[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส

    55 อัพเลเวล

    “ ลูกพี่ ทำไมผมรู้สึกว่าเถ้าแก่ฆ่ามอนสเตอร์เลเวล 60 ง่ายกว่าเมื่อวานจัง ”


    “ อ้าว! ฉันก็นึกว่าคิดไปเอง พวกแกก็คิดเหมือนกันเหรอ ”


    อ้ายเสินมองเพื่อนร่วมทีม ทุกคนต่างพยักหน้าเป็นเสียงเดียวกัน ตลอด 1 ชั่วโมงที่ผ่านมาเถ้าแก่ร้านสังหารมอนสเตอร์เลเวล 60 เร็วผิดปกติ


    หากให้เทียบกับเมื่อวานวันนี้ดูจะง่ายกว่ามาก การฟาดฟันแต่ละครั้งไม่ต้องออกแรงเยอะเท่าแต่ก่อน


    “ เถ้าแก่ ทำไมคุณฆ่าพวกมันได้เร็วนักล่ะ ”


    อ้ายเสินอดไม่ได้จึงถาม มันอยากรู้ความจริงว่าเถ้าแก่สังหารมอนสเตอร์ยังไงให้ดูง่ายขนาดนี้


    “ ก็แค่อัพเลเวล ไม่เห็นแปลก ”


    “ อัพเลเวลเหรอ? ”


    “ ใช่ เอาล่ะ เร็วเข้ารีบตามมา ใครช้าถูกทิ้งนะรู้ไหม ”


    เฉินห่าวพุ่งนำหน้าออกไปไกล อ้ายเสินจึงรีบวิ่งตาม ในระหว่างนี้เขาไม่ลืมให้นักเวทตรวจสอบสถานะเถ้าแก่ก่อนจะเบิกตากว้าง พวกมันจำได้ว่าวันแรกที่บุกไปร้าน เถ้าแก่เป็นเพียงเลเวล 7  วันนี้กลับเลเวล 39 แซงหน้าพวกมันไปแล้ว


    สองเท้าที่กำลังวิ่งตามเถ้าแก่หยุดลง กลุ่มของอ้ายเสินรีบมองดูข้างหน้าเพราะมีบางอย่างทำให้เถ้าแก่หยุดเท้า หลังจากเห็นว่าสิ่งที่ยืนขวางมีเลเวลถึง 70 เถ้าแก่ของพวกเขารีบพาหนีอย่างไวเพราะมันไม่ใช่ศัตรูที่จะเอาชนะได้


    อาวุธที่ยกขึ้นมาฟาดฟันเปลี่ยนไปใช้ป้องกัน แต่ละคนพยายามใช้ทักษะเท้าลอดผ่านร่างมอนสเตอร์โดยไม่คิดจะฆ่ามันให้ตาย เพราะถ้าหากพวกเขาลงมือที่นี่จะต้องถูกเลเวล 70 มองเห็นแน่ กระทั่งออกมาไกลเถ้าแก่ร้านก็เริ่มพาออกล่าอีก จนฮันเตอร์ที่มองเห็นหันมองธงที่อยู่หลังเจ้าของร้านทุกๆคน


    “ ไอ้บ้านั่นมันไม่กลัวตัวเองจะตกเป็นเป้าของมอนสเตอร์เหรอ ธงผืนใหญ่ขนาดนั้นเดี๋ยวก็ตายกันพอดี ”


    เสียงธงสะบัดไปตามแรงลมดังผึบผับ เพียงแต่ว่ามอนสเตอร์ที่สนใจธงล้วนแล้วไม่มีตัวไหนรอดชีวิต จะมีเพียงเลเวล 70 ที่เจ้าของธงต้องเก็บอาวุธวิ่งหนี แต่ไม่นานธงผืนนี้ก็โบกสะบัดอีกทีหลังจากหนีเลเวล 70 สำเร็จ


    [  แจ้งเตือน ท่านเลเวลอัพ ]


    “ ตั้งกลุ่มที่นี่ก่อน ”


    เฉินห่าวบอกกลุ่มอ้ายเสินให้หยุดพัก แต่ละคนเหงื่อเปียกโชกราวกับว่าพึ่งกลับมาจากยมโลก


