เซียวเจิ้งยังออกไปไม่พ้นห้องทำงานของประธานบริษัท ซึ่งดูคล้ายกับรังปีศาจในมุมมองของพนักงานในกลุ่มบริษัทซินอ้าว เขาก็ได้ยินเสียงของแตกดังไล่หลัง รวมไปถึงเสียงะโเสียดหูที่เต็มไปด้วยความโกรธของหลินฮั่วอิน
เซียวเจิ้งเป็คนแรกในประวัติศาสตร์ที่ทำให้สาวสวยอันดับหนึ่งของตึกเอ็มไพร์สเตทโกรธจนเสียสติได้
“ไม่มีใครอบรมสั่งสอนหรือไง? ไม่กลัวว่าจะเสียงดังรบกวนเพื่อนร่วมงานที่กำลังทำงานอยู่ชั้นล่างบ้างเลยเหรอ?”
เซียวเจิ้งปิดประตู แล้วกล่าวเรียกร้องความยุติธรรมให้พนักงานในบริษัทซินอ้าวที่กำลังจะกลายเป็เพื่อนร่วมงานกัน
หลังจากรอเพียงไม่กี่นาที ทนายเติ้งผู้มีสีหน้าซีดเซียวก็เดินออกมา
เขาโค้งเอว เดินถอยหลังออกมาราวกับขันทีในระบอบศักดินา จากนั้นจึงปิดประตูด้วยมืออันสั่นเทาพร้อมกับปาดเหงื่อบนหน้าผาก ยิ้มอย่างขมขื่น พูดกับเซียวเจิ้งที่กำลังสูบบุหรี่ว่า
“น้องเซียว คุณทำร้ายผมชัด ๆ”
“รอให้ผมได้เงินเดือนเดือนแรก ผมจะเลี้ยงเหล้าคุณเอง” เซียวเจิ้งกล่าวออกมา
“ทนายเติ้ง คุณพาผมไปรายงานตัวที่แผนกรักษาความปลอดภัยตอนนี้เลยครับ ผมอยากจะเข้าไปอยู่ในกลุ่มบริษัทซินอ้าวที่มีออร่าเจิดจรัสจนแทบจะอดใจรอไม่ไหวแล้ว”
ทนายเติ้งหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ เด็กคนนี้คือของแปลกในหมู่ของแปลก เป็คนน่ารำคาญในหมู่คนน่ารำคาญ แม้แต่หลินฮั่วอินที่คนทั้งตึกเอ็มไพร์สเตทเคารพราวกับพระเ้า เขาก็ยังล่วงเกินและหัวเราะเยาะได้อย่างสบาย ๆ ไม่รู้ว่าเป็ลูกวัวแรกเกิดไม่เกรงกลัวเสือ หรือว่าหัวถูกลาเตะมากันแน่
ระหว่างทาง ทนายเติ้งได้อธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างภายในของกลุ่มบริษัทซินอ้าวอย่างสั้น ๆ รวมไปถึงขอบเขตในการดำเนินธุรกิจ และในฐานะผู้ชาย เขายังใจดีกล่าวเตือนเซียวเจิ้งถึงประเด็นที่ต้องใส่ใจมากเป็พิเศษในระหว่างการทำงาน ยกตัวอย่างเช่น ห้ามมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวในที่ทำงาน และยกตัวอย่างอีกครั้ง ห้ามมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวในที่ทำงานอย่างเด็ดขาด
“ผมเหมือนหมูนักเหรอ?”
