มังกรพลิกสวรรค์

    ตอนที่ 56 หมาบ้ากู่ฉิน

            ตอนที่ 56 หมาบ้ากู่ฉิน

            

            

            

            

            หลินเฟยเดินขึ้นเวทีไปช้าๆท่ามกลางสายตาของเหล่ารุ่นเยาว์ตระกูลหลินและผู้ฝึกตนเร่ร่อนที่เฝ้ามองมาเป็นความจริงว่าหลังจากผสานรวมโลหิตเทพจากตี้ชิงเทียน

            กลิ่นอายของหลินเฟยที่เคยเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดเผด็จการจากโลหิตของมังกรสวรรค์ ก็ดูจะนุ่มนวลขึ้นมากพร้อมกับกระจายรัศมีของความสูงศักดิ์ของเผ่าเทพออกมาอย่างเลือนลาง

            

            ใบหน้าหล่อเหลาพร้อมกับดวงตาเหยี่ยวสีแดงของหลินเฟยทำให้ผู้ที่มองมาเกิดความรู้สึกลี้ลับอย่างอธิบายไม่ถูกเส้นผมที่เคยเป็นสีแดงหลังจากหลอมรวมโลหิตเทพเข้าไปก็กลายเป็นสีนิลยาวสลวยช่วยขับเน้นผิวพรรณขาวนวลที่เรียบลื่นดั่งเนื้อหยกของเขาให้ดูน่ามองยิ่งขึ้น

            ชุดยาวสีขาวมีลายเส้นตกแต่งเล็กน้อยไม่ได้ดูหรูหราแต่กลับส่งเสริมบุคลิกภาพให้ดูสง่างามราวกับกงจื่อของสำนักใหญ่ บนศีรษะนั้นมีพยัคฆ์น้อยขนสีขาวบริสุทธิ์หมอบเกยอยู่ดูไม่ธรรมดาโดยสิ้นเชิง

            

            ความคิดของฝูงชนทั้งหมดต่างคิดไปในทางเดียวกันไม่มีทางที่บุรุษหนุ่มผู้นี้จะเป็นเพียงผู้ฝึกตนเร่ร่อนที่มาสมัครเข้าตระกูลหลินอย่างแน่นอน

            

            หลินเฟยจ้องไปยังเสาทดสอบเมื่อมองดูดีๆก็จะเห็นตราผนึกมากมายประทับอยู่บนนั้นพวกมันทั้งหมดต่างมีรูปแบบเดียวกันคือเสริมความแข็งแกร่งให้กับวัตถุและเพิ่มน้ำหนักให้มากขึ้น

            

            หากเป็นผู้ฝึกตนที่มีพื้นฐานต่ำกว่าปราณยุทธเงินเป็นธรรมดาที่จะไม่สามารถขยับเขยื้อนเสาต้นนี้ออกไปได้มากนัก และต่อให้อยู่ในระดับขั้นปราณยุทธเงินหากไม่ใช่พลังของระดับช่วงท้ายก็ยากที่จะทำให้เสาต้นนี้ขยับออกไปได้อย่างแท้จริง

            

            หลินเฟยง้างหมัดขวาขึ้นเพียงเล็กน้อยแล้วจึงปล่อยออกไปสัมผัสลงบนเสาอย่างแผ่วเบาและนุ่มนวลใช่แล้วเขาเพียงสัมผัสโดนอย่างแผ่วเบาเพียงเท่านั้นแต่นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับหลินเฟย!

            

            ตูมมมม!

            

            เสาทดสอบขนาดห้าจ้างส่ายไหวไปมาก่อนที่เสียงปริร้าวและรอยแตกเป็นเส้นใยแมงมุมจะกระจายออกไปอย่างรวดเร็วจนครอบคลุมไปทั่วทั้งต้นเสาแตกกระจายออกเป็นเศษชิ้นเล็กชิ้นน้อยนับไม่ถ้วน

            การกระทำง่ายๆของหลินเฟยทำให้ฝูงชนตกอยู่ในความตกตะลึงในทันทีความเงียบกริบบังเกิดไปทั่วบริเวณพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างของเหล่าผู้ชมแม้แต่ผู้อาวุโสฝ่ายคัดเลือกยังต้องอ้าปากค้าง

            

            “เอ่อ สงสัยจะตื่นเต้นไปหน่อย”

            

            หลินเฟยไอแห้งๆออกมาพร้อมกับใบหน้าที่ดูขัดเขินเล็กน้อยเขารู้อยู่แล้วว่าส่วนไหนของต้นเสาที่ตราผนึกบางเบาที่สุดเมื่อต้นเสาสีทองแดงนี้ไม่ได้รับการปกป้องจากตราผนึกมันก็คล้ายกับเสาธรรมดาทั่วไปจะต้านพลังของหลินเฟยได้อย่างไร

