เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์

    ตอนที่ 96 เทพีอาร์เทมิส

    แม่ของซินเอ๋อ เดินหกขานำหน้าทุกคนเข้าไป พอไปถึงด้านในสุดมีพื้นที่คล้ายกับ

    แท่นมีร่างโครงกระดูกแมงมุม ที่อยู่มานานหลายพันปี น่าแปลกที่ยังอยู่ในสภาพดี

    ไม่ผุพังไป เทียนเดินดูรอบๆ โดยใช้เนตรสวรรด์ดูรายละเอียดว่าทำไมคำสาป

    ยังถูกส่งมาที่ลูกหลานได้อย่างไร เทียนเห็นสัญลักษณ์แปลกอยู่ที่กลางหน้าผากของกระดูกอารัคเน ที่คล้ายกับธนู  เทียนใช้เนตรสวรรค์กำจัดมันออกไป ในทันที

    และแล้ว ร่างของแม่กับพี่ๆ ของซินเอ๋อ ก็กลายเป็นมนุษย์ได้อีกครั้ง โดยไม่ต้องรอแสงอาฑิตย์ขึ้นอีกต่อไป

    “ แม่ แม่กลับมาเป็นมนุษย์ได้แล้ว ไม่ต้องรอกลางวันแล้ว” ซินเอ๋อเข้าไปกอดแม่ด้วยความดีใจ พี่ๆ ทั้งสอง เทียนเดินออกมาพร้อมกับฮัวโต๋ออกมานั่งมองมนุษย์แมงมุม ที่กลับกลายเป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์แล้ว

    “ อาจารย์เหลืออีกสองดวงแล้ว ที่นี่มีค่ายกลดวงจันทร์หรือเปล่าขอรับ”

    “ มีแต่ข้ากำลังรออะไรบางอย่าง กำลังมีคนกำลังมาอีกหลายคน พวกมันคงเป็นพวกสำนักธรรมะ รอให้จบกับพวกมันก่อน ข้าค่อยจัดการกับค่ายกลทีหลัง”

    เทียนสัมผัสได้ว่ามียอดยุทธ์ระดับเซียนมาสองคน กับจักรพรรดิ์ระดับสูงอีก 10 กำลังเคลื่อนไหวมาที่หุบเขาแมงมุมอย่างรวดเร็ว  

    “ เจ้าบอกทุกคนหลบเข้าไปในถ้ำ ข้าจะวางค่ายกลป้องกันเอาไว้ อย่าออกมา”

    เทียนสร้างค่ายกล 5ธาตุเอาไว้ เพื่อป้องกันอันตรายจากคนกลุ่มนี้ แล้วก็ออกไปลานกลางหุบเขา มีคนมายืนหน้าเทียนสองคน ที่อยู่ในขั้นเซียน กับอีก 10 คนอยู่ในจักรพรรดิยุทธ์ระดับสูง

    “ เจ้าเป็นใครทำไมถึงสังหารคนของฝ่ายธรรมะมากมายขนาดนี้”  เสียงชายชราแต่งชุดนักพรตถือแส้ขนม้าเอ่ยออกมา

    “ พวกมันคือสัตว์ร้ายในคราบมนุษย์ สมควรตายแล้ว” เทียนเอ่ยแบบนิ่มๆ ไม่ได้เกรงกลัวคนที่มาใหม่แม้แต่น้อย

    “ หลวงจีนหวายคง ถือศีลมาตั้งแต่กำเนิดจะไปเป็นสัตว์ร้ายในคราบมนุษย์ได้อย่างไรกัน”  หลวงจีนที่มาด้วยบรรลุระดับเซียน เอ่ยท้วงออกมา

    “ หลวงจีนผู้นั้นศึกษาธรรมะ จนมารร้ายเข้าแทรก ร่วมกันเข่นฆ่าเด็กน้อยผู้บริสุทธิ์ข้าในฐานะตัวแทนสวรรค์ปัดเป่ายุคเข็ญให้ชาวบ้าน สังหารพวกมันไม่ให้สร้างบาปอีกต่อไปแล้ว”  เทียนเอ่ยเหมือนเป็นเรื่องปกติ

