ความลับ
หลังจากทำงานและปิดร้านเสร็จ พวกเขาทั้งสามก็กลับบ้าน โดยเขียนฟ้านั่งนิ่งเงียบมาตลอดทางไม่ต่างจากเขียนฝันที่ยังคิดไม่ตก ส่วนเด็กชายตัวน้อยที่ไม่รับรู้อะไรนั้นยังคงชี้นั่นชี้นี่ บางทีก็พูดคุยคนเดียวตลอดทางที่กลับมาบ้าน“ฟ้าจะพาหมอกไปอาบน้ำนะคะ”“อืม” เขียนฝันส่งเสียงตอบรับก่อนจะเดินเข้าไปในห้องของตนเองเขาครุ่นคิดถึงใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มนั้นกับรูปภาพที่ปรากฏบนหน้าจอมือถือของน้องสาวเขาในตอนนั้นตลอดเวลาที่เดินทางกลับ บวกกับความเหนื่อยล้าจากการทำงาน ทำให้พอมาถึงห้องนอนหลังจากที่จัดการธุระส่วนตัวเสร็จแล้วเขาก็แทบจะล้มตัวลงนอนในทันทีส่วนเขียนฟ้าเองก็สลัดความคิดวุ่นวายใจออกไปจากสมองได้ในที่สุดเมื่อเห็นรอยยิ้มสดใสของบุตรชายและจูบก่อนนอนของเจ้าตัวเล็ก“ฝันดีนะคนดีของแม่”“ฝันดีครับแม่”บางทีเธอควรปล่อยเรื่องราวที่ยังคิดไม่ตกเหล่านั้นออกไปจากสมอง และทำทุกวันนี้ให้มีความสุขก็เพียงพอแล้วตอนนี้สายหมอกเองก็มีทั้งพ่อและแม่ถึงจะเป็นเพียงแค่เรื่องหลอกลวงที่ในสักวันเด็กชายก็จะได้รู้ความจริงก็ตามค่ำคืนที่หนักอึ้งของสองพี่น้องได้ผ่านพ้นไปอีกหนึ่งวันรุ่งเช้าของวันใหม่ที่แสงแดดสาดส่องไปทั่วทั้งท้องฟ้า หน้าต่างกระจกใสที่มีม่านปกคลุมถูกแสงส่องลอดเข้ามากระทบหน้าใบหน้าใสของชายหนุ่มเจ้าของห้อง ใบหน้าที่เกลียงเกลาราวกับผิวเด็กนั้นไม่จำเป็นต้องแต่งเติมอะไรก็สามารถทำให้ผู้คนหลงใหลได้อย่างง่ายดายเสียงวิ่งตึงๆ ดังมาจากนอกห้องก่อนจะตามมาด้วยเสียงเรียกอันแสบแก้วหูที่ชายหนุ่มคุ้นเคย“พ่อจ๋าๆ”เด็กชายตัวน้อยกระโดดขึ้นไปที่เตียงก่อนจะขึ้นไปนั่งคร่อมเจ้าของห้องอย่างชอบใจ“พ่อจ๋าๆ ตื่นแล้วๆ”“อื้อ ตื่นแล้ว” เขียนฝันเอ่ยบอกพร้อมกับขยี้ตาปรับจุดโฟกัสไปที่เจ้าตัวเล็กที่เริ่มจะตัวหนักขึ้นทุกวันๆ“ตื่นแล้วๆ”เสียงของสายหมอกยังคงดังเช่นเดิม ใบหน้าเล็กป้อมนั้นซุกไซ้อยู่บนตัวเขียนฝันก่อนจะถูกเสียงเอ่ยดุของเขียนฟ้าดังขึ้นมาจากนอกห้องแล้วลากเจ้าเด็กน้อยกลับออกไปทันที“พ่อจ๋าทำงานมาเหนื่อยๆ อย่าไปกวนพ่อจ๋าสิลูก”“ครับ” เด็กชายลากเสียงยาว แต่ไม่วายวิ่งเข้ามาในห้องของเขียนฝันพร้อมกับกระโดดขึ้นบนตัวชายหนุ่มเช่นเดิม“สายหมอก ไปแต่งตัวกับแม่ก่อนครับ วันนี้ต้องไปโรงเรียนนะ”“ครับ”เด็กน้อยหน้ามุ่ยแต่เมื่อพูดถึงโรงเรียนแววตากลมโตนั้นก็กลับมาสดใสเช่นเดิมเขียนฝันลุกขึ้นนั่งบนเตียงก่อนจะเอ่ยบอกกับเขียนฟ้าว่าให้รอเขาแต่งตัวเสร็จก่อน เดี๋ยวเขาจะไปส่ง น้องสาวจึงพยักหน้าขานรับและวิ่งตามเด็กชายไปที่ห้องตัวเองอีกครั้ง ใบหน้าหวานแย้มรอยยิ้มเมื่อเห็นความกระตือรือร้นมาจากลูกชายของตนเอง“มานี่เลยเจ้าตัวแสบ”“ฮะฮ่า” สายหมอกหัวเราะชอบใจที่ถูกมารดาจั๊กจี้หลังจากกินข้าวเสร็จ เขียนฝันก็โทรเรียกรถแท็กซี่ให้มารับตนเองและสายหมอกเพื่อพาเด็กหนุ่มตัวน้อยของเขาไปส่งที่โรงเรียนเตรียมอนุบาลสายหมอกเวลานี้ราวกับโลกที่มีแสงอาทิตย์ส่องสว่างเจิดจ้า เขาดูมีความสุขกับทุกอย่างที่อยู่รอบๆ ตัว เขียนฝันเห็นภาพนั้นแล้วก็อดนึกย้อนไปถึงบิดาที่แท้จริงของเด็กน้อยไม่ได้ ภาพรอยยิ้มที่พูดคุยระหว่างคุยโทรศัพท์นั้นทำให้เขาต้องหงุดหงิดใจ“พ่อจ๋าไปก่อนนะเดี๋ยวตอนเย็นแม่จ๋าจะมารับ ห้ามไปกับใครเด็ดขาดเข้าใจไหมครับ”“เข้าใจครับ” เด็กชายพูดตอบรับก่อนจะวิ่งไปหาเพื่อนที่สนามเด็กเล่นทันที“ลูกชายของคุณน่ารักจังเลยนะคะ”คุณครูที่ยืนเวรคอยต้อนรับเด็กหน้าโรงเรียนเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม เพราะสายหมอกเป็นเด็กน่ารักไม่งอแงเหมือนกับเด็กคนอื่น ๆ เรียกว่าเป็นเด็กที่มีพัฒนาการที่ดีกว่าเด็กวัยเดียวกันเลยก็ว่าได้ บางทีก็ทำตัวเหมือนกับผู้ใหญ่ในร่างเด็กเสียอีก ใครเห็นใครก็ต้องเอ็นดู“ขอบคุณครับ ยังไงผมก็ต้องฝากคุณครูช่วยดูแลแกด้วยนะครับ”“ได้เลยค่ะ คุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” คุณครูเอ่ยรับคำเขียนฝันมองดูเด็กชายอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะขึ้นรถแท็กซี่ไปมหา’ ลัยเพื่อเข้าเรียนในตอนเก้าโมงเช้า เวลาในหนึ่งวันของชายหนุ่มวนเวียนเป็นเช่นนี้มาสามปีแล้ว แม้จะลำบากอยู่บ้างที่ต้องเรียนและทำงานไปด้วยแต่มันก็นับว่าคุ้มค่ากว่าการเห็นน้องสาวและหลานชายของเขาต้องเป็นทุกข์ใจ...เขียนฟ้าถือกระดาษวาดภาพที่สายหมอกวาดเอาไว้แน่น พอมาอยู่คนเดียวแล้วเธอรู้สึกได้เลยว่าความหวาดกลัวที่เคยมีนั้นมันยังคงชัดเจนอยู่ภายในใจไม่ได้หายไปไหนตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมามันไม่ได้ทำให้ความหวาดกลัวนั้นลดลงไปเลยสักนิดเดียวหญิงสาวบีบกระดาษแผ่นนั้นแน่นก่อนจะนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในวันนั้นที่ทำให้เธอต้องเลือกทางเดินแบบนี้ ทางเดินที่ทำให้พี่ชายฝาแฝดของเธอต้องเป็นทุกข์ และยังต้องโกหกบิดามารดาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้เธอต้องปิดบังความจริงเอาไว้ในใจไม่มีใครรู้นอกจากเธอและผู้หญิงคนนั้น“แกเป็นไงบ้าง”ข้อความจากมือถือเด้งขึ้นมาบนหน้าจอพร้อมกับมือของเธอที่สั่นไม่หยุด“หวังว่าแกคงสบายดีนะ”ข้อความนั้นยังพิมพ์ต่อมาอีกพร้อมกับสติ๊กเกอร์หัวเราะชอบใจที่ทำให้เขียนฟ้าต้องกอดตัวเองเอาไว้แน่น เธอจ้องมองข้อความที่กำลังเคลื่อนไหวว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังพิมพ์อยู่นั้นด้วยแววตาเขม็ง“แกไปเอาเด็กออกแล้วใช่ไหม?”ข้อความที่สะท้อนเข้าสู่ม่านตาของเขียนฟ้านั้นได้กระชากจิตวิญญาณของเธอให้หลุดลอยไปไกล น้ำตาไหลพราก มืออีกข้างลูบท้องที่เริ่มนูนขึ้นมานั้นของตัวเองอย่างหวาดกลัวมือเรียวบางกดแป้นพิมพ์อย่างกล้าๆ กลัวๆ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจส่งกลับไปอยู่ดี“ยัง”“นังโง่! นี่แกไม่ฟังที่ฉันบอกเลยใช่ไหม? แกก็รู้ว่าฉันไม่ต้องการเด็กที่เกิดมาจากแก”ข้อความตอบกลับนั้นทำให้มือของเธอยิ่งสั่นหนักกว่าเดิม“ฉันทำไม่ได้” เธอปล่อยน้ำตาไหลออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้ที่ไม่มีใครได้ยิน“ฉันให้เวลาแกสามวัน ไปเอามันออกซะ!”“ฉันทำไม่ได้ ขอร้องล่ะ” เขียนฟ้ายังคงพิมพ์ข้อความตอบกลับไปอีกครั้ง“อย่ามาขอร้องฉันในวันที่มันสายไปแล้ว เรื่องทั้งหมดมันก็เป็นความผิดของแกเองนั่นแหละ ถ้าไม่ใช่เพราะแกมันเลว ไอ้มารหัวขนตัวนี้มันจะเกิดมาได้ยังไงกัน!”ข้อความด่ากลับมานั้นยิ่งทำให้เขียนฟ้าสะอื้นไห้จนตัวโยก มือพิมพ์ข้อความตอบกลับพลาดหลายครั้งแต่สุดท้ายก็เป็นประโยคที่ถูกต้องจนได้“ฉันขอโทษ”“แกคิดว่าคำขอโทษมันช่วยอะไรได้ ถ้าแกไม่อยากให้ชีวิตแกต้องพังไม่มีชิ้นดี ฉันมีทางเลือกให้แกสองข้อ”“ทางเลือกอะไร?” เขียนฟ้าพิมพ์ถามกลับ“ไปเอาเด็กออกซะ”“ไม่ได้ ฉันทำไม่ได้”“งั้นฉันก็จะให้แกเก็บเด็กเอาไว้ แต่อย่ามาร้องเรียกหาว่าใครเป็นพ่อของเด็ก เก็บความลับเก่งอยู่แล้วนี่ หน้าตาใสซื่อแบบแกแต่ข้างในเน่าเฟะยังหลอกฉันได้มาเป็นเดือนๆ นับประสาอะไรกับเรื่องนี้”“ทำไม?”