ท่านสามี อย่าโอหัง

    ตอนที่ 51 วัสดุขาดตลาด

    ตอนที่ 51 วัสดุขาดตลาด

       

            เหยียนปี้ฮุ่ยได้ยินเสียงจึงเดินออกมาจากในบ้าน พลันเห็นนางนั่งอยู่ในลานบ้าน ไม่รู้ว่าคิดอะไร จึงรีบเร่งเดินเข้าไปถามว่า “เป็นอะไรไป ใครมันรังแกเจ้า? บอกข้ามา แม่จะไปแก้แค้นให้เจ้า!”

      

            ไม่มีเรื่องอะไรที่นางจัดการไม่ได้ในหมู่บ้านตระกูลฉานี้ อีกอย่างนางก็เป็นภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้าน ใครเห็นนางก็ต้องไว้หน้านาง

     

            ราวกับฉาเซวียนเอ๋อร์หาที่ระบายความในใจได้แล้ว  จึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ออกมา

     

            เดิมทีเหยียนปี้ฮุ่ยไม่ได้สนใจมากนักว่านางจะน้อยเนื้อต่ำใจมาจากภายนอกหรือไม่ แต่ในความรู้สึกนางไม่มีใครกล้าทำให้ลูกสาวของนางน้อยเนื้อต่ำใจ ดังนั้นนางจึงฟังพอเป็นพิธี แต่เมื่อได้ยินว่ามันเกี่ยวข้องกับหลิงซานฉิง นางก็รีบตั้งใจฟัง

      

            หลังจากนางพอเข้าใจเรื่องนี้แล้ว แต่ยิ่งเข้าใจก็ยิ่งโมโห “หลิงซานฉิงนังสารเลว! มองข้ามความหวังดีของคนอื่น มันจะมากเกินไปแล้ว เจ้ารอก่อนเถอะ สักวันหนึ่งข้าจะล้างแค้นให้ สวรรค์คงไม่ปกป้องแต่นางหรอก แต่ก่อนที่จะถึงวันนั้นเจ้าจะต้องอดทน และไม่ทะเลาะกับนางสักพัก”

       

            ตอนนี้อยากจะทะเลาะกับหลิงซานฉิงแค่ไหน ก็คงจะไม่ชนะ ดังนั้นนางจึงทำได้แค่จำเอาไว้ก่อน

       

            ฉาเซวียนเอ๋อร์ได้รับคำสัญญาครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงได้หยุดร้องไห้ พลันความเคียดแค้นก็แวบผ่านนัยน์ตานาง

     

            อวี๋ซิ่งเยี่ยกลับไปที่ตระกูลอวี๋ เขาไม่ได้ไปทักทายนายอำเภอในทันที แต่กลับตรงไปหาลู่สิงคนสนิทของตัวเอง พลางเอ่ยเสียงขรึม “หลิงซานฉิงเอาขนห่านสำหรับทำพู่กันขนห่านมาจากไหนกัน ข้าหาแล้วไม่เจอเลย”

       

            ลู่สิงอยู่เคียงข้างเขามาหลายปีแล้ว เขาอยู่ในอารมณ์ไหน แค่มองแวบเดียวลู่สิงก็รู้ได้ทันที และเวลานี้เขาไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ลู่สิงจึงไม่กล้าเมินเฉยแม้แต่ครู่เดียว “คุณชายใหญ่ ขนห่านที่หลิงซานฉิงต้องการนางไปซื้อมาจากหมู่บ้านใกล้เคียง ทุกสองเดือนจะซื้อหนึ่งครั้ง และทุกครั้งก็ซื้อขนห่านเป็นจำนวนมาก”

     

            เป็นไปตามที่คาดไว้ อวี๋ซิ่งเยี่ยพยักหน้าช้า ๆ ดวงตาดุจเหยี่ยวเผยแววอำมหิตขึ้น “ครั้งต่อไปที่นางจะไปซื้อขนห่านคือเมื่อใด?”