เซียวเจิ้งเอ่ยถามพร้อมกับชี้จมูกตัวเองไปด้วย
ทนายเติ้งยิ้มและกล่าวว่า “กลุ่มบริษัทซินอ้าวมีพนักงานอยู่ประมาณ 1,000 คน นอกจากแผนกรักษาความปลอดภัยที่มีเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประมาณ 30 คนแล้ว พนักงานชายที่เหลืออีกไม่ถึง 20 คนก็มีหน้าที่ในการดำเนินธุรกิจหรือไม่ก็ซ่อมแซมเครื่องจักร ไม่ต้องพูดถึงในตึกเอ็มไพร์สเตท แม้แต่ทั่วทั้งเมืองิจู ซินอ้าวคือ์บนดินที่ผู้ชายมากมายใฝ่ฝัน”
“รสนิยมในเื่ผู้หญิงของผมค่อนข้างเข้มงวดพอตัว”
เซียวเจิ้งรีบปิดปาก เขาไม่สามารถแก้ตัวได้เลย
“ผมเห็นแล้ว”
ทนายเติ้งพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม
“จริงด้วย มีบางเื่ที่ผมหวังว่าทนายเติ้งจะเก็บเป็ความลับได้”
เซียวเจิ้งกล่าวด้วยความจริงจัง
“เื่อะไรครับ?”
ทนายเติ้งรู้สึกว่าเด็กคนนี้ช่างพูดจา และไม่ใส่ใจในมาดอันสูงส่งของพี่ชายในแผนกกฎหมายอย่างเขาเลย
ในมุมมองของคนเจนโลกที่อยู่ในวงการธุรกิจมามากกว่า 20 ปี ทนายเติ้งเชื่อว่าแม้แต่หลินฮั่วอิน ประธานของกลุ่มบริษัทซินอ้าว เซียวเจิ้งก็ยังไม่มีความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย ถ้าหากเขาวางมาดทำตัวสูงส่ง อีกฝ่ายก็คงจะไม่ยอมรับในความาุโ สู้ทำตัวเป็คนอัธยาศัยดีจะดีกว่า
“หลินฮั่วอินอนุญาตให้คุณเข้าร่วมในการเซ็นสัญญา แสดงว่าเธอเชื่อและไว้วางใจในตัวคุณมาก แต่ผมขอย้ำอีกครั้งว่าอย่าเปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างผมกับหลินฮั่วอิน”
เซียวเจิ้งกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“ผมเชื่อว่าคุณมองออก ผมเป็ผู้ชายที่มีเกียรติและความซื่อสัตย์ในตัวเองสูงมาก ถ้าหากเพื่อนร่วมงานในบริษัทรู้ถึงความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างผมกับหลินฮั่วอิน ถึงพวกเขาจะยอมเชื่อฟังผม ผมก็ไม่รู้สึกดีใจอยู่ดี ผมเป็ผู้ชายที่อยากยืนด้วยลำแข้งของตัวเองมากกว่าที่จะเกาะผู้หญิงกิน”
“วางใจเถอะครับ ถึงตายผมก็จะไม่พูดออกไปอย่างแน่นอน”
ทนายเติ้งหนังตากระตุก และแอบต่อว่าในใจ เด็กคนนี้คือสัตว์ใช้แรงงานชัด ๆ นายยังเสแสร้งอยู่อีกเหรอ? รู้ไหมว่ามีผู้ชายกี่คนที่ใฝ่ฝันอยากจะแต่งงานกับหลินฮั่วอิน? ถึงมันเป็แค่สัญญาการสมรส แต่ก็เป็เกียรติประวัติพอที่จะโอ้อวดได้แล้ว!
