แม่ของซินเอ๋อ เดินหกขานำหน้าทุกคนเข้าไป พอไปถึงด้านในสุดมีพื้นที่คล้ายกับ
แท่นมีร่างโครงกระดูกแมงมุม ที่อยู่มานานหลายพันปี น่าแปลกที่ยังอยู่ในสภาพดี
ไม่ผุพังไป เทียนเดินดูรอบๆ โดยใช้เนตรสวรรด์ดูรายละเอียดว่าทำไมคำสาป
ยังถูกส่งมาที่ลูกหลานได้อย่างไร เทียนเห็นสัญลักษณ์แปลกอยู่ที่กลางหน้าผากของกระดูกอารัคเน ที่คล้ายกับธนู เทียนใช้เนตรสวรรค์กำจัดมันออกไป ในทันที
และแล้ว ร่างของแม่กับพี่ๆ ของซินเอ๋อ ก็กลายเป็นมนุษย์ได้อีกครั้ง โดยไม่ต้องรอแสงอาฑิตย์ขึ้นอีกต่อไป
“ แม่ แม่กลับมาเป็นมนุษย์ได้แล้ว ไม่ต้องรอกลางวันแล้ว” ซินเอ๋อเข้าไปกอดแม่ด้วยความดีใจ พี่ๆ ทั้งสอง เทียนเดินออกมาพร้อมกับฮัวโต๋ออกมานั่งมองมนุษย์แมงมุม ที่กลับกลายเป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์แล้ว
“ อาจารย์เหลืออีกสองดวงแล้ว ที่นี่มีค่ายกลดวงจันทร์หรือเปล่าขอรับ”
“ มีแต่ข้ากำลังรออะไรบางอย่าง กำลังมีคนกำลังมาอีกหลายคน พวกมันคงเป็นพวกสำนักธรรมะ รอให้จบกับพวกมันก่อน ข้าค่อยจัดการกับค่ายกลทีหลัง”
เทียนสัมผัสได้ว่ามียอดยุทธ์ระดับเซียนมาสองคน กับจักรพรรดิ์ระดับสูงอีก 10 กำลังเคลื่อนไหวมาที่หุบเขาแมงมุมอย่างรวดเร็ว
“ เจ้าบอกทุกคนหลบเข้าไปในถ้ำ ข้าจะวางค่ายกลป้องกันเอาไว้ อย่าออกมา”
เทียนสร้างค่ายกล 5ธาตุเอาไว้ เพื่อป้องกันอันตรายจากคนกลุ่มนี้ แล้วก็ออกไปลานกลางหุบเขา มีคนมายืนหน้าเทียนสองคน ที่อยู่ในขั้นเซียน กับอีก 10 คนอยู่ในจักรพรรดิยุทธ์ระดับสูง
“ เจ้าเป็นใครทำไมถึงสังหารคนของฝ่ายธรรมะมากมายขนาดนี้” เสียงชายชราแต่งชุดนักพรตถือแส้ขนม้าเอ่ยออกมา
“ พวกมันคือสัตว์ร้ายในคราบมนุษย์ สมควรตายแล้ว” เทียนเอ่ยแบบนิ่มๆ ไม่ได้เกรงกลัวคนที่มาใหม่แม้แต่น้อย
“ หลวงจีนหวายคง ถือศีลมาตั้งแต่กำเนิดจะไปเป็นสัตว์ร้ายในคราบมนุษย์ได้อย่างไรกัน” หลวงจีนที่มาด้วยบรรลุระดับเซียน เอ่ยท้วงออกมา
“ หลวงจีนผู้นั้นศึกษาธรรมะ จนมารร้ายเข้าแทรก ร่วมกันเข่นฆ่าเด็กน้อยผู้บริสุทธิ์ข้าในฐานะตัวแทนสวรรค์ปัดเป่ายุคเข็ญให้ชาวบ้าน สังหารพวกมันไม่ให้สร้างบาปอีกต่อไปแล้ว” เทียนเอ่ยเหมือนเป็นเรื่องปกติ
