แสงจันทร์สีซากศพถูกม่านหมอกโลหิตกลืนกินไปกว่าครึ่ง ทั่วหุบเขาอสูรเหลือเพียงกลิ่นคาวสนิม กองเศษเนื้อ และสภาวะไร้ปราณฟ้าดินที่หนักอึ้งดุจสุสานบรรพกาล ก้อนเนื้อโสมมในคราบมนุษย์ยืนตระหง่านอยู่กลางลานชำแหละ ทัณฑ์ปฐพีสีเลือดถูกลากครูดไปบนผืนศิลาทีละคืบ... ทีละคืบ... กระแสสั่นสะเทือนนั้นไม่ได้หนักหน่วง ทว่ามันกลับเสียดแทงและชอนไชลึกเข้าไปในรากวิญญาณของสิ่งที่ยังฝืนหายใจ ยิ่งกว่ากังวานคำรามของเดรัจฉานใดๆ เบื้องหลังแง่งหินที่ปริแตก ศิษย์ฝึกหัดวัยเยาว์แห่งสำนักเมฆาสวรรค์กำลังนอนคุดคู้จมอยู่ในแอ่งเลือดที่ยังอุ่นจัดของศิษย์พี่ร่วมสำนัก สองมือของมันอุดปากตนเองแน่นจนเล็บจิกทะลุริมฝีปาก โลหิตไหลซึม มันไม่กล้าร่ำไห้ ปอดปฏิเสธที่จะสูดปราณฟ้าดิน ข่ายเส้นเอ็นแข็งค้างไม่กล้าขยับแม้แต่ปลายนิ้ว เพราะทุกครั้งที่เปลือกตาปิดลง สัจธรรมความวิบัติที่เพิ่งประจักษ์ยังคงฉายซ้ำบดขยี้ห้วงสติไม่หยุดหย่อน มารในใจของมันกำลังสวดภาวนาต่อสวรรค์ที่ตายไปแล้ว ทว่าในเสี้ยวอึดใจถัดมา กระแสลากศัสตราหยุดลง สรรพสิ่งตกสู่ความมืดมิดโดยสมบูรณ์ ขั้วหัวใจของศิษย์วัยเยาว์แทบหยุดเต้น เหงื่อเย็นเยียบผสมกลิ่นคาวเลือดไหลอาบหน้าผาก มันค่อยๆ เงยหน้าขึ้นอย่างสั่นสะท้าน และพบว่าอสุรกายได้มายืนประทับอยู่เหนือหัวของมันแล้ว ชายหนุ่มก้มมองเหยื่อจากเบื้องสูง แสงจันทร์สีเถ้าสะท้อนใบหน้าซีกซ้ายอันเยียบเย็น ส่วนใบหน้าซีกขวาถูกเนตรมารบรรพกาลกัดกินจนวิรูปผิดสัณฐานมนุษย์ รูม่านตาที่ซ้อนทับกันนับสิบชั้นหมุนวนช้าๆ ดุจปากหลุมแห่งการย่อยสลาย ศิษย์วัยเยาว์แผดกังวานกรีดร้องสุดหลอดลม ถ้อยคำอ้อนวอนถูกอัดกระแทกกลับลงคอหอย เมื่อปลายนิ้วสีหมึกของมารร้ายยื่นมาแตะกลางกะโหลกของมันอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นเย็นยะเยือกดุจเถ้ากระดูก ทว่าในเสี้ยววินาทีถัดมา ศิษย์วัยเยาว์ดิ้นทุรนทุรายดุจถูกต้มในเตาหลอมโลหิต เนตรมารบรรพกาลหมุนวนอย่างวิปลาส! สัจธรรมความตายทั้งหมดที่มันพยายามลบลืม ถูกยัดเยียดกลับเข้าไปในทะเลวิญญาณอย่างตะกละตะกลามและป่าเถื่อน ภาพกายหยาบถูกผ่าครึ่ง ภาพก้อนเนื้อหัวใจถูกเคี้ยวกลืน ภาพกะโหลกที่ถูกเหยียบจนแหลกละเอียด ทั้งหมดถูกอัดกระแทก หลอมรวมกลายเป็นตราประทับเน่าเฟะฝังลึกลงไปในรากวิญญาณ ตราบใดที่มันยังไม่สิ้นลม มันจะไม่มีวันลบลืมค่ำคืนนี้