    “ พวกมารยังไงก็คือพวกมาร พูดกับมันทำไม ฆ่าพวกมันให้หมดเลยเถอะ”  ชายอีกคนเป็นจักรพรรดิยุทธ์ระดับสูงออกมาพูดเป็นที่สาม

    “ เฮ้อ ตัวเองถูกมารร้ายปีศาจจากนรกโลกันต์เข้าครอบงำทั้งหมด ยังมีหน้ามากล่าวหาคนอื่นอีก สมควรตาย” เทียนยื่นมือต่อยหมัดดาวนพเก้าเข้าใส่ คนที่พูดคนที่สาม ใช้มือป้องเอาไว้ แต่ไม่สามารถทนพลังที่กล้าแข็งได้ ร่างกายระเบิดออกไป จนกลายเป็นเศษเนื้อ ทุกคนมองเห็นแล้วตกใจยิ่งนัก ถอยหลังกลับไปหลายก้าว

    “ ประสกไอมารเข้าครอบงำ อาตมาในฐานะตัวแทนของพระพุทธองค์จะต้องปราบมารตนนี้เอง”  หลวงจีนก็ใช้ลูกประคำลอยเข้ามาใส่หัวเทียน ลูกประคำกลายเป็น

    เชือกเพลิงเส้นใหญ่เข้ารัดเทียน แต่แค่เข้าใกล้เทียนก็ถูกพลังปีกฟีนิกซ์ฟาดออกไปจนไหม้เกรียม  อีกเก้าคนบุกไปทางถ้ำหวังจะสังหารคนที่เหลือ แต่พอเข้าไปหน้าถ้ำก็ตกอยู่ในค่ายกล ถูกฟ้าผ่า ล้มกลิ้งไปกับพื้นอย่างทรมาน

    นักพรตขั้นเซียน ใช้แส้ฟาดเข้าใส่เทียน กลายเป็นเส้นสายใยที่แหลมคม พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เทียนปล่อยฝ่ามือเพลิงอัคคีสุริยันเผาผลาญ แส้ที่ฟาดเข้ามาถูกทำลายทันที  หลวงจีนปล่อยคทาเก้าห่วงพุ่งเข้าใส่เทียนต่อเลย เทียนต้องหลบฉากออกไป แต่ห่วงในคท่า กลับพุ่งเข้าใส่เทียนทั้งเก้าห่วง เทียนหลบได้หมด

    แต่นักพรตปล่อยยันต์ออกมากักขังเทียนเกือบร้อยใบ  เทียนต้องระเบิดพลังฝ่ามือพระยูไลเข้าต้านพลังทั้งสอง ทำให้คทาเก้าห่วง กระเด็นกลับไปที่หลวงจีน ส่วนยันต์นักพรตก็ถูกทำลายระเบิดออกไป

    “ ฝ่ามือพระยูไล  นี่เจ้าเป็นวิชานี้ได้อย่างไร”

    “ ข้าคือศิษย์พระยูไล ถูกส่งมาเพื่อปราบมารร้ายอย่างพวกเจ้ายังไงเล่า”

    เทียนเอ่ยจบก็ใช้ฝ่ามือยูไลท่าที่ 8 ออกมา มีร่างพระยูไล นั่งขัดสมาธิร่างใหญ่โตเป็นแบ็คกราวด์ด้านหลังให้ แล้วฟาดใส่คนทั้งสองพร้อมกัน ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ฝ่ามือที่ปล่อยออกไปไม่ยั้ง ทังสองคน กระเด็นออกไปไกลลิบ ร่างเซียนสลายกลายเป็นฝุ่นไปทั้งสองคน  เทียนไม่สนใจอะไรอีก คิดว่าทั้งสองคนคงไม่รอดแล้ว

    จึงหันมาหาอีกเก้าคนที่คิดจะสังหารคนในถ้ำ จึงใช้ฝ่ามือยูไลปล่อยลงมากระแทกเข้าใส่คนทั้งเก้า จนแบนดิน ตายคาที่ หมดเวรหมดกรรมในชาตินี้ต่อไป

    “ พี่เทียน”

