ความพินาศของนครจตุรทิศและการล่มสลายของตระกูลอวิ๋น เป็นเพียงปฐมบทของพายุเลือดที่พัดกระหน่ำไปทั่ว 'เขตแดนฟ้าบรรพกาล' (Desolate Azure Domain) ตลอดเส้นทางนับล้านลี้ที่ทอดตัวสู่ศูนย์กลางของเขตแดน กองทัพของตระกูลสาขา นิกายเซียนระดับสูง และขุนพลพิทักษ์ดินแดนที่ถูกส่งมาเพื่อสกัดกั้นมารร้ายผมเงิน ล้วนแต่ต้องจบชีวิตลงภายใต้คมดาบสีเทาปฐมกาล ซากศพของยอดฝีมือระดับเซียนนิรันดร์นับไม่ถ้วนร่วงหล่นเกลื่อนกลาดประดุจใบไม้ร่วง เลือดสีทองคำของเซียนแท้จริงเจิ่งนองย้อมผืนแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ให้กลายเป็นสีแดงฉาน
หลินเฟย... นามของมารไร้ลักษณ์ บัดนี้ได้กลายเป็นฝันร้ายที่กรีดลึกลงไปในจิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิตทุกรูปนามในแดนเซียนอมตะ
ร่างของเด็กหนุ่มผมสีเงินประกายในชุดเกราะอ่อนสีดำขลับ พุ่งทะยานแหวกม่านเมฆสีรุ้งด้วยความเร็วที่ฉีกกระชากกฎเกณฑ์แห่งมิติ รังสีปราณปฐมกาลสีเทาเข้มที่แผ่ออกมาจากร่างของเขา ทรงอำนาจและหนักอึ้งจนทำให้พื้นที่รอบด้านเกิดการบิดเบี้ยว การกลืนกินทรัพยากรมหาศาลตลอดการเดินทาง ทำให้ 'วิญญาณปฐมกาล' ในจุดตันเถียนของเขาเติบโตจนถึงจุดสูงสุดของขอบเขต พลังงานหยินหยางที่สมบูรณ์แบบไหลเวียนเป็นหนึ่งเดียวกับสายเลือดและลมหายใจ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาคือการสั่นสะเทือนสัจธรรมของโลกหล้า
และในที่สุด ทัศนียภาพเบื้องหน้าของหลินเฟยก็เปิดกว้างออก เผยให้เห็นจุดหมายปลายทางที่เขาตามหามาตลอดหลายวัน... ศูนย์กลางแห่งอำนาจสูงสุดของเขตแดนฟ้าบรรพกาล!
มันคือ 'นครจักรพรรดิฟ้าบรรพกาล' (Imperial Azure Capital) มหานครขนาดยักษ์ที่มีความกว้างใหญ่เทียบเท่ากับดาวเคราะห์ทั้งดวง ลอยตระหง่านอยู่ใจกลางทะเลหมอกเซียนสีทองคำบริสุทธิ์ นครแห่งนี้ไม่ได้ถูกค้ำยันด้วยเสาหิน ทว่ามันลอยอยู่ได้ด้วย 'แก่นกลางมรรคา' ขนาดยักษ์ที่ส่องแสงสว่างเจิดจ้ายิ่งกว่าดวงอาทิตย์ร้อยดวง กำแพงเมืองสร้างจากเหล็กไหลสวรรค์หมื่นปีที่สลักลวดลายค่ายกลป้องกันระดับ 'เซียนสวรรค์' (Heavenly Immortal) ป้อมปืนใหญ่คริสตัลนับแสนกระบอกหันปากกระบอกออกมาเตรียมพร้อมรบ
เหนือใจกลางมหานคร คือ 'ตำหนักบัลลังก์ฟ้า' พระราชวังลอยฟ้าที่สร้างจากหยกมังกรเขียวทั้งหลัง แผ่รังสีอำนาจที่ทำให้สรรพสิ่งต้องคุกเข่าศิโรราบ ที่นั่นคือที่ประทับของ 'มหาจักรพรรดิฟ้าบรรพกาล' (Azure Ancient Emperor) หนึ่งในเก้ามหาจักรพรรดิผู้ปกครองแดนเซียนอมตะที่แท้จริง!