      

            “อีกสามวัน”

       

            อีกสามวัน? บังเอิญขนาดนี้เชียว

       

            มุมปากได้รูปของอวี๋ซิ่งเยี่ยกระตุกยิ้มเย็นชา นี่สวรรค์กำลังช่วยเขาชัด ๆ อีกสามวันไปซื้อขนห่าน เขาลงมือตอนนี้ก็ไม่เร็วไม่ช้าเกินไป “เริ่มตั้งแต่ตอนนี้ ไปซื้อห่านของหมู่บ้านใกล้เคียงกับหมู่บ้านตระกูลฉาให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่ขนห่านเดียว ข้าอยากเห็นนัก หากไม่มีขนห่านแล้วหลิงซานฉิงจะยังทำพู่กันขนห่านได้หรือเปล่า”

       

            นี่คือจุดจบของการล่วงเกินเขา ในเมื่อไม่ทำตามความปรารถนาของเขา ใครหน้าไหนก็อย่าได้มีความสุขเลย รอนางกระวนกระวายใจเมื่อใด ค่อยนำขนห่านมากมายออกมา ไม่เพียงแต่ให้ความช่วยเหลือนางในยามคับขัน แถมยังถือโอกาสให้นางมาร่วมมือกับตัวเองในระยะยาวได้ เป้าหมายเขาก็จะสำเร็จลุล่วง

       

            สามวันต่อมา

       

            ทุกครั้งที่มาเก็บขนห่านในหมู่บ้านใกล้เคียงหมู่บ้านตระกูลฉา หลิงซานฉิงจะมาทำด้วยตัวเอง ไม่ยอมให้คนอื่นทำให้ ขนห่านจะดีหรือไม่ดีนั้น มีเพียงนางตรวจสอบเองเท่านั้นถึงจะสามารถวางใจได้

     

            เมื่อก่อนทันทีที่นางมา คนมากมายที่ขายขนห่านก็จะมาต่อแถวรอนาง แต่คราวนี้กลับไม่มีใครออกมาหานางสักคน ไม่เพียงแค่นั้น พวกเขายังปิดประตูสนิท ทั้งหมู่บ้านไม่ได้ยินเสียงห่านแม้แต่ตัวเดียว

       

            นางรู้สึกสงสัย จึงต้องถามใครซักคน บังเอิญเห็นผู้หญิงคนหนึ่งออกมาเทน้ำสกปรกทิ้งพอดี นางจึงรีบเดินเข้าไปหา “พี่สะใภ้ ข้าหลิงซานฉิง ท่านยังจำข้าได้หรือเปล่า ข้ามาเพื่อซื้อขนห่าน เหตุใดถึงไม่มีครอบครัวไหนมาขายขนห่านเลย พวกเขาไปทำงานในทุ่งนากันหมดแล้วหรือ?”

       

            เมื่อผู้หญิงคนนั้นเห็นว่าเป็นนาง จิตใต้สำนึกสั่งให้ไปหลบซ่อนในบ้านทันที แต่เมื่อเห็นว่านางซ่อนไม่ได้แล้ว นางจึงต้องอธิบายด้วยความละอายใจ “แม่นางหลิง ข้ารู้จักเจ้า เจ้ามาซื้อขนห่านที่หมู่บ้านเรา คนในหมู่บ้านนี้ก็อยู่บ้านกันหมดนั่นแหละ เพียงแต่...เพียงแต่ไม่มีใครขายขนห่านแล้ว”

       

            หลิงซานฉิงตกใจ ไม่รู้เหตุใดนางถึงได้นึกถึงพฤติกรรมชั่วร้ายต่าง ๆ ของอวี๋ซิ่งเหวิน และยังนึกถึงท่าทางของอวี๋ซิ่งเยี่ยก่อนออกจากบ้านนางในวันนั้น เงาของทั้งสองคนผุดซ้อนทับกันอยู่ในหัว พลันเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น 

       

            ด้วยเหตุนี้นางจึงเผยสีหน้าเคร่งเครียดออกมา “พี่สะใภ้ มีคนมาข่มขู่พวกท่านรึ? คนพวกนั้นไม่ได้ทำอะไรพวกท่านใช่ไหม?"

        

            ครั้นผู้หญิงคนนั้นเห็นความกระวนกระวายบนใบหน้านาง และท่าทางนั้นก็ดูไม่เหมือนเสแสร้งแกล้งทำ นางก็ยิ่งละอายใจ พลางถอนหายใจออกมา “แม่นางหลิง ขอบใจเจ้ามากที่ยังคิดถึงพวกเรา สองวันก่อนมีคุณชายจากครอบครัวรวยคนหนึ่งมาที่นี่ และเอาห่านของพวกเราไปทั้งหมด สักตัวเดียวก็ไม่เหลือ พวกเราก็ไม่กล้าต่อต้านเขา เราจึงทำได้แค่ขายห่านทั้งหมดให้เขาไป”

       