    “ อาจารย์”

    “ ข้าไม่เป็นอะไร ต่อไปข้าจะทิ้งค่ายกลนี้เอาไว้ หากมีใครมารังแก พวกเจ้าก็เปิดใช้ค่ายกล5ธาตุจัดการกับพวกมัน”  เทียนเอ่ยกับซินเอ๋อ

    “ ข้าพบค่ายกลดวงจันทร์แล้ว ข้าจะทำลายมันเดี๋ยวนี้”  เทียนเอ่ยจบก็ลอยตัวขึ้นไปบนยอดเขาที่สูงที่สุดทันที  เทียนใช้มือพัดต้นไม้ที่คอยปกคลุมเอาไว้ จนโล่งไปหมด พอเทียนจะเปิดกลไก ก็มีธนูพุ่งมาอย่างรวดเร็วเทียนแค่หลบก็พ้นแล้ว

    แต่ภาพที่ปรากฏข้างหน้า เป็นเทพธิดาแสนสวยใส่กระโปรงสั้นถือธนูสวมใส่ชุดสีขาว หน้าตาสวยงามปานเทธิดา แต่ลงมือช่างดุดันเสียเหลือเกิน นางยังยิงธนูเข้าใส่เทียนอย่างไม่หยุด เทียนไม่หลบแค่สร้างม่านป้องกัน ลูกธนูก็ไม่สามารถเข้ามาสัมผัสร่างของเทียนได้  เทียนหายวับตัวเข้าไปใกล้ เห็นเธอคว้าขวดน้ำที่คล้ายกับ น้ำยาคำสาป ที่โพไซดอนเคยบอกไว้ จะนำมากินแล้วสามารถสาปใครก็ได้  

    เทียนก็ใช้วิธีเคลื่อนไหว ข้ามมิติเข้าไปจัดการดึงขวดน้ำออกจากมือของเธอออกมาทันที

    “ นี่เจ้า”

    “ เจ้าคงจะเป็นเทพีอาร์เทมิสซินะ”  เทียนลองเดาดู

    “ เจ้ารู้จักชื่อข้าด้วยหรือนี่”

    “ ข้าอยากรู้ ทำไมเจ้าถึงสาปคนรับใช้ของเจ้าเหล่านี้มาเป็นดวงจันทร์ที่นี่”

    “ ข้าแค่อยากสร้างดินแดนแห่งนี้ให้เป็นที่คุมขัง คนรับใช้ของข้าเท่านั้น

    ไม่มีอะไรมาก แต่เจ้ากลับมาปลดปล่อยพวกนางเสียนี่อย่าคิดนะว่ามีฝีมือแค่นี้ จะหยุดข้าได้” เทพีอาร์เทมมิส ชี้นิ้วไปที่ดวงจันทร์ที่เหลืออยู่ทั้งสามดวงกลายเป็นลำแสงส่องเข้าใส่เทียน สามสาย เทียนหลบทันที พอหลับไปแสงทั้งจันทรายังไม่หยุด เทียนส่งหมัดดาวนพเก้าต่อยใส่เข้าไป แสงที่ส่องมาถูกทำลายไปในทันที

    เทียนใช้ฝ่ามือยูไลยักษ์จับร่างน้อยๆ ของเทพีอาร์เทมิสมาไว้ในมือ

    “ ปล่อยข้านะ”

    “ ยังจะกล้าปากดีกับข้าอีกไหม” เทียนถามเสียงเย็น แต่อาร์ทีมิสพยายามดิ้นสุดแรงก็ไม่อาจดิ้นหลุดจากมือยักษ์ของเทียนได้  

    เทียนใช้เท้ากระทืบไปที่พื้น มีโลงศพขึ้นมาสองใบ เทียนช่วยพวกนางออกมาเหมือนทุกคน  พอพวกนางเห็นเทพีอาร์เทมีส ก็เกิดกลัว เทียนจึงฉีกมิติแล้วส่งร่างของทั้งสองไปอยู่กับเพื่อนที่ อาศัยในป่าหมอกพิษทันที  

