เมื่อเห็นศัตรูตรงหน้ามันตายไปแล้ว เสือดาวหิมะนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพุ่งตรงไปยังคฤหาสน์ที่มันสัมผัสได้ถึงกลิ่นของลูกมัน และเมื่อมันพบไข่ของตัวเองที่ถูกมนุษย์ผู้หนึ่งจับเอาไว้แต่ว่ามนุษย์คนนั้นได้เสียชีวิตไปแล้วจากถูกความหนาวเย็นแช่แข็ง แต่มันก็ยังคำรามออกด้วยความโกรธจนน้ำแข็งนั้นแตกออก ก่อนที่มันจะได้รวบรวมเลือดของมนุษย์มากกว่า 50 ล้านคนเพื่อใช้เป็นอาหารให้ลูกของมันทันทีหลังจากนั้นมันก็ออกไปโดยไม่สนใจสิ่งอื่นใดเมื่อมันสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ใกล้เข้ามา
ประชาชนที่แอบซ่อนตัวอยู่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อเห็นเสือดาวหิมะจากไป พวกเขาส่งเสียงร้องกันออกมาด้วยความดีใจ แต่แล้ว…
เสียงหัวเราะบางอย่างก็ดังขึ้นจากด้านบนของเมือง
“ฮิฮิ… ขอบคุณท่านจักรพรรดิเสือดาวหิมะที่เหลือมนุษย์ไว้ให้เรามากมายขนาดนี้”
เสียงของวัวสีขาวตัวหนึ่งดังขึ้น ขนของมันสะท้อนแสงสีเงิน และนัยน์ตาของมันเต็มไปด้วยความหิวกระหาย
“ข้าก็ขอบคุณเช่นกัน” เสียงของหมีขาวขนาดมหึมาดังขึ้น “แต่ข้าขอเพิ่ม 1 ล้านคนนะ แลกกับ ผลไม้สายรุ้งบริสุทธิ์ ได้ไหม?”
“ข้าขอสองผลไม้พอ แล้วข้ายกส่วนของข้า สองล้านคนให้เจ้าเลยเป็นไง” ตะขาบขาว1หมื่นขา ขนาดมหึมาเลื้อยมาด้านข้าง พลางเลียริมฝีปากด้วยลิ้นอันแหลมคม
หมีขาวยิ้มกว้างก่อนจะพูดขึ้น “ตกลง”
ประชาชนที่ได้ยินบทสนทนาของสัตว์ร้ายเหล่านั้นถึงกับหน้าซีดเผือด พวกเขาสบตากันด้วยความหวาดกลัว ข้างบนท้องฟ้านั้นมีสัตว์ร้ายระดับมหากาพย์ถึง 17 ตัว และยังมีระดับอื่นๆ อีกนับล้านด้วย!
“วิ่งงงงงงงงงง!”
เสียงตะโกนของชายคนหนึ่งดังขึ้น ประชาชนทั้งหมดเริ่มใช้สัตว์ร้ายของตัวเองหนีอย่างบ้าคลั่ง แต่พวกเขาจะหนีพ้นจากเงื้อมมือของสัตว์ร้ายระดับมหากาพย์พวกนี้ได้นั้นแทบจะเป็นไปได้เพียงแค่ความฝันก็เท่านั้น
ขณะที่ชาวเมืองพยายามหนีตายจากหายนะตรงหน้า เสียงกรีดร้องของผู้คนดังระงมไปทั่วทุกสารทิศ แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ก้าวไปจากนอกเมืองนี้ กำแพงเพลิงขนาดมหึมา ก็ปรากฏขึ้น กักขังพวกเขาเอาไว้ในเมืองทันที เปลวไฟสีแดงฉานลุกโชนราวกับกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันพังทลาย
“แย่แล้ว ทุกคนรวมพลังกันทำลายกำแพง! ถ้าเราไม่ออกไปตอนนี้ พวกเราจะต้อง…..” ชายคนหนึ่งตะโกนขึ้นด้วยความหวัง แต่ยังไม่ทันที่คำพูดของเขาจะจบลง เสียงฉึกดังขึ้น ร่างของชายคนนั้นกระตุกเล็กน้อยก่อนที่ร่างของเขาจะทรุดลงกับพื้น เลือดสีแดงฉานไหลออกจากบาดแผลที่กลางอกของเขาอย่างรวดเร็ว
หญิงชราผู้หนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ถึงกับทรุดตัวลงกับพื้น ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสิ้นหวังก่อนจะตะโกนขึ้น “พวกแกต้องการอะไรกัน? ทำไมองค์กร ตะวันสาดส่อง ถึงต้องฆ่าพวกเราด้วย? พวกเราก็เป็นมนุษย์เหมือนกันไม่ใช่หรือไงกัน?”
