านี้ ภายใต้ ‘โหมดเนโครแมนเซอร์’ เขาใช้ทักษะได้แค่สองทักษะ คือ ‘เขี้ยว’ และ ‘ศพระเบิด’ แต่เพียงในระยะเวลาสั้นๆ ไม่ถึงสามสี่วินาทีก็จัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ต่อมาตอนที่ตัดแยกสะพานหลักฐานทุกอย่างก็ได้จมลงไปในแม่น้ำจูลี่แล้ว ตามที่กล่าวมาก็ไม่น่าจะมีคนพบนอกเสียจากเป็นยอดฝีมือระดับสูงที่สังเกตการต่อสู้บนสะพานในมุมมืดหากเป็นเช่นนั้นจริง ชายชุดคลุมลึกลับที่แมซโซลาพูดจะต้องอยู่ในสนามรบในเวลานั้นปัญหากำลังจะกลับมาอีกครั้ง หากอยู่บนสนามรบในตอนนั้นจริง ก็น่าจะเห็นตอนที่เอแวนส์ถูกจับและตัวเขาก็ไม่น่าจะละเลยเอแวนส์ด้วยพลังระดับสี่ดาวก็น่าจะจัดการเขาได้ในชั่วพริบตา...กล่าวคือชายชุดคลุมสีดำลึกลับคนนี้อาจจะเป็นพวกเดียวกันกับเอแวนส์ก็เป็นได้
แต่คนคนนั้นเป็นใครกันล่ะ?
“เจ้ากลับไปก่อนเถอะ”
ซุนเฟยคิดไปคิดมาก็ไม่มีเบาะแสอะไร จึงได้โบกมือไล่แมซโซลาและลูเซียโนคิดๆ แล้วก็พูดเสริมไปอีกว่า “ส่วนเรื่องเวทมนตร์แห่งความตายนั่น หยุดเพียงแค่นั้น ไม่ต้องไปตามตรวจสอบเรื่องนี้มันเกี่ยวพันถึงเรื่องที่ร้ายแรง ไม่ใช่สิ่งที่พวกเจ้าสองคนจะเข้าไปสอดได้ ข้าจะจัดการกับมันเองถ้าพวกเจ้าตามตรวจสอบโดยพลการ มันจะกลายเป็นแหวกหญ้าให้งูตื่นทำแผนข้าล่มเมื่อเวลานั้นมาถึง แล้วพระสันตะปาปากริ้วเข้าเมื่อไร ไม้กางเขนคงมีที่ให้แก่พวกเจ้าสองคนอย่างแน่นอน”
ซุนเฟยถือโอกาสหลอกลวงพวกมัน
ในเมื่อแมซโซลาและลูเซียโนเข้าใจผิดว่าตัวเองเป็นคนใหญ่คนโตของเบื้องบนถ้าอย่างงั้นซุนเฟยก็เต็มใจที่จะเขียนเสือให้วัวกลัวตามความตั้งใจเดิมของซุนเฟยคือการหาโอกาสที่จะแอบกำจัดสองคนนี้ แต่เมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ บางทีการไว้ชีวิตแมซโซลาและลูเซียโนอาจเป็นผลดีในภายหลังก็ได้
ได้ยินซุนเฟยพูดเช่นนี้ดวงตาของแมซโซลาพลันกระจ่างวูบหนึ่ง เผยให้เห็นสีหน้าขลาดเขลาตอนนี้เขารีบก้มหน้าโค้งตัวตกปากรับคำว่า “นายท่าน ท่านวางใจได้เลยเรื่องนี้ข้ากับลูเซียโนจะไม่เข้าไปแทรกแซงแต่อย่างใด...ต่อจากนี้หากนายท่านมีคำสั่งอะไรโปรดสั่งมา โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ในเมืองแซมบอร์ดยินดีสละชีพเพื่อนายท่าน”
“อืม พวกเจ้าไม่เลวเลย ถึงกับพบเบาะแสเรื่องนี้ ตอนนี้ข้าจะจดจำชื่อพวกเจ้าไว้ก่อน รอจนเรื่องนี้สิ้นสุด เมื่อข้าได้กลับไปที่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ข้าจะรายงานความดีของพวกเจ้า” ซุนเฟยตีพวกเขาด้วยไม้ ก่อนจะโยนพุทราหวานไปให้ และเพื่อเพื่อให้ดูสมจริงขึ้นเล็กน้อยจึงแทนตัวเองว่า ‘ข้า’
แมซโซลาและลูเซียโนได้ยินดังนั้นก็พลันดีใจฉับพลันพวกเรารู้สึกเหมือนเห็นแสงสว่างในอนาคตก่อนจะกล่าวลาแสดงความนอบน้อมด้วยการจูบรองเท้าของซุนเฟยจากนั้นก็เดินออกไปจากห้องโถงด้วยท่าทางปลื้มปิติ
ซุนเฟยกลับมานั่นครุ่นคิดอยู่บนบัลลังก์ถึงสถานะลึกลับของชายชุดดำเขาไม่มีเบาะแสแม้สักนิด ดังนั้นจึงตัดสินใจไม่คิดถึงมันอีกก่อนจะมีคำสั่งเรียกพัศดีเข้ามาที่ห้องโถง ก้มหน้ากระซิบบางอย่าง
……
หลังกลับมาที่โบสถ์แมซโซลาและลูเซียโนจึงสั่งให้ทุกคนออกไป จากนั้นไปที่ห้องลับในห้องโถงของโบสถ์
ที่นี่เป็นสถานที่ที่แมซโซลาและลูเซียโนไว้ใช้ปรึกษาเรื่องสำคัญ
“ท่านนักบวชแมซโซลาท่านแน่ใจจริงๆ เหรอว่าอดีตไอ้โง่องค์ราชาอเล็กซานเดอร์นั่น จะเป็นนายท่านจากสำนักงานใหญ่?” ความจริงหัวหน้าอัศวินเครายาวคนนี้ปวดใจแทบตายที่ต้องถวายม้วนคัมภีร์เวทมนตร์และก้อนหินเวทมนตร์เหล่านั้นเขาขมวดคิ้วพลางถาม ก่อนหน้าที่จะส่งของขวัญให้อเล็กซานเดอร์ที่จริงแล้วเป็นการตัดสินใจของแมซโซลา ตอนแรกลูเซียโนยังรู้สึกยากที่จะรับการตัดสินของแมซโซลาได้
“นี่...ข้าก็ไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์นักหรอก”
หลังกลับมาที่โบสถ์ เห็นได้ชัดว่าแมซโซลาดูภาคภูมิใจมาก เขาหันหลังยืนอยู่ด้านหน้ารูปปั้นพระเจ้าในห้องลับในห้องลับมีเพียงเทียนหลายแท่งและแสงกะพริบริบหรี่ แมซโซลากุมสร้อยไม้กางเขนตรงหน้าอก จากนั้นก็หันหลังมาพูดอย่างสงบว่า“แต่เจ้าอย่าลืมนะ วันนี้ที่อเล็กซานเดอร์แสดง ‘วงแหวนแห่งสงคราม’ สีทองออกมาตั้งสองวงมันเป็นของจริงอย่างไม่ต้องสงสัยเมื่อเทียบกันแล้ว พลังศักดิ์สิทธิ์ที่แฝงในวงแหวนสีทองนั่นยังน่ากลัวมากเผลอๆ แม้แต่ท่านบิชอปเซิร์จเยเรมีก็ไม่แน่ว่าจะมีพลังศักดิ์สิทธิ์ที่บริสุทธิ์ขนาดนี้”
“นั่นก็ไม่ผิด แต่ท่านกับข้าก็รู้ ในข้อมูลที่พวกเรามีอยู่ก่อนหน้านั้นอเล็กซานเดอร์ยังเป็นเพียงไอ้โง่คนหนึ่งเท่านั้น เขาโง่มาตั้งสิบเจ็ดปีนะ แล้วทำไมถึงกลายเป็น ‘บุตรคนโปรดของพระเจ้า’ ได้?”
ลูเซียโนก็ยังไม่แน่ใจ
“จุดนี้ข้าก็ยังสงสัยอยู่...แต่การ์ฮิงชา อดีตอัศวินอันดับหนึ่งของกลุ่มอัศวินโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ก่อนที่จะกลายเป็นคนมีชื่อเสียงเขาก็เคยเป็นคนที่พิการขาทั้งสองข้าง ทั้งยังเป็นพวกซึมกะทือจึงถูกคนคิดว่าเป็นไอ้โง่ แม้แต่นายท่านมาราโดนาที่เป็นผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้ในตอนนี้ พระสันตะปาปายังแสดงท่าทีสุภาพแก่เขาเลยอีกทั้งตลอดหลายปีที่ผ่านมา นายท่านมาราโดนายังทำเรื่องบ้าบิ่นและบ้าบอตั้งเท่าไร?บนแผ่นดินอาเซรอทมีเรื่องลี้ลับหลายเรื่องเรื่องแบบนี้ความจริงก็เกิดขึ้นตั้งมากมาย บางทีก่อนหน้านี้อเล็กซานเดอร์น่าจะแกล้งโง่เท่านั้น...”
พูดถึงตรงนี้ในดวงตาของแมซโซลาก็ปรากฏร่องรอยน่ากลัวขึ้นมาก่อนจะพูดอย่างช้าๆ ว่า“อย่างที่สหายพูด ข้าก็มีลางสังหรณ์ที่น่ากลัวอยู่เมืองแซมบอร์ดดูเหมือนจะแฝงไปด้วยเรื่องลึกลับบางอย่างที่พวกเราไม่รู้ เราอาจมีส่วนร่วมในสิ่งที่พวกเราไม่ควรรู้ไปแล้วก็ได้...อาจเป็นอย่างที่อเล็กซานเดอร์พูดก็ได้ว่า มันเป็นคำสั่งลับของพระสันตะปาปาจริงๆ และอาจกำลังตรวจสอบความลับอะไรบางอย่างอยู่”
เมื่อแมซโซลาพูดจบ ดวงตาก็เผยร่องรอยเย็นชาชั่วครู่ ก่อนจะหายไปจนเหมือนกำลังหดหู่
“พูดตั้งนาน ที่แท้ท่านเองก็ไม่มั่นใจในสถานะที่แท้จริงของอเล็กซานเดอร์ใช่ไหม?” หัวหน้าอัศวินร้อนใจนิดหน่อย “ถ้างั้น ทำไมเราไม่ลองสังเกตการณ์สักระยะแล้วค่อยพูดอีกทีล่ะ? ท่านไม่น่ารีบร้อนส่งของขวัญไปเลย น่าเสียดายหินเวทมนตร์ที่ล้ำค่าพวกนั้นจริงๆยังมีม้วนคัมภีร์เวทมนต์อีกนอกจากนี้ยังมีม้วนคัมภีร์สีดำที่มีความเป็นมาลึกลับอีกด้วย น่าจะเป็นม้วนคัมภีร์คำสาปที่หายากมาก”
“เจ้าคิดผิดแล้ว นี่เป็นโอกาสที่หาได้ยากต่างหาก หากพลาดไปคงเสียใจภายหลังแน่”
-----------------------------------