วิถีศัสตราไร้ลักษณ์ : The Formless Immortal Blade

    ตอนที่ 49: บัลลังก์ฟ้าบรรพกาล และการจุติของมหาจักรพรรดิ

    ความพินาศของนครจตุรทิศและการล่มสลายของตระกูลอวิ๋น เป็นเพียงปฐมบทของพายุเลือดที่พัดกระหน่ำไปทั่ว 'เขตแดนฟ้าบรรพกาล' (Desolate Azure Domain) ตลอดเส้นทางนับล้านลี้ที่ทอดตัวสู่ศูนย์กลางของเขตแดน กองทัพของตระกูลสาขา นิกายเซียนระดับสูง และขุนพลพิทักษ์ดินแดนที่ถูกส่งมาเพื่อสกัดกั้นมารร้ายผมเงิน ล้วนแต่ต้องจบชีวิตลงภายใต้คมดาบสีเทาปฐมกาล ซากศพของยอดฝีมือระดับเซียนนิรันดร์นับไม่ถ้วนร่วงหล่นเกลื่อนกลาดประดุจใบไม้ร่วง เลือดสีทองคำของเซียนแท้จริงเจิ่งนองย้อมผืนแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ให้กลายเป็นสีแดงฉาน

    หลินเฟย... นามของมารไร้ลักษณ์ บัดนี้ได้กลายเป็นฝันร้ายที่กรีดลึกลงไปในจิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิตทุกรูปนามในแดนเซียนอมตะ

    ร่างของเด็กหนุ่มผมสีเงินประกายในชุดเกราะอ่อนสีดำขลับ พุ่งทะยานแหวกม่านเมฆสีรุ้งด้วยความเร็วที่ฉีกกระชากกฎเกณฑ์แห่งมิติ รังสีปราณปฐมกาลสีเทาเข้มที่แผ่ออกมาจากร่างของเขา ทรงอำนาจและหนักอึ้งจนทำให้พื้นที่รอบด้านเกิดการบิดเบี้ยว การกลืนกินทรัพยากรมหาศาลตลอดการเดินทาง ทำให้ 'วิญญาณปฐมกาล' ในจุดตันเถียนของเขาเติบโตจนถึงจุดสูงสุดของขอบเขต พลังงานหยินหยางที่สมบูรณ์แบบไหลเวียนเป็นหนึ่งเดียวกับสายเลือดและลมหายใจ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาคือการสั่นสะเทือนสัจธรรมของโลกหล้า

    และในที่สุด ทัศนียภาพเบื้องหน้าของหลินเฟยก็เปิดกว้างออก เผยให้เห็นจุดหมายปลายทางที่เขาตามหามาตลอดหลายวัน... ศูนย์กลางแห่งอำนาจสูงสุดของเขตแดนฟ้าบรรพกาล!

    มันคือ 'นครจักรพรรดิฟ้าบรรพกาล' (Imperial Azure Capital) มหานครขนาดยักษ์ที่มีความกว้างใหญ่เทียบเท่ากับดาวเคราะห์ทั้งดวง ลอยตระหง่านอยู่ใจกลางทะเลหมอกเซียนสีทองคำบริสุทธิ์ นครแห่งนี้ไม่ได้ถูกค้ำยันด้วยเสาหิน ทว่ามันลอยอยู่ได้ด้วย 'แก่นกลางมรรคา' ขนาดยักษ์ที่ส่องแสงสว่างเจิดจ้ายิ่งกว่าดวงอาทิตย์ร้อยดวง กำแพงเมืองสร้างจากเหล็กไหลสวรรค์หมื่นปีที่สลักลวดลายค่ายกลป้องกันระดับ 'เซียนสวรรค์' (Heavenly Immortal) ป้อมปืนใหญ่คริสตัลนับแสนกระบอกหันปากกระบอกออกมาเตรียมพร้อมรบ

    เหนือใจกลางมหานคร คือ 'ตำหนักบัลลังก์ฟ้า' พระราชวังลอยฟ้าที่สร้างจากหยกมังกรเขียวทั้งหลัง แผ่รังสีอำนาจที่ทำให้สรรพสิ่งต้องคุกเข่าศิโรราบ ที่นั่นคือที่ประทับของ 'มหาจักรพรรดิฟ้าบรรพกาล' (Azure Ancient Emperor) หนึ่งในเก้ามหาจักรพรรดิผู้ปกครองแดนเซียนอมตะที่แท้จริง!