แน่นอนว่าถึงจะไม่มีคำเตือนอย่างจริงจังจากเซียวเจิ้ง ทนายเติ้งก็คิดที่จะเก็บเื่นี้ให้เน่าอยู่ในท้องของตัวเองอยู่แล้ว
ต้องทราบเสียก่อนว่าก่อนที่เขาจะเข้ามาพัวพันกับเื่การแต่งงานอันแสนวุ่นวายนี้ เขาก็ต้องเซ็นสัญญาลับกับหลินฮั่วอินเช่นเดียวกัน ถ้าเขากล้าแพร่งพรายเื่นี้ออกไป ตามนิสัยของหลินฮั่วอิน คงจะทำให้เขาสิ้นเนื้อประดาตัวทั้งครอบครัวและใช้ชีวิตเร่ร่อนข้างถนน
กลุ่มบริษัทซินอ้าวเช่าพื้นที่ทั้งหมด 20 ชั้น จากชั้น 68 จนถึงชั้น 88 ในตึกเอ็มไพร์สเตท ซึ่งถือว่าเป็ผู้เช่าอันดับหนึ่งของตึกเอ็มไพร์สเตท
แผนกรักษาความปลอดภัยที่รับผิดชอบด้านความปลอดภัยถูกจัดวางเอาไว้บนชั้น 78 อย่างสมเหตุสมผล เพื่อความสะดวกในการขึ้นลงในยามที่มีปัญหา และจากข้อเท็จจริงที่ว่าพนักงานส่วนใหญ่ในซินอ้าวเป็ผู้หญิง ทำให้ทางบริษัทมีข้อกำหนดที่สูงมากสำหรับคุณสมบัติของเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
ในแง่หนึ่งคือห้ามมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวอย่างที่ทนายเติ้งได้พูดไปก่อนหน้านี้ และในทางกลับกัน หากมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นก็ต้องมีความสามารถในการรับมือต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างว่องไวด้วย
ถึงอย่างไร มีผู้หญิงอยู่ที่ไหน ที่นั่นย่อมมีเื่ราวไม่รู้จบ แล้วนับประสาอะไรกับบริษัทที่เต็มไปด้วยสาวงามอย่างซินอ้าว?
คำอธิบายของทนายเติ้ง ทำให้เซียวเจิ้งพอจะมีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับกลุ่มบริษัทซินอ้าวบ้างแล้ว เขารู้สึกชื่นชมหลินฮั่วอินที่สามารถบริหารบริษัทที่ใหญ่โตขนาดนี้ได้ และยังเชื่ออย่างสนิทใจว่าหลินฮั่วอิน สุดยอดหญิงแกร่งที่อุทิศตนให้กับการทำงานนั้นมีจิตใจบิดเบี้ยวไม่ปกติ
ไม่เคยมีความรักมาตลอด 27 ปี เกลียดชังผู้ชาย โดยเฉพาะผู้ชายที่หล่อเหลามาจากภายในอย่างเขา แถมยังตั้งใจอุทิศตนให้กับการทำงาน ถ้าบอกว่าสภาพจิตใจของเธอไม่บิดเบี้ยว ใครมันจะไปเชื่อ?
“พื้นที่ของแผนกรักษาความปลอดภัยอยู่ข้างหน้าครับ”
ทนายเติ้งกล่าวแนะนำเซียวเจิ้งที่เพิ่งจะเดินผ่านกลุ่มสาวสวยจากแผนกการตลาด แล้วยังตกอยู่ในภวังค์มาจนถึงตอนนี้
“แผนกรักษาความปลอดภัยและแผนกการตลาดอยู่บนชั้น 78 จากนี้ไปที่นี่จะเป็สถานที่ทำงานและพักผ่อนของคุณ”
เซียวเจิ้งพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“เพื่อนร่วมงานมีความกระตือรือร้น สภาพแวดล้อมก็ยอดเยี่ยม ถือว่าเป็งานที่ทำให้มีความสุขทั้งกายใจ ผมเชื่อว่าผมจะสามารถทำงานด้วยความตั้งใจ และเป็เรี่ยวแรงที่จะช่วยเหลือซินอ้าวได้”
“งั้นก็ไปรายงานตัวเถอะครับ ผมบอกแผนกรักษาความปลอดภัยเอาไว้แล้ว พวกเขากำลังรอคุณอยู่”
ทนายเติ้งหันหลังเดินจากไป ทั้ง ๆ ที่ยังอยู่ห่างจากแผนกรักษาความปลอดภัยเพียง 2 – 3 เมตรเท่านั้น
เมื่อเห็นว่าทนายเติ้งเดินจากไปและดูรีบร้อนอย่างอธิบายไม่ได้แบบนั้น เซียวเจิ้งก็รู้สึกว่าแผนกรักษาความปลอดภัยของกลุ่มบริษัทซินอ้าวนั้นมีความลึกลับ อย่างน้อยมันก็ไม่เหมือนกับแผนกรักษาความปลอดภัยของบริษัททั่วไป
กริ๊ง กริ๊ง~
ในขณะที่เซียวเจิ้งเตรียมตัวก้าวเข้าไปรายงานตัวในแผนกรักษาความปลอดภัย เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด
เซียวเจิ้งผู้เผชิญหน้ากับงานที่มีเกียรติงานแรก รู้สึกประหม่าขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล เขากำลังจะกดตัดสายทิ้ง แต่สายโทรศัพท์กลับเชื่อมต่อเองโดยอัตโนมัติ ทำเอาเซียวเจิ้งโกรธมากจนแทบอยากจะปาโทรศัพท์ทิ้งลงในชักโครก
หลังจากที่ผลักประตูเข้าไปในห้องน้ำสาธารณะ เซียวเจิ้งก็ทิ้งตัวนั่งลงบนชักโครก แล้วอ้าปากด่า
“เ้าสี่ตา นายทำบ้าอะไรกับโทรศัพท์ของฉัน? รีบยกเลิกไปเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นก็อย่าได้คิดที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้!”