    เฉินห่าวที่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจึงเข้าไปส่องหน้าต่างสถานะก่อนจะแสดงสีหน้าดีอกดีใจ ในที่สุดเขาก็เลเวล 40 แล้วหลังจากที่เขาดูดซับผลึกมานาตลอดทั้งคืน


    หลังจากส่งเป่าเป้ยเข้านอน เขาได้นำผลึกมานามาดูดซับไล่เลียงตั้งแต่ผลึกเลเวล 35 เทียบเท่าเลเวลของเขาเพื่อประหยัด


    การดูดซับกลับหยุดลงตรงที่เลเวล 39 ปริมาณพลังงานที่เขาดูดซับได้ต่อวันถึงขีดจำกัดแล้วเขาจึงรอให้เซลล์ภายในร่างย่อยสลายพลังที่กินเข้าไป


    อย่างไรก็ตามการมาสนามรบเขาได้ทดสอบบางสิ่งบางอย่างเพื่อทดลองดูว่าเขาสามารถช่วยเซลล์ย่อยพลังงานได้หรือไม่


    ผลปรากฎว่าเขาสามารถใช้วรยุทธ์ของพวกหลวงจีนช่วยย่อยพลังงานภายในเซลล์ต่างๆได้ เขาจึงขับเคลื่อนวรยุทธ์วัชระคงกระพันของหลวงจีน


    เพียงแต่ว่าการใช้วรยุทธ์วัชระคงกระพันกลับเป็นการแบ่งพลังงานจากเซลล์ต่างๆภายในร่างมาใช้เสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกายของเขา แทนที่พลังงานจะถูกนำไปอัพเลเวล  มันกลับถูกแบ่งออกมาเสริมร่างกายครึ่งหนึ่ง ซึ่งถ้าเขาใช้วรยุทธ์นี้ไปเรื่อยๆสักวันเขาจะมีร่างกายไม่ต่างจากหลวงจีน ร่างกายบึกบึนเต็มไปด้วยกล้าม คือสิ่งที่เขาไม่ชื่นชอบ


    “ จบกันร่างของคุณชายเจ้าสำราญของฉัน ”


    หากอยากจะดูดซับพลังงานได้เร็วเขาจะต้องใช้วรยุทธ์วัชระคงกระพัน เฉินห่าวไม่มีทางเลือกเขาจึงตัดสินใจใช้วรยุทธ์นี้ไปเรื่อยๆเพราะช่วงนี้เขาจำเป็นต้องอัพเลเวลให้รวดเร็ว ในสถานที่ที่ผลึกมานามากมายเช่นนี้ นับว่าให้ประโยชน์กับเขาไม่น้อย


    “ ระบบ สกิลซื้อใจมันทำอะไรได้กัน”


    เฉินห่าวหันไปสนใจสกิลใหม่ที่ได้มาตอนเลเวล 40 ครั้งนี้เขาได้สกิลอาชีพมา 1 อย่าง จากชื่อสกิลแล้วไม่น่าจะเป็นสกิลโจมตีเขาจึงสอบถามความสามารถของมัน


    [  สกิลซื้อใจ คำอธิบาย เพิ่มความน่าเชื่อถือในคำพูดของโฮสต์ให้มากยิ่งขึ้นเพื่อกระตุ้นผู้ฟังให้คล้อยตาม ]


    “ ทำให้คนคล้อยตามเหรอ แบบนี้ฉันก็ขายคอร์สได้ง่ายขึ้นสิ ”


    เฉินห่าวฉีกยิ้มกว้างแม้จะไม่ได้สกิลโจมตีของอาชีพ วรยุทธ์ของเขามีมากมายให้เลือกใช้งาน 


    หลังจากเปิดสกิลเฉินห่าวหันกลับไปหากลุ่มของอ้ายเสินอีกครั้ง จากนั้นลองพูดอะไรสักอย่างเพื่อดูผลลัพธ์ในคำพูดของเขา


    “ เหนื่อยใช่ไหม ”


    ทุกคนที่ได้ยินคำพูดของเถ้าแก่ต่างพยักหน้ารับ เฉินห่าวดึงผู้คนให้ฟังเขาได้แล้วจึงเริ่มเข้าประเด็นที่เขาอยากจะพูด