    วูบบบบบบ!

    หลินเฟยหยุดชะงักกลางอากาศ ห่างจากกำแพงนครจักรพรรดิไปราวร้อยลี้ เขาทอดสายตามองความยิ่งใหญ่ตระการตาเบื้องหน้าด้วยแววตาที่เยียบเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก ศัสตราไร้ลักษณ์ในมือขวาที่หลอมรวมกับแก่นกลางดาราดับสูญจนกลายเป็นใบดาบของเหลวสีเทาโปร่งแสง สั่นพ้องเบาๆ ประดุจสัตว์ร้ายที่กำลังจะได้ลิ้มรสอาหารจานหลัก

    "ใหญ่โตและหรูหราสมกับเป็นรังของสุนัขจ่าฝูง..." หลินเฟยแสยะยิ้มอำมหิต "แต่ยิ่งสร้างไว้สูงเท่าไหร่ เวลาพังครืนลงมา... มันก็ยิ่งเสียงดังสะใจมากเท่านั้น!"

    โฮกกกกกกกกก!

    ทันทีที่หลินเฟยปรากฏตัว เสียงแตรสังข์รบก็ดังกึกก้องกัมปนาทไปทั่วทั้งนครจักรพรรดิ กองทัพเซียนพิทักษ์นครจำนวนกว่า 'สิบล้านนาย' ที่ประจำการอยู่ตามกำแพงเมืองและเรือรบเหาะนับพันลำ เคลื่อนพลออกมาประดุจพายุตั๊กแตนสีทองบดบังน่านฟ้า ค่ายกลป้องกันระดับเซียนสวรรค์ถูกเปิดใช้งาน ม่านพลังสีเขียวมรกตขนาดยักษ์กางออกคลุมทั้งมหานคร แผ่รังสีสะท้อนการโจมตีทุกรูปแบบ

    ทว่า สิ่งที่พุ่งออกมารับหน้าหลินเฟยเป็นกลุ่มแรก ไม่ใช่กองทหารเลว ทว่าคือลำแสงสี่สายที่พุ่งทะลวงม่านพลังออกมาด้วยความเร็วที่เหนือล้ำกว่าอุกกาบาต!

    ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!

    ลำแสงทั้งสี่กระแทกทะลวงอากาศธาตุ ปรากฏเป็นร่างของยอดฝีมือสี่คนในชุดคลุมยาวสีเขียวเข้มขลิบทอง พวกมันยืนกระจายกำลังล้อมรอบหลินเฟยทั้งสี่ทิศ รังสีพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของพวกมัน หนักอึ้งและทรงอำนาจจนทำให้มิติรัศมีหมื่นลี้ถูกล็อกตายอย่างสมบูรณ์!

    พวกมันคือ 'สี่มหาเสนาบดี' (The Four Grand Ministers) เสาหลักแห่งขุมอำนาจของนครจักรพรรดิฟ้าบรรพกาล! รังสีพลังของพวกมันล้วนยืนหยัดอยู่ในขอบเขต 'แสวงมรรคาขั้นสูงสุด' (Dao Seeking Peak) และก้าวเท้าข้างหนึ่งเข้าสู่ขอบเขต 'ครึ่งก้าวเซียนสวรรค์' (Half-step Heavenly Immortal) ไปแล้ว!

    "มารร้ายไร้ลักษณ์... เส้นทางอันบ้าคลั่งของแก สิ้นสุดลงที่นี่แล้ว!" เสนาบดีทิศตะวันออก ผู้ถือกระบี่หยกเขียวชี้หน้าหลินเฟย เสียงของมันแฝงไปด้วยกฎเกณฑ์แห่งการพิพากษา "บังอาจล่วงล้ำเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ สังหารขุนพลและผู้บริสุทธิ์นับไม่ถ้วน วันนี้ พวกข้าสี่มหาเสนาบดี จะเป็นผู้ลงทัณฑ์ลบล้างวิญญาณของแก เพื่อสังเวยแด่ความสงบสุขของแดนเซียน!"

    "ความสงบสุขที่แลกมาด้วยการสูบเลือดสูบเนื้อของโลกเบื้องล่างงั้นรึ?" หลินเฟยแค่นเสียงหัวเราะ นัยน์ตาสีเทากวาดมองสี่มหาเสนาบดีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพช "พวกแกก็เป็นแค่ปลิงดูดเลือดที่สวมชุดหรูหรา อย่ามาพล่ามเรื่องความยุติธรรมให้ข้าขยะแขยงไปมากกว่านี้เลย!"

    "ตาย!"

    เสนาบดีทั้งสี่ไม่พูดพร่ำทำเพลง พวกมันรู้ดีถึงความอันตรายของมารร้ายเบื้องหน้า จึงลงมือพร้อมกันด้วยค่ายกลสังหารที่ทรงอานุภาพที่สุด!

    "ค่ายกลสี่ทิศผนึกสวรรค์บรรพกาล!"

    เสนาบดีทั้งสี่ประสานอินร่วมกัน ปลดปล่อยกฎเกณฑ์แห่งมรรคาที่พวกตนบ่มเพาะมานับแสนปี กฎเกณฑ์แห่งวายุ ปฐพี อัคคี และวารี พุ่งไปประสานกันกลางอากาศ ก่อเกิดเป็นโซ่ตรวนแห่งสัจธรรมสีรุ้งนับหมื่นเส้น พุ่งเข้าพันธนาการร่างของหลินเฟย โซ่ตรวนเหล่านี้ไม่ได้มัดเพียงแค่ร่างกาย ทว่ามันมัดลึกเข้าไปถึงวิญญาณแรกกำเนิด หวังจะสะกดการเคลื่อนไหวและสลายพลังปราณทั้งหมดของเป้าหมาย!

    "มรรคาผ่าดารา!" เสนาบดีทิศเหนือผู้ถือขวานยักษ์พุ่งทะยานเข้ามาจากด้านบน ขวานในมือขยายขนาดใหญ่เท่าภูเขา แฝงกฎเกณฑ์แห่งน้ำหนักที่สามารถบดขยี้ดาวเคราะห์ ฟาดฟันลงมาที่กลางกระหม่อมของหลินเฟยหมายจะสับให้แหลกคาที่!

    หลินเฟยที่ถูกโซ่ตรวนแห่งสัจธรรมรัดตรึงจนแน่น นัยน์ตาสีเทากลับไม่ได้ฉายแววหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย เขากระชับศัสตราปฐมกาลในมือขวา ทารกปฐมกาลในจุดตันเถียนสยายปีกสีดำและสีขาวออกกว้างสุด พลังงานหยินหยางที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ธรรมชาติทั้งปวง ระเบิดออกจากร่างอย่างเกรี้ยวกราด!

    "แค่เศษโซ่เด็กเล่น... คิดจะมัดมังกรปฐมกาลรึ!?"

    หลินเฟยแผดเสียงคำราม!

    เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!

    ปราณปฐมกาลสีเทาเข้มกระแทกออกด้านนอก โซ่ตรวนสัจธรรมสีรุ้งนับหมื่นเส้นที่ถูกสร้างขึ้นจากพลังครึ่งก้าวเซียนสวรรค์ แตกสลายกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยราวกับเส้นด้ายเปื่อยๆ ทันทีที่สัมผัสกับเจตจำนงแห่งการลบล้าง! เสนาบดีทั้งสี่กระอักเลือดออกมาพร้อมกันจากการถูกสะท้อนกลับของค่ายกล!

    "เป็นไปไม่ได้! มันทำลายค่ายกลสัจธรรมได้ด้วยพลังเพียวๆ!" เสนาบดีทิศตะวันออกเบิกตากว้าง

    หลินเฟยหลุดพ้นจากการพันธนาการ เขาไม่ได้ถอยหลบขวานยักษ์ที่กำลังฟาดลงมา ทว่าเขาตวัดศัสตราไร้ลักษณ์ขึ้นปะทะโดยตรง!

    "สมดุลตัดสวรรค์... สะบั้นภูผา!"

    เคร้งงงงงง!