            

            หลินเฟยอาจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านตราผนึกหรือค่ายกลแต่ก็ใช้เวลาศึกษาตราผนึกของตี้ชิงเทียนที่ปิดผนึกดวงเนตรดาราสยบฟ้านั้นอยู่นานสองนานจึงไม่แปลกที่ตราผนึกเสริมพลังเล็กๆนี้เขาจะมองเห็นถึงจุดอ่อนได้อย่างง่ายดาย

            ตราผนึกอันกระจ้อยร่อยนี้จะเทียบกับตราผนึกของตี้ชิงเทียนที่สามารถผนึกดวงเนตรดาราสยบฟ้าไว้ถึงหมื่นปีได้อย่างไร?

            

            ผู้อาวุโสที่ได้รับหน้าที่ในการคัดเลือกถึงกับสูดลมหายใจเข้าไปอย่างยากลำบากมันรู้ดีถึงตำแหน่งที่หลินเฟยโจมตีไปเป็นตำแหน่งที่ตราผนึกจะเบาบางที่สุดทำให้สามารถผลักเสาออกไปได้ไกลมากว่าเดิม

            

            การคัดเลือกของตระกูลหลินต้องการผู้ที่มีความสามารถในการมองตราผนึกนี้ให้ออกด้วยตนเองแต่ใครจะคาดคิดว่านอกจากมองออกแล้วหลินเฟยยังถึงขั้นทำลายมันลงไปอย่างง่ายดายลำบากเพียงสะบัดข้อมือเท่านั้น

            

            ตัวของผู้อาวุโสฝ่ายคัดเลือกยังไม่มั่นใจว่ามันจะสามารถทำลายเสาทองแดงนี้ได้หรือไม่ด้วยพลังฝึกตนของมัน หาใช่ที่เสานี้ไร้ตราผนึกแล้วจะกลายเป็นเหมือนไม้ผุพังมันไม่ธรรมดาขนาดนั้นเสาทั้งต้นล้วนทำขึ้นมาจากโลหะที่แข็งแกร่งเป็นอันดับต้นๆของแดนตะวันออกแล้วเหตุใดถึงมีเรื่องน่าตลกเช่นนี้เกิดขึ้น?

            

            ไม่ว่ามองยังไงหลินเฟยก็มีอายุไม่เกินยี่สิบขวบปีเท่านั้นแต่กลิ่นอายและพลังของเขาในตอนนี้ทำให้ผู้อาวุโสผู้นี้ถึงกับเหงื่อตก

            

            “ขออภัยผู้อาวุโส ข้าทำให้ข้าวของเสียหายแล้ว”

            

            หลินเฟยกล่าวขึ้นอย่างสำนึกผิดในใจก็ลอบปลดปลงถึงความเก่งกาจของตัวเองแม้จะยั้งมือไว้แล้วแต่พลังของกายเนื้อของหลินเฟยก็ไม่ใช่สิ่งที่เสาทองแดงต้นนี้จะสามารถทนรับได้อย่างแท้จริง

            

            ผู้อาวุโสวัยกลางคนสูดลมหายใจเข้าลึกดวงตาเปล่งประกายก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง

            

            “ฮ่าๆ สหายนักพรตน้อย นับว่าฝีมือของท่านไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง ไม่ทราบว่านามของท่านคือ”

            

            ในขณะที่หลินเฟยจะกล่าวตอบออกไปนั่นเองผู้ฝึกตนเร่ร่อนที่ผลักเสาออกไปได้ไกลยี่สิบชุ่นก็กระโดดขึ้นไปบนเวทีพร้อมกับใบหน้าที่บิดเบี้ยวเต็มไปด้วยโทสะมันมีนามว่า กู่ฉิน ด้วยรูปร่างที่ใหญ่โตทำให้กระจายเป็นความรู้สึกคุกคามไม่น้อยเมื่อรวมเข้ากับพลังเสียงอันดังของมัน

            

            

             “ขออภัยผู้อาวุโสหลินตง ข้ากู่ฉินขออภัยที่เสียมารยาทแต่ข้ารับไม่ได้กับพฤติกรรมฉ้อโกงไร้ยางอายของคนผู้นี้!”