            หลังจากนั้นไม่นาน นางก็ถอนหายใจอีกครั้ง “แม่นาง ข้าขอโทษจริง ๆ ข้าควรจะเก็บไว้ให้เจ้า”

       

            ยิ่งผู้หญิงคนนั้นพูดมากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งรู้สึกละอายมากขึ้นเท่านั้น และไม่กล้าสบตากับหลิง ซานฉิงเลยแม้แต่น้อย

       

            หากหลิงซานฉิงมาและตะโกนด่าพวกเขา นางคงรู้สึกดีขึ้นกว่านี้ แต่ไม่นึกเลยว่าปฏิกิริยาแรกของหลิงซานฉิงจะไม่ใช่นึกถึงตัวเอง แต่กลับนึกถึงพวกเขาว่าถูกคุกคามหรือไม่

       

            เมื่อครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว คนที่มาเอาห่านในวันนั้นไปหมดเป็นคนหยาบคายจริง ๆ แถมยังพาคนคนติดตามมาด้วย พวกเขาเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา ไม่มีใครอยากมีปัญหาเพราะห่านไม่กี่ตัวหรอก คนที่ต้องกล่าวคำขอโทษ ต้องเป็นคนที่มาเอาห่านไป

     

            หลิงซานฉิงส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มบาง ๆ  ในเมื่อรู้รายละเอียดของเรื่องแล้ว คงไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ที่นี่ต่อ จึงหมุนตัวจากไปทันที

       

            นางไปทุกหมู่บ้านที่นางซื้อขนห่านตามปรกติ และผลลัพธ์ก็เป็นเหมือนกัน ห่านถูกคนซื้อไปในราคาสูง ขนห่านที่พวกเขาเพิ่งเด็ดมาใหม่ ๆ ก็ถูกเอาไปหมด ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ช่วย แต่อีกฝ่ายมีอิทธิพลค่อนข้างใหญ่โตจริง ๆ พวกเขาจึงช่วยไม่ได้

       

            หลิงซานฉิงไม่โทษพวกเขา ว่ากันตามจริงเรื่องนี้เป็นแผนของอวี๋ซิ่งเยี่ย และจุดประสงค์ของเขาคืออยากให้นางไปขอร้องเขาถึงที่ จากนั้นก็ใช้โอกาสนี้เจรจาเรื่องการผูกขาด หากนางไปหาเขาเพื่อเอาขนห่านจริง เช่นนั้นคงติดกับดักเขาจริง ๆ 

     

            เมื่อนางกลับถึงบ้าน ก็เห็นสวีอิงเอ๋อร์เดินมาต้อนรับนางที่ประตูเหมือนอย่างเคย ทุกหมู่บ้านจะมีคนพิเศษที่นำขนห่านมาส่งด้วยตัวเอง แม้ของจะไม่หนักมาก แต่กลับขนส่งไม่ง่ายเลย

       

            ในเวลานี้เองเมื่อสวีอิงเอ๋อร์เห็นว่านางกลับมาตัวเปล่า ไม่มีขนห่านติดตัวมาแม้แต่ครึ่งอัน ก็อดตกใจไม่ได้ “ซานฉิง เจ้า…”

     

            ทันทีที่เอ่ยออกไป อิงเอ๋อร์ก็เห็นนางมีสีหน้าไม่ค่อยดี จึงรู้ได้ทันทีว่าต้องมีอะไรผิดพลาด นางจึงรีบถาม “ซานฉิง เกิดอะไรขึ้น มีคนนำความเดือดร้อนมาให้เจ้าใช่หรือไม่?”

     

            สำหรับเรื่องของเฉินเตาปา นางยังมีความรู้สึกหวาดผวาอยู่เล็กน้อย

     

            หลิงซานฉิงส่ายหน้า นางค่อย ๆ เล่าว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากพูดจบ พวกนางก็มาถึงหน้าประตูห้องงาน มองขนห่านในห้องงานที่เหลืออยู่เพียงสองสามอัน ก็ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ไม่รู้ว่าขนห่านเหล่านี้จะพอใช้หรือเปล่า…”

       

            นางรู้ดีอยู่แก่ใจว่ามันพอใช้หรือไม่ หากพอใช้ นางจะออกไปซื้อขนห่านในระหว่างที่ผลิตทำไมกัน

       

