ชีวิตภายในร้านโอสถเร้นกายของท่านหมอฟางดำเนินไปอย่างสงบสุขและเป็ระเบียบ สวนทางกับความคึกคักและบรรยากาศแห่งการแข่งขันที่เพิ่มทวีขึ้นทุกวันภายนอกกำแพงร้าน
วันเวลาของเฟยหลงถูกอุทิศให้กับการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ มันไม่ใช่การฝึกฝนร่างกายอย่างหนักหน่วง แต่คือการฝึกฝนจิตใจและความละเอียดอ่อนที่ลึกล้ำยิ่งกว่า ท่านหมอฟางมอบหมายงานที่ดูเหมือนจะง่ายแต่ต้องใช้สมาธิขั้นสูงสุดให้เขาทำในทุกๆ วัน...นั่นคือการบดโอสถ
"นี่คือ 'ดอกเหมันต์ราตรี'" ท่านหมอฟางกล่าวในเช้าวันหนึ่งพลางยื่นถาดที่เต็มไปด้วยดอกไม้สีขาวแห้งสนิทที่เปราะบางให้กับเฟยหลง "สรรพคุณของมันจะถูกปลดปล่อยออกมาได้ดีที่สุดเมื่อถูกบดจนเป็ผงละเอียดสม่ำเสมอกัน แต่หากใช้แรงมากเกินไป ความร้อนจากการเสียดสีจะทำลายฤทธิ์ยาของมันเสียสิ้น"
ท่านหมอฟางสาธิตให้ดู เขาใช้สากหินบดลงในครกด้วยจังหวะที่เนิบนาบแต่สม่ำเสมอ ราวกับเป็เพลงกล่อมเด็ก "อย่าใช้แรงจากแขน...จงใช้ 'น้ำหนัก' ของร่างกายที่ถ่ายเทลงไปอย่างคงที่...ปล่อยให้พลังของเ้าไหลผ่านสากลงไป ไม่ใช่กล้ามเนื้อ"
เฟยหลงรับครกและสากมา เขานิ่งไปครู่หนึ่งแล้วก็เข้าใจในทันที...นี่มันคือหลักการเดียวกับการซัดฝ่ามือระลอกคลื่น...การหยั่งราก...การหายใจ...และการส่งผ่านพลังอย่างลื่นไหล เขาเริ่มบดโอสถด้วยจังหวะที่สงบนิ่งและมั่นคง ทำให้ท่านหมอฟางที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ในขณะที่เฟยหลงค้นพบความสงบในโลกแห่งสมุนไพร สวี่เจี๋ยก็ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจให้กับการฝึกซ้อมที่ลานประลองกลางแจ้ง เขากลับมาที่ร้านทุกเย็นด้วยสภาพเหงื่อโทรมกายและร่องรอยฟกช้ำเล็กๆ น้อยๆ แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้
"วันนี้ข้าได้ประมือกับศิษย์จากสำนักฝ่ามือเมฆาด้วยล่ะ" เขากล่าวอย่างตื่นเต้น "ฝ่ามือของเขารวดเร็วมาก แต่ข้าก็ป้องกันไว้ได้! เ้าล่ะเฟยหลง วันนี้ได้บดยาอะไรไปบ้าง?"
เฟยหลงเพียงแค่ยิ้มรับ "ก็...หลายอย่าง"
"บางทีข้าก็ไม่เข้าใจเ้าเลย" สวี่เจี๋ยส่ายหน้า "ข้าออกไปฝึกฝนเพื่อทำลายล้าง ส่วนเ้ากลับอยู่ที่นี่เพื่อเรียนรู้วิธีการรักษา...เราสองคนช่างแตกต่างกันจริงๆ"
บ่ายวันหนึ่ง ขณะที่ท่านหมอฟางกำลังง่วนอยู่กับการเคี่ยวยาตำรับที่ซับซ้อนอยู่ในห้องด้านใน ก็มีลูกค้าคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน เขาเป็ชายร่างกำยำน่าจะเป็กรรมกรแบกหาม แต่กลับเดินตัวงอและมีสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเ็ป
"ท่านหมอ...ข้าปวดหลังมาหลายสัปดาห์แล้ว ใช้ยาหม่องมาหลายขนานก็ไม่หายเลย" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
ท่านหมอฟางะโออกมาจากห้องด้านใน "เฟยหลง! ช่วยดูอาการให้คุณชายท่านนั้นที! เตรียมยา 'พอกเข่าพยัคฆ์' ให้เขาด้วย!"
เฟยหลงรับคำ เขานำยาพอกที่เป็โคลนสมุนไพรสีเขียวเข้มออกมา แล้วเชื้อเชิญให้ชายคนนั้นนั่งลงและเปิดเสื้อขึ้น เขาบรรจงทายาลงบนแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของชายผู้นั้น...ขณะที่ปลายนิ้วของเขาัักับิั เขาก็รู้สึกถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ...
มันไม่ใช่แค่การอักเสบของกล้ามเนื้อธรรมดา...เขาััได้ถึง 'ไอเย็น' ที่จับตัวกันเป็ก้อนลึกอยู่ข้างใน...มันคือพลังงานที่ติดขัดและเย็นเฉียบซึ่งเป็ต้นตอของความเ็ปที่แท้จริง
เขานึกถึงคำสอนของท่านหมอฟางเื่สมดุลของธาตุร้อนเย็นในร่างกาย...ยาพอกเข่าพยัคฆ์มีฤทธิ์บรรเทาอาการอักเสบ แต่ไม่อาจขับไล่ไอเย็นที่จับตัวลึกขนาดนี้ได้
เฟยหลงตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เขาหันไปหยิบผงสมุนไพรสีเหลืองอ่อนที่บดเตรียมไว้แล้วโรยผสมลงไปในยาพอกเล็กน้อย...มันคือ 'ขิงแห้งไฟ' สมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อนรุนแรง จากนั้นจึงนวดคลึงยาพอกลงบนแผ่นหลังของชายผู้นั้นอีกครั้ง
เพียงไม่กี่อึดใจ ชายร่างกำยำก็อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ "โอ้! มัน...มันอุ่น...ความเ็ป...มันหายไปแล้ว!" เขาลองขยับตัวและยืดหลังตรงได้อย่างไม่น่าเชื่อ "์! ข้ายืดหลังตรงได้แล้ว! ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมจริงๆ!" เขากล่าวขอบคุณเฟยหลงซ้ำแล้วซ้ำอีกก่อนจะจ่ายเงินและเดินจากไปอย่างมีความสุข
หลังจากนั้นไม่นาน ท่านหมอฟางก็เดินออกมา เขาตรงไปที่ถ้วยยาพอกที่ยังเหลืออยู่ หยิบขึ้นมาดมเล็กน้อยแล้วขมวดคิ้ว "กลิ่นนี่มัน...ทำไมเ้าถึงใส่ขิงแห้งไฟลงไป? มันไม่ได้อยู่ในตำรับ"
"ข้า...ข้ารู้สึกได้ถึงไอเย็นที่จับตัวเป็ก้อนอยู่ในกล้ามเนื้อของเขาขอรับ" เฟยหลงอธิบายตามที่เขารู้สึก "ข้าคิดว่ายาพอกธรรมดาคงไม่พอที่จะขับไล่มันออกมาได้"
ท่านหมอฟางจ้องมองเฟยหลงนิ่ง...สายตาของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและทึ่งอย่างสุดระงับ เด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้แค่ 'คิด' หรือ 'เดา'...แต่เขาสามารถ 'รู้สึก' ถึงอาการป่วยของคนอื่นได้...มันคือพร์ในการวินิจฉัยโรคที่ลึกล้ำเกินกว่าจะอธิบายได้
"พร์ของเ้า..." ท่านหมอฟางกล่าวเสียงเบา "...มันน่าเสียดายเกินกว่าจะใช้แค่ในการต่อสู้"
เย็นวันนั้น ท่านหมอฟางได้ยื่นตำราเล่มเก่าๆ เล่มหนึ่งให้กับเฟยหลง หน้าปกเขียนว่า 'ตำราสมุนไพรเบื้องต้น'
"อ่านซะ" เขากล่าว "พร์ที่ปราศจากความรู้ก็เหมือนกับดาบชั้นเลิศที่อยู่ในมือของเด็กสามขวบ หากมีอะไรไม่เข้าใจก็มาถามข้า"
เฟยหลงรับตำรามาด้วยสองมือและความรู้สึกที่เปี่ยมล้นอยู่ในใจ ในเมืองที่เต็มไปด้วยยอดฝีมือและนักสู้แห่งนี้ เขาไม่คาดคิดเลยว่าจะได้ค้นพบเส้นทางอีกสายหนึ่ง...เส้นทางแห่งการรักษา
่เวลาแห่งการรอคอยที่ดูเหมือนจะน่าเบื่อ...กลับกลายเป็การเรียนรู้ครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของเขา