“ต้องขอบคุณท่านวูล์ฟที่ทำให้เรามาถึงก่อนกำหนด...และทำให้เราได้มาเห็นบางอย่างดีๆ...”ราชินีมนุษย์แมงมุมแย้มยิ้มออกมา บนดวงตาวิบวับสะท้อนภาพการต่อสู้ของนักรบกลายพันธุ์ 2 กลุ่ม
“ไม่เข้าไปช่วยงั้นหรอ?”วาสถามออกมาเบาๆโดยที่ดวงตายังไม่ละออกจากการต่อสู้
สำหรับนักรบกลายพันธุ์ธรรมดาทั่วไปเขาไม่สนใจจะชายตามอง ที่เขาสนก็คือนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 ที่สู้กันอยู่
การต่อสู้ของนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 เทียบได้กับภัยธรรมชาติดีๆนี่เอง
เทือกเขาสูงชันแหว่งไปบางส่วนจากการต่อสู้ของทั้งสอง และผู้ที่รับเคราะห์ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน พวกเขาคือเหล่าทาสที่ติดอยู่ในช่องแคบด้านล่าง
“มันยังไม่ถึงกำหนดการ เราไม่จำเป็นต้องเสี่ยง”เบกก์เป็นผู้ตอบคำถามของวาส
ราชินีมนุษย์แมงมุมและเบกก์ไม่มีท่าทีห่วงใยพันธมิตรของตนเลยสักนิด พวกเขาทำราวกับว่าผู้ที่ต่อสู้อยู่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพวกเขา
บนโลกอันโหดร้ายไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าชีวิตตนเอง ราชินีมนุษย์แมงมุมและเบกก์ไม่มีทางเอาตัวเข้าไปเสี่ยงทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีทางชนะ
ด้วยจำนวนที่แตกต่างกันของนักรบกลายพันธุ์ทั้ง 2 ฝ่ายทำให้นักรบกลายพันธุ์ฝ่ายดัลทาเลียนเริ่มมีผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงผู้เสียชีวิต ในขณะที่ฝ่ายกลุ่มทหารรับจ้างจันทราสีเงินนั้นไม่มีใครเสียชีวิตเลยสักคนเดียว
วิธีการต่อสู้ของกลุ่มทหารรับจ้างจันทราสีเงินนั้นค่อนข้างแปลกประหลาด พวกเขาไม่ได้ใช้สกิลส่วนตัวในการต่อสู้เท่าไหร่นัก
สิ่งที่พวกเขาใช้ก็คือสิ่งที่คล้ายกับลูกปัดหินที่สลักลวดลายประหลาดไว้
ทุกครั้งที่โยนลูกปัดหินเหล่านี้ออกไปก็พลันเกิดพลังอำนาจลึกลับกลายเป็นการโจมตีที่แปลกประหลาดเข้าใส่นักรบกลายพันธุ์ของเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียน
การโจมตีที่ลึกลับและไม่อาจคาดเดาได้ทำให้นักรบกลายพันธุ์ของเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนรับมือไม่ถูก พวกเขาจึงตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อมีนักรบกลายพันธุ์ตกตาย สถานการณ์ของนักรบกลายพันธุ์เผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนก็ยิ่งย่ำแย่ขึ้นทุกขณะ“ไม่กลัวว่าฉันจะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องพวกเขาหรือไง?”วาสเอ่ยขึ้นช้าๆแต่ชวนให้รู้สึกหงุดหงิดใจ
แต่ราชินีมนุษย์แมงมุมได้ข่มอารมณ์ไว้แล้วหันมาตอบวาสด้วยความนุ่มนวลว่า
“เราต่างมีไพ่ในมือตนเอง...ข้าเชื่อว่าท่านคงไม่อยากตายไปพร้อมพวกข้า...จริงไหมท่านวูล์ฟ?”
วาสใช้ความเงียบแทนคำตอบ ซึ่งก็ทำให้ราชินีมนุษย์แมงมุมเงียบตามไปด้วย ส่วนเบกก์ก็แค่นเสียงไม่พอใจอยู่ห่างๆ
ทั้งสามเฝ้ามองการต่อสู้ด้วยกัน แต่มีอารมณ์ภายในใจที่แตกต่างกัน...
การต่อสู้ของเหล่านักรบกลายพันธุ์ดำเนินต่อไปอย่างดุเดือด
ถึงจะมีจำนวนไม่ถึงร้อย แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นบริเวณรอบๆแทบไม่ต่างจากการเอากองทัพนับล้านมาปะทะกัน
ทว่ายิ่งเวลาผ่านไปฝั่งนักรบกลายพันธุ์ของเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนกลับยิ่งวิกฤตขึ้น
กระทั่งเมดิสที่ไม่ได้สนใจพวกเขานักในก่อนหน้านี้ก็มีสีหน้าจริงจังขึ้นมา
“พวกเจ้ากล้าที่จะหาเรื่องเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนที่ยิ่งใหญ่จริงๆสินะ! เจ้าไม่กลัวว่ากลุ่มทหารรับจ้างจันทราสีเงินและเผ่าพันธุ์ของเจ้าจะถึงคราวล่มสลายหรืออย่างไร!”เมดิสถลึงตาเข้าใส่ร่างในชุดคลุมสีขาวตรงหน้า
แต่ทหารรับจ้างจันทราสีเงินไม่หวั่นเกรงในคำพูดของเมดิส เขาสวนกลับไปว่า
“หากเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนต้องการจะครองโลกใบนี้จริงๆ ต้องมีสักวันที่พวกเราจะต้องเผชิญหน้ากันอยู่แล้ว ดังนั้นจะเป็นไรไปหากว่าพวกข้าจะเร่งให้มันเร็วขึ้น!”เสียงที่เปล่งออกมานั้นดูแข็งกระด้งและสั่นเครือ ยากที่จะแยกว่าเป็นชายหรือหญิง
เมดิสพ่นลมออกจากจมูก ถามเสียงเข้มว่า
“พวกเจ้าคงคิดว่าปกปิดตัวตนแล้วข้าจะไม่รู้ว่าพวกเจ้าเป็นใครสินะ”
ทหารรับจ้างจันทราสีเงินยิ้มเยาะถามเชิงล้อเลียนว่า
“ถ้ารู้ก็บอกมาสิ!”
เมดิสตีหน้าขรึม...ก่อนแสยะยิ้มออกมาแล้วพูดเสียงเหี้ยมว่า
“มูนควีน....”
สิ้นคำทหารรับจ้างจันทราสีเงินผู้ที่เป็นถึงนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 ก็สะท้านเฮือกใหญ่ เผยช่องว่างให้เมดิสเห็น
ดวงตาสีน้ำเงินทอประกาย มือที่กำหมัดอยู่ข้างลำตัวชกออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับผลึกสีน้ำเงินที่หุ้มอยู่ปลายหมัด
ตูมมมมม!
ยอดเทือกเขาถูกทลายเป็นแนวยาวกลายเป็นฝุ่นผง ฝูงมอนเตอร์ที่อาศัยอยู่บนเทือกเขาแตกฮือออกไปรอบๆ ในเวลาไม่กี่วินาทีภายในรัศมี 100 กิโลเมตรก็ไม่มีมอนเตอร์ตัวไหนหลงเหลืออยู่อีก
แม้แต่นักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 1 ที่อยู่รอบๆก็ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว พลังเมื่อครู่มากพอที่จะทำลายร่างกายของพวกเขาจนไม่เหลือซาก!
“แค่กๆ..”เสียงดังเบาๆออกมาจากกลุ่มฝุ่นที่ฟุ้งกระจาย
เมื่อฝุ่นควันจากหายไปก็ปรากฏให้เห็นทหารรับจ้างจันทราสีเงินที่มีเลือดไหลชโลมไปทั่วแขนข้างหนึ่ง
นอกจากเลือดที่ไหลท่วมแขนแล้ว ทุกอย่างดูปกติดี
แต่จะมีใครที่รู้ดีไปกว่าเจ้าตัวว่ากระดูกทุกท่อนบนแขนข้างนั้นได้แหลกละเอียดไปหมดแล้ว
สีหน้าเมดิสมีความพึงพอใจให้เห็น เมื่อพบว่าหมัดเมื่อครู่ไม่ได้สูญเปล่า
“เจ้าคงจะตกใจสินะ!...คงอยากจะถามว่าข้ารู้ได้อย่างไร”
ผลึกสีน้ำเงินก่อตัวขึ้นบนอากาศ ผสานตัวกลายเป็นหอกแหลมเล่มหนึ่งบนมือของเมดิส
“ข้าจะบอกให้ว่า...ไม่มีสิ่งใดเล็ดลอดสายตาเผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนที่ยิ่งใหญ่ไปได้!”
หอกผลึกสีน้ำเงินหายไปจากมือของเมดิส ก่อนจะไปปรากฏอยู่บนร่างของทาสผู้หนึ่ง
ฉึก!