ดวงตาของศิษย์วัยเยาว์เหลือกถลน หยาดน้ำลายและของเหลวขุ่นทะลักออกจากมุมปาก ทะเลวิญญาณของมันปริร้าวและแตกซ่านไปกว่าครึ่ง ก้อนเนื้อโสมมโน้มกายหยาบลง กระซิบข้างหูมันด้วยสำเนียงดุจการเลื่อยกระดูก "ข้าจะบดขยี้เจ้าให้แหลกละเอียดดุจแมลงสาบก็ย่อมได้... แต่ศพที่เน่าตาย... ไม่มีปัญญาคลานไปส่งสาร" สังขารของเหยื่อกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ชายหนุ่มแสยะยิ้ม รอยยิ้มนั้นสงบนิ่ง ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก จนน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าความคุ้มคลั่ง "คลานกลับไปยังสำนักของเจ้า ลากความตายนี้ไปหาพวกมัน บอกเศษขยะที่เจ้าเรียกว่าผู้อาวุโส... และจงบอก หลิวเปา..." เพียงนามนั้นหลุดลอด ไอความเย็นเยียบรอบกายแผ่ซ่านดุจลมหายใจของศพ ศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม หมอกโลหิตรอบหุบเขาบิดม้วนราวกับถูกอัดอั้นด้วยแรงอาฆาต เนตรมารสีเลือดหดแคบลง "มารในใจข้า... ยังจำรสชาติของหุบเหวที่มันถีบข้าลงไปได้ดี ข้ายังจำสำเนียงหัวเราะเยาะหยันของมันได้ชัดเจน ข้ายังจำสัจธรรมจอมปลอมที่มันใช้เหยียบย่ำข้าได้ทุกกระเบียดนิ้ว บอกมัน... ให้ล้างคอรอการย่อยสลายไว้ให้ดี เพราะคราหน้า ข้าจะปีนขึ้นไปเคี้ยวแก่นวิญญาณของมัน... ถึงแท่นประหารของสำนัก" สิ้นถ้อยคำ ท่อนแขนสีหมึกสะบัดออกเพียงครั้งเดียว กายหยาบของศิษย์วัยเยาว์ถูกกระชากปลิวละลิ่วกระเด็นไปไกลหลายสิบจั้ง กลิ้งเกลือกคลุกฝุ่นและกองเลือดอย่างน่าสมเพช ห้วงสติของมันพังพินาศไปแล้วเกินครึ่ง ทว่าสัญชาตญาณสัตว์ตรอกบังคับให้มันตะเกียกตะกายวิ่งเตลิดหนีสุดชีวิตราวกับถูกทัณฑ์สวรรค์ไล่ล่า เพียงไม่นาน เงาร่างนั้นก็ถูกห้วงอนธการกลืนกินหายไป มัจจุราชในคราบมนุษย์ก็เริ่มขยับฝีเท้า ย่างก้าวแรกที่ฝ่าเท้าสัมผัสผืนดินของหุบเขาอสูร ปราณชีวิตอันบริสุทธิ์ของผืนป่าพลันถูกสูบกระชากอย่างตะกละตะกลาม หญ้าวิญญาณที่เคยงอกงามเปลี่ยนสีเป็นดำคล้ำและสลายกลายเป็นผุยผงในชั่วพริบตา ต้นไม้โบราณที่ตั้งตระหง่านมานับพันปีเหือดแห้ง เปลือกไม้ปริแตกหลุดร่วงดุจซากศพที่ถูกลอกผิวหนัง กายหยาบของชายหนุ่มดึงดูดความตายและทิ้งรอยทางแห่งนรกไว้เบื้องหลัง ทัณฑ์ปฐพีสีเลือดที่ลากครูดไปกับพื้นศิลาทิ้งรอยไหม้เกรียมเป็นทางยาว ไอความร้อนวิปลาสที่แผ่ออกจากลายอักขระเทพอสูรกลางแผงอก หลอมรวมกับอำนาจกดขี่ของเนตรมารบรรพกาล ทำให้สภาวะไร้ปราณฟ้าดินรอบกายหนักอึ้งจนบดขยี้สัจธรรมของธรรมชาติให้แหลกละเอียด ไม่มีการเหาะเหินดุจเซียนผู้สูงส่ง มีเพียงการเดินย่ำเท้าอย่างดิบเถื่อนดุจอสุรกาย
เมื่อกายหยาบที่ก้าวล่วงความเป็นมนุษย์ เคลื่อนผ่านแง่งผาหินที่เคยคุ้นตา ข้อเท้าที่อาบโลหิตพลันหยุดชะงัก เนตรมารบรรพกาลหดแคบลง เบื้องหน้าคือแท่นศิลาผุพัง สถานที่ที่เขาเคยใช้หลบซ่อนตัว และก้มหน้ากลืนกินเศษอาหารที่เหลือทิ้งร่วมกับมารดา บาดแผลฝังใจที่ซุกซ่อนอยู่ในรากวิญญาณถูกกรีดเปิด ภาพมายาในอดีตผุดพรายขึ้นมาดุจตะกรันวิญญาณ สตรีผู้มีสังขารซูบผอมจนหนังหุ้มกระดูก ยื่นเศษหมั่นโถวบูดเน่าที่เปื้อนโคลนมาให้ เด็กน้อยในวันนั้นตระหนักดีว่านางกำลังโกหก แต่มันทำได้เพียงก้มหน้า ยัดก้อนแป้งขุ่นนั้นเข้าคอหอยพร้อมกับรสเค็มปร่งของหยาดน้ำตา เปรี๊ยะ...! แท่นศิลาแห่งความทรงจำแตกละเอียดเป็นผุยผงภายใต้แรงกดทับของตราประทับสายเลือด! เนื้องอกทางวิญญาณกลางอกเต้นตุบอย่างคลุ้มคลั่ง ความทรงจำที่เปราะบางถูกเตาหลอมวิปลาสเผาทำลายจนสิ้น "พวกเจ้า... แม้แต่ก้อนเนื้อที่ไร้ทางสู้... พวกเจ้าก็ยังบดขยี้มันทิ้งดุจเห็บไร..." ทันใดนั้น พยัคฆ์โลกันตร์สามเศียรนับสิบตน กระโจนพรวดออกจากม่านหมอกสีเถ้า! พวกมันอ้ากรามกว้าง หมายจะขย้ำก้อนเนื้อแปลกปลอม ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ดวงตาของเดรัจฉาน สบเข้ากับเนตรมารที่หมุนวนดุจหลุมพรางนรก กังวานขู่กรรโชกพลันขาดห้วง! กายหยาบของพยัคฆ์ร้ายทั้งหมดทรุดฮวบลงกระแทกพื้น อวัยวะภายในบีบรัดตัวมันเองอย่างรุนแรงจนโลหิตทะลักออกจากเบ้าตา ชายหนุ่มมิได้เหลือบมองเศษขยะเหล่านั้น เขาเพียงแต่สูดปราณที่คาวคลุ้งเข้าปอดช้าๆ ในพริบตา แก่นโลหิตของอสูรนับสิบถูกกระชากออกจากรูขุมขนดุจละอองหมอกสีแดง เปลือกผิวของพวกมันเหี่ยวแห้งติดกระดูก ซากทั้งหมดพังพินาศกลายเป็นเถ้าธุลีเน่าเหม็นกองอยู่บนพื้น เตาหลอมแห่งก้นบึ้งในกายหยาบส่งคลื่นความถี่แห่งความปีติจากการย่อยสลาย เขาขับเคลื่อนสังขารต่อไปโดยมิหยุดยั้ง ทะลวงผ่านม่านหมอกพิษ เหยียบย่ำป่ามรณะ ก้าวข้ามอดีตที่อ่อนแอ จนกระทั่ง... สถาปัตยกรรมหินอ่อนนับหมื่นขั้นปรากฏตระหง่านอยู่เบื้องหน้า บันไดสวรรค์... เส้นทางสู่สำนักเมฆาสวรรค์ เหนือยอดเขาที่เสียดฟ้า โคมแสงวิญญาณยังคงทอแสงเรืองรอง สำเนียงหัวเราะเยาะหยันของวิถีเซียนจอมปลอมยังลอยแว่วมากับสายลม ไร้ซึ่งผู้ใดในสำนักล่วงรู้ว่า ทัณฑ์สวรรค์ที่พวกมันคายทิ้งลงนรก กำลังตะเกียกตะกายขึ้นมาเพื่อชำแหละพวกมันแล้ว
ณ โถงมหาวิถีเมฆาสวรรค์ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานวิญญาณและกระแสปราณบริสุทธิ์อันน่าสะอิดสะเอียน ผู้อาวุโสทั้งสิบสามนั่งเรียงรายอยู่เหนือบัลลังก์ศิลาเมฆา ใบหน้าแต่ละคนถูกฉาบด้วยสัจธรรมจอมปลอมดุจเซียนผู้ละทิ้งกิเลส ขณะที่ก้อนเนื้อชั้นสูงในคราบศิษย์เอกยืนเรียงอยู่เบื้องล่างอย่างสำรวม กลางลานโถงนั้น หลิวเปายืนเชิดคางอยู่ในอาภรณ์ศิษย์สายในสีทองขาว เปลือกผิวของมันเปล่งประกายด้วยความหยิ่งผยอง ผู้อาวุโสลำดับสามลูบเคราขาวพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นถึงแรงระเบิดจากหุบเขาอสูรที่วิปลาสนัก กากเดนทั้งเจ็ดที่ถูกส่งไปสมควรคลานกลับมารายงานได้แล้ว หลิวเปาแค่นกระดูกคอให้กระทบกันเบาๆ พลางเยาะเย้ยว่าอาจเป็นเพียงสัญชาตญาณสัตว์ตรอกของอสูรระดับสูงก่อนถูกชำแหละ หรือหากเป็นเศษซากที่ชื่อเย่เฉินจริง ป่านนี้มันคงถูกทากมารอเวจีชอนไชไขกระดูกจนไม่เหลือแม้แต่วิญญาณแล้ว ทว่าสิ้นถ้อยคำแห่งความจองหอง กังวานปริแตกพลันดังก้องขึ้นจากแท่นบูชาบรรพชน! แผ่นป้ายวิญญาณหยกที่สลักชื่อศิษย์ทั้งเจ็ดเริ่มปริร้าว ก่อนจะระเบิดแหลกละเอียดกลายเป็นผุยผงพร้อมกันในพริบตา! เศษหยกวิญญาณกระเด็นเกลื่อนพื้นโถง ห้วงอนธการแห่งความเงียบงันกลืนกินทั่วทั้งสถานที่ ไม่มีผู้ใดกล้าสูดลมหายใจ ได้ยินเพียงคลื่นความถี่ของข่ายเส้นเอ็นที่กระตุกเกร็ง เปลือกผิวของหลิวเปาซีดเผือดดุจเถ้ากระดูก ทันใดนั้น บานประตูโถงถูกอัดกระแทกจนพังพินาศ! กายหยาบของศิษย์ฝึกหัดวัยเยาว์พุ่งกลิ้งกระแทกเข้ามากลางลาน ทั่วสังขารเปรอะเปื้อนโคลนโลหิตสีดำคล้ำ เสื้อผ้าขาดวิ่นดุจถูกเดรัจฉานขย้ำ เนตรทั้งสองเบิกโพลงไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ มันตะเกียกตะกายคลานไปข้างหน้าดุจหนอนแมลงที่ถูกไฟคลอก พร่ำเพ้อถึงมารร้ายจากอเวจี ผู้อาวุโสใหญ่พลันดีดกายลุกขึ้น ฝ่ามือกดลงกลางสภาวะไร้ปราณ กระแสปราณสีทองอันศักดิ์สิทธิ์พุ่งเข้าห่อหุ้มร่างศิษย์ผู้นั้น หมายระงับความแตกซ่านทางวิญญาณ ทว่าเด็กหนุ่มกลับเงยหน้าขึ้นอย่างสั่นเทา ดวงตาที่อาบด้วยเส้นเลือดแดงก่ำ จ้องตรงทะลุเข้าไปในทะเลวิญญาณของหลิวเปา!