            สวีอิงเอ๋อร์เม้มริมฝีปาก ชั่วขณะหนึ่งนางไม่รู้ว่าจะปลอบใจซานฉิงอย่างไรดี จึงแอบเอ่ยกับตัวเอง “ตอนนี้ทำอย่างไรถึงจะดีนะ” จู่ ๆ นางก็คิดบางออก “เอาเช่นนี้หรือไม่ ซานฉิง พวกเราส่งอันที่ทำเสร็จแล้วไปให้ลูกค้าก่อน ส่วนลูกค้าที่เหลือก็ค่อยไปอธิบายให้พวกเขาเข้าใจ ข้าเชื่อว่าพวกเขาจะเข้าใจและเห็นใจ แบบนี้ทุกคนก็จะไม่ผิดใจกันแล้ว”

     

            จริง ๆ แล้วมันก็เป็นวิธีที่ดี แต่หลิงซานฉิงกลับส่ายหน้า “หากเจ้ารับคำสั่งซื้อของล่วงหน้ากับคนแปลกหน้าเหมือน ๆ กัน แต่ของกลับไม่พอแบ่ง จะต้องมีคนที่ไม่ได้ของ แต่พ่อค้ากลับเอาไปให้คนอื่น เป็นเจ้าจะคิดอย่างไร?”

     

            สวีอิงเอ๋อร์อ้าปากพะงาบ ๆ ตอบออกมาไม่ได้


            หากให้คนส่วนหนึ่งได้ของ อีกส่วนหนึ่งไม่ได้ของจริง คนที่ได้ของย่อมมีความสุข แต่คนที่ไม่ได้ของจะคิดอย่างไร? สั่งซื้อไปเหมือนกัน แต่เหตุใดตัวเองถึงไม่ได้ของ

     

            เมื่อเป็นเช่นนี้ จะต้องมีคนรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม หากปล่อยข่าวลือเพิ่มไปอีก กลับทำให้พวกเขาเสียชื่อเสียงด้วยซ้ำไป ในเมื่อเป็นเช่นนี้ มิสู้ไม่ให้ใครเลยตั้งแต่แรกดีกว่า ทุกคนเท่าเทียมกัน และก็จะไม่มีใครมีความแค้นใจต่อกัน

       

            เมื่อตอนนี้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นแล้ว โชคดีที่นางสามารถวิเคราะห์ได้อย่างใจเย็น ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัวของสวีอิงเอ๋อร์ นางจึงเอ่ยเสียงเบา “ขอโทษ ซานฉิง ข้าไม่ค่อยรู้เรื่องการค้าขายมากนัก… ”

       

            หลิงซานฉิงโบกมือ “ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเอาผิดกับเรื่องนี้ เจ้าอยู่บ้านผลิตต่อไป ข้าจะเข้าไปดูในตัวอำเภอว่ามีขนห่านที่สามารถใช้ได้หรือไม่”

       

            หลังจากพูดจบนางก็ชะงักไปครู่หนึ่ง พลางเอ่ยออกมาคล้ายกับระบายความโกรธ “ช่างเถอะ มันไม่มีแล้วแน่ พวกเราทำที่เหลือออกมาให้เสร็นก่อนเถอะ เมื่อถึงตอนนั้นเราไม่สามารถส่งของตามคำสั่งซื้อได้จริง พวกเราค่อยหาวิธีอื่นกันอีกที”

       

            สวีอิงเอ๋อร์พยักหน้าอย่างหนักแน่น แม้จะเป็นเช่นนี้ แต่นางกลับไม่ได้ยินคำพูดเชิงลบใด ๆ ออกมาจากปากซานฉิงเลย นี่เป็นสิ่งที่ควรค่าให้นางได้เรียนรู้

       

            อันที่จริงหลิงซานฉิงไม่ได้ไม่ท้อแท้ เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นเช่นนี้ หากจัดการได้ไม่ดีชื่อเสียงของนางอาจพังทลายได้ แล้วนางจะไม่กังวลได้อย่างไร เพียงแต่ในเวลาเช่นนี้ยิ่งวิตกกังวลก็ยิ่งยุ่งเหยิง นางไม่สามารถแสดงความใจร้อนออกมาแม้แต่น้อยเดียว

     

            เมื่ออวี๋ซิ่งเยี่ยได้รับข่าวว่านางซื้อขนห่านไม่ได้แม้แต่สักอัน มุมปากได้รูปก็แสยะยิ้มขึ้น

     

            หลิงซานฉิง ข้าจะรอให้เจ้ามาขอร้องถึงที่และร่วมมือทำการค้ากับข้า

     