“ยังกล้าถามหาเหตุผลจากฉันอีกงั้นเหรอเขียนฟ้า เธอมันก็แค่ผู้หญิงที่ผ่านเตียงของเขาก็เท่านั้นแหละ เก็บความคิดเพ้อฝันลมๆ แล้งๆ นั้นไว้ดีกว่า เธอคิดจริงๆ นะเหรอว่าแค่ท้องลูกของเขาแล้วทุกอย่างจะเหมือนในละคร”“...” เขียนฟ้าอ่านข้อความนั้นเงียบๆ พร้อมกับน้ำตาที่ยังคงไหลรินมาเป็นสาย“ถ้าเขารู้ว่ามีเด็กมารคนหนึ่งในท้องของเธอ ฉันเดาได้เลยว่าเขาต้องพาเธอไปเอามันออกแน่”“...” เขียนฟ้าอ่านข้อความนั้นด้วยหัวใจที่เจ็บปวดเธอพอจะคาดเดาเรื่องราวได้อยู่บ้าง แต่พอได้รู้มาจากผู้หญิงคนนี้กลับทำให้เธอยิ่งเจ็บปวดไปทั้งหัวใจ เจ็บจนไม่อยากมีลมหายใจอีกต่อไป“อย่าหาว่าฉันไม่เตือนเธอนะเขียนฟ้า ความลับข้อนี้ห้ามให้ใครรู้ถ้าไม่งั้นคลิปของเธอได้ว่อนเน็ตแน่ อยากรู้จังว่าถ้าพ่อแม่ของเธอได้เห็นว่าลูกสาวที่แสนดีใสซื่อเป็นยังไงตอนอยู่ใต้ร่างผู้ชายก็ลองดู”“อย่านะ!”สติ๊กเกอร์หัวเราะชอบใจตัวเดิมถูกส่งตอบกลับมาอีกครั้ง“ถ้างั้นฉันหวังว่าเธอจะไม่ทำให้ฉันผิดหวังนะเขียนฟ้า เก็บหน้าหนาๆ ของเธอและเด็กในท้องให้อยู่ห่างๆ พวกฉันไว้แล้วกัน เพราะฉันก็ไม่แน่ใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้างถ้าเธอยังเข้ามาวุ่นวายในชีวิตของพวกฉัน หวังว่าเธอจะเข้าใจนะ”ข้อความสุดท้ายที่ส่งมายิ่งสร้างความกดดันและหวาดกลัวต่อเธอในตอนนั้นเป็นอย่างมากเด็กสาวอายุสิบแปดปีที่ต้องแบกรับความลับที่ไม่อาจบอกใครได้และไม่สามารถพูดคุยกับใครได้ต้องเก็บทุกอย่างไว้ในใจคนเดียวในขณะที่กำลังตั้งครรภ์ช่วงชีวิตของเธอในตอนนั้นล้วนไร้ซึ่งทางออกเธอจึงต้องเลือกความเห็นแก่ตัวนั้น ผลักดันความผิดบาปไปให้กับคนที่เธอสุ่มเลือกขึ้นมาแทนกริ๊ง...กริ๊งเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นอย่างต่อเนื่องปลุกหญิงสาวให้ตื่นจากฝันร้ายเมื่อสามปีก่อนทันที หน้าจอนั้นเป็นชื่อที่โทรหาเธอมาหลายสิบครั้งในหนึ่งเดือนมานี้“สวัสดีค่ะแม่” เธอกดรับสายแล้วตั้งสติพูดขึ้นให้เป็นปกติที่สุด“เป็นไงบ้างลูก”“ฟ้าสบายดีค่ะ” เขียนฟ้าตอบกลับมารดา“แล้วนี่เรากลับไปเรียนแล้วหรือยัง สามปีแล้วนะ อย่ามัวแต่ทำงานจนลืมไปว่าการเรียนมันสำคัญกว่ามาก” เสียงแม่พร่ำบ่น“ค่ะแม่ ฟ้าเข้าใจแล้ว”“เข้าใจก็ดีแล้ว”“ปีหน้าฟ้าก็ว่าจะกลับไปลงเรียนใหม่แล้ว”“แล้วพี่ชายของลูกล่ะ ไปไหนแล้ว”“พี่ฝันไปเรียนนะคะ” เขียนฟ้าตอบกลับมารดาพร้อมกับเดินไปหน้าบ้านเพราะได้ยินเสียงใครกดกริ่งดังขึ้นสองสามที“แล้วปีนี้จะกลับมาเยี่ยมบ้านไหม? เราสองคนไม่ได้กลับบ้านมาสามปีแล้วนะ ไม่คิดถึงพ่อกับแม่เลยหรือไง?”