“ ลูกพี่ ทำไมผมรู้สึกว่าเถ้าแก่ฆ่ามอนสเตอร์เลเวล 60 ง่ายกว่าเมื่อวานจัง ”
“ อ้าว! ฉันก็นึกว่าคิดไปเอง พวกแกก็คิดเหมือนกันเหรอ ”
อ้ายเสินมองเพื่อนร่วมทีม ทุกคนต่างพยักหน้าเป็นเสียงเดียวกัน ตลอด 1 ชั่วโมงที่ผ่านมาเถ้าแก่ร้านสังหารมอนสเตอร์เลเวล 60 เร็วผิดปกติ
หากให้เทียบกับเมื่อวานวันนี้ดูจะง่ายกว่ามาก การฟาดฟันแต่ละครั้งไม่ต้องออกแรงเยอะเท่าแต่ก่อน
“ เถ้าแก่ ทำไมคุณฆ่าพวกมันได้เร็วนักล่ะ ”
อ้ายเสินอดไม่ได้จึงถาม มันอยากรู้ความจริงว่าเถ้าแก่สังหารมอนสเตอร์ยังไงให้ดูง่ายขนาดนี้
“ ก็แค่อัพเลเวล ไม่เห็นแปลก ”
“ อัพเลเวลเหรอ? ”
“ ใช่ เอาล่ะ เร็วเข้ารีบตามมา ใครช้าถูกทิ้งนะรู้ไหม ”
เฉินห่าวพุ่งนำหน้าออกไปไกล อ้ายเสินจึงรีบวิ่งตาม ในระหว่างนี้เขาไม่ลืมให้นักเวทตรวจสอบสถานะเถ้าแก่ก่อนจะเบิกตากว้าง พวกมันจำได้ว่าวันแรกที่บุกไปร้าน เถ้าแก่เป็นเพียงเลเวล 7 วันนี้กลับเลเวล 39 แซงหน้าพวกมันไปแล้ว
สองเท้าที่กำลังวิ่งตามเถ้าแก่หยุดลง กลุ่มของอ้ายเสินรีบมองดูข้างหน้าเพราะมีบางอย่างทำให้เถ้าแก่หยุดเท้า หลังจากเห็นว่าสิ่งที่ยืนขวางมีเลเวลถึง 70 เถ้าแก่ของพวกเขารีบพาหนีอย่างไวเพราะมันไม่ใช่ศัตรูที่จะเอาชนะได้
อาวุธที่ยกขึ้นมาฟาดฟันเปลี่ยนไปใช้ป้องกัน แต่ละคนพยายามใช้ทักษะเท้าลอดผ่านร่างมอนสเตอร์โดยไม่คิดจะฆ่ามันให้ตาย เพราะถ้าหากพวกเขาลงมือที่นี่จะต้องถูกเลเวล 70 มองเห็นแน่ กระทั่งออกมาไกลเถ้าแก่ร้านก็เริ่มพาออกล่าอีก จนฮันเตอร์ที่มองเห็นหันมองธงที่อยู่หลังเจ้าของร้านทุกๆคน
“ ไอ้บ้านั่นมันไม่กลัวตัวเองจะตกเป็นเป้าของมอนสเตอร์เหรอ ธงผืนใหญ่ขนาดนั้นเดี๋ยวก็ตายกันพอดี ”
เสียงธงสะบัดไปตามแรงลมดังผึบผับ เพียงแต่ว่ามอนสเตอร์ที่สนใจธงล้วนแล้วไม่มีตัวไหนรอดชีวิต จะมีเพียงเลเวล 70 ที่เจ้าของธงต้องเก็บอาวุธวิ่งหนี แต่ไม่นานธงผืนนี้ก็โบกสะบัดอีกทีหลังจากหนีเลเวล 70 สำเร็จ
[ แจ้งเตือน ท่านเลเวลอัพ ]
“ ตั้งกลุ่มที่นี่ก่อน ”
เฉินห่าวบอกกลุ่มอ้ายเสินให้หยุดพัก แต่ละคนเหงื่อเปียกโชกราวกับว่าพึ่งกลับมาจากยมโลก
เฉินห่าวที่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจึงเข้าไปส่องหน้าต่างสถานะก่อนจะแสดงสีหน้าดีอกดีใจ ในที่สุดเขาก็เลเวล 40 แล้วหลังจากที่เขาดูดซับผลึกมานาตลอดทั้งคืน
หลังจากส่งเป่าเป้ยเข้านอน เขาได้นำผลึกมานามาดูดซับไล่เลียงตั้งแต่ผลึกเลเวล 35 เทียบเท่าเลเวลของเขาเพื่อประหยัด