“ พวกมารยังไงก็คือพวกมาร พูดกับมันทำไม ฆ่าพวกมันให้หมดเลยเถอะ” ชายอีกคนเป็นจักรพรรดิยุทธ์ระดับสูงออกมาพูดเป็นที่สาม
“ เฮ้อ ตัวเองถูกมารร้ายปีศาจจากนรกโลกันต์เข้าครอบงำทั้งหมด ยังมีหน้ามากล่าวหาคนอื่นอีก สมควรตาย” เทียนยื่นมือต่อยหมัดดาวนพเก้าเข้าใส่ คนที่พูดคนที่สาม ใช้มือป้องเอาไว้ แต่ไม่สามารถทนพลังที่กล้าแข็งได้ ร่างกายระเบิดออกไป จนกลายเป็นเศษเนื้อ ทุกคนมองเห็นแล้วตกใจยิ่งนัก ถอยหลังกลับไปหลายก้าว
“ ประสกไอมารเข้าครอบงำ อาตมาในฐานะตัวแทนของพระพุทธองค์จะต้องปราบมารตนนี้เอง” หลวงจีนก็ใช้ลูกประคำลอยเข้ามาใส่หัวเทียน ลูกประคำกลายเป็น
เชือกเพลิงเส้นใหญ่เข้ารัดเทียน แต่แค่เข้าใกล้เทียนก็ถูกพลังปีกฟีนิกซ์ฟาดออกไปจนไหม้เกรียม อีกเก้าคนบุกไปทางถ้ำหวังจะสังหารคนที่เหลือ แต่พอเข้าไปหน้าถ้ำก็ตกอยู่ในค่ายกล ถูกฟ้าผ่า ล้มกลิ้งไปกับพื้นอย่างทรมาน
นักพรตขั้นเซียน ใช้แส้ฟาดเข้าใส่เทียน กลายเป็นเส้นสายใยที่แหลมคม พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เทียนปล่อยฝ่ามือเพลิงอัคคีสุริยันเผาผลาญ แส้ที่ฟาดเข้ามาถูกทำลายทันที หลวงจีนปล่อยคทาเก้าห่วงพุ่งเข้าใส่เทียนต่อเลย เทียนต้องหลบฉากออกไป แต่ห่วงในคท่า กลับพุ่งเข้าใส่เทียนทั้งเก้าห่วง เทียนหลบได้หมด
แต่นักพรตปล่อยยันต์ออกมากักขังเทียนเกือบร้อยใบ เทียนต้องระเบิดพลังฝ่ามือพระยูไลเข้าต้านพลังทั้งสอง ทำให้คทาเก้าห่วง กระเด็นกลับไปที่หลวงจีน ส่วนยันต์นักพรตก็ถูกทำลายระเบิดออกไป
“ ฝ่ามือพระยูไล นี่เจ้าเป็นวิชานี้ได้อย่างไร”
“ ข้าคือศิษย์พระยูไล ถูกส่งมาเพื่อปราบมารร้ายอย่างพวกเจ้ายังไงเล่า”
เทียนเอ่ยจบก็ใช้ฝ่ามือยูไลท่าที่ 8 ออกมา มีร่างพระยูไล นั่งขัดสมาธิร่างใหญ่โตเป็นแบ็คกราวด์ด้านหลังให้ แล้วฟาดใส่คนทั้งสองพร้อมกัน ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ฝ่ามือที่ปล่อยออกไปไม่ยั้ง ทังสองคน กระเด็นออกไปไกลลิบ ร่างเซียนสลายกลายเป็นฝุ่นไปทั้งสองคน เทียนไม่สนใจอะไรอีก คิดว่าทั้งสองคนคงไม่รอดแล้ว
จึงหันมาหาอีกเก้าคนที่คิดจะสังหารคนในถ้ำ จึงใช้ฝ่ามือยูไลปล่อยลงมากระแทกเข้าใส่คนทั้งเก้า จนแบนดิน ตายคาที่ หมดเวรหมดกรรมในชาตินี้ต่อไป