คำพูดนั้นของมารดาทำให้เขียนฟ้ารู้สึกเจ็บปวดในหัวใจ ทำไมเธอจะไม่คิดถึงล่ะ แต่ถ้ากลับไปแล้วสายหมอกจะทำยังไง เธอปล่อยให้บุตรชายอยู่ที่นี่คนเดียวไม่ได้ ต่อให้จ้างพี่เลี้ยงเด็กเธอก็ไม่มั่นใจอยู่ดี“ฟ้ากับพี่ฝันคิดถึงพ่อกับแม่สิคะ แค่สามปีมานี้พี่เขายุ่งๆ ส่วนหนูก็มีงานต้องทำด้วย ลางานลำบาก”“ก็เพราะแบบนี้ไงแม่ถึงอยากให้เราลาออกจากงานแล้วกลับไปเรียนต่อ”“ฟ้าไม่อยากเป็นภาระพ่อกับแม่นี่คะ อยากเก็บเงินเยอะๆ แล้วส่งตัวเองเรียนเองเหมือนกับพี่ฝัน”“จ้ะ ถ้าไม่ไหวก็บอกพ่อกับแม่นะ”“ฟ้ารู้ค่ะ แต่แม่คะแค่นี้ก่อนนะคะเหมือนจะมีคนมา” เธอพูดพร้อมกับบอกลามารดา สายตาชำเลืองไปหน้าประตูบ้านก่อนจะเห็นบุรุษไปรษณีย์ยืนอยู่หน้าบ้านแล้ว“จดหมายคุณเขียนฟ้าครับ”“ฉันเองค่ะเขียนฟ้า”หญิงสาวเซ็นรับก่อนจะถือซองจดหมายนั้นเข้ามาภายในบ้าน เมื่อเปิดออกอ่านหัวใจของเธอก็เต้นแรงราวกับกลองชุด รอยยิ้มสยายเต็มใบหน้าหวานนั้นทันที“ในที่สุดฉันก็ทำได้” เธอกระโดดกอดจดหมายฉบับนั้นไว้แน่น พลางยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปส่งไปให้กับเขียนฝัน“พี่ฝัน ฟ้าทำได้แล้วนะ”มือเรียวพิมพ์ข้อความบอกพี่ชายฝาแฝดของตนเอง ก่อนจะมีข้อความตอบกลับมา“พี่ดีใจด้วยนะฟ้า”เธอนั่งดีใจอยู่ต่ออีกสักพักก่อนจะนำจดหมายฉบับนั้นเข้าไปเก็บเป็นอย่างดีในลิ้นชัก ลูบไล้มันอยู่นานก่อนจะตัดสินใจไปทำงานบ้านต่อด้วยความสุขที่เต็มเปี่ยมไปทั้งหัวใจเมื่อถึงเวลาเย็นที่ต้องไปรับลูกชาย หญิงสาวก็แต่งตัวออกจากบ้านไปด้วยความสุข นี่นับเป็นครั้งแรกที่เธอได้ค้นพบความสุขจากการมีชีวิตอยู่มาจนถึงทุกวันนี้“วันนี้หมอกอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมครับ” เขียนฟ้าถามบุตรชายเมื่อเธอมารับที่หน้าโรงเรียน“ไข่เจียวครับ ไข่เจียวอร่อยๆ”“ฮะฮ่า ได้เลยครับ แต่วันนี้หมอกต้องไปช่วยแม่ซื้อของนะครับ”“ครับผม” เด็กชายตอบกลับด้วยรอยยิ้มกว้างเขียนฝันพาบุตรชายไปเลือกซื้อของเพื่อทำกับข้าว อย่างน้อยวันนี้เธอจะต้องทำอาหารหลายอย่างหน่อยเพื่อฉลองกับความสำเร็จแต่เธอไม่รู้เลยว่าความสุขของเธอนั้นมันจะแสนสั้นขนาดนี้ เมื่อบุคคลที่เธอไม่อยากจะเจอไปตลอดชีวิตได้มาปรากฏตัวตรงหน้าของเธออีกครั้ง!