    ใบดาบแสงสีเทาปะทะเข้ากับคมขวานขนาดยักษ์ เสียงโลหะกระทบกันดังกังวานจนมิติรอบด้านปริแตกเป็นรอยร้าวสีดำ ขวานยักษ์ที่อัดแน่นไปด้วยกฎเกณฑ์มรรคาหยุดชะงักกลางอากาศ ไม่สามารถกดน้ำหนักลงไปได้อีกแม้แต่ชุ่นเดียว!

    "ขวานของแก... มันเบาเกินไป!" หลินเฟยแสยะยิ้มอำมหิต

    เขาออกแรงบิดข้อมือเพียงเล็กน้อย ปราณปฐมกาลจากศัสตราไร้ลักษณ์ไหลทะลักเข้าไปกัดกร่อนอาวุธของศัตรู!

    แคร่ก! แคร่ก... เป๊าะ!

    ขวานยักษ์ระดับแสวงมรรคาขั้นสูงสุด เกิดรอยร้าวสีเทาและระเบิดแตกละเอียดคาด้าม! เสนาบดีทิศเหนือตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก ทว่าคมดาบสีเทาของหลินเฟยไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น มันพุ่งทะยานต่อไป ทะลวงผ่าร่างของเสนาบดีทิศเหนือตั้งแต่หว่างขาขึ้นไปจนถึงกะโหลกศีรษะ!

    ฉัวะะะะะ!

    ร่างของมหาเสนาบดีถูกผ่าครึ่งอย่างสมบูรณ์แบบ เลือดสีทองคำและอวัยวะภายในสาดกระเซ็น วิญญาณแรกกำเนิดที่พยายามจะหลบหนีออกจากร่าง ถูกศัสตราไร้ลักษณ์ดูดกลืนเข้าไปในพริบตา!

    "พี่เหนือ!" เสนาบดีที่เหลืออีกสามคนกรีดร้องด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัวสุดขีด พวกมันไม่เคยเห็นตัวตนระดับครึ่งก้าวเซียนสวรรค์ถูกสังหารด้วยดาบเดียวง่ายดายเช่นนี้มาก่อน!

    "อย่ามัวตะลึง! มันใช้พลังไปมากแล้ว รุมโจมตีมันเดี๋ยวนี้!" เสนาบดีทิศใต้ตวาดลั่น มันร่ายรำหอกเพลิงมรรคา พุ่งทะยานเข้าแทงหลินเฟยจากด้านหลัง ในขณะที่เสนาบดีทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ใช้กระบี่และแส้วารี โจมตีขนาบข้างอย่างพร้อมเพรียง

    หลินเฟยหัวเราะร่วน นัยน์ตาสีเทาทอประกายความบ้าคลั่งถึงขีดสุด เขาใช้วิชา 'ก้าวพริบตาปฐมกาล' หายวับไปจากสายตาของการรุมโจมตี!

    "มันหายไปไหนแล้ว!?"

    "ช้าเกินไป... พวกแกมันช้าเกินไป!" เสียงกระซิบมรณะดังขึ้นที่ข้างหูของเสนาบดีทิศตะวันตก!

    หลินเฟยปรากฏตัวขึ้นประชิดด้านหลัง ศัสตราไร้ลักษณ์แทงทะลุจากแผ่นหลังทะลวงขั้วหัวใจของเสนาบดีทิศตะวันตกอย่างแม่นยำ ปลายดาบสีเทาโผล่ทะลุหน้าอกออกมาพร้อมกับวิญญาณแรกกำเนิดที่ถูกบดขยี้!

    ซวบ!

    "อ๊ากกกก!" เสนาบดีทิศตะวันตกกระอักเลือดสีทอง ร่างกายกระตุกเกร็งก่อนจะแห้งเหี่ยวลงอย่างรวดเร็วเมื่อถูกศัสตราปฐมกาลสูบกลืนพลังชีวิตจนหมดสิ้น!

    เหลือเพียงเสนาบดีสองคน พวกมันหวาดกลัวจนเสียสติ ทิ้งอาวุธและหันหลังเตรียมพุ่งหนีกลับเข้าไปในม่านพลังของนครจักรพรรดิ

    "ขอบอกไว้ก่อนนะ... สวรรค์ไม่มีที่ให้คนขี้ขลาด!"