“ พี่เทียน”
“ อาจารย์”
“ ข้าไม่เป็นอะไร ต่อไปข้าจะทิ้งค่ายกลนี้เอาไว้ หากมีใครมารังแก พวกเจ้าก็เปิดใช้ค่ายกล5ธาตุจัดการกับพวกมัน” เทียนเอ่ยกับซินเอ๋อ
“ ข้าพบค่ายกลดวงจันทร์แล้ว ข้าจะทำลายมันเดี๋ยวนี้” เทียนเอ่ยจบก็ลอยตัวขึ้นไปบนยอดเขาที่สูงที่สุดทันที เทียนใช้มือพัดต้นไม้ที่คอยปกคลุมเอาไว้ จนโล่งไปหมด พอเทียนจะเปิดกลไก ก็มีธนูพุ่งมาอย่างรวดเร็วเทียนแค่หลบก็พ้นแล้ว
แต่ภาพที่ปรากฏข้างหน้า เป็นเทพธิดาแสนสวยใส่กระโปรงสั้นถือธนูสวมใส่ชุดสีขาว หน้าตาสวยงามปานเทธิดา แต่ลงมือช่างดุดันเสียเหลือเกิน นางยังยิงธนูเข้าใส่เทียนอย่างไม่หยุด เทียนไม่หลบแค่สร้างม่านป้องกัน ลูกธนูก็ไม่สามารถเข้ามาสัมผัสร่างของเทียนได้ เทียนหายวับตัวเข้าไปใกล้ เห็นเธอคว้าขวดน้ำที่คล้ายกับ น้ำยาคำสาป ที่โพไซดอนเคยบอกไว้ จะนำมากินแล้วสามารถสาปใครก็ได้
เทียนก็ใช้วิธีเคลื่อนไหว ข้ามมิติเข้าไปจัดการดึงขวดน้ำออกจากมือของเธอออกมาทันที
“ นี่เจ้า”
“ เจ้าคงจะเป็นเทพีอาร์เทมิสซินะ” เทียนลองเดาดู
“ เจ้ารู้จักชื่อข้าด้วยหรือนี่”
“ ข้าอยากรู้ ทำไมเจ้าถึงสาปคนรับใช้ของเจ้าเหล่านี้มาเป็นดวงจันทร์ที่นี่”
“ ข้าแค่อยากสร้างดินแดนแห่งนี้ให้เป็นที่คุมขัง คนรับใช้ของข้าเท่านั้น
ไม่มีอะไรมาก แต่เจ้ากลับมาปลดปล่อยพวกนางเสียนี่อย่าคิดนะว่ามีฝีมือแค่นี้ จะหยุดข้าได้” เทพีอาร์เทมมิส ชี้นิ้วไปที่ดวงจันทร์ที่เหลืออยู่ทั้งสามดวงกลายเป็นลำแสงส่องเข้าใส่เทียน สามสาย เทียนหลบทันที พอหลับไปแสงทั้งจันทรายังไม่หยุด เทียนส่งหมัดดาวนพเก้าต่อยใส่เข้าไป แสงที่ส่องมาถูกทำลายไปในทันที
เทียนใช้ฝ่ามือยูไลยักษ์จับร่างน้อยๆ ของเทพีอาร์เทมิสมาไว้ในมือ
“ ปล่อยข้านะ”
“ ยังจะกล้าปากดีกับข้าอีกไหม” เทียนถามเสียงเย็น แต่อาร์ทีมิสพยายามดิ้นสุดแรงก็ไม่อาจดิ้นหลุดจากมือยักษ์ของเทียนได้
เทียนใช้เท้ากระทืบไปที่พื้น มีโลงศพขึ้นมาสองใบ เทียนช่วยพวกนางออกมาเหมือนทุกคน พอพวกนางเห็นเทพีอาร์เทมีส ก็เกิดกลัว เทียนจึงฉีกมิติแล้วส่งร่างของทั้งสองไปอยู่กับเพื่อนที่ อาศัยในป่าหมอกพิษทันที
“ ข้าจะกักขังเจ้าไว้ใน โลงศพแห่งนี้ กลายเป็นดวงจันทร์ชัวฟ้าดินสลายไปเลยดีไหม” เทียนหยิบเข็มยาว ที่ดึงจากหัวนางรับใช้พวกนั้นออกมา แล้วเดินเข้ามาใกล้
ทำท่าเหมือนจะแทงใส่ศรีษะของนาง
“ อย่านะ อย่าทำบ้าๆ นะ ข้าเป็นลูกท่านซีอุส เทพสายฟ้านะ”
“ ต่อให้เจ้าเป็นซีอุสข้าก็ไม่กลัว” เทียนเดินเข้าหาอย่างช้าๆ
“ อย่านะ… ข้า..มีของแลกเปลี่ยน” อาร์เทมิสรีบเอ่ยต่อรองทันที
“ อะไร”
“ ไข่มุกจันทรา”
“ ใช้ทำอะไรได้”
“ ข้ารู้ว่าเจ้ากลัวคำสาป แต่ว่าเมื่อเจ้ามีไข่มุกจันทราไว้กับตัว คำสาปเทพใดใดก็ไม่สามารถสาปเจ้าได้อีกต่อไป”
“ เฮอะ ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่า เจ้าพูดเรื่องจริง”
“ ข้าคือเทพีแห่งพรหมจรรย์ เอ่ยสาบานต่อแม่น้ำสติกซ์ สิ่งที่พูดคือความจริงทุกประการ เจ้าพอใจหรือไม่” เทียนรู้ว่าถ้าเอ่ยคำสาบานต่อแม่น้ำสติกซ์แล้ว นั่นคือเรื่องจริงอย่างแน่นอน จึงปล่อยตัวนางออกมา เทพีอาร์เทมีส จึงให้ไข่่มุกจันทรากับเทียน เทียนหยิบมาดูก็รู้สึกได้ถึงพลังเทพในไข่มุกจันทราใบนี้ ถ้าจะของดีจริงๆ
“ เจ้าชื่ออะไร”
“ รู้ไปทำไม” เทียนไม่อยากบอก
“ ฮึ่ม สักวันหนึ่งเจ้ากับข้าคงได้เจอกันอีกครั้งแน่” อาร์เทมิสเอ่ยจบ ร่างก็พุ่งกลายเป็นแสงขึ้นสู่ฟากฟ้าทันที
เทียนกลับมาที่หุบเขาพบกับฮัวโต๋ แล้วก็ครอบครัวของซินเอ๋อที่เวลานี้ทุกคนเป็นมนุษย์ไปหมดแล้ว ท้องฟ้าที่เคยมืดมิด ก็กลายเป็นมีแสงสว่างเหมือนโลกปกติ
“ อาจารย์ดวงจันทร์หายไปหมดแล้วหรือ”
“ ไม่หรอก กลางคืนยังคงมีดวงจันทร์เหลืออยู่อีกดวงหนึ่ง” เทียนเอ่ยกลับฮัวโต๋
“ พี่เทียน ข้ากับครอบครัวขอบคุณท่านมาก” ซินเอ๋อเอ่ยขอบคุณเป็นทางการทำให้เทียนไม่ค่อยชินเท่าไร
“ เจ้ามีความสุขก็ดีแล้ว ข้ากับฮัวโต๋ต้องไปแล้ว”
“ ข้าอยากไปกับท่านอีกนะ แต่ว่า ท่านแม่เพิ่งสูญเสียท่านพ่อ ข้าอยากอยู่เป็นเพื่อนท่าน”
“ ดีแล้ว เจ้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ” เทียนกล่าวลาทุกๆ คน จากนั้นเทียนกับฮัวโต๋ก็นั่งเรือเหาะออกไปจากที่นี่ทันที ซินเอ๋อได้แต่มองเทียนจากไปด้วยความอาลัย
“ อาจารย์พวกเราไปไหนต่อดีขอรับ”
“ ไป ช่วยจักรพรรดิโจ จากศึกผาแดง”