            ชั่วพริบตาเดียวก็ถึงวันกำหนดส่งสินค้าแล้ว แต่หลิงซานฉิงกลับแจ้งผู้ซื้อทุกรายว่าคำสั่งซื้อถูกเลื่อนออกไป

     

            ทันทีที่ข่าวนี้แพร่ออกไป ผู้คนจำนวนมากที่ร่วมมือทำการค้ากับหลิงซานฉิงเป็นครั้งแรกก็เริ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาเพียงแค่ร่วมมือเพียงครั้งเดียว ไม่ทันไรก็เกิดเรื่องขึ้นแล้ว? สินค้าที่ตกลงกันไว้ตอนแรกไม่สามารถจัดส่งได้ เช่นนั้นพวกเขาก็ขายไม่ได้นะสิ


            “ถึงอย่างไรแม่นางหลิงก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง อย่ามองแต่ช่วงเวลาดี ๆ ของนาง หรือควบคุมเรื่องใหญ่ไม่ได้ เหลือเวลาอีกแค่สามวันก็จะถึงกำหนดเวลาแล้ว แต่ตอนนี้กลับบอกเราว่ายังส่งสินค้าไปให้ไม่ได้ นี่มันไม่ใช่หลอกลวงพวกเรารึ”

       

            “มันยังเหลืออีกสามวันไม่ใช่หรือ แม่นางหลิงคงกลัวว่าสุดท้ายจะส่งให้ไม่ทัน ถึงได้แจ้งให้พวกเราทราบล่วงหน้า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ข้าร่วมมือกับแม่นางหลิง ไม่ว่าจะครั้งไหนนางส่งสินค้าให้ข้าตามกำหนดเวลาตลอด ไม่มีล่าช้าเลย ครั้งนี้ต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นแน่ พวกเราทุกคนควรเชื่อใจนาง”

       

            “เจ้ารวมมือกับนางมาหลายครั้งไม่เห็นเป็นไรเลย เหตุใดพวกเราแค่ร่วมมือกันครั้งแรกถึงเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นมาได้ แม่นางหลิงคงไม่ได้เจาะจงแค่พวกเราหรอกใช่ไหม?”

       

            ณ ภัตตาคารซือเจิ้ง ลูกค้าโต๊ะหนึ่งกำลังคุยกันเสียงดัง โต๊ะที่อยู่รอบ ๆ ได้ยินอย่างชัดเจน บังเอิญ ซือหงหยวนเดินลงบันไดมาพอดี เมื่อได้ยินบทสนทนานี้ ความแปลกใจก็แวบผ่านเข้ามาในดวงตา เขายังคงมีท่าทางดูเหมือนไม่สนใจ แต่กลับส่งคนไปสืบเรื่องนี้มา

       

            ผลที่ได้เหมือนกับที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด มีคนผูกขาดขนห่านที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ หลิงซานฉิงไม่มีวัสดุในการทำพู่กันขนห่าน ตอนนี้อะไรก็ทำไม่ได้แล้ว

     

            ซือหงหยวนแกว่งพัดไปมา สายตาทอดมองฝูงชนด้านนอกที่เดินไปมา

       

            ในยามพลบค่ำวันเดียวกัน จู่ ๆ ก็มีข่าวหนึ่งแพร่ออกมา คำสั่งที่ล่าช้าทั้งหมดได้กลับมาเป็นเวลาเดิมแล้ว ซึ่งหมายความว่าหลิงซานฉิงมีขนห่านแล้ว

     

            ย้อนกลับไปหนึ่งชั่วยามก่อน

       

            หลิงซานฉิงกำลังเดินไปมาอยู่ในลานบ้าน เพราะการทำพู่กันขนห่านหยุดชั่วคราว สวีอิงเอ๋อร์นั่งอยู่ใต้ชายคา เพราะกลัวว่านางจะทำอะไรหุนหันพลันแล่น

     

            พลันมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น สวีอิงเอ๋อร์ได้ยินเสียงเคาะประตู และเห็นหลิงซานฉิงไม่ขยับเขยื้อนใด ๆ  นางจึงต้องไปเปิดประตูเอง ทันทีที่เปิดประตูออก นางก็ตกใจ น้ำเสียงแฝงไปด้วยความดีใจที่ซ่อนเอาไว้ไม่มิด

      

            “ซานฉิง มาดูนี่เร็ว มันคือขนห่าน!”



    คล้ายกับเรื่องท่านสามี อย่าโอหัง ที่คุณอ่าน