            

            กู่ฉินกล่าวออกมาอย่างเดือดดาลหลังจากที่มันได้รับความช่วยเหลือจากหลินกวงเย่ว์เมื่อหนึ่งปีก่อนทำให้มันเคารพเลื่อมใสต่อผู้นำตระกูลหลินอย่างลึกล้ำ มันรับไม่ได้จริงๆที่จะมีใครมาฉ้อโกงบนแท่นเวทีทดสอบความสามารถของตระกูลหลิน

            

            ตัวมันเองยังได้ฝึกฝนตัวเองอย่างหนักเพื่อที่จะสามารถเข้าร่วมกับตระกูลหลินได้อย่างภาคภูมิมันเชื่อมั่นว่าด้วยพื้นฐานฝึกตนขั้นปราณยุทธเงินช่วงต้นด้วยวัยเพียงยี่สิบปีนี้แม้จะไม่สามารถเทียบได้กับเหล่าผู้ถูกเลือกจากฟ้าดินแต่ก็สามารถมีหน้ามีตาได้ไม่น้อย

            

            และหากไม่เป็นเพราะการฉ้อโกงของบุรุษแปลกหน้าผู้นี้ตัวมันก็จะได้รับความสำคัญสูงสุดที่สามารถผลักเสาทองแดงออกไปได้ไกลถึงยี่สิบชุ่น!

            

            มันไม่เข้าใจว่าบุรุษผู้นั้นใช่เล่ห์กลอันใดแต่จากที่มันมักจะแวะมาชมการทดสอบอยู่บ่อยๆทั้งยังพึ่งผ่านการทดสอบมาด้วยตนเอง ทำให้รู้ว่าเสาทดสอบทองแดงมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมากไม่มีทางที่เพียงต่อยออกไปง่ายๆเช่นนั้นจะทำให้มันแหลกสลายลงได้

            

            แม้มันจะไม่สามารถมองเห็นถึงพลังฝึกตนของบุรุษผู้นั้นได้แต่มันก็มั่นใจว่าไม่มีทางที่ผู้ฝึกตนระดับขั้นกำเนิดปราณแท้ขึ้นไปจะสนใจมาเป็นผู้ติดตามของตระกูลหลิน ถึงแม้ว่าตระกูลหลินกำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงหนึ่งปีกว่าๆที่ผ่านมาก็ตาม

            

            “เจ้าคนหลอกลวง! เลิกเสแสร้งแล้วยอมรับมาโดยดีว่าเจ้าใช้เล่ห์กลอันใด!”

            

            กู่ฉินตวาดออกมาพร้อมกับปลดปล่อยพลังจากพื้นฐานฝึกตนขั้นปราณยุทธเงินออกไปกลายเป็นแรงกดดันที่กดทับไปยังหลินเฟยดั่งพายุที่โหมกระหน่ำ เมื่อเห็นว่าหลินเฟยยังคงมีท่าทีไม่แยแสเพียงขมวดคิ้วขึ้นเสมองไปทางอื่นก็ดูเหมือนจะทำให้มันมีโทสะเพิ่มขึ้นอีก

            

            “ก็ดี! ในเมื่อเจ้าไม่ยอมรับ หากมีฝีมือก็จงแสดงออกมา ข้ากู่ฉิน! ขอท้าประลองกับเจ้า!”

            

            กู่ฉินแยกเขี้ยวยิงฟันเมื่อเห็นท่าทางของหลินเฟยมันดัดนิ้วมือจนเกิดเสียงดังไปทั่วพร้อมกับกระชากเสื้อจนขาดกระจุยเผยให้เห็นมัดกล้ามใหญ่โตที่แวววาวคล้ายกับทาน้ำมันเคลือบไว้เปล่งประกายวิบวับ

            

            “เหวออ! เจ้าหมาบ้ากู่ฉินจะลงมือแล้ว” ผู้ฝึกตนที่ยืนอยู่แถวหน้าเส้นผมพัดกระพรือพยามถอยออกไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว ไม่นานฝูงชนก็แตกฮือถอยห่างออกมาอีกช่วงใหญ่

            

            หลินตงยังคงนั่งอยู่บนแท่นสำหรับผู้คัดเลือกด้านข้างเวทีด้วยท่าทีสงบนิ่งแต่ดวงตาสาดประกายขึ้นมันเองก็ไม่มั่นใจว่าหลินเฟยใช้ความสามารถของตัวเองหรือไม่ในการทำลายเสาทดสอบทองแดงไป

            

            ตัวมันเองรู้ดียิ่งกว่าเหล่าผู้ฝึกตนเร่ร่อนและบรรดากลุ่มคนรุ่นเยาว์ตระกูลหลินมากนักถึงความแข็งแรงของตัวต้นเสา หากหลินเฟยสามารถทำลายต้นเสาได้ง่ายๆกู่ฉินที่เพียงผลักเสาออกไปได้เพียงยี่สิบชุ่นจะนับเป็นตัวอะไรได้?

            

            หลินเฟยเหล่มองไปบนฟ้าขมวดคิ้วขึ้นนี่เป็นครั้งที่สองที่มีคนกล่าวคำว่าเล่ห์กลกับเขายิ่งคนที่สองนี้คล้ายกับพวกไม่เต็มเต็ง เอ่ยปากก็ขู่คำรามอย่างกับหมาบ้าแล้วยังฉีกเสื้อตัวเองทิ้งไปซะอย่างนั้น? ทำให้ตอนนี้หลินเฟยเริ่มรู้สึกหงุดหงิดอารมณ์เสียขึ้นมาบ้างแล้ว

            

            เขาขึ้นมาทดสอบบนเวทีนี้ก็เพื่อความสนุกเล็กๆน้อยๆเท่านั้นเมื่อเขาประกาศนามออกไปทุกคนก็ต้องเข้าใจและคิดว่าสมควรแล้วที่นายน้อยตระกูลหลินจะแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้

            

            แต่นี่อะไรคนกำลังจะได้รับความชื่นชมเพียงพูดขัดยังไม่ว่ายังมากล่าวหาว่าเขาใช้เล่ห์กลพร้อมกับทำตัวเหมือนรู้ดีอยู่แล้วว่าตัวข้าฉ้อโกง ไอ้ท่าทางเหมือนตัวประกอบอดทนในการละเล่นหุ่นเงานั่นคืออะไร?[1]

            

            การที่มองจุดอ่อนของตราผนึกได้นั้นเรียกว่าฉ้อโกงหรือ? สมองเจ้าคงมีแต่มัดกล้ามแล้วจริงๆ! หลินเฟยได้แต่ปลดปลงอยู่ในใจ

            

            “รับมือ!”

            

            กู่ฉินก้าวเข้าหาหลินเฟยด้วยความดุดันสายฟ้ามากมายล้อมวนไปทั่วร่างส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะปร๊ะออกมาดังสนั่นเพียงชั่วลมหายใจก็ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของหลินเฟยพร้อมกับฟาดฝ่ามือเข้าใส่อย่างรุนแรง!

            

            หลินเฟยถอนหายใจออกมาท่าเท้าเงามายาถูกร่ายใช้กลายเป็นเพียงภาพติดตาอ้อมไปด้านหลังของกู่ฉินในทันที กู่ฉินที่ฟาดใส่เพียงภาพติดตาเบิกตากว้างด้วยสัญชาติญาณมันรีบสะบัดท่อนแขนอันใหญ่โตไปด้านหลังพร้อมกับสายฟ้าสีน้ำเงินที่ก่อตัวจนคล้ายกับแส้สายฟ้าฟาดหวดไปในทันที!

            

            ตูม!

            

            เสียงระเบิดดังกึกก้องพร้อมกับพื้นของเวทีที่แตกลงไปกู่ฉินสะบัดมือไล่กลุ่มควันพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยหากคาดเดาไม่ผิดหลินเฟยคงต้องนอนหมดสภาพอยู่ภายในรอยแตกนั้น

            

            “มองไปทางไหน”

            

            เสียงเยียบเย็นดังขึ้นด้านหลังของกู่ฉินทำให้ขนคอของมันลุกตั้งชี้ชั้นรีบหันหลังกลับไปอย่างรวดเร็วหลินเฟยที่กำลังยืนอยู่ด้วยสายตาเรียบเฉยทำให้จิตใจของมันเต้นรัว

            ก่อนที่มันจะได้มีปฏิกิริยาอันใดหลินเฟยก็ง้างหมัดขวาขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับต่อยออกไปอย่างแผ่วเบาและนุ่มนวล ดั่งที่เคยต่อยออกไปในการทดสอบกับเสาทดสอบทองแดง

            .

            .

            .

            [1] - การละเล่นหุ่นเงา ศิลปินพื้นบ้านจัดเชิดหุ่นที่อยู่เบื้องหลังฉากเล่าเรื่องราว ในช่วงราชวงศ์ชิงศิลปะการละเล่นหุ่นเงา ได้รับความนิยมสูงสุดและมีจัดขึ้นทั่วไปเป็นประจำทุกโอกาส

            

            ใครว่างช่วยรีวิว เขียนบทวิจงวิจารณ์หน่อยนะคับ ตั้งแต่กลับมาตั้งแต่ตอนที่ 32 – 56 ยังไม่มีใครเขียนให้เลยสนุกไม่สนุกไม่รู้แต่ถ้าไม่สนุกช่วยขยายความนิดนะครับผมจะได้นำมาปรับปรุง

            ยังไงทุกคนที่ตามอ่านถึงตอนนี้สำหรับผมก็คือพี่น้องที่ชอบในสิ่งเดียวกัน หากอยากให้น้องปรับปรุงตรงไหนก็บอกครับ ♥

    คล้ายกับเรื่องมังกรพลิกสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.63M 2739
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 3422
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810