หอกผลึกสีน้ำเงินเสียบทะลุร่างของทาสดวงกุดอย่างง่ายดายเหมือนเหล็กร้อนแทงลงบนเนย
ดวงตาของทาสเบิกโพลงอย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนที่ลมหายใจของเขาจะถูกพรากไป
ในทันใดนั้น ดวงตาที่ไร้ประกายก็ถูกปกคลุมไปด้วยผลึกสีน้ำเงิน ก่อนจะลามไปทั่วทั้งตัว แล้ว...
บูมม!
ศพทั้งศพกลายเป็นผลึกสีน้ำเงินแล้วระเบิดออก
เมื่อใดที่ผลึกสีน้ำเงินสัมผัสถูกตัวทาสคนไหน ร่างกายของเขาก็จะถูกปกคลุมด้วยผลึกสีน้ำเงิน จากนั้นทั้งร่างก็จะกลายเป็นระเบิดผลึกสีน้ำเงิน ระเบิดต่อกันเป็นทอดๆ
บูมๆๆๆๆๆ
ภายในเวลาไม่ถึงนาที ก็ไม่มีทาสนับแสนอีกต่อไปเหลือแค่ผลึกสีน้ำเงินจำนวนมหาศาลลอยอยู่ในช่องแคบ
ทหารรับจ้างจันทราสีเงินที่ได้รับบาดเจ็บไม่ได้สนใจการสังหารหมู่ทาสของเมดิส แต่เขากลับรู้สึกไม่ดีกับการกระทำที่เกิดขึ้น
“เจ้าคิดจะทำอะไร...”
เมดิสฉีกยิ้มเหี้ยม!
“ก็จะฆ่าพวกเจ้า แล้วจากนั้นก็จะไปฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พวกเจ้าต่อไงละ”กล่าวจบเมดิสก็สะบัดมือขึ้น
ผลึกสีน้ำเงินพลันเคลื่อนไหวก่อตัวเป็นเหมือนสายธารพุ่งเข้าใส่นักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 1 ที่ต่อสู้กันอยู่โดยไม่สนใจมิตรหรือศัตรู
“ถอย!!”ทหารรับจ้างจันทราสีเงินทุกคนได้ยินคำสั่งพร้อมกัน พวกเขาละทิ้งศัตรูตรงหน้าในทันทีต่อให้กำลังจะสังหารศัตรูได้ก็ตามสายธารผลึกสีน้ำเงินที่พุ่งขึ้นมาได้กลืนกินนักรบกลายพันธุ์เผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนไปในชั่วพริบตา ก่อนจะพุ่งไปถึงเหล่าทหารรับจ้างจันทราสีเงินในวินาทีต่อมา
“ใช้ค่ายกลป้องกันสิบทิศ!”จบคำสั่ง เหล่าทหารรับจ้างจันทราสีเงินก็ระดมขว้างลูกปัดหินที่มีอยู่ออกไปอย่างไม่เสียดาย
ลูกปัดหินที่ถูกขว้างออกมาส่งพลังงานลึกลับเข้าหากันและกันถักทอเกิดเป็นบาเรียป้องกันหลายสิบชั้น!
เพล้งงง!!
สายธารผลึกสีน้ำเงินราวกับงูยักษ์ที่กระหายเลือด มันฝ่าทะลุบาเรียป้องกันมาอย่างดุเดือด ก่อนจะทะลุบาเรียทั้งหมดแล้วมาถึงตัวพวกเขา
ทหารรับจ้างจันทราสีเงินผู้เป็นนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 ไม่มีทางเลือก เขาละความสนใจจากเมดิสแล้วพุ่งเข้าขวางสายธารผลึกสีน้ำเงิน
ฝ่ามือของเขาเปล่งแสงสีน้ำนม จากนั้นก็ฟาดเข้าที่สายธารผลึกสีน้ำเงินเต็มแรง
เปรี้ยงงง!
สายธารผลึกสีน้ำเงินชนเข้ากับฝ่ามือนั้นเต็มที่ก่อนจะถูกผลักกลับไป
เหล่าทหารรับจ้างจันทราสีเงินที่อยู่ด้านหลังพ่นเลือดออกมาคำโต พวกเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสภายในอย่างรุนแรง
ส่วนทหารรับจ้างจันทราสีเงินผู้เป็นนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 ก็กำลังกุมมือสั่นระริก จากนั้นก็หันไปจ้องเมดิสด้วยสายตาเกรี้ยวกราด ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นช้าๆ
“ถอยไปที่ประตูเคลื่อนย้าย...”
