ย้อนกลับไปเล็กน้อยหลังจากที่พวกเทมเพสต์หนีจากวอยด์มาได้โดยการที่อากิระเอาตัวเองเป็นเหยื่อล่อ พวกเขาก็ออกมาจากป่าไผ่ไร้อรุณ และข้ามผ่านสายธารพิสุทธิ์มาจนถึงป่าสีขาวได้ในที่สุด
ตูม!!!
เสียงระเบิดดังขึ้นมาพร้อมกับต้นไม้จำนวนมากที่ล้มลงไปเป็นทาง เทมเพสต์กำลังอาละวาดใส่สัตว์อสูรและต้นไม้ที่อยู่รอบๆ ในขณะที่พวกสาวๆก็อารมณ์ไม่ดีเช่นกัน พวกเขาหงุดหงิดที่ตัวเองไม่สามารถทำอะไรได้เลย ทำให้อากิระต้องเลือกที่จะใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อเพื่อช่วยให้พวกรอดมาได้
หลังจากที่หนีมาได้พวกเขาก็พยายามติดต่ออากิระมาตลอดแต่กลับไม่สามารถทำได้เลยแม้แต่น้อย จริงอยู่ที่พวกเขาสามารถให้ลิซ่าตรวจสอบได้ว่าอากิระยังไม่ตาย แต่ว่าการที่ติดต่อไม่ได้มันกลับน่าเป็นห่วงยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
หากอากิระตายไปเขาก็จะไปฟื้นคืนชีพที่เมืองอินเฟลน่าแล้วเดินทางมาสมทบได้ใหม่ แต่การที่ติดต่อไม่ได้หมายความว่าอากิระถูกขังไว้ในพื้นที่พิเศษอะไรสักอย่างโดยไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดียังไง พอคิดได้ถึงตรงนี้ก็ทำให้พวกเขาอารมณ์เสียกันไปหมด
“ทุกคนคะ เรารีบไปที่เมืองยูโทเปียเพื่อลงชื่อสมัครงานแข่งขันเดสทินี่กรังปรีซ์กันต่อได้แล้วค่ะ” เป็นลูน่าที่กล่าวเร่งทุกคน
“ต…แต่ว่า อากิระน่ะ” เมเทียร์พยายามจะพูดแย้งออกมา
“พี่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เชื่อในตัวเขาสิคะ พวกคุณน่ะเลิกทำให้เสียเวลาเถอะค่ะ ไม่งั้นที่พี่อุตส่าห์ยอมถ่วงเวลาให้พวกเรามันจะเสียเปล่านะคะ” ลูน่ากล่าวออกมาอย่างแน่วแน่ แม้น้ำเสียงจะสั่นไปบ้างก็ตาม เพราะหากพูดจริงๆแล้วเธอนั่นแหละที่เป็นห่วงพี่ชายมากที่สุด
หลังจากที่ได้ฟังคำของลูน่าพวกเขาทุกคนจึงตกลงกันได้แล้วรีบเดินทางต่อเพื่อไปยังเมืองศักดิ์สิทธิ์ ยูโทเปีย
เมืองศักดิ์สิทธิ์ยูโทเปียเป็นเมืองที่สวยงามมีอาคารบ้านเรือนที่เป็นสีขาวมีลวดลายตกแต่งเสริมด้วยสีทอง และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือปราสาทขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางเมืองเป็นปราสาทที่สวยงามแต่งแต้มประดับประดาไปด้วยลวดลายสวยงามสีทองขนาดใหญ่ ตรงกลางปราสาทมีหอคอยเกลียวสวรรค์ ซึ่งมีลักษณะเป็นหอคอยที่ม้วนตัวเป็นเกลียวสูงเด่นเป็นสง่าอยู่