    หลินเฟยตวัดดาบแสงสีเทา ฟาดฟันออกไปสองครั้งซ้อน!

    "วิถีแห่งศาสตราไร้ลักษณ์ เคล็ดวิชาที่เก้า... อนันตกาลคืนสู่ศูนย์!"

    คลื่นกระบี่สีเทารูปจันทร์เสี้ยวสองสายพุ่งทะยานด้วยความเร็วที่ก้าวข้ามกาลเวลา มันพุ่งตัดผ่าร่างของเสนาบดีทิศตะวันออกและทิศใต้ที่กำลังหลบหนี ขาดสะบั้นออกเป็นสองท่อนกลางอากาศ! เลือดเซียนสาดกระเซ็นย้อมกำแพงนครจักรพรรดิให้กลายเป็นสีแดงฉาน ร่างไร้วิญญาณทั้งสองร่วงหล่นลงสู่ทะเลหมอกเบื้องล่าง

    ภายในเวลาไม่ถึงชั่วยาม สี่มหาเสนาบดีระดับครึ่งก้าวเซียนสวรรค์ เสาหลักแห่งนครจักรพรรดิฟ้าบรรพกาล... ถูกหลินเฟยสังหารเรียบอย่างไร้ความปรานี!

    ความเงียบสงัดที่น่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมนครจักรพรรดิขนาดยักษ์ กองทัพเซียนนับสิบล้านนายที่ประจำการอยู่บนกำแพงเมือง ต่างยืนตัวสั่นงันงก อาวุธในมือร่วงหล่นลงพื้น พวกมันมองดูมารร้ายผมเงินที่เพิ่งสังหารผู้บัญชาการสูงสุดของพวกมันดุจเชือดไก่ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะส่งเสียงร้อง

    หลินเฟยยืนตระหง่านอยู่กลางอากาศ ศัสตราไร้ลักษณ์ในมือเปล่งประกายสีเทาเข้ม มันเพิ่งกลืนกินวิญญาณระดับครึ่งก้าวเซียนสวรรค์ไปถึงสี่ดวง พลังงานมหาศาลตีรวนอยู่ภายในจุดตันเถียนของเขา ผลักดันให้รากฐาน 'วิญญาณแรกกำเนิดปฐมกาล' เข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบสูงสุด!

    เขาสะบัดคมดาบไล่หยดเลือด ก่อนจะเงยหน้ามองตรงไปยัง 'ตำหนักบัลลังก์ฟ้า' ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางมหานคร

    "ส่งสุนัขเฝ้าบ้านมาตายหมดแล้ว... ถึงเวลาที่เจ้านายจะโผล่หัวออกมาหรือยังล่ะ มหาจักรพรรดิ!?" หลินเฟยแผดเสียงคำรามท้าทาย คลื่นเสียงปฐมกาลกระแทกม่านพลังสีเขียวมรกตของเมืองจนเกิดระลอกคลื่นสั่นสะเทือน!

    ครืนนนนนนนนนน!

    สิ้นเสียงท้าทายของหลินเฟย ท้องฟ้าเหนือนครจักรพรรดิพลันแปรปรวนอย่างรุนแรง! มวลเมฆสีรุ้งถูกฉีกกระชากออก แสงสว่างสีทองคำที่เจิดจ้าและทรงอำนาจเหนือสิ่งใด สาดส่องลงมาจากตำหนักบัลลังก์ฟ้า แรงกดดันระดับ 'เซียนสวรรค์' (Heavenly Immortal) ที่แท้จริง ระเบิดออกกวาดล้างไปทั่วเขตแดนฟ้าบรรพกาล!

    มันคือความกดดันที่แตกต่างจากขอบเขตแสวงมรรคาอย่างสิ้นเชิง หากแสวงมรรคาคือการขอยืมพลังจากกฎเกณฑ์ ขอบเขตเซียนสวรรค์ก็คือ 'การเป็นเจ้าของ' กฎเกณฑ์เหล่านั้น! ทันทีที่แรงกดดันนี้ปรากฏ กฎเกณฑ์แห่งมิติ เวลา และธาตุทั้งปวงรอบนครจักรพรรดิ ล้วนตกอยู่ภายใต้การควบคุมของบุคคลเพียงคนเดียว!