    “ ข้าจะกักขังเจ้าไว้ใน โลงศพแห่งนี้ กลายเป็นดวงจันทร์ชัวฟ้าดินสลายไปเลยดีไหม”  เทียนหยิบเข็มยาว ที่ดึงจากหัวนางรับใช้พวกนั้นออกมา แล้วเดินเข้ามาใกล้

    ทำท่าเหมือนจะแทงใส่ศรีษะของนาง

    “ อย่านะ อย่าทำบ้าๆ นะ ข้าเป็นลูกท่านซีอุส เทพสายฟ้านะ”

    “ ต่อให้เจ้าเป็นซีอุสข้าก็ไม่กลัว” เทียนเดินเข้าหาอย่างช้าๆ

    “ อย่านะ…  ข้า..มีของแลกเปลี่ยน”  อาร์เทมิสรีบเอ่ยต่อรองทันที

    “ อะไร”

    “ ไข่มุกจันทรา”

    “ ใช้ทำอะไรได้”

    “ ข้ารู้ว่าเจ้ากลัวคำสาป แต่ว่าเมื่อเจ้ามีไข่มุกจันทราไว้กับตัว คำสาปเทพใดใดก็ไม่สามารถสาปเจ้าได้อีกต่อไป”

    “ เฮอะ ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่า เจ้าพูดเรื่องจริง”

    “ ข้าคือเทพีแห่งพรหมจรรย์ เอ่ยสาบานต่อแม่น้ำสติกซ์ สิ่งที่พูดคือความจริงทุกประการ  เจ้าพอใจหรือไม่”  เทียนรู้ว่าถ้าเอ่ยคำสาบานต่อแม่น้ำสติกซ์แล้ว นั่นคือเรื่องจริงอย่างแน่นอน จึงปล่อยตัวนางออกมา  เทพีอาร์เทมีส จึงให้ไข่่มุกจันทรากับเทียน  เทียนหยิบมาดูก็รู้สึกได้ถึงพลังเทพในไข่มุกจันทราใบนี้ ถ้าจะของดีจริงๆ

    “ เจ้าชื่ออะไร”

    “ รู้ไปทำไม”  เทียนไม่อยากบอก

    “ ฮึ่ม สักวันหนึ่งเจ้ากับข้าคงได้เจอกันอีกครั้งแน่”  อาร์เทมิสเอ่ยจบ ร่างก็พุ่งกลายเป็นแสงขึ้นสู่ฟากฟ้าทันที

             เทียนกลับมาที่หุบเขาพบกับฮัวโต๋ แล้วก็ครอบครัวของซินเอ๋อที่เวลานี้ทุกคนเป็นมนุษย์ไปหมดแล้ว ท้องฟ้าที่เคยมืดมิด ก็กลายเป็นมีแสงสว่างเหมือนโลกปกติ

    “ อาจารย์ดวงจันทร์หายไปหมดแล้วหรือ”

    “ ไม่หรอก กลางคืนยังคงมีดวงจันทร์เหลืออยู่อีกดวงหนึ่ง”  เทียนเอ่ยกลับฮัวโต๋

    “ พี่เทียน ข้ากับครอบครัวขอบคุณท่านมาก”  ซินเอ๋อเอ่ยขอบคุณเป็นทางการทำให้เทียนไม่ค่อยชินเท่าไร

    “ เจ้ามีความสุขก็ดีแล้ว ข้ากับฮัวโต๋ต้องไปแล้ว”

    “ ข้าอยากไปกับท่านอีกนะ แต่ว่า ท่านแม่เพิ่งสูญเสียท่านพ่อ ข้าอยากอยู่เป็นเพื่อนท่าน”  

    “ ดีแล้ว เจ้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ”  เทียนกล่าวลาทุกๆ คน จากนั้นเทียนกับฮัวโต๋ก็นั่งเรือเหาะออกไปจากที่นี่ทันที  ซินเอ๋อได้แต่มองเทียนจากไปด้วยความอาลัย

    “ อาจารย์พวกเราไปไหนต่อดีขอรับ”

    “ ไป ช่วยจักรพรรดิโจ จากศึกผาแดง”

    “ ฮ้า ท่านจักรพรรดิโจนำกำลังไป แปดแสน ทั้งกองทัพจักรวรรดิเล่ามีแค่หนึ่งหมื่นส่วนจักรวรรดิซุนมีแค่ 4 หมื่น รวมกันก็แค่ 5 หมื่น หลับตาสู้ยังไงก็ชนะ อาจารย์ไม่ต้องไปช่วยพวกเขาหรอก”  ฮัวโต๋อยู่ไกลขนาดนี้ยังรู้เรื่องการทหารอีก

    “ ข้าไม่ได้ไปช่วยเขาสู้ศึก ข้าจะไปช่วยชีวิต จักรพรรดิโจ หากเขาตายไปในตอนนี้

    แผ่นดินจะลุกเป็นไฟ บ้านเมืองจะเกิดการจลาจลครั้งใหญ่” เทียนอธิบาย แต่ฮัวโต๋ได้แต่เกาหัวไม่เข้าใจ  

    “ แล้วทำไมอาจารย์มั่นใจว่าจักรพรรดิโจจะพ่ายแพ้ในศึกครั้งนี้”

    “ ข้อแรกทหารที่นำไปครั้งนี้ไม่ชำนาญยุทธนาวี ถึงแม้จะหาคนพื้นเมืองมาช่วยก็เป็นแค่กลอุบาย ไม่มีใครยอมให้ชาวเผ่าเหนือ มาตีเมืองตนเองอยู่แล้ว

    ข้อสอง พวกเขาไม่ชินกับอากาศแดนใต้ ต้องมีคนเจ็บไข้ได้ป่วยเกิดขึ้นอย่างแน่นอน โดยมีโรคที่ติดเชื้อทางลมหายใจอยู่หลายชนิดเช่น โรคไข้หวัดใหญ่หรือโรคที่เกิดจากสัตว์ต่างๆ ที่นำไปกินเป็นอาหาร คนที่เป็นโรคนี้จะมีอาการไอจาม ปวดกล้ามเนื้อ หมดแรง และที่สำคัญมันติดกันได้โดยทางลมหายใจ ถ้าเข้าปอดและติดเชื้อ อาจทำให้ตายได้ทันที 

    พวกทหารพวกนี้อยู่รวมกันอย่างแออัด นอนก็ไม่มีลมระบาย พวกเขามีอาการไข้สักห้าคนสิบคน ไม่กี่วันก็จะกลายเป็นโรคระบาด ตายก่อนที่จะได้ออกรบเสียอีก ยิ่งพวกเขาเดินทางไกลจากแดนเหนือมา ร่างกายย่อมอ่อนเพลียเป็นธรรมดา ทำให้โอกาสติดโรคแล้วระบาดมีสูงมาก และแดนใต้ยังมีโรคพยาธิในเลือดที่มักเกิดกับคนต่างถิ่น หากดื่มน้ำในแหล่งที่มีพยาธิเข้าไปจะเกิดอาการท้องเสียอย่างแรง ฉีอและอุจาระออกมาเป็นเลือด แต่คนแดนใต้มีภูมิคุ้มกัน ถึงกินน้ำจากแหล่งเดียวกันก็ไม่เป็นอันตราย   

    ปัจจัยเหล่านี้  พวกเขาก็สู้ไม่ได้แล้ว ยิ่งข้าดูดวงดาวส่วนตัวของจักรพรรดิโจวแล้วกำลงหม่นหมอง  โดยเฉพาะดาวบริวารนับแสนนับล้าน กลับดับแสงไปเกือบหมดเหลือแค่ไม่กี่ดวงเท่านั้น ข้ามั่นใจว่า จักรพรรดิโจนำทัพมาตีแดนใต้ครั้งนี้ เหลือชีวิตทหารกลับไปไม่ถึง 300 คนแน่”

    “ อาจารย์ พวกเขาก็มีคนเก่งๆ มากมาย ไม่มีใครรู้เรื่องแบบนี้เลยหรือ?” ฮัวโต๋สงสัย

    “ คนคำนวนหรือจะสู้ฟ้าลิขิต ต่อให้พวกเขารู้ แล้วจะทำเช่นไรได้...”