พวกเทมเพสต์เมื่อมาถึงก็รีบมุ่งหน้าไปที่ปราสาทเพื่อสมัครเข้าร่วมการแข่งขันเดสทินี่กรังปรีซ์ หลังจากที่สมัครเสร็จสิ้นพวกเขาก็ได้รับการติดต่อจากอากิระ ทำให้พวกเขาทุกคนถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกปนยินดีที่ได้รู้ว่าอากิระปลอดภัยโดยเฉพาะลูน่าและลิซ่าที่ถึงกับเข่าอ่อนเพราะพยายามอดทนเก็บความเป็นห่วงเอาไว้นาน
“อากิระ หายไปไหนมาฟะ เล่นเอาสาวๆเป็นห่วงกันหมดเลยนะเว้ย” เทมเพสต์กลับมาทำท่าทางทะเล้นเหมือนเดิมแล้ว
“ก็นะ พอดีว่ามีเรื่องเกิดขึ้นนิดหน่อยน่ะ ไว้จะเล่าให้ฟังทีหลังนะ” อากิระตอบกลับมา
“งั้นเหรอ แล้วแก…..” เทมเพสต์พูดได้เพียงเท่านี้ก็ถูกไอริส และลูน่าผลักออกไปอย่างรุนแรงทำให้อากิระขำออกมาเล็กน้อย
“พี่คะปลอดภัยดีนะคะ แล้วตอนนี้พี่อยู่ที่ใหนกันคะ” ลูน่าเป็นคนเอ่ยถามขึ้นมาอย่างรีบร้อน
“พี่ปลอดภัยดี ตอนนี้อยู่ที่ป่าสีขาวแล้วกำลังจะไปหา รอหน่อยนะ” อากิระยิ้มให้น้องสาวตนอย่างอ่อนโยน เล่นเอาคนเป็นน้องหน้าขึ้นสีเล็กน้อยยิ่งรวมกับที่เพิ่งนึกได้ว่าเมื่อครู่พึ่งจะแสดงท่าทีรีบร้อนเกินงามออกไปจึงยิ่งทำให้อายมากขึ้นไปอีก
“อากิระแล้วเจอกันนะ” เมเทียร์มองหน้าอากิระผ่านหน้าต่างสื่อสารแล้วพูดออกมาเพียงเท่านั้น แต่ทว่ารอยยิ้มที่แสนงดงามของเธอก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้านั้นให้อากิระได้เห็น
“ครับแล้วเจอกันนะ” อากิระตอบแล้วก็ตัดการติดต่อไป
หลังจากที่ได้รับการติดต่อและรู้ว่าอากิระปลอดภัยแล้วทุกคนก็กลับมาคึกคักกันเหมือนเดิม
“เอาล่ะ งั้นไหนๆก็สบายใจแล้วเราไปหาอะไรกินกันเถอะ” เทมเพสต์กล่าวออกมาซึ่งทุกคนก็ตอบตกลง จากนั้นพวกเขาก็ไปยังร้านอาหารใกล้ๆเพื่อทานอาหาร
“ท่านพวกนั้นคือเพื่อนพ้องของท่านหรือครับ ท่านอากิระ” ราซิเอลถามออกมา
“ใช่แล้วล่ะ เป็นเพื่อนพ้องที่ทั้งเก่งแล้วก็ไว้ใจได้เลยล่ะ” อากิระกล่าวตอบออกมาด้วยรอยยิ้ม “เราเดินทางกันต่อเถอะราซิเอลใกล้จะถึงแล้ว” อากิระกล่าวออกมา ราซิเอลก้มหัวลงเล็กน้อยเป็นเชิงรับรู้