    ทหารเซียนนับสิบล้านนายบนกำแพงเมือง ต่างทรุดตัวลงคุกเข่าหมอบกราบกับพื้นโดยพร้อมเพรียงกัน

    "ถวายบังคม มหาจักรพรรดิฟ้าบรรพกาล! ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี!" เสียงถวายพระพรกึกก้องกัมปนาทสะเทือนสวรรค์

    ร่างของบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่ง ค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากตำหนักบัลลังก์ฟ้า เขาสวมชุดคลุมจักรพรรดิสีทองสลักลายมังกรสวรรค์เก้าตัว สวมมงกุฎหยกบรรพกาล นัยน์ตาของเขาลึกล้ำดุจห้วงจักรวาลที่ซ่อนเร้นดวงดาวนับล้าน เพียงแค่เขาก้าวเดิน มิติใต้ฝ่าเท้าก็ก่อตัวเป็นดอกบัวทองคำรองรับ

    เขาคือ 'มหาจักรพรรดิฟ้าบรรพกาล' (Azure Ancient Emperor) ผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของดินแดนนี้!

    มหาจักรพรรดิทอดสายตามองผ่านม่านพลังลงมายังหลินเฟย สายตาของเขาปราศจากความโกรธเกรี้ยว ทว่ามันเต็มไปด้วยความเย็นชาและความเหนือกว่าอย่างถึงที่สุด ราวกับพระผู้สร้างกำลังมองดูความผิดพลาดของสิ่งที่ตนสร้างขึ้น

    "มนุษย์ผู้ถูกทอดทิ้งจากวัฏจักร... เจ้าครอบครองศัสตราต้องห้าม ก่อกรรมทำเข็ญ สังหารเสนาบดีของข้า และบุกรุกถึงหน้าประตูราชวัง..." เสียงของมหาจักรพรรดิดังกังวานเข้าไปในจิตวิญญาณ ไม่ได้ใช้ความดัง แต่ใช้อำนาจของสัจธรรม "เจ้ามีความสามารถที่น่าชื่นชม ทว่า... ขีดจำกัดของมดปลวก ย่อมไม่อาจเอื้อมถึงท้องฟ้า วันนี้ ข้าจะใช้ฐานะของผู้ควบคุมกฎเกณฑ์... ลบตัวตนของเจ้าออกจากสารบบของจักรวาลอย่างสมบูรณ์!"

    มหาจักรพรรดิยกมือขวาขึ้นชี้มาที่หลินเฟย เพียงแค่ปลายนิ้วขยับ กฎเกณฑ์แห่งสวรรค์รอบตัวหลินเฟยก็ถูก 'บิดเบือน' อย่างรุนแรง! มิติรอบกายของเด็กหนุ่มถูกบีบอัดจนกลายเป็นกรงขังสูญญากาศที่ตัดขาดจากปราณวิญญาณและพลังงานทุกชนิด!

    "คิดว่าการควบคุมพื้นที่แค่นี้ จะขังข้าได้งั้นรึ!?"

    หลินเฟยแสยะยิ้มอำมหิต เขาไม่หวั่นเกรงต่อพลังระดับเซียนสวรรค์เลยแม้แต่น้อย ทารกปฐมกาลในร่างสยายปีก ปราณปฐมกาลสีเทาเข้มระเบิดออกต่อต้านการบีบอัดของมิติ!

    "ในเมื่อแกอ้างตัวว่าเป็นผู้ควบคุมสวรรค์... ข้าก็จะขอใช้ดาบเล่มนี้... ผ่าสวรรค์ของแกให้ขาดสะบั้นเอง!"

    หลินเฟยกระชับศัสตราไร้ลักษณ์ ร่างของเขากลายเป็นพายุมฤตยูสีเทา พุ่งทะยานเข้าปะทะกับมหาจักรพรรดิฟ้าบรรพกาล ศึกตัดสินระหว่าง 'ผู้ลบล้างสัจธรรม' และ 'ผู้ควบคุมสัจธรรม' ได้เปิดฉากขึ้นแล้ว ณ ศูนย์กลางของแดนเซียนอมตะ!

    คล้ายกับเรื่องวิถีศัสตราไร้ลักษณ์ : The Formless Immortal Blade ที่คุณอ่าน