“แต่ท่านหัวหน้า ถ้าเราถอยไปตอนนี้ศัตรูอาจจะรู้ถึง...”ทหารรับจ้างจันทราสีเงินผู้หนึ่งพยายามจะเอ่ยแย้ง
“เราต้องไปเดี๋ยวนี้!!!”ทหารรับจ้างจันทราสีเงินผู้เป็นนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 กระชากเสียง
“ไม่มีประโยชน์ที่จะปิดบังอีกแล้ว พวกมันได้รับรู้ถึงตัวตนของเราแล้ว เราจะต้องรีบกลับไปที่อาณาจักรให้เร็วที่สุด!”กล่าวจบ ทหารรับจ้างจันทราสีเงินที่เหลือก็ไม่มีความลังเลอีกต่อไป พวกเขาพุ่งถอยฉากหนีไปทันที
“เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยพวกเจ้าไปง่ายๆงั้นหรือ?”ท่าทางของเมดิสเต็มไปด้วยความคุกคาม
ทหารรับจ้างจันทราสีเงินผู้เป็นนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 จึงเต็มไปด้วยความตึงเครียด เขาตั้งท่าเตรียมรับมือเมดิสเพื่อถ่วงเวลาให้คนของเขาได้หลบหนีไป
แต่ก่อนที่จะได้ปะทะกันนั้น
“ฮะๆๆ ข้าพูดเล่นนะ เจ้าอยากจะหนีก็หนีไปเถอะ”ท่าทางของเมดิสเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา
ทหารรับจ้างจันทราสีเงินผู้เป็นนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2ที่ตั้งท่ารอกลับกลายเป็นรอเก้อ ทำเอาเขาทำหน้าไม่ถูกได้แต่เค้นเสียงถามไปว่า
“ทำไม?”
เมดิสหมุนผลึกสีน้ำเงินในมือเล่นพลางพูดว่า
“เพราะว่าภารกิจต่อไปที่เผ่าพันธุ์ดัลทาเลียนที่ยิ่งใหญ่สั่งข้าและนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 อีกหลายสิบคน รวมถึงนักรบกลายพันธุ์หลายร้อยคนมาก็คือ...กวาดล้างเผ่าพันธุ์มูนควีนให้หายไปจากโลกนี้นะสิ!”
ถึงจะมีชุดคลุมปกปิดอยู่ แต่เมดิสก็ดูออกมาร่างใต้ชุดคลุมนั้นกำลังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ทำให้เมดิสเต็มไปด้วยความรู้สึกของผู้ที่อยู่เหนือกว่า
“หวังว่าครั้งหน้าที่พบกัน เจ้าจะทำให้ข้าสนุกกว่านี้นะ”นี่คือคำกล่าวก่อนที่ทหารรับจ้างจันทราสีเงินผู้เป็นนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2จะหายลับไปจากสายตาของเมดิส
อีกด้านหนึ่ง...“เหมือนว่าพวกเขาจะมุ่งหน้ามาหาพวกเรานะ”เป็นวาสที่เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
ตำแหน่งที่กลุ่มทหารรับจ้างจันทราสีเงินกำลังมุ่งหน้ามานั้นอยู่เยื้องตำแหน่งที่พวกเขาอยู่ไปไม่ไกล
“พวกเราถอยกลับไปในประตูมิติของท่านวูล์ฟก่อนเถอะ”ราชินีมนุษย์แมงมุมเอ่ยขึ้นเสียงเครียด
เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะขวางทางกลุ่มทหารรับจ้างจันทราสีเงินได้ พวกเขาจึงต้องหลบหนีเอาตัวรอดก่อน
วาสพยักหน้าเห็นด้วย เขาเรียกประตูวาร์ปขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก่อนที่จะได้เข้าไปพวกเขาทั้ง 3 คนก็ได้แต่ยืนแข็งอยู่กับที่
เพราะสิ่งที่ยืนขวางพวกเขาอยู่ก็คือทหารรับจ้างจันทราสีเงินผู้เป็นนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 ที่ซึ่งเคยสู้กับเมดิสมาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
ทหารรับจ้างจันทราสีเงินผู้แข็งแกร่งยืนขวางประตูวาร์ปไว้และจ้องพวกเขาด้วยสายตาเย็นเยียบ
วาสรู้สึกได้ถึงเหงื่อที่ชุ่มไปทั่วหลัง ถ้าจำไม่ผิดเมื่อครู่นี้เขายังเห็นคนผู้นี้ยืนประจัญหน้ากับเมดิสอยู่เลย
แล้วไฉนจึงมาโผล่ที่นี้ได้ในเวลาไม่ถึงนาที!
เขารับรู้ถึงมีดแห่งความตายที่จ่ออยู่ที่คอ
ทหารรับจ้างจันทราสีเงินยืนจ้องพวกเขานิ่ง
วาส เบกก์ และราชินีมนุษย์แมงมุมเหมือนถูกแช่แข็งอยู่กับที่ พวกเขาไม่กล้ากระทั่งหายใจ
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่สำหรับพวกเขามันเหมือนผ่านไปนานนับปี
รู้ตัวอีกที ทหารรับจ้างจันทราสีเงินที่ขวางทางอยู่ก็หายไปแล้ว แต่พวกเขาก็ยังไม่กล้าขยับ
จนกระทั่งวาสได้ยินเสียงของทหารรับจ้างจันทราสีเงินผู้นั้นดังมาแว่วๆว่า
“ทำลายประตูเคลื่อนย้ายซะ!”
แล้วเสียงที่ดังต่อมาก็คือเสียงระเบิดที่ดังกึกก้อง และไอร้อนที่พัดโชยมาโดนที่หน้าวาส
เมื่อหันไปมองสิ่งที่เขาเห็นก็คือพื้นที่โล่งสีดำที่เกิดจากการเผาไหม้อย่างรุนแรงโดยมีไอร้อนลอยออกมาไม่หยุดที่อยู่ห่างจากเขาไม่ถึงคืบ
เบกก์และราชินีมนุษย์แมงมุมทิ้งตัวลงอย่างไร้เรี่ยวแรง พวกเขาไม่ได้สนใจพื้นที่สีดำพวกนี้ แต่การจ้องมองของนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2เมื่อครู่ทำให้พวกเขากลัวแทบตาย
แต่ปัจจุบันวาสกลับลืมความกลัวนั้นไปหมดสิ้น เหตุเพราะเมื่อมองพื้นที่สีดำนี้กลับทำให้ความทรงจำบางอย่างที่ฝังลึกลงไปในจิตใจผุดขึ้นมา
เขาเดินเข้าไปในพื้นที่สีดำนั้นราวกับไร้วิญญาณ สายตากวาดมองไปรอบๆราวกับมองหาบางอย่าง ก่อนจะพบสิ่งที่ตามหา
เขาหยิบหินก้อนหนึ่งขึ้นมาแล้วปัดเศษดินสีดำที่เกาะอยู่ออก ก่อนจะล้วงก้อนหินก้อนหนึ่งที่เขาพกติดตัวตลอดเวลาออกมา
มือทั้งสองข้างที่สั่นเทากำลังถือก้อนหินอยู่สองก้อน ดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาเพ่งมองก้อนหินในมือทั้งสองข้างอย่างละเอียดถี่ถ้วนทุกตารางนิ้ว
หินก้อนหนึ่งเขาเคยมองมันมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
ส่วนหินอีกก้อนหนึ่งเขาพึ่งได้รับมันมา
น่าแปลกใจจริงๆ
ที่พวกมันดันเหมือนกัน
ฟุบ!
หินที่อยู่ในกำมือถูกขยี้กลายเป็นเศษ
ในเวลาเดียวกันนั้นน้ำตาก็หยุดไหล
เขาเคยสาบานกับตัวเองแล้วว่าจะไม่ทำตัวอ่อนแอ
อย่างน้อยก็จนกว่าจะแก้แค้นได้สำเร็จ...
“ฉันเจอพวกแกแล้ว...”คล้ายโซ่ที่พันธนาการจิตใจได้ถูกกระชากออก
ดวงใจที่เคยตายได้กลับมาเต้นอีกครั้ง แต่สิ่งที่ปลุกมันให้กลับมาเต้นได้ไม่ใช่ความรักเหมือนครั้งก่อน
แต่มันคือความแค้น!
เบกก์และราชินีมนุษย์แมงมุมที่นั่งไร้เรี่ยวแรงอยู่พลันขนลุกซู่กะทันหัน เมื่อหันไปมองสิ่งเดียวที่เห็นก็คือพายุจิตสังหารเข้มข้นที่พัดโหมกระหน่ำจนบรรยากาศบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยภาพหลอน
และที่ไม่ห่างไกลเมดิสก็มองเห็นพายุจิตสังหารลูกนี้เช่นนั้น ดวงตาสีน้ำเงินทอประกายก่อนที่จะมีคำพูดหนึ่งหลุดออกมาว่า
“น่าสนใจ...”