หลังจากมิคาเอลอธิบายความสามารถต่างๆของประตูพรวรรค์ไปแล้วนั้นตัวมิคาเอลเองก็ได้เรียบเรียงความทรงจำในช่วง10ปีที่ผ่านมา เพราะ10ปีที่เป็นดวงวิญญาณนั้นมีคาเอลไม่ได้อยู่เฉยๆตัวมันได้คิดค้นเทคนิควิชาที่ใช้อำนวยความสะดวกและต่อสู้ต่างๆขึ้นพอสมควรแต่ก็ทำได้แค่คิดไว้เท่านั้นเพราะตอนนี้ต้องเริ่มฝึกฝนพลังให้ถึงกำหนดก่อน
''น้องหญิงเจ้านั่งลงแล้วหลับตา จากนั้นให้ลองสัมผัสพลังธรรมชาติรอบๆตัว ใจเย็นๆไม่ต้องรีบร้อนค่อยๆปล่อยตัวเองไปตามธรรมชาติ จากนั้นให้ชักนำพลังเหล่านั้นให้ไหลผ่านไปตามร่างกายแล้วจึงกักเก็บไว้ด้านในร่างกาย...''เจนน่านั่งลงและทำตามอย่างว่าง่าย เพียงเวลาที่ผ่านไป10นาทีเท่านั้นบูม เจนน่าได้เข้าสู้ระดับ1ชั้นบรรยากาศด้วยความรวดเร็ว มิคาเอลที่ยืนมองอยู่ถึงกับพูดไม่ออกเพราะหากเป็นคนปกติการจะเข้าสู่ระดับ1ชั้นบรรยากาศนี้ได้ต้องใช้เวลาเกือบๆ1ปีเลยด้วยซ้ำนี่แสดงให้เห็นว่าเจนน่ามีพรสวรรค์ที่น่าทึ่งจนอาจจะเทียบเท่ามิคาเอลหรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ
''ตอนนี้น้องหญิงรู้สึกยังไงบ้างหลังจากมีพลัง1ชั้นบรรยากาศ''มิคาเอลถามเจนน่าด้วยรอยยิ้มหลังจากเจนน่าลืมตาขึ้นมา
''ข้ารู้สึกแข็งแรงขึ้นมากเลยท่านพี่ แต่ทำไมการบรรลุพลังมันถึงได้ง่ายขนาดนนี้ล่ะท่านพี่แล้วในร่างกายตรงกลางอกของข้าเหมือนจะมีก้อนผลึกอะไรซักอย่างเกิดขึ้นมาด้วย''มิคาเอลได้ฟังมันถึงกับหน้ามืดไปซักพักเลยทีเดียว หากคนภายนอกได้ยินสิ่งที่นางพูดออกมาล่ะก็คนส่วนใหญ่คงวิ่งลงเหวเพื่อฆ่าตัวตายเป็นแน่
''ผลึกนั่นคือแหล่งกักเก็บพลังของทุกคน หากผลึกนั่นโดนทำลายคนคนนั้นจะสูญเสียพลังทั้งหมดไปส่วนที่น้องหญิงว่าการฝึกพลังนั้นง่ายนั่นไม่จริงเลย เป็นเพราะเจ้ามีพรสวรรค์ติดตัวมากและในนี้เองก็มีพลังธรรมชาติหนาแน่นนั่นจึงทำให้มันง่าย แต่เจ้าก็อย่าได้เหลิงไปเพราะในโลกนี้มีสิ่งที่เราไม่สามารถรู้ได้อีกมากมาย''
''ได้ค่ะท่านพี่ แล้วจะให้ข้าดูดพลังธรรมชาติต่อเลยหรือข้าควรจะทำอะไรต่อ''ถึงเจนน่าจะมีพรสวรรค์สูงแต่นางไม่เคยมีใครสอนอะไรเลยนั่นจึงทำให้นางไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรต่อหลังจากนี้