วูบบบบบบ!
หลินเฟยหยุดชะงักกลางอากาศ ห่างจากกำแพงนครจักรพรรดิไปราวร้อยลี้ เขาทอดสายตามองความยิ่งใหญ่ตระการตาเบื้องหน้าด้วยแววตาที่เยียบเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก ศัสตราไร้ลักษณ์ในมือขวาที่หลอมรวมกับแก่นกลางดาราดับสูญจนกลายเป็นใบดาบของเหลวสีเทาโปร่งแสง สั่นพ้องเบาๆ ประดุจสัตว์ร้ายที่กำลังจะได้ลิ้มรสอาหารจานหลัก
"ใหญ่โตและหรูหราสมกับเป็นรังของสุนัขจ่าฝูง..." หลินเฟยแสยะยิ้มอำมหิต "แต่ยิ่งสร้างไว้สูงเท่าไหร่ เวลาพังครืนลงมา... มันก็ยิ่งเสียงดังสะใจมากเท่านั้น!"
โฮกกกกกกกกก!
ทันทีที่หลินเฟยปรากฏตัว เสียงแตรสังข์รบก็ดังกึกก้องกัมปนาทไปทั่วทั้งนครจักรพรรดิ กองทัพเซียนพิทักษ์นครจำนวนกว่า 'สิบล้านนาย' ที่ประจำการอยู่ตามกำแพงเมืองและเรือรบเหาะนับพันลำ เคลื่อนพลออกมาประดุจพายุตั๊กแตนสีทองบดบังน่านฟ้า ค่ายกลป้องกันระดับเซียนสวรรค์ถูกเปิดใช้งาน ม่านพลังสีเขียวมรกตขนาดยักษ์กางออกคลุมทั้งมหานคร แผ่รังสีสะท้อนการโจมตีทุกรูปแบบ
ทว่า สิ่งที่พุ่งออกมารับหน้าหลินเฟยเป็นกลุ่มแรก ไม่ใช่กองทหารเลว ทว่าคือลำแสงสี่สายที่พุ่งทะลวงม่านพลังออกมาด้วยความเร็วที่เหนือล้ำกว่าอุกกาบาต!
ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!
ลำแสงทั้งสี่กระแทกทะลวงอากาศธาตุ ปรากฏเป็นร่างของยอดฝีมือสี่คนในชุดคลุมยาวสีเขียวเข้มขลิบทอง พวกมันยืนกระจายกำลังล้อมรอบหลินเฟยทั้งสี่ทิศ รังสีพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของพวกมัน หนักอึ้งและทรงอำนาจจนทำให้มิติรัศมีหมื่นลี้ถูกล็อกตายอย่างสมบูรณ์!
พวกมันคือ 'สี่มหาเสนาบดี' (The Four Grand Ministers) เสาหลักแห่งขุมอำนาจของนครจักรพรรดิฟ้าบรรพกาล! รังสีพลังของพวกมันล้วนยืนหยัดอยู่ในขอบเขต 'แสวงมรรคาขั้นสูงสุด' (Dao Seeking Peak) และก้าวเท้าข้างหนึ่งเข้าสู่ขอบเขต 'ครึ่งก้าวเซียนสวรรค์' (Half-step Heavenly Immortal) ไปแล้ว!
"มารร้ายไร้ลักษณ์... เส้นทางอันบ้าคลั่งของแก สิ้นสุดลงที่นี่แล้ว!" เสนาบดีทิศตะวันออก ผู้ถือกระบี่หยกเขียวชี้หน้าหลินเฟย เสียงของมันแฝงไปด้วยกฎเกณฑ์แห่งการพิพากษา "บังอาจล่วงล้ำเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ สังหารขุนพลและผู้บริสุทธิ์นับไม่ถ้วน วันนี้ พวกข้าสี่มหาเสนาบดี จะเป็นผู้ลงทัณฑ์ลบล้างวิญญาณของแก เพื่อสังเวยแด่ความสงบสุขของแดนเซียน!"