“บอส ผมถูกกล่าวหา!”
เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดแบบนั้น สี่ตาก็รีบโต้แย้งเพื่อไขข้อข้องใจ
“พวกพี่ลิงเขายุให้ผมทำแบบนี้ เขาบอกว่ากลัวจะติดต่อบอสไม่ได้”
“บอกให้พวกนั้นมารับสาย”
เซียวเจิ้งจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบอย่างหมดความอดทน สีหน้าท่าทางของเขาเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ราวกับเป็คนละคน
“พี่ พี่ทำอะไรอยู่? ผมคิดถึงพี่จะตายอยู่แล้ว!”
ลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ไปไกล ๆ เลย”
เซียวเจิ้งรู้สึกรังเกียจผู้ที่อยู่ปลายสายนี้มาก
“มีเื่อะไรถึงได้โทรมาหาฉัน?”
“เื่นี้ต้องให้ปืนใหญ่เป็คนอธิบาย!”
หลังจากมีเสียงโวยวายดังขึ้นมาจากปลายสาย น้ำเสียงทุ้มต่ำของชายคนหนึ่งก็พูดขึ้นมาว่า
“บอส ตอนนี้พี่ติน่าบ้าไปแล้ว ตอนมีงานทำก็ไม่เป็อะไรหรอก แต่พอว่างเมื่อไหร่ก็มาหาเื่ระบายความโกรธกับพวกผมแทบทุกวัน อาชารูปงามถูกเธอส่งเข้าโรงพยาบาลไปแล้ว หมอบอกว่าซี่โครงหักสามซี่ อย่างน้อยก็ต้องนอนโรงบาลหนึ่งเดือนเต็ม”
เขาพูดภาษาเยอรมันอย่างคล่องแคล่วเร็วจี๋
ภาษาพูดของเซียวเจิ้งเปลี่ยนไปราวกับสายน้ำ เขาเอ่ยถามด้วยภาษาเยอรมันอย่างคล่องแคล่วว่า
“ถ้าสู้ไม่ได้ ทำไมพวกนายถึงไม่หนีไป?”
ปืนใหญ่ได้ชื่อว่าเป็คนหนังหนา ยากที่จะเอาชนะได้ วีรกรรมอันรุ่งโรจน์และโรคจิตที่สุดของเขาคือการฉีกร่างหมีดำที่หนักถึง 300 ชั่งด้วยมือเปล่า แม้แต่ผู้ชายที่น่ากลัวแบบนี้ก็ยังวิ่งหนีด้วยความขื่นขม ดูเหมือนว่าติน่าจะเืขึ้นหน้าแล้วจริงๆ
“เธอรู้จักรังเก่าของพวกเราดีกว่าใคร ๆ จะให้หนีไปซ่อนตัวที่ไหน?”
เสียงทุ้มต่ำของปืนใหญ่ดังออกมา
“บอส คุณรีบกลับมาปราบพยศพี่ติน่าได้แล้ว ไม่อย่างนั้นเธอได้ฆ่าคนจริง ๆ แน่”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกน่า”
เซียวเจิ้งกล่าวด้วยความปวดหัว
“ถึงเธอจะเป็คนโเี้ แต่เธอก็ยังมีขอบเขต รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสม ฉันจะโทรไปคุยกับเธอเอง”
“ขอบคุณมากครับบอส จริงสิ บอสหางานทำไปถึงไหนแล้ว? ถ้ามันไม่ได้ผลจริงๆ ก็กลับมาเถอะ ด้วยความสามารถของคุณ แม้แต่ตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ คุณก็ยังทำได้ คุณจะข้ามน้ำข้ามทะเลกลับไปยังประเทศจีนเพื่อหางานทำไม?”