จากนั้นพวกเขาก็เดินทางกันต่อได้อย่างง่ายดาย แน่นอนว่าสัตว์อสูรที่ปรากฏตัวออกมานั้นไม่เป็นปัญหาต่อพวกเขาเลย ยิ่งอากิระมีราซิเอลมาช่วยต่อสู้แล้วยิ่งทำให้การเดินทางราบรื่นเข้าไปอีก เพียงแค่ค่ำๆเขาก็มาถึงเมืองยูโทเปียได้ในที่สุด
เมื่อมาถึงแล้วสิ่งแรกที่อากิระทำก็คือการหาซื้อไอเทมที่เขาคิดว่าจะสามารถใช้ประโยชน์ได้ จึงเปิดหน้าต่างเพื่อหาพื้นที่ตลาด แต่ทว่าในเมืองยูโทเปียนั้นกลับไม่มีตลาดแต่กลับเป็นระบบศูนย์การค้าแทน อากิระจึงเดินตามแผนที่ไปเพื่อไปยังศูนย์การค้านั้น
เมื่อมาถึงเขาก็พบว่าในศูนย์การค้านี้มีการจัดร้านค้าไอเทมเป็นหมวดหมู่อย่างเป็นระเบียบ อีกทั้งยังมีร้านค้าที่ผู้เล่นมาเช่าขายอยู่อีกด้วย ดูๆไปแล้วมันก็ดูเหมือนกับห้างสรรพสินค้าในโลกความจริง
หลังจากที่อากิระหาซื้อไอเทมที่คิดว่ามีประโยชน์เรียบร้อยแล้วเขาก็ติดต่อไปหาพวกเทมเพสต์ทันที ตอนนี้พวกเทมเพสต์พักอยู่ที่โรงแรมยูโทโฮเทล โรงแรมใหญ่ในเมืองนี้ หลังจากที่นัดพบกันเรียบร้อยอากิระจึงปิดการสื่อสารจากนั้นอากิระ และราซิเอลก็เดินต่อเพื่อจะไปยังโรงแรมยูโทโฮเทล
แต่ระหว่างทางเขาพบกับผู้เล่นชายคนหนึ่งกำลังหาเรื่องเด็กสาวตัวเล็กๆอีกคนอยู่ โดยที่มีหญิงสาวอีกคนพยายามห้าม ทีแรกอากิระก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่เพราะไม่ใช่เรื่องของตน แต่พอเห็นว่าเรื่องเริ่มจะเลยเถิด แถมเด็กสาวคนนั้นเริ่มจะร้องให้ออกมาเขาจึงตัดสินใจจะเข้าไปช่วย
“นี่วอร์เรส อย่าก่อเรื่องเลยน่า แค่เรื่องเล็กๆน้อยๆช่างมันเถอะ เดี๋ยวก็โดนหัวหน้าโกรธหรอก” หญิงสาวคนที่ห้ามนั้นมีใบหน้าที่จัดได้ว่าดีดวงตาคมดูสวมใส่แว่นตาทำให้ดูออกแนวเจ้าระเบียบ เส้นผมสีดำมัดเอาไว้เป็นหางม้า นัยน์ตาสีม่วงเข้มรับกับดวงตาคมที่ชวนให้ดูน่าค้นหา เธอใส่ชุดเดรสสีแดงมีสัญลักษณ์เสือโคร่งที่มีลายพาดกลอนสีแดงและมีเปลวไฟลุกออกมาอยู่ตรงชายกระโปรง และที่เอวของเธอก็มีดาบที่ดูสวยงามแม้จะยังไม่เห็นด้ามดาบเพราะมันถูกเก็บอยู่ในฝักก็ตาม