"ความสงบสุขที่แลกมาด้วยการสูบเลือดสูบเนื้อของโลกเบื้องล่างงั้นรึ?" หลินเฟยแค่นเสียงหัวเราะ นัยน์ตาสีเทากวาดมองสี่มหาเสนาบดีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพช "พวกแกก็เป็นแค่ปลิงดูดเลือดที่สวมชุดหรูหรา อย่ามาพล่ามเรื่องความยุติธรรมให้ข้าขยะแขยงไปมากกว่านี้เลย!"
"ตาย!"
เสนาบดีทั้งสี่ไม่พูดพร่ำทำเพลง พวกมันรู้ดีถึงความอันตรายของมารร้ายเบื้องหน้า จึงลงมือพร้อมกันด้วยค่ายกลสังหารที่ทรงอานุภาพที่สุด!
"ค่ายกลสี่ทิศผนึกสวรรค์บรรพกาล!"
เสนาบดีทั้งสี่ประสานอินร่วมกัน ปลดปล่อยกฎเกณฑ์แห่งมรรคาที่พวกตนบ่มเพาะมานับแสนปี กฎเกณฑ์แห่งวายุ ปฐพี อัคคี และวารี พุ่งไปประสานกันกลางอากาศ ก่อเกิดเป็นโซ่ตรวนแห่งสัจธรรมสีรุ้งนับหมื่นเส้น พุ่งเข้าพันธนาการร่างของหลินเฟย โซ่ตรวนเหล่านี้ไม่ได้มัดเพียงแค่ร่างกาย ทว่ามันมัดลึกเข้าไปถึงวิญญาณแรกกำเนิด หวังจะสะกดการเคลื่อนไหวและสลายพลังปราณทั้งหมดของเป้าหมาย!
"มรรคาผ่าดารา!" เสนาบดีทิศเหนือผู้ถือขวานยักษ์พุ่งทะยานเข้ามาจากด้านบน ขวานในมือขยายขนาดใหญ่เท่าภูเขา แฝงกฎเกณฑ์แห่งน้ำหนักที่สามารถบดขยี้ดาวเคราะห์ ฟาดฟันลงมาที่กลางกระหม่อมของหลินเฟยหมายจะสับให้แหลกคาที่!
หลินเฟยที่ถูกโซ่ตรวนแห่งสัจธรรมรัดตรึงจนแน่น นัยน์ตาสีเทากลับไม่ได้ฉายแววหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย เขากระชับศัสตราปฐมกาลในมือขวา ทารกปฐมกาลในจุดตันเถียนสยายปีกสีดำและสีขาวออกกว้างสุด พลังงานหยินหยางที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ธรรมชาติทั้งปวง ระเบิดออกจากร่างอย่างเกรี้ยวกราด!
"แค่เศษโซ่เด็กเล่น... คิดจะมัดมังกรปฐมกาลรึ!?"
หลินเฟยแผดเสียงคำราม!
เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!
ปราณปฐมกาลสีเทาเข้มกระแทกออกด้านนอก โซ่ตรวนสัจธรรมสีรุ้งนับหมื่นเส้นที่ถูกสร้างขึ้นจากพลังครึ่งก้าวเซียนสวรรค์ แตกสลายกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยราวกับเส้นด้ายเปื่อยๆ ทันทีที่สัมผัสกับเจตจำนงแห่งการลบล้าง! เสนาบดีทั้งสี่กระอักเลือดออกมาพร้อมกันจากการถูกสะท้อนกลับของค่ายกล!
"เป็นไปไม่ได้! มันทำลายค่ายกลสัจธรรมได้ด้วยพลังเพียวๆ!" เสนาบดีทิศตะวันออกเบิกตากว้าง
หลินเฟยหลุดพ้นจากการพันธนาการ เขาไม่ได้ถอยหลบขวานยักษ์ที่กำลังฟาดลงมา ทว่าเขาตวัดศัสตราไร้ลักษณ์ขึ้นปะทะโดยตรง!
"สมดุลตัดสวรรค์... สะบั้นภูผา!"
เคร้งงงงงง!