“นายรู้จักแต่เื่ไร้สาระหรือไงกัน?”
เซียวเจิ้งขมวดคิ้วมุ่น
“จีนคือรากเหง้าของฉัน ในเมื่อฉันล้างมือ ลาวงการ ฉันก็ต้องกลับบ้านเกิดแน่นอนอยู่แล้ว นอกจากนี้ฉันก็หางานที่มีโอกาสเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ได้แล้วด้วย ฉันเชื่อว่ามันจะสามารถชดเชยความเสียใจทั้งหมดใน่ชีวิต 25 ปีที่ผ่านมาของฉันได้”
“พี่ งานอะไรถึงได้สุดยอดขนาดนั้น!?”
ลิงส่งเสียงกรีดร้องแล้วเอ่ยถามขึ้นมา
“เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย”
เซียวเจิ้งกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ
นี่คืองานอันมีเกียรติงานแรกในชีวิตของเซียวเจิ้ง เมื่อคิดแบบนี้เขาก็รู้สึกภาคภูมิใจกับมันมาก
“หา!?”
ลิงใมากจนเผลอหลุดปากพูดภาษาถิ่นตงเป่ยออกมา
“พี่ พี่ชายที่รักของผม! ที่พี่ดั้นด้นกลับไปยังแผ่นดินเกิดก็เพื่อไปเป็เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเนี่ยนะ? พี่ยังเป็พี่ชายของผมอยู่หรือเปล่าเนี่ย?”
“อาจจะเป็เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้กับประธานาธิบดีของประเทศจีนก็ได้นะ”
ปืนใหญ่กล่าวปลอบใจลิงที่กำลังสิ้นหวัง ในขณะเดียวกันก็ปลอบใจตัวเองไปด้วย
“ผมเข้าใจแล้ว!”
คราวนี้ลิงดีดนิ้ว แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“พี่ พี่เตรียมตัวกลับเข้ามาในวงการแล้วใช่ไหม? ที่พี่ไปเป็เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็เพื่อที่จะตบตาคน และเข้าใกล้คนใหญ่คนโตสินะ? เป็งานที่สุดยอดมาก! นี่แหละพี่ชายของผม!”
“คิดอะไรของนาย?”
เซียวเจิ้งตอบกลับไปเบา ๆ
“ฉันเป็แค่เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยธรรมดา ๆ ในบริษัทแห่งหนึ่ง ไม่มีอะไรซับซ้อนอย่างที่นายคิดเลย”
“ไม่! ผมไม่เชื่อ!”
“ความศรัทธาของฉันหายไปหมดแล้ว!”
“ที่พึ่งทางใจของฉันก็พังทลายลงไปแล้ว!”
เสียงร้องคร่ำครวญดังออกมาจากปลายสาย
“เลิกพูดเื่ไร้สาระได้แล้ว พวกนายทำให้ฉันเสียเวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมง ฉันต้องรีบไปรายงานตัว เอาไว้ค่อยคุยกันใหม่ครั้งหน้า”
ก่อนที่จะวางสาย เซียวเจิ้งได้กล่าวทิ้งท้ายเอาไว้ว่า
“และอย่าลืมปกปิดเื่นี้ให้ดี ถ้าติน่ารู้ตำแหน่งของฉัน ฉันจะตามไปคิดบัญชีกับพวกนายทีละคน”
พูดคุยกันมาจนถึงนาทีสุดท้าย ในคำพูดนี้เต็มไปด้วยจิตสังหารอย่างชัดเจน ทำเอาเหล่าชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่ที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชนหวาดกลัวและรู้สึกเหมือนอยู่ในโรงน้ำแข็ง หนาวสั่นไปทั้งตัว