    “ หากพวกแกยังเหนื่อยอยู่แสดงว่ายังมีชีวิต เอาล่ะลุกขึ้นมาสู้ซะ เราจะจบสงครามที่นี่กัน พวกแกอยากกลับบ้านไหม ”


    “ อยาก! ”


    “ อยากกลับไปหาลูกเมียหรือเปล่า! ”


    “ อยาก!! ”


    “ อยากกลับไปหาครอบครัวหรือเปล่า!! ”


    “ อยาก!!! ”


    “ งั้นหยิบอาวุธของพวกแกขึ้นมา เราจะไปล่ามันให้ตายไปข้าง!!! ”


    เฮ่!!!!


    เฉินห่าวลอบประเมินสมาชิกกลุ่มของอ้ายเสิน เขาตกใจมากเพราะตอนนี้อารมณ์ของพวกมันพุ่งสูงราวกับว่าพวกมันเป็นทหารที่เชื่อใจแม่ทัพสูงสุดเช่นเขาอย่างหมดหัวใจ


    เฉินห่าวที่เห็นอำนาจสกิลจึงพอใจ ก่อนจะพากลุ่มของอ้ายเสินวิ่งหน้าตั้งเข้าหามอนสเตอร์


    “ ทุกคนฟังฉันให้ดี เราจะบุกไปสังหารมอนสเตอร์ให้สิ้นซาก เราจะบุกไปสังหารพวกมัน ลุกขึ้นมา ใครที่ยังมีแรงเหลืออยู่อย่ารอช้า หยิบดาบหยิบอาวุธแล้วลุกตามฉันมา! ”


    เฉินห่าวไม่ได้พูดกับอ้ายเสินเพียงกลุ่มเดียว เขาพยายามใช้สกิลกับฮันเตอร์คนอื่นๆที่อยู่ตามข้างทาง


    เมื่อทุกคนได้ยินเสียงของเขาต่างโห่ร้องด้วยใจที่ฮึกเหิมก่อนจะวิ่งไล่ตามเกิดเป็นขบวนฮันเตอร์ขนาดใหญ่วิ่งเข้าไปห้ำหั่นศัตรู


    “ หากยังมีขาอยู่ให้ลุกขึ้นมา  หากแขนยังอยู่ให้หยิบดาบขึ้นฟาดฟัน ถ้าหากพละกำลังหมดแล้วก็จงร้องตะโกนดังๆปลุกเพื่อนที่กำลังสลบให้ลุกขึ้นมาช่วยเหลือ เราจะก้าวไปด้วยกัน เราจะสังหารพวกมันไปพร้อมๆกัน ลุกขึ้นมาพี่น้อง ฉันเฉินห่าวจากหลงเฉียงฟิตเนสจะขอนำทัพในครั้งนี้เอง!!! ”


    เฉินห่าวใช้มือถูจมูกเล็กน้อย คำพูดเมื่อครู่ราวกับหลุดออกมาจากในหนัง ถึงอย่างนั้นเขาจำเป็นต้องเดินทางแล้วเพราะทุกคนกำลังเดือดพล่านต้องการสังหารศัตรู


    “ ฆ่าพวกมัน!!! ”


    คลื่นมนุษย์เริ่มก่อตัวท่ามกลางดงมอนสเตอร์ มองจากมุมสูงราวกับว่ามีแม่น้ำที่เกิดจากมนุษย์กำลังไหลไปตามพื้นที่ต่างๆ ในแต่ละจุดที่มนุษย์เดินทางไปนั้นจะต้องมีร่างมอนสเตอร์นอนตายเกลื่อน


     เฉินห่าวที่กำลังนำหน้าขบวนเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยเพราะขบวนกำลังบีบให้เขามุ่งไปทางที่เลเวล 70 กำลังไล่สังหารฮันเตอร์ เขาจึงดึงผลึกมานาจากเลเวล 60 ที่สังหารออกมาดูดซับเรื่อยๆจนทำให้เซลล์ภายในร่างกายตื่นตัว


    เมื่อถึงจุดที่เซลล์อิ่มตัว เขาเพียงแค่ใช้วรยุทธ์วัชระคงกระพัน ไม่นานก็กลับมาดูดซับผลึกมานาได้อีกครั้งพร้อมกับได้ยินเสียงแจ้งเตือนดังบอกให้รู้ว่าเลเวลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ


    [  แจ้งเตือน ท่านเลเวลอัพ ]


    ดาบในมือยังคงฟาดฟันต่อไปไม่ยอมหยุด ทุกการฟาดฟันจะมีร่างมอนสเตอร์นอนเกลื่อนพื้นพร้อมกับถูกควักผลึกมานาออกมาดูดซับ   ยิ่งลงมือสังหารเขาก็ยิ่งได้ยินเสียงแจ้งเตือนเลเวลอัพ ในที่สุดด้านหน้าของเขาก็ปรากฎเลเวล 70 ตัวหนึ่งยืนขวางทาง หากขบวนของเขาอยากจะเดินหน้าไปต่อจำเป็นต้องสังหารมัน


    [  แจ้งเตือน ท่านเลเวลอัพ ]


    เลเวลเพิ่มขึ้นมาเป็น 45 ค่าสถานะโดยรวมไม่ต่างจากเลเวล 65 แม้จะยังไม่สูงเทียบเท่ามอนสเตอร์เลเวลตรงหน้า เฉินห่าวกลับมีโอกาสเอาชนะมัน


    “ หยุด!!! ”


    เสียงร้องตะโกนดังบอกให้ขบวนของเขาหยุดวิ่ง ผู้คนที่อยู่ด้านหลังเบรกจนตัวโก่งก่อนจะเริ่มตั้งรูปแบบป้องกันเพื่อต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่อยู่ใกล้ๆตนเองแทน


    หลังจากสั่งขบวนหยุดแล้วเฉินห่าวจึงเดินออกจากกลุ่ม ท่ามกลางสีหน้าแตกตื่นของพวกอ้ายเสินที่ร้องตะโกนตาม


    “ เถ้าแก่กลับมาก่อน นั่นมันเลเวล 70 เลยนะเถ้าแก่! ”


    “ อยู่ตรงนั้นแหละ อย่าได้เข้ามาเพราะฉันคืนชีพให้คนตายไม่ได้ ”


    “ เถ้าแก่คุณบ้าเหรอ นั่นเลเวล 70 เลยนะเถ้าแก่! ”


    เฉินห่าวมองไปยังดาบ มันอยู่กับเขามาตลอด 2 วัน คมของมันหายไปมากกว่าครึ่ง ถึงอย่างนั้นมันยังคงใช้งานได้อยู่


    ทันทีที่บีบอัดมานาเข้าไปที่ดาบพร้อมกับเคลือบจิตแห่งดาบให้กับอาวุธ เฉินห่าวไม่รอช้าเป็นฝ่ายพุ่งเข้าหามอนสเตอร์เลเวล 70 ทันทีที่ก้าวเท้าไปด้านหน้าไม่กี่ครั้ง ร่างของเขาก็แยกออกมาเป็น 10 สร้างความตื่นตะลึงให้กลุ่มคนที่กำลังมอง


    มอนสเตอร์เลเวล 70 เห็นว่าศัตรูแยกร่างได้พยายามตรวจสอบหาร่างจริง แต่มันกลับแยกแยะไม่ได้จึงใช้ขาที่เหมือนแมงมุมราว 20 แทงไปยังร่างทั้งหมดเพื่อฆ่าให้ตายไปพร้อมกัน


    ร่างที่ถูกแทงกลับสลายกลายเป็นฝุ่นควันสีดำก่อนจะเผยให้เห็นร่างใหม่อีกสิบกว่าร่างโผล่มาด้านข้างขาที่แทงเข้าโจมตี


    แมงมุมยักษ์จึงตัดสินใจแกว่งขาตัดร่างทั้งหมด มันกลับแตกตัวกลายเป็นฝุ่นเผยให้เห็นร่างใหม่ใกล้ๆอีกครั้ง


    แมงมุมสัมผัสได้ถึงอันตรายจากทักษะที่มนุษย์ใช้ก้าวย่างเข้ามาหาตนจึงตัดสินใจพ่นใยออกจากก้นจนเกิดเป็นตาข่ายยักษ์  เมื่อใยของมันคลุมทับร่างทั้งหมดที่วิ่งมาทางฝั่งเดียวนั้น มันกลับสัมผัสได้ถึงอันตรายบริเวณศีรษะจึงก้มตัวลงต่ำก่อนจะพบว่าร่างทั้งหมดที่โจมตีเป็นร่างปลอม ส่วนร่างจริงเข้าประชิดมันแล้ว


    กรี๊ด!