การดูดซับกลับหยุดลงตรงที่เลเวล 39 ปริมาณพลังงานที่เขาดูดซับได้ต่อวันถึงขีดจำกัดแล้วเขาจึงรอให้เซลล์ภายในร่างย่อยสลายพลังที่กินเข้าไป
อย่างไรก็ตามการมาสนามรบเขาได้ทดสอบบางสิ่งบางอย่างเพื่อทดลองดูว่าเขาสามารถช่วยเซลล์ย่อยพลังงานได้หรือไม่
ผลปรากฎว่าเขาสามารถใช้วรยุทธ์ของพวกหลวงจีนช่วยย่อยพลังงานภายในเซลล์ต่างๆได้ เขาจึงขับเคลื่อนวรยุทธ์วัชระคงกระพันของหลวงจีน
เพียงแต่ว่าการใช้วรยุทธ์วัชระคงกระพันกลับเป็นการแบ่งพลังงานจากเซลล์ต่างๆภายในร่างมาใช้เสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกายของเขา แทนที่พลังงานจะถูกนำไปอัพเลเวล มันกลับถูกแบ่งออกมาเสริมร่างกายครึ่งหนึ่ง ซึ่งถ้าเขาใช้วรยุทธ์นี้ไปเรื่อยๆสักวันเขาจะมีร่างกายไม่ต่างจากหลวงจีน ร่างกายบึกบึนเต็มไปด้วยกล้าม คือสิ่งที่เขาไม่ชื่นชอบ
“ จบกันร่างของคุณชายเจ้าสำราญของฉัน ”
หากอยากจะดูดซับพลังงานได้เร็วเขาจะต้องใช้วรยุทธ์วัชระคงกระพัน เฉินห่าวไม่มีทางเลือกเขาจึงตัดสินใจใช้วรยุทธ์นี้ไปเรื่อยๆเพราะช่วงนี้เขาจำเป็นต้องอัพเลเวลให้รวดเร็ว ในสถานที่ที่ผลึกมานามากมายเช่นนี้ นับว่าให้ประโยชน์กับเขาไม่น้อย
“ ระบบ สกิลซื้อใจมันทำอะไรได้กัน”
เฉินห่าวหันไปสนใจสกิลใหม่ที่ได้มาตอนเลเวล 40 ครั้งนี้เขาได้สกิลอาชีพมา 1 อย่าง จากชื่อสกิลแล้วไม่น่าจะเป็นสกิลโจมตีเขาจึงสอบถามความสามารถของมัน
[ สกิลซื้อใจ คำอธิบาย เพิ่มความน่าเชื่อถือในคำพูดของโฮสต์ให้มากยิ่งขึ้นเพื่อกระตุ้นผู้ฟังให้คล้อยตาม ]
“ ทำให้คนคล้อยตามเหรอ แบบนี้ฉันก็ขายคอร์สได้ง่ายขึ้นสิ ”
เฉินห่าวฉีกยิ้มกว้างแม้จะไม่ได้สกิลโจมตีของอาชีพ วรยุทธ์ของเขามีมากมายให้เลือกใช้งาน
หลังจากเปิดสกิลเฉินห่าวหันกลับไปหากลุ่มของอ้ายเสินอีกครั้ง จากนั้นลองพูดอะไรสักอย่างเพื่อดูผลลัพธ์ในคำพูดของเขา
“ เหนื่อยใช่ไหม ”
ทุกคนที่ได้ยินคำพูดของเถ้าแก่ต่างพยักหน้ารับ เฉินห่าวดึงผู้คนให้ฟังเขาได้แล้วจึงเริ่มเข้าประเด็นที่เขาอยากจะพูด
“ หากพวกแกยังเหนื่อยอยู่แสดงว่ายังมีชีวิต เอาล่ะลุกขึ้นมาสู้ซะ เราจะจบสงครามที่นี่กัน พวกแกอยากกลับบ้านไหม ”
“ อยาก! ”
“ อยากกลับไปหาลูกเมียหรือเปล่า! ”
“ อยาก!! ”
“ อยากกลับไปหาครอบครัวหรือเปล่า!! ”
“ อยาก!!! ”
“ งั้นหยิบอาวุธของพวกแกขึ้นมา เราจะไปล่ามันให้ตายไปข้าง!!! ”
เฮ่!!!!
เฉินห่าวลอบประเมินสมาชิกกลุ่มของอ้ายเสิน เขาตกใจมากเพราะตอนนี้อารมณ์ของพวกมันพุ่งสูงราวกับว่าพวกมันเป็นทหารที่เชื่อใจแม่ทัพสูงสุดเช่นเขาอย่างหมดหัวใจ
เฉินห่าวที่เห็นอำนาจสกิลจึงพอใจ ก่อนจะพากลุ่มของอ้ายเสินวิ่งหน้าตั้งเข้าหามอนสเตอร์
“ ทุกคนฟังฉันให้ดี เราจะบุกไปสังหารมอนสเตอร์ให้สิ้นซาก เราจะบุกไปสังหารพวกมัน ลุกขึ้นมา ใครที่ยังมีแรงเหลืออยู่อย่ารอช้า หยิบดาบหยิบอาวุธแล้วลุกตามฉันมา! ”
เฉินห่าวไม่ได้พูดกับอ้ายเสินเพียงกลุ่มเดียว เขาพยายามใช้สกิลกับฮันเตอร์คนอื่นๆที่อยู่ตามข้างทาง
เมื่อทุกคนได้ยินเสียงของเขาต่างโห่ร้องด้วยใจที่ฮึกเหิมก่อนจะวิ่งไล่ตามเกิดเป็นขบวนฮันเตอร์ขนาดใหญ่วิ่งเข้าไปห้ำหั่นศัตรู
“ หากยังมีขาอยู่ให้ลุกขึ้นมา หากแขนยังอยู่ให้หยิบดาบขึ้นฟาดฟัน ถ้าหากพละกำลังหมดแล้วก็จงร้องตะโกนดังๆปลุกเพื่อนที่กำลังสลบให้ลุกขึ้นมาช่วยเหลือ เราจะก้าวไปด้วยกัน เราจะสังหารพวกมันไปพร้อมๆกัน ลุกขึ้นมาพี่น้อง ฉันเฉินห่าวจากหลงเฉียงฟิตเนสจะขอนำทัพในครั้งนี้เอง!!! ”
เฉินห่าวใช้มือถูจมูกเล็กน้อย คำพูดเมื่อครู่ราวกับหลุดออกมาจากในหนัง ถึงอย่างนั้นเขาจำเป็นต้องเดินทางแล้วเพราะทุกคนกำลังเดือดพล่านต้องการสังหารศัตรู
“ ฆ่าพวกมัน!!! ”
คลื่นมนุษย์เริ่มก่อตัวท่ามกลางดงมอนสเตอร์ มองจากมุมสูงราวกับว่ามีแม่น้ำที่เกิดจากมนุษย์กำลังไหลไปตามพื้นที่ต่างๆ ในแต่ละจุดที่มนุษย์เดินทางไปนั้นจะต้องมีร่างมอนสเตอร์นอนตายเกลื่อน
เฉินห่าวที่กำลังนำหน้าขบวนเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยเพราะขบวนกำลังบีบให้เขามุ่งไปทางที่เลเวล 70 กำลังไล่สังหารฮันเตอร์ เขาจึงดึงผลึกมานาจากเลเวล 60 ที่สังหารออกมาดูดซับเรื่อยๆจนทำให้เซลล์ภายในร่างกายตื่นตัว
เมื่อถึงจุดที่เซลล์อิ่มตัว เขาเพียงแค่ใช้วรยุทธ์วัชระคงกระพัน ไม่นานก็กลับมาดูดซับผลึกมานาได้อีกครั้งพร้อมกับได้ยินเสียงแจ้งเตือนดังบอกให้รู้ว่าเลเวลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
[ แจ้งเตือน ท่านเลเวลอัพ ]