“ ฮ้า ท่านจักรพรรดิโจนำกำลังไป แปดแสน ทั้งกองทัพจักรวรรดิเล่ามีแค่หนึ่งหมื่นส่วนจักรวรรดิซุนมีแค่ 4 หมื่น รวมกันก็แค่ 5 หมื่น หลับตาสู้ยังไงก็ชนะ อาจารย์ไม่ต้องไปช่วยพวกเขาหรอก” ฮัวโต๋อยู่ไกลขนาดนี้ยังรู้เรื่องการทหารอีก
“ ข้าไม่ได้ไปช่วยเขาสู้ศึก ข้าจะไปช่วยชีวิต จักรพรรดิโจ หากเขาตายไปในตอนนี้
แผ่นดินจะลุกเป็นไฟ บ้านเมืองจะเกิดการจลาจลครั้งใหญ่” เทียนอธิบาย แต่ฮัวโต๋ได้แต่เกาหัวไม่เข้าใจ
“ แล้วทำไมอาจารย์มั่นใจว่าจักรพรรดิโจจะพ่ายแพ้ในศึกครั้งนี้”
“ ข้อแรกทหารที่นำไปครั้งนี้ไม่ชำนาญยุทธนาวี ถึงแม้จะหาคนพื้นเมืองมาช่วยก็เป็นแค่กลอุบาย ไม่มีใครยอมให้ชาวเผ่าเหนือ มาตีเมืองตนเองอยู่แล้ว
ข้อสอง พวกเขาไม่ชินกับอากาศแดนใต้ ต้องมีคนเจ็บไข้ได้ป่วยเกิดขึ้นอย่างแน่นอน โดยมีโรคที่ติดเชื้อทางลมหายใจอยู่หลายชนิดเช่น โรคไข้หวัดใหญ่หรือโรคที่เกิดจากสัตว์ต่างๆ ที่นำไปกินเป็นอาหาร คนที่เป็นโรคนี้จะมีอาการไอจาม ปวดกล้ามเนื้อ หมดแรง และที่สำคัญมันติดกันได้โดยทางลมหายใจ ถ้าเข้าปอดและติดเชื้อ อาจทำให้ตายได้ทันที
พวกทหารพวกนี้อยู่รวมกันอย่างแออัด นอนก็ไม่มีลมระบาย พวกเขามีอาการไข้สักห้าคนสิบคน ไม่กี่วันก็จะกลายเป็นโรคระบาด ตายก่อนที่จะได้ออกรบเสียอีก ยิ่งพวกเขาเดินทางไกลจากแดนเหนือมา ร่างกายย่อมอ่อนเพลียเป็นธรรมดา ทำให้โอกาสติดโรคแล้วระบาดมีสูงมาก และแดนใต้ยังมีโรคพยาธิในเลือดที่มักเกิดกับคนต่างถิ่น หากดื่มน้ำในแหล่งที่มีพยาธิเข้าไปจะเกิดอาการท้องเสียอย่างแรง ฉีอและอุจาระออกมาเป็นเลือด แต่คนแดนใต้มีภูมิคุ้มกัน ถึงกินน้ำจากแหล่งเดียวกันก็ไม่เป็นอันตราย
ปัจจัยเหล่านี้ พวกเขาก็สู้ไม่ได้แล้ว ยิ่งข้าดูดวงดาวส่วนตัวของจักรพรรดิโจวแล้วกำลงหม่นหมอง โดยเฉพาะดาวบริวารนับแสนนับล้าน กลับดับแสงไปเกือบหมดเหลือแค่ไม่กี่ดวงเท่านั้น ข้ามั่นใจว่า จักรพรรดิโจนำทัพมาตีแดนใต้ครั้งนี้ เหลือชีวิตทหารกลับไปไม่ถึง 300 คนแน่”
“ อาจารย์ พวกเขาก็มีคนเก่งๆ มากมาย ไม่มีใครรู้เรื่องแบบนี้เลยหรือ?” ฮัวโต๋สงสัย
“ คนคำนวนหรือจะสู้ฟ้าลิขิต ต่อให้พวกเขารู้ แล้วจะทำเช่นไรได้...”