“อย่ายุ่งน่า ฟราน่า นังเด็กนี่มันบังอาจมาชนฉัน มันต้องได้รับโทษคราวหลังจะได้เจียมตัวว่ามันไม่ควรที่จะยืนต่อหน้าพวกเราพยัคฆ์อัคคีด้วยซ้ำ” ชายผู้ที่กล่าวออกมาอย่างอวดเบ่งที่ถูกเรียกว่า วอร์เรสนั้น เป็นชายที่มีร่างกายใหญ่โตมากเท่าที่กะดูด้วยตาส่วนสูงนั้นน่าจะเกินสองเมตรเลยทีเดียว แถมร่างของเขายังเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ใบหน้าหยาบกร้านคมเป็นสัน มีดวงตาดุร้ายสีน้ำตาล และเส้นผมสีส้มแดงที่ตั้งราวเปลวเพลิง ที่หลังของเขาแบกดาบสีดำมีลวดลายสีแดงเพลิงขนาดใหญ่พอๆกับร่างเขาอยู่ เขาใส่ชุดเสื้อหนังที่มีสัญลักษณ์เช่นเดียวกันกับฟราน่าที่กลางหลัง
“ฉ…ฉันก็ขอโทษไปแล้วนะคะ” เด็กสาวร่างเล็กที่กำลังถูกข่มเหงนั้น มีใบหน้าขาวใส มีเส้นผมสีส้มยาว เช่นเดียวกับดวงตาสีส้ม ที่สำคัญเธอมีร่างกายที่เล็กราวกับเป็นเพียงเด็กประถมเท่านั้น เธอสวมใส่ชุดคลุมที่มีสัญลักษณ์เสี้ยวจันทร์สีเงินและมีคริสตัลประดับอยู่ที่เสี้ยวจันทร์นั้น
“เหอะแค่ขอโทษแล้วคิดว่ามันจะจบรึไง ฉันจะฆ่าเธอซะ” วอร์เรสพูดจบก็ดึงดาบที่อยู่กลางหลังออกมา
“หยุดนะวอร์เรส เด็กคนนั้นเป็นหนึ่งคนที่ลงแข่งพรุ่งนี้นะถ้าลงมือไปล่ะก็พวกเราจะถูกตัดสิทธิ์นะ” ฟราน่ากรีบกล่าวห้าม แต่ดูเหมือนจะช้าไปเพราะวอร์เรสได้ฟาดดาบเข้าใส่ร่างเด็กสาวคนนั้นแล้ว
เคร้ง!!!!
เสียงที่ดังขึ้นกลับเป็นเสียงเหล็กกระทบกันแทนที่จะเป็นเสียงดาบของวอร์เรสผ่าร่างเนื้อของเด็กสาว ตรงหน้าของวอร์เรสปรากฏชายหนุ่มผู้มีผมสีดำ และมีดวงตาสีแดงสด ใช้เคียวในมือรับดาบของเขาไว้
“แกเป็นใครกล้ามาแส่เรื่องของฉันวอร์เรสหนึ่งในรองหัวหน้าแห่งกิลด์พยัคฆ์อัคคีรึ” วอร์เรสตวาดใส่ชายตรงหน้า
“ชื่อของผมคืออากิระ ที่จริงผมก็ไม่ได้อยากมายุ่งนักหรอกนะ แต่พอดีผมทนดูไม่ได้จริงๆน่ะ” สิ้นคำของอากิระเด็กสาวคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นมามองชายที่เข้ามาช่วยเธอเอาไว้
“หึ ถอยไปซะ หากยอมถอยไปตอนนี้ฉันจะยอมยกโทษไม่เอาเรื่องแก” วอร์เรสกล่าวออกคำสั่งกับอากิระ
“โทษทีนะครับแต่เห็นทีคงจะไม่ได้หรอกครับ” อากิระกล่าวออกมาแบบยิ้มๆ แล้วก็ออกคำสั่งกับราซิเอลให้คอยปกป้องเด็กสาวคนนั้น
“ดี ในเมื่ออยากตายนักฉันก็จะฆ่าแกซะ” วอร์เรสตะโกนก้องออกมาแล้วถอนดาบออกจากนั้นก็ฟาดเข้าใส่ร่างอากิระ
อากิระนั้นไม่ไช่กระจอกอยู่แล้วเขาใช้ก้าวพริบตาหลบไปอยู่ด้านหลังของวอร์เรสได้อย่างง่ายดาย เขาหันหลังชนกับวอร์เรสแล้วก็เอาเคียวพาดบ่าของตนทำให้คมเคียวถูกวางพาดอยู่ที่คอของวอร์เรสทันที อีกทั้งยังมีลูกแก้วเวทมนต์ไม่ต่ำกว่าสิบลูกลอยล้อมอยู่รอบตัวของวอร์เรสอีกด้วย
ทางด้านฟราน่าที่ได้เห็นเธอก็รู้สึกสนใจในฝีมือของอากิระ แม้จะเป็นเพียงแค่การเคลื่อนไหวคนละครั้งแต่อากิระกลับโต้ตอบวอร์เรสได้อย่างสบาย
ด้านวอร์เรสก็รู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมากที่ถูกอากิระกดดันได้อย่าง่ายดาย แต่ทว่าก่อนที่เรื่องจะลุกลามไปมากกว่านี้ หัวหน้าของวอร์เรสที่ทราบเรื่องจากฟราน่าก็รีบมาปรากฏตัวขึ้น
อากิระที่เห็นดังนั้นจึงถอนเคียวของตนออกจากคอของวอร์เรส พอเคียวพ้นออกจากคอวอร์เรสก็รีบก้มหัวให้กับชายผู้มาใหม่ทันที เขามีรูปร่างที่ใกล้เคียงกับเทมเพสต์ แต่ทว่ามีใบหน้าที่ดูเป็นคนใจดี นัยน์ตาสีเขียวอ่อนที่ดูเป็นมิตรผิดกับลูกน้อง มีรอยยิ้มอ่อนโยนที่ประดับใบหน้าอยู่ตลอดเวลา ชุดที่ชายคนนั้นใส่นั้นเป็นชุดเกราะเบา และผ้าคลุมที่มีสัญลักษณ์เสือลายพาดกลอนสีแดงมีเปลวเพลิงออกมาเช่นเดียวกัน เขากล่าวออกมา
“ต้องขออภัยในความเสียมารยาทแทนวอร์เรสด้วยนะครับ ผมไลเกอร์ในฐานะที่เป็นหัวหน้ากิลด์ผมก็อยากจะให้เรื่องมันจบลงเพียงเท่านี้จะได้ไม่มีผลกระทบอะไรในการแข่งขันพรุ่งนี้ หากคุณต้องการให้ผมชดใช้อะไรก็บอกมาได้เลยนะครับ” ไลเกอร์กล่าวออกอย่างนอบน้อม
“ผมไม่ได้มีอะไรหรอกครับ คนที่ถูกลูกน้องคุณหาเรื่องคือเด็กคนนี้ต่างหาก” อากิระกล่าวออกมาคล้ายไม่ใส่ใจ
เมื่อได้ยินดังนั้นไลเกอร์ก็หันไปกล่าวขอโทษเด็กสาวทันที ซึ่งทางด้านเด็กสาวคนนั้นก็ไม่ได้ติดใจเอาความอะไร จากนั้นพวกไลเกอร์จึงขอตัวกลับไปที่พัก
“ชายคนนั้นน่าสนใจจังนะคะ” ฟราน่ากล่าว
“ฮ่าฮ่าฮ่า คุณฟราน่าผู้แสนเย็นชา เกิดสนใจผู้ชายขึ้นมาแล้วเหรอครับเนี่ย ให้ผมไปสู่ขอให้เลยดีมั้ยครับ” ไลเกอร์พูดหยอกฟราน่า
“อย่ากวนประสาทสิคะหัวหน้า ฉันหมายถึงฝีมือของเขาต่างหากล่ะคะ”
เมื่อฟราน่าพูดจบก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นบนหน้าของไลเกอร์เป็นรอยยิ้มที่น่าหวาดหวั่น ที่ให้ความรู้สึกราวกับผู้ล่าที่ได้เจอเหยื่อที่ถูกใจ “อืม นั่นสินะครับ น่าสนใจจริงๆ”
“ถ้าเจอมันคราวหน้าล่ะก็ผมจะจัดการมันนะหัวหน้า” วอร์เรสพูดออกมา