สิ้นเสียงของหญิงชรา เงาบางอย่างปรากฏขึ้นเหนือท้องฟ้า ประชาชนที่สิ้นหวังเงยหน้าขึ้นมอง สิ่งที่พวกเขาเห็นคือ เงาของมนุษย์มากกว่าหลายร้อยคน ที่ลอยอยู่เหนือเมือง ทุกคนสวมใส่ชุดคลุมสีส้มแดง พร้อมหน้ากากที่มีสัญลักษณ์ของดวงตะวันปิดใบหน้าอยู่ แสดงถึงความเป็นสมาชิกขององค์กร ตะวันสาดส่อง พลังที่ออกมาจากร่างกายของพวกเขาทุกคนอย่างต่ำที่สุดก็อยู่ในระดับ เพชร
เสียงของชายอีกคนหนึ่งก็ดังขึ้น “ให้ฉันเข้าร่วมกับองค์กรตะวันสาดส่องด้วยได้ไหม…ฉันเป็นผู้ควบคุมสัตว์ร้ายระดับ เพชร ระดับสูง”
ประชาชนที่ติดอยู่ในเมืองต่างรู้สึกสิ้นหวัง ข้างหลังของพวกเขาคือ ฝูงสัตว์ร้ายมากมายที่จ้องมองพวกเขาด้วยความหิวกระหาย ขณะที่ข้างหน้ากลับเต็มไปด้วย พวกกลุ่มคนโรคจิตที่ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ใดๆ บางคนเริ่มหมดสิ้นกำลังใจ บ้างก็คุกเข่าร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว บางคนพยายามหนีไปทางอื่นหรือบางคนข้อร้องอ้อนวอนให้ไว้ชีวิตพวกเขา แต่ยังมีบางคนที่ยังคงมีความหวังว่า รัฐบาลกลาง จะส่งคนมาช่วยพวกเขาอยู่
ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระลอก คลื่นเพลิงทำลายล้างพุ่งกระจายไปทั่วทั้งเมือง ร่างของประชาชนจำนวนมากกระเด็นปลิวไปกลางอากาศ บางคนโดนแรงระเบิดจนร่างแหลกเหลวในทันที หรือเศษชิ้นส่วนร่างกายปลิวไปตามแรงระเบิด เสียงกรีดร้องโหยหวนดังก้องทั่วท้องฟ้าแต่ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ
ในขณะนั้นเอง ออร่าของจักรพรรดิก็พุ่งทะยานขึ้นมาจากบนท้องฟ้า หญิงสาวคนหนึ่งก้าวออกมาจากบนก้อนเมฆสีดำ เธอสวมชุดสีทองปักลวดลายเปลวเพลิงของดวงอาทิตย์ นัยน์ตาของเธอเป็นสีแดงสดราวกับเปลวไฟที่ลุกโชน เธอแสยะยิ้มก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่กลับดังก้องไปทั่วทั้งเมือง
“จงดีใจเสียเถิด ที่พวกเจ้าจะได้เป็นเครื่องสังเวยแด่เทพแห่งดวงอาทิตย์”
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมม!
พลังเปลวเพลิงมหาศาลระเบิดออกมา คลื่นพลังสีแดงพุ่งลงไปปกคลุมเมืองทั้งเมือง ตะขาบขาวที่อยู่ในเมืองถึงกับสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว มันคำรามขึ้น “แย่แล้ว! นั่นมันระดับจักรพรรดิ! ทุกคนถอยเร็วเข้า!”
แต่ก็ไม่ทันแล้ว…
ตูมมมมมมมมมมม!
เพียงชั่วพริบตาเดียว เมืองระดับที่ 5 ถูกลบหายไปจากแผนที่ของโลกในทันที สัตว์ร้ายทุกตัวไม่ว่าระดับไหนก็ถูกสังหารไปทั้งหมด ร่างของประชาชนมากกว่า 50 ล้านคนคนถูกเผาไหม้อย่างโหดร้าย
ผู้ควบคุมสัตว์ร้ายระดับจักรพรรดิขององค์กรตะวันสาดส่องเพียงมองไปที่ผลลัพธ์ของการสังหารหมู่ครั้งนี้ก่อนจะเอ่ยขึ้น “เริ่มเก็บเลือดและซากศพได้”
สมาชิกคนอื่นทำการคุกเข่าลงเพื่อรับคำสั่งในทันที ก่อนจะเริ่มทำการรวบรวมเลือดของผู้เสียชีวิตและสัตว์ร้ายไปยังอุปกรณ์บางอย่าง เหลือเพียงเปลวไฟที่ยังคงลุกไหม้อย่างไม่มีวันมอดดับ
ที่ไหนสักแห่งในป่าลึก ภายในถ้ำแห่งหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา ภายในถ้ำนี้มีต้นไม้วิเศษต้นหนึ่งที่เปล่งแสงสีทองอ่อนๆ มันกำลังปลดปล่อยพลังแห่งการฟื้นฟูออกมา ที่ใจกลางของต้นไม้นั้น… มีร่างของเสินคัง พ่อบุญธรรมของเสินหย่าอยู่ในต้นไม้นั้น เขายังไม่ตาย แต่ร่างของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลสาหัส ทว่าด้วยพลังของต้นไม้วิเศษนี้กำลังรักษาร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว
เสินคังลืมตาขึ้นทันที แม้ว่าเขายังไม่ทันได้สติเต็มที่ เพราะว่าเสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเข้าถ้ำ ก่อนที่เสินคังจะคิดในใจ ถ้ำนี้ถูกซ่อนเอาไว้อย่างแนบเนียนโดยรูปแบบป้องกันพิเศษ ทำไมถึงมีคนเข้ามาได้กัน แต่ก่อนที่เขาจะได้เตรียมตัวทำอะไร เสียงฝีเท้าก็เงียบลง
เสินคังมองไปที่ด้านก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างขึ้น “เป็นไปไม่ได้…… แก…”
ฉึก!
เสียงน้ำหยดดังขึ้น ร่างของเสินคังสะดุ้งเฮือก ก่อนที่ดวงตาของเขาจะค่อยๆ เริ่มเลือนรางไปช้า เมื่อกระสุนที่ทำจากน้ำได้ยิงทะลุหัวของเขาทันที ร่างของเขาทรุดลงไปกับพื้น ไม่มีแม้แต่เสียงกรีดร้องหรือคำพูดใดๆ
ทันใดนั้นเงาสีดำรูปร่างคล้ายวิญญาณก็ลอยออกมาจากร่างของคนที่ฆ่าเสินคังทันที มันพุ่งตรงเข้าไปที่ร่างของเสินคัง ก่อนที่มันจะทำการกำจัดวิญญาณของเสินคังไปจนหมดสิ้น ทำให้เสินคังไม่สามารถเกิดใหม่ได้อีกต่อไป
ต้นไม้วิเศษที่เคยห่อหุ้มร่างของเสินคังค่อยๆ เหี่ยวเฉาลง มันตายไปพร้อมกับเสินคังทันที ปกติแล้ว เมื่อผู้ควบคุมสัตว์ร้ายตาย สัตว์ร้ายของเขาก็จะต้องตายตามไปด้วย เนื่องจากสัญญาเป็นประเภทเจ้านายกับข้ารับใช้ หากเจ้านายตายผู้รับใช้ก็จะตายด้วย…
ชายในชุดดำเดินเข้ามาใกล้ซากศพของเสินคัง เขามองร่างไร้วิญญาณตรงหน้าด้วยสีหน้าเย็นชาและทำการเก็บศพของเสินคัง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา และโทรหาใครบางคนทันที