    แมงมุมหลบออกมาด้วยสัญชาตญาณ เมื่อครู่ถ้ามันช้ากว่านี้คงถูกตัดศีรษะทิ้งไปกลางสนามรบ


    เฉินห่าวรู้ตัวว่าพลาดกลับไม่ตื่นตระหนกรีบไล่ตามฟาดฟันจุดสีแดงที่เขาเห็นจากสกิลอาชีพ


    ครั้งนี้เขาคงตัดศีรษะของมันให้ขาดในครั้งเดียวไม่ได้ ดังนั้นจึงตัดสินใจไล่ตัดไปตามส่วนต่างๆของมันแทน


    เปล้ง ฉัวะ!


    ขาข้างหนึ่งถูกตัดขาดออกจากร่าง ต่อให้มันจะมีเกราะหนาก็ตาม ดาบที่ฟันสามารถเจาะทะลวงได้ง่ายๆ


    รอยตัดที่เกิดขึ้นเฉินห่าวเล็งไปยังจุดอ่อนบริเวณข้อพับของมันตามการชี้แนะของสกิลจึงทำให้เขาตัดมันไม่ต่างจากตัดลำอ้อย


    “ บ้าไปแล้ว นั่นมันเลเวล 70 เลยนะ ”


    “ ลูกพี่ ปล่อยเจ้าของร้านไปเถอะ เขาคงฆ่ามันได้อีกเหมือนเคยนั้นและ ตอนนี้คนที่จะตายไม่ใช่เจ้าของร้านหรอก แต่จะเป็นลูกพี่มากกว่า ถ้ายังขืนนิ่งอยู่แบบนี้ผมจะไม่ช่วยแล้วนะ ”


    อ้ายเสินเรียกสติตนเอง เขาไม่อยากเชื่อสิ่งที่ตาเห็น เถ้าแก่กำลังต่อสู้กับเลเวล 70 ที่มีร่างกายสูงถึง 10 เมตร  ความสูงของมันกลับไม่ใช่ปัญหาสำหรับเถ้าแก่  เขาใช้มอนสเตอร์ใกล้ๆเป็นฐานเหยียบเพื่อกระโจนไปตัดส่วนต่างๆของเลเวล 70 จนเกราะแตกออกครั้งแล้วครั้งเล่า บางครั้งเขาไต่ไปตามตัวของมันราวกับว่ามีกาวเหนียวยึดติดพื้นรองเท้าเอาไว้


    ทันใดนั้นอ้ายเสินถึงขั้นเบิกตาโตเมื่อพบว่าเหนือศีรษะของเลเวล 70 มีดาบขนาดใหญ่กำลังก่อตัวก่อนที่มันจะแทงเข้าใสกลางลำตัวของมอนสเตอร์จนร่างพุ่งกระแทกดิน


    “ แม่เจ้าโว๊ย เมื่อกี้มันบ้าอะไรวะเนี่ย! ”


    “ ไอ้ลูกพี่บ้า แกจะตายแล้วรีบสู้หน่อยเร็ว!!! ”


    ป๋อหลินเตะเข้าที่ชายโครงของลูกพี่ที่เอาแต่ยืนดูเจ้าของร้านต่อสู้ ตอนนี้เลเวล 70 ตายแล้ว แต่สิ่งต่อไปที่จะตายคือพวกเขาเพราะมอนสเตอร์บุกมาไม่หยุดหย่อน


    เฉินห่าวที่วิ่งกลับเข้ามาในกลุ่มร้องตะโกนบอกให้ฮันเตอร์วิ่งตามอีกครั้งหลังจากเขาจัดการเลเวล 70 ได้แล้ว เป้าหมายต่อไปจึงเป็นเลเวล 70 อีกตัวที่อยู่ใกล้ๆกัน


    “ ฆ่ามัน! ”





    คล้ายกับเรื่อง[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส ที่คุณอ่าน