ไลเกอร์มองหน้าวอร์เรสเล็กน้อยก่อนจะกล่าว“ได้สิครับถึงผมจะอยากเก็บเขาด้วยตัวเองก็เถอะนะ”
ทางด้านอากิระที่ช่วยเด็กสาวเอาไว้ก็ถูกเธอขอบอกขอบใจยกใหญ่ และเธอก็แนะนำตัวออกมา เธอมีชื่อว่าแอมเบอร์ เป็นสมาชิกกิลด์อัญมณีแสงจันทร์ กิลด์เล็กๆที่มาเพื่อลงแข่งในงานแข่งขันเดสทินี่กรังปรีซ์เช่นกัน
“ยังไงก็ต้องขอบคุณมากๆเลยนะคะที่มาช่วยฉันไว้” แอมเบอร์กล่าวขอบคุณซ้ำอีกครั้ง
“ไม่เป็นไรหรอกครับ แต่ถ้าเจอกันในการแข่งผมไม่ออมมือให้นะครับ” อากิระตอบออกไปอย่างอ่อนโยน
“ค…ค่ะ ฉันก็จะไม่ยอมแพ้ให้คุณแน่นอนค่ะ” เธอกล่าวอย่างกระตือรือร้น
หลังจากแนะนำตัวกันเสร็จ อากิระก็ขอตัวกลับไปหาพวกเพื่อนๆของตน
เมื่ออากิระมาถึงโรงแรมที่นัดกันไว้กับพวกเทมเพสต์เขาก็เดินขึ้นไปหาห้องที่พวกเทมเพสต์อยู่ทันที ซึ่งเมื่อมาถึงเทมเพสต์ก็เปิดประตูให้ทันที แล้วลิซ่าก็พุ่งออกมาพร้อมกับกระโดดกอดอากิระ หลังจากที่ผ่านไปสักพักพวกเขาก็กลับมานั่งกันเหมือนเดิม อากิระได้ทำการแนะนำราซิเอลให้พวกเพื่อนๆรู้จัก รวมทั้งเล่าเรื่องต่างๆหลังจากแยกกันให้ฟังตั้งแต่หลบหนีจากการตามล่าของวอยด์ไปจนถึงเจอวิหารบรรพกาล และได้อาชีพใหม่มาในที่สุด สร้างความตื่นเต้นให้คนที่ฟังได้ไม่น้อย
“หวา ไม่เจอนายแค่ไม่นานนี่นายไปทำเรื่องน่าสนุกมาอีกแล้วเรอะ” เทมเพสต์กล่าวด้วยความอิจฉา
“สมกับเป็นพี่เลยนะคะ” ลูน่ากล่าวออกมาด้วยท่าทางเคยชิน
“ฉันไม่มีอะไรจะตกใจกับนายแล้วแหละนะ” เมเทียร์พูดออกมาพร้อมรอยยิ้มขบขัน
“ไม่นึกเลยนะว่าผู้เล่นใหม่ที่เคยช่วยฉันทำภารกิจวิหารแห่งวิทยาการ จะสรรหาเรื่องได้เก่งขนาดนี้น่ะ” ไอริสกล่าวเหน็บออกมาด้วยแววตาหยอกล้อ
“ก็นะ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเรื่องมันถึงชอบเข้ามาหาเอง” อากิระตอบ
“ฮ่าๆๆ ง่ายจะตายก็แกมันตัวซวยไงอากิระ ฮ่าๆๆๆๆ” เทมเพสต์กล่าวออกมาพร้อมระเบิดเสียหัวเราะ
“ฉันไม่อยากได้ยินคำพูดนั้นจากปากแกที่สุดเลยว่ะ” อากิระกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย
หลังจากที่เสร็จจากการพูดคุยกันพวกเขาก็รีบแยกย้ายกันเข้านอน เพื่อที่พรุ่งนี้จะได้มีแรงเข้าสู่การแข่งเดสทินี่กรังปรีซ์รอบคัดเลือก