ใบดาบแสงสีเทาปะทะเข้ากับคมขวานขนาดยักษ์ เสียงโลหะกระทบกันดังกังวานจนมิติรอบด้านปริแตกเป็นรอยร้าวสีดำ ขวานยักษ์ที่อัดแน่นไปด้วยกฎเกณฑ์มรรคาหยุดชะงักกลางอากาศ ไม่สามารถกดน้ำหนักลงไปได้อีกแม้แต่ชุ่นเดียว!
"ขวานของแก... มันเบาเกินไป!" หลินเฟยแสยะยิ้มอำมหิต
เขาออกแรงบิดข้อมือเพียงเล็กน้อย ปราณปฐมกาลจากศัสตราไร้ลักษณ์ไหลทะลักเข้าไปกัดกร่อนอาวุธของศัตรู!
แคร่ก! แคร่ก... เป๊าะ!
ขวานยักษ์ระดับแสวงมรรคาขั้นสูงสุด เกิดรอยร้าวสีเทาและระเบิดแตกละเอียดคาด้าม! เสนาบดีทิศเหนือตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก ทว่าคมดาบสีเทาของหลินเฟยไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น มันพุ่งทะยานต่อไป ทะลวงผ่าร่างของเสนาบดีทิศเหนือตั้งแต่หว่างขาขึ้นไปจนถึงกะโหลกศีรษะ!
ฉัวะะะะะ!
ร่างของมหาเสนาบดีถูกผ่าครึ่งอย่างสมบูรณ์แบบ เลือดสีทองคำและอวัยวะภายในสาดกระเซ็น วิญญาณแรกกำเนิดที่พยายามจะหลบหนีออกจากร่าง ถูกศัสตราไร้ลักษณ์ดูดกลืนเข้าไปในพริบตา!
"พี่เหนือ!" เสนาบดีที่เหลืออีกสามคนกรีดร้องด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัวสุดขีด พวกมันไม่เคยเห็นตัวตนระดับครึ่งก้าวเซียนสวรรค์ถูกสังหารด้วยดาบเดียวง่ายดายเช่นนี้มาก่อน!
"อย่ามัวตะลึง! มันใช้พลังไปมากแล้ว รุมโจมตีมันเดี๋ยวนี้!" เสนาบดีทิศใต้ตวาดลั่น มันร่ายรำหอกเพลิงมรรคา พุ่งทะยานเข้าแทงหลินเฟยจากด้านหลัง ในขณะที่เสนาบดีทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ใช้กระบี่และแส้วารี โจมตีขนาบข้างอย่างพร้อมเพรียง
หลินเฟยหัวเราะร่วน นัยน์ตาสีเทาทอประกายความบ้าคลั่งถึงขีดสุด เขาใช้วิชา 'ก้าวพริบตาปฐมกาล' หายวับไปจากสายตาของการรุมโจมตี!
"มันหายไปไหนแล้ว!?"
"ช้าเกินไป... พวกแกมันช้าเกินไป!" เสียงกระซิบมรณะดังขึ้นที่ข้างหูของเสนาบดีทิศตะวันตก!
หลินเฟยปรากฏตัวขึ้นประชิดด้านหลัง ศัสตราไร้ลักษณ์แทงทะลุจากแผ่นหลังทะลวงขั้วหัวใจของเสนาบดีทิศตะวันตกอย่างแม่นยำ ปลายดาบสีเทาโผล่ทะลุหน้าอกออกมาพร้อมกับวิญญาณแรกกำเนิดที่ถูกบดขยี้!
ซวบ!
"อ๊ากกกก!" เสนาบดีทิศตะวันตกกระอักเลือดสีทอง ร่างกายกระตุกเกร็งก่อนจะแห้งเหี่ยวลงอย่างรวดเร็วเมื่อถูกศัสตราปฐมกาลสูบกลืนพลังชีวิตจนหมดสิ้น!
เหลือเพียงเสนาบดีสองคน พวกมันหวาดกลัวจนเสียสติ ทิ้งอาวุธและหันหลังเตรียมพุ่งหนีกลับเข้าไปในม่านพลังของนครจักรพรรดิ
"ขอบอกไว้ก่อนนะ... สวรรค์ไม่มีที่ให้คนขี้ขลาด!"
หลินเฟยตวัดดาบแสงสีเทา ฟาดฟันออกไปสองครั้งซ้อน!
"วิถีแห่งศาสตราไร้ลักษณ์ เคล็ดวิชาที่เก้า... อนันตกาลคืนสู่ศูนย์!"
คลื่นกระบี่สีเทารูปจันทร์เสี้ยวสองสายพุ่งทะยานด้วยความเร็วที่ก้าวข้ามกาลเวลา มันพุ่งตัดผ่าร่างของเสนาบดีทิศตะวันออกและทิศใต้ที่กำลังหลบหนี ขาดสะบั้นออกเป็นสองท่อนกลางอากาศ! เลือดเซียนสาดกระเซ็นย้อมกำแพงนครจักรพรรดิให้กลายเป็นสีแดงฉาน ร่างไร้วิญญาณทั้งสองร่วงหล่นลงสู่ทะเลหมอกเบื้องล่าง
ภายในเวลาไม่ถึงชั่วยาม สี่มหาเสนาบดีระดับครึ่งก้าวเซียนสวรรค์ เสาหลักแห่งนครจักรพรรดิฟ้าบรรพกาล... ถูกหลินเฟยสังหารเรียบอย่างไร้ความปรานี!
ความเงียบสงัดที่น่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมนครจักรพรรดิขนาดยักษ์ กองทัพเซียนนับสิบล้านนายที่ประจำการอยู่บนกำแพงเมือง ต่างยืนตัวสั่นงันงก อาวุธในมือร่วงหล่นลงพื้น พวกมันมองดูมารร้ายผมเงินที่เพิ่งสังหารผู้บัญชาการสูงสุดของพวกมันดุจเชือดไก่ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะส่งเสียงร้อง
หลินเฟยยืนตระหง่านอยู่กลางอากาศ ศัสตราไร้ลักษณ์ในมือเปล่งประกายสีเทาเข้ม มันเพิ่งกลืนกินวิญญาณระดับครึ่งก้าวเซียนสวรรค์ไปถึงสี่ดวง พลังงานมหาศาลตีรวนอยู่ภายในจุดตันเถียนของเขา ผลักดันให้รากฐาน 'วิญญาณแรกกำเนิดปฐมกาล' เข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบสูงสุด!
เขาสะบัดคมดาบไล่หยดเลือด ก่อนจะเงยหน้ามองตรงไปยัง 'ตำหนักบัลลังก์ฟ้า' ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางมหานคร
"ส่งสุนัขเฝ้าบ้านมาตายหมดแล้ว... ถึงเวลาที่เจ้านายจะโผล่หัวออกมาหรือยังล่ะ มหาจักรพรรดิ!?" หลินเฟยแผดเสียงคำรามท้าทาย คลื่นเสียงปฐมกาลกระแทกม่านพลังสีเขียวมรกตของเมืองจนเกิดระลอกคลื่นสั่นสะเทือน!
ครืนนนนนนนนนน!
สิ้นเสียงท้าทายของหลินเฟย ท้องฟ้าเหนือนครจักรพรรดิพลันแปรปรวนอย่างรุนแรง! มวลเมฆสีรุ้งถูกฉีกกระชากออก แสงสว่างสีทองคำที่เจิดจ้าและทรงอำนาจเหนือสิ่งใด สาดส่องลงมาจากตำหนักบัลลังก์ฟ้า แรงกดดันระดับ 'เซียนสวรรค์' (Heavenly Immortal) ที่แท้จริง ระเบิดออกกวาดล้างไปทั่วเขตแดนฟ้าบรรพกาล!
มันคือความกดดันที่แตกต่างจากขอบเขตแสวงมรรคาอย่างสิ้นเชิง หากแสวงมรรคาคือการขอยืมพลังจากกฎเกณฑ์ ขอบเขตเซียนสวรรค์ก็คือ 'การเป็นเจ้าของ' กฎเกณฑ์เหล่านั้น! ทันทีที่แรงกดดันนี้ปรากฏ กฎเกณฑ์แห่งมิติ เวลา และธาตุทั้งปวงรอบนครจักรพรรดิ ล้วนตกอยู่ภายใต้การควบคุมของบุคคลเพียงคนเดียว!
ทหารเซียนนับสิบล้านนายบนกำแพงเมือง ต่างทรุดตัวลงคุกเข่าหมอบกราบกับพื้นโดยพร้อมเพรียงกัน
"ถวายบังคม มหาจักรพรรดิฟ้าบรรพกาล! ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี!" เสียงถวายพระพรกึกก้องกัมปนาทสะเทือนสวรรค์
ร่างของบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่ง ค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากตำหนักบัลลังก์ฟ้า เขาสวมชุดคลุมจักรพรรดิสีทองสลักลายมังกรสวรรค์เก้าตัว สวมมงกุฎหยกบรรพกาล นัยน์ตาของเขาลึกล้ำดุจห้วงจักรวาลที่ซ่อนเร้นดวงดาวนับล้าน เพียงแค่เขาก้าวเดิน มิติใต้ฝ่าเท้าก็ก่อตัวเป็นดอกบัวทองคำรองรับ
เขาคือ 'มหาจักรพรรดิฟ้าบรรพกาล' (Azure Ancient Emperor) ผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของดินแดนนี้!
มหาจักรพรรดิทอดสายตามองผ่านม่านพลังลงมายังหลินเฟย สายตาของเขาปราศจากความโกรธเกรี้ยว ทว่ามันเต็มไปด้วยความเย็นชาและความเหนือกว่าอย่างถึงที่สุด ราวกับพระผู้สร้างกำลังมองดูความผิดพลาดของสิ่งที่ตนสร้างขึ้น
"มนุษย์ผู้ถูกทอดทิ้งจากวัฏจักร... เจ้าครอบครองศัสตราต้องห้าม ก่อกรรมทำเข็ญ สังหารเสนาบดีของข้า และบุกรุกถึงหน้าประตูราชวัง..." เสียงของมหาจักรพรรดิดังกังวานเข้าไปในจิตวิญญาณ ไม่ได้ใช้ความดัง แต่ใช้อำนาจของสัจธรรม "เจ้ามีความสามารถที่น่าชื่นชม ทว่า... ขีดจำกัดของมดปลวก ย่อมไม่อาจเอื้อมถึงท้องฟ้า วันนี้ ข้าจะใช้ฐานะของผู้ควบคุมกฎเกณฑ์... ลบตัวตนของเจ้าออกจากสารบบของจักรวาลอย่างสมบูรณ์!"
มหาจักรพรรดิยกมือขวาขึ้นชี้มาที่หลินเฟย เพียงแค่ปลายนิ้วขยับ กฎเกณฑ์แห่งสวรรค์รอบตัวหลินเฟยก็ถูก 'บิดเบือน' อย่างรุนแรง! มิติรอบกายของเด็กหนุ่มถูกบีบอัดจนกลายเป็นกรงขังสูญญากาศที่ตัดขาดจากปราณวิญญาณและพลังงานทุกชนิด!
"คิดว่าการควบคุมพื้นที่แค่นี้ จะขังข้าได้งั้นรึ!?"
หลินเฟยแสยะยิ้มอำมหิต เขาไม่หวั่นเกรงต่อพลังระดับเซียนสวรรค์เลยแม้แต่น้อย ทารกปฐมกาลในร่างสยายปีก ปราณปฐมกาลสีเทาเข้มระเบิดออกต่อต้านการบีบอัดของมิติ!
"ในเมื่อแกอ้างตัวว่าเป็นผู้ควบคุมสวรรค์... ข้าก็จะขอใช้ดาบเล่มนี้... ผ่าสวรรค์ของแกให้ขาดสะบั้นเอง!"
หลินเฟยกระชับศัสตราไร้ลักษณ์ ร่างของเขากลายเป็นพายุมฤตยูสีเทา พุ่งทะยานเข้าปะทะกับมหาจักรพรรดิฟ้าบรรพกาล ศึกตัดสินระหว่าง 'ผู้ลบล้างสัจธรรม' และ 'ผู้ควบคุมสัจธรรม' ได้เปิดฉากขึ้นแล้ว ณ ศูนย์กลางของแดนเซียนอมตะ!