ดาบในมือยังคงฟาดฟันต่อไปไม่ยอมหยุด ทุกการฟาดฟันจะมีร่างมอนสเตอร์นอนเกลื่อนพื้นพร้อมกับถูกควักผลึกมานาออกมาดูดซับ ยิ่งลงมือสังหารเขาก็ยิ่งได้ยินเสียงแจ้งเตือนเลเวลอัพ ในที่สุดด้านหน้าของเขาก็ปรากฎเลเวล 70 ตัวหนึ่งยืนขวางทาง หากขบวนของเขาอยากจะเดินหน้าไปต่อจำเป็นต้องสังหารมัน
[ แจ้งเตือน ท่านเลเวลอัพ ]
เลเวลเพิ่มขึ้นมาเป็น 45 ค่าสถานะโดยรวมไม่ต่างจากเลเวล 65 แม้จะยังไม่สูงเทียบเท่ามอนสเตอร์เลเวลตรงหน้า เฉินห่าวกลับมีโอกาสเอาชนะมัน
“ หยุด!!! ”
เสียงร้องตะโกนดังบอกให้ขบวนของเขาหยุดวิ่ง ผู้คนที่อยู่ด้านหลังเบรกจนตัวโก่งก่อนจะเริ่มตั้งรูปแบบป้องกันเพื่อต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่อยู่ใกล้ๆตนเองแทน
หลังจากสั่งขบวนหยุดแล้วเฉินห่าวจึงเดินออกจากกลุ่ม ท่ามกลางสีหน้าแตกตื่นของพวกอ้ายเสินที่ร้องตะโกนตาม
“ เถ้าแก่กลับมาก่อน นั่นมันเลเวล 70 เลยนะเถ้าแก่! ”
“ อยู่ตรงนั้นแหละ อย่าได้เข้ามาเพราะฉันคืนชีพให้คนตายไม่ได้ ”
“ เถ้าแก่คุณบ้าเหรอ นั่นเลเวล 70 เลยนะเถ้าแก่! ”
เฉินห่าวมองไปยังดาบ มันอยู่กับเขามาตลอด 2 วัน คมของมันหายไปมากกว่าครึ่ง ถึงอย่างนั้นมันยังคงใช้งานได้อยู่
ทันทีที่บีบอัดมานาเข้าไปที่ดาบพร้อมกับเคลือบจิตแห่งดาบให้กับอาวุธ เฉินห่าวไม่รอช้าเป็นฝ่ายพุ่งเข้าหามอนสเตอร์เลเวล 70 ทันทีที่ก้าวเท้าไปด้านหน้าไม่กี่ครั้ง ร่างของเขาก็แยกออกมาเป็น 10 สร้างความตื่นตะลึงให้กลุ่มคนที่กำลังมอง
มอนสเตอร์เลเวล 70 เห็นว่าศัตรูแยกร่างได้พยายามตรวจสอบหาร่างจริง แต่มันกลับแยกแยะไม่ได้จึงใช้ขาที่เหมือนแมงมุมราว 20 แทงไปยังร่างทั้งหมดเพื่อฆ่าให้ตายไปพร้อมกัน
ร่างที่ถูกแทงกลับสลายกลายเป็นฝุ่นควันสีดำก่อนจะเผยให้เห็นร่างใหม่อีกสิบกว่าร่างโผล่มาด้านข้างขาที่แทงเข้าโจมตี
แมงมุมยักษ์จึงตัดสินใจแกว่งขาตัดร่างทั้งหมด มันกลับแตกตัวกลายเป็นฝุ่นเผยให้เห็นร่างใหม่ใกล้ๆอีกครั้ง
แมงมุมสัมผัสได้ถึงอันตรายจากทักษะที่มนุษย์ใช้ก้าวย่างเข้ามาหาตนจึงตัดสินใจพ่นใยออกจากก้นจนเกิดเป็นตาข่ายยักษ์ เมื่อใยของมันคลุมทับร่างทั้งหมดที่วิ่งมาทางฝั่งเดียวนั้น มันกลับสัมผัสได้ถึงอันตรายบริเวณศีรษะจึงก้มตัวลงต่ำก่อนจะพบว่าร่างทั้งหมดที่โจมตีเป็นร่างปลอม ส่วนร่างจริงเข้าประชิดมันแล้ว
กรี๊ด!
แมงมุมหลบออกมาด้วยสัญชาตญาณ เมื่อครู่ถ้ามันช้ากว่านี้คงถูกตัดศีรษะทิ้งไปกลางสนามรบ
เฉินห่าวรู้ตัวว่าพลาดกลับไม่ตื่นตระหนกรีบไล่ตามฟาดฟันจุดสีแดงที่เขาเห็นจากสกิลอาชีพ
ครั้งนี้เขาคงตัดศีรษะของมันให้ขาดในครั้งเดียวไม่ได้ ดังนั้นจึงตัดสินใจไล่ตัดไปตามส่วนต่างๆของมันแทน
เปล้ง ฉัวะ!
ขาข้างหนึ่งถูกตัดขาดออกจากร่าง ต่อให้มันจะมีเกราะหนาก็ตาม ดาบที่ฟันสามารถเจาะทะลวงได้ง่ายๆ
รอยตัดที่เกิดขึ้นเฉินห่าวเล็งไปยังจุดอ่อนบริเวณข้อพับของมันตามการชี้แนะของสกิลจึงทำให้เขาตัดมันไม่ต่างจากตัดลำอ้อย
“ บ้าไปแล้ว นั่นมันเลเวล 70 เลยนะ ”
“ ลูกพี่ ปล่อยเจ้าของร้านไปเถอะ เขาคงฆ่ามันได้อีกเหมือนเคยนั้นและ ตอนนี้คนที่จะตายไม่ใช่เจ้าของร้านหรอก แต่จะเป็นลูกพี่มากกว่า ถ้ายังขืนนิ่งอยู่แบบนี้ผมจะไม่ช่วยแล้วนะ ”
อ้ายเสินเรียกสติตนเอง เขาไม่อยากเชื่อสิ่งที่ตาเห็น เถ้าแก่กำลังต่อสู้กับเลเวล 70 ที่มีร่างกายสูงถึง 10 เมตร ความสูงของมันกลับไม่ใช่ปัญหาสำหรับเถ้าแก่ เขาใช้มอนสเตอร์ใกล้ๆเป็นฐานเหยียบเพื่อกระโจนไปตัดส่วนต่างๆของเลเวล 70 จนเกราะแตกออกครั้งแล้วครั้งเล่า บางครั้งเขาไต่ไปตามตัวของมันราวกับว่ามีกาวเหนียวยึดติดพื้นรองเท้าเอาไว้
ทันใดนั้นอ้ายเสินถึงขั้นเบิกตาโตเมื่อพบว่าเหนือศีรษะของเลเวล 70 มีดาบขนาดใหญ่กำลังก่อตัวก่อนที่มันจะแทงเข้าใสกลางลำตัวของมอนสเตอร์จนร่างพุ่งกระแทกดิน
“ แม่เจ้าโว๊ย เมื่อกี้มันบ้าอะไรวะเนี่ย! ”
“ ไอ้ลูกพี่บ้า แกจะตายแล้วรีบสู้หน่อยเร็ว!!! ”
ป๋อหลินเตะเข้าที่ชายโครงของลูกพี่ที่เอาแต่ยืนดูเจ้าของร้านต่อสู้ ตอนนี้เลเวล 70 ตายแล้ว แต่สิ่งต่อไปที่จะตายคือพวกเขาเพราะมอนสเตอร์บุกมาไม่หยุดหย่อน
เฉินห่าวที่วิ่งกลับเข้ามาในกลุ่มร้องตะโกนบอกให้ฮันเตอร์วิ่งตามอีกครั้งหลังจากเขาจัดการเลเวล 70 ได้แล้ว เป้าหมายต่อไปจึงเป็นเลเวล 70 อีกตัวที่อยู่ใกล้ๆกัน
“ ฆ่ามัน! ”