สังขารทั้งร่างเริ่มกระตุกเกร็งอย่างบ้าคลั่ง พร่ำบอกว่ามีสาส์นถูกคายมามอบให้ หลิวเปาผงะถอยหลังโดยสัญชาตญาณสัตว์ตรอก ทันใดนั้น กะโหลกศีรษะของศิษย์ฝึกหัดพลันบวมพองวิรูปผิดสัณฐานมนุษย์ กะโหลกของเด็กหนุ่มระเบิดแหลกละเอียดกลางโถงศักดิ์สิทธิ์! โลหิตข้นหนืดและเศษสมองสาดกระเซ็นย้อมแท่นบูชาจนแดงเถือก ละอองวิญญาณอาฆาตสีดำแดงพวยพุ่งทะลวงขึ้นสู่ฟากฟ้าดุจเสาเพลิงนรก! ผู้อาวุโสทั้งหมดเร่งปลดปล่อยค่ายกลคุ้มกันทันที ม่านแสงสัจธรรมสีทองหลายสิบชั้นกางกั้นครอบคลุมทั่วโถง ทว่าแรงอาฆาตสีเลือดกัดกร่อนม่านสัจธรรมทั้งหมดจนขาดสะบั้นดุจกระดาษเปื่อยยุ่ย เมฆาบนฟากฟ้าถูกย้อมเป็นสีของเนื้อเน่า เหนือยอดสถาปัตยกรรมของสำนักเมฆาสวรรค์ ดวงตาขนาดมหึมาปรากฏขึ้นกลางรอยแยกของห้วงมิติอับดาร! เนตรมารบรรพกาล! รูม่านตาที่ซ้อนทับกันนับสิบชั้นหมุนวนอย่างวิปลาส! มันจ้องมองลงมาดุจผู้ล่าที่กำลังพิจารณารังของมดปลวก ก้อนเนื้อชั้นล่างจำนวนมากทรุดเข่ากระแทกพื้นด้วยความหวาดผวา ข่ายเส้นเอ็นของพวกมันปฏิเสธที่จะยืนต้าน ทะเลวิญญาณปริแตกจนสติพังพินาศ ทั่วทั้งสำนักตกอยู่ในห้วงอนธการแห่งความตาย จากนั้น สำเนียงดุจกระดูกบดทับกัน ดังสะเทือนทะลวงขั้วหัวใจของทุกสัจธรรม พร่ำเรียกนามของหลิวเปา ขาทั้งสองข้างของศัตรูคู่อาฆาตพลันอ่อนระทวยดุจไร้กระดูก สำเนียงนั้นทวงถามถึงความทรงจำในอดีต วันที่มันฉีกกรามหัวเราะขณะมองก้อนเนื้อไร้ค่าร่วงหล่นลงสู่นรก คลื่นความถี่นั้นหยุดชะงักไปชั่วอึดใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสำเนียงหัวเราะวิปลาสที่ต่ำลึกดุจการเลื่อยกระดูก ประกาศกร้าวว่าค่ำคืนนี้ผู้ล่าได้ตะเกียกตะกายขึ้นมาแล้ว เพื่อลากข่ายเส้นเอ็นของศัตรูลงไปชำแหละในนรกด้วยมือตนเอง! ภาพฉายของเนตรมารระเบิดสลายหายไป ทั่วทั้งสำนักตกสู่ความมืดมิด โคมวิญญาณทั้งหมดดับวูบ ไร้ซึ่งผู้ใดกล้าสูดลมหายใจ จนกระทั่งกังวานระฆังมรณะดังกึกก้องขึ้นทั่วทั้งยอดเขา ผู้อาวุโสใหญ่พุ่งทะยานลุกขึ้นยืน สัจธรรมความสงบนิ่งถูกทำลายพินาศ สั่งปลดผนึกค่ายกลพิฆาตสวรรค์และปิดตายประตูทุกบาน หลิวเปาทรุดตัวจมกองเลือดบนพื้นอย่างสิ้นไร้ศักดิ์ศรี ขณะเดียวกัน เบื้องล่างบันไดศิลานับหมื่นขั้น กระแสสั่นสะเทือนของฝีเท้าหนักอึ้งดังก้องขึ้นท่ามกลางลมบาดาล ก้อนเนื้อโสมมในคราบชายหนุ่มลากทัณฑ์ปฐพีสีเลือดขึ้นบันไดทีละขั้น โลหิตพิษทิ้งรอยหยดเป็นทางยาวดุจลางร้าย เขาเงยหน้ามองยอดเขาที่กำลังดิ้นพล่านด้วยความแตกตื่น ก่อนจะฉีกกรามแสยะยิ้มอำมหิตจนโลหิตสีหมึกไหลซึม สัจธรรมแห่งการถูกเคี้ยวกลืนได้เริ่มคืบคลานขึ้นสู่ประตูดาราแล้ว!
[จบตอนที่ 83]