''อืม ตอนนี้น้องหญิงไปฝึกควบคุมพลังในตัวเองก่อนก็แล้วกันเมื่อคุ้มชินแล้วค่อยมาดูดซับพลังธรรมชาติต่อทำแบบนี้ไปจนไปถึงระดับ5ชั้นบรรยากาศจากนั้นให้ไปหาข้าที่ต้นไม้ต้นนั้น''มิคาเอลพูดขณะชี้ไปที่ต้นไม้ต้นใหญ่หากมองจากตรงนี้ต้นไม้ต้นนั้นกลับเปร่งพลังที่ไม่ธรรมดาออกมาและบนต้นไม้ต้นนั้นมีเมล็ดของเพลิงทมิฬลอยอยู่
''ได้ค่ะท่านพี่''เจนน่าตอบกลับและลุกขึ้นเพื่อไปทำความคุ้นชินกับพลังที่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะสามารถมีได้
มิคาเอลได้ยินแบบนั้นก็หันหลังและเดินไปที่ต้นไม้ต้นใหญ่และเริ่มดูดซับพลังธรรมชาติเวลาผ่านไปไม่นานมิคาเอลก็สามารถบรรลุพลังระดับ1ชั้นบรรยากาศได้เมื่อบรรลุแล้วมิคาเอลไม่ได้ดูดซับพลังหรือฝึกควบคุมพลังแต่อย่างใด กลับกันมันค่อยๆยื่นมือออกมาจากนั้นจึงใช้พลังที่มีน้อยนิดในตอนนี้ควบคุมให้เมล็ดเพลิงทมิฬลอยลงมาจากนั้นจึงได้กลืนเมล็ดนั้นลงไปเดิมทีในตัวของมิคาเอลตอนนี้ก็มีเมล็ดเพลิงทมิฬอยู่แล้วครึ่งนึงเพราะในตอนที่กลืนกินครั้งแรกนั้นมิคาเอลไม่กล้ากลืนกินทั้งหมดลงไปในทีเดียวจึงได้ใช้พลังแบ่งออกเป็น2ส่วนและรอคอยเวลากลืนกินส่วนที่2 ในตอนที่กลับมาเกิดใหม่เดิมทีมิคาเอลไม่ได้ตั้งใจจะกลืนกินส่วนที่2นี้และตั้งใจจะปล่อยทิ้งไว้เฉยๆแต่แล้วก็พบว่าในร่างกายที่เกิดใหม่นั้นดันมีเมล็ดเพลิงทมิฬอยู่ในส่วนลึกของร่างกายและดูเหมือนมันจะหลอมเข้ากับร่างกายอย่างสมบูรณ์ มิคาเอลจึงคิดว่าการกินส่วนที่2นี้คงจะไม่มีผลกระทบ และเพลิงทมิฬที่ให้เบบี้กินไปก่อนหน้านั้นเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวเล็กๆเท่านั้น
หลังจากมิคาเอลกินเมล็ดเพลิงทมิฬลงไปแล้วก็ได้นั่งหลับตาเพื่อเตรียมรับมือกับอะไรก็ตามที่จะเกิดขึ้นแต่โชคดีที่เป็นไปอย่างที่มิคาเอลคิดไว้ การกินส่วนที่2นี้ลงไป กลับไม่มีอาการเจ็บปวดและต่อต้านใดๆมีเพียงเพลิงทมิฬเท่านั้นที่ดูจะมีพลังรุนแรงกว่าเก่าหลายเท่าตัวนักและเพลิงทมิฬในตอนนี้เป็นสิ่งที่นักรบทั่วไม่ไม่สามารถต่อต้านได้จากนั้นมิคาเอลได้ลองแบมือและควบแน่นเปรวเพลิงให้เป็นเส้นด้ายเส้นเล็กๆ จากการลองดูก็พบว่าสามารถสร้างได้เพียง10เส้นเท่านั้น จากนั้นตัวมันจึงได้ลองบังคับให้เข็มลอยขึ้นและเคลื่อนไหวตามที่ต้องการดู ปรากฎว่าเส้นเหล่านั้นสามารถเคลื่อนไหวได้ตามที่ต้องการมิคาเอลถึงกับยิ้มอย่างดีใจ เพราะการจะทำแบบนี้ได้ต้องมีพลังอยู่ในระดับต้านแรงดึงดูดเท่านั้นหากเป็นแบบนี้การจะต่อสู้กับคนอื่นในตอนนี้ถือว่าไม่ลำบากมากและยังสามารถเก็บไว้เป็นไพ่ตายได้อีกด้วยและเพลิงทมิฬนี้เองถือว่าเป็นสิ่งที่มิคาเอลไม่สามารถเข้าใจได้อย่างแท้จริงหลังจากนั้นมิคาเอลจึงได้นั่งลงและดูดซับพลังธรรมชาติต่อเพราะตัวมันไม่จำเป็นต้องฝึกการควบคุมพลังจึงทำให้สามารถเลื่อนระดับพลังไปได้อย่างต่อเนื่อง แต่มิคาเอลเองก็ตั้งใจจะหยุดดูดพลังอยู่เหมือนกันแต่หลังจากบรรลุระดับ5ชั้นบรรยากาศ เพราะมีเหตุผลบางอย่างและมันเองก็จำเป็นที่จะต้องฝึกร่างกายควบคู่ไปกับการกินผลไม้ที่มีอยู่ที่นี่ไปด้วยเพื่อเร่งการพัฒนาร่างกายให้ไวที่สุดเนื่องจากร่างเกิดใหม่นั้นอ่อนแอเป็นอย่างมาก
อีกด้านหนึ่งในเมืองจุดเริ่มต้นที่นี่คือ1ใน3ตระกูลใหญ่ ตระกูลนี้คือตระกูลเอส นี่คือตระกูลที่คนเกือบทั้งหมดจะต้องก้มหัวให้ยกเว้นตระกูลหรือคนที่มีฐานะเท่าเทียมหรือสูงกว่าซึ่งในเมืองนี้มีน้อยมากๆภายในเขตพักที่ดีที่สุดของตระกูลเอสตอนนี้ได้มีคนรับใช้คนหนึ่งเดินมาที่บ้านพักหลังใหญ่ที่ดูหรูหรา
''ท่านเฟรย์ญ่าหลังจากท่านบรรลุพลังระดับ2ชั้นบรรยากาศแล้วข้าได้ไปแจ้งหัวหน้าตระกูลซึ่งหัวหน้าตระกูลได้บอกข้าให้มาเรียกท่านไปพบเพื่อรับรางวัลและมีเรื่องสำคัญจะพูดคุยด้วย''
''ได้ เจ้าออกไปก่อนเดี๋ยวข้าตามไป''เฟรย์ญ่าในตอนนี้เป็นคนที่หยิ่งยโสอย่างมากผิดกับสมัยอยู่กับมิคาเอลตอนนั้นนางทั้งเรียบร้อยและมีเมตตาแต่เมื่อนางปลุกประตูพรสวรรค์ได้ถึง3ประตู จนข่าวถูกปล่อยออกไปอย่างรวดเร็วและในที่สุดข่าวนี้ก็ไปถึงหูตระกูลใหญ่ทั้ง3ของเมืองนั่นทำให้หัวหน้าตระกูลเอสมาเชิญนางไปเข้าร่วมด้วยตัวเองในฐานะอัจฉริยะโดยหัวหน้าตระกูลเอสให้ผลประโยชน์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นวิชา สมุนไพร เงิน มากกว่า2ตระกูลใหญ่ที่เหลือเฟรย์ญ่าจึงได้เข้าร่วมกับตระกูลเอส ตั้งแต่นั้นมาชีวิตนางเปรียบได้กับราชินีอยากได้อะไรต้องได้อยากจะทำอะไรก็ทำ จนในที่สุดนิสัยเก่าๆของนางก็หายไปโดยสิ้นเชิง