Santianamarir เซนเทียน่ามารีอาร์ 1 (ผู้ฟูมฟักจากโลกต้องห้าม)

    ผู้ฟูมฟักเงา

    หอคอยสีน้ำเงิน

            “นายข้า มีคนมาหา จะให้อนุญาตหรือไม่ขอรับดูเหมือนเธอกำลังจะตาย” บาร์รามเข้ามารายงานเมื่อมีใครคนหนึ่งพยายามเข้าประตูที่เชื่อมกับหอคอยสีน้ำเงินจากในเซนเทียน่าเมื่อเขาไปตรวจสอบก็ถึงกับยิ้มสาใจแต่คงจะถูกเนย่าโกรธถ้าปล่อยให้นานกว่านี้จึงมารายงานแต่เขาก็ใช้เวลาในการตรวจสอบความสะอาดของทางเดินและความเรียบร้อยของหอคอยอยู่พักหนึ่งกว่าจะมาถึงห้องของเนย่าเพื่อยื้อเวลากลั่นแกล้งคนใกล้ตายอีกสักหน่อย

            “ใครหรือคะคุณบาร์ราม” เนย่าเองก็ไม่ได้หลับเพราะเธอกำลังคิดไม่ตกกับเรื่องต่างๆ

            “คงจะอยากคืนของให้นายข้าน่ะขอรับ” บาร์รามเอ่ยอย่างนอบน้อม

            “ลาร์เฟียเหรอ ให้เขาเข้ามาสิ” เนย่าหยุดคิดชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจอนุญาตคงจะสำคัญมากไม่อย่างนั้นคนอย่างลาร์เฟียคงไม่มาถึงที่นี่แน่

            เมื่อรับคำสั่งบาร์รามก็ทำให้ประตูเหล็กที่เชื่อมกับเซนเทียน่าเปิดได้จากแรงผลักอันน้อยนิดของลาร์เฟียเมื่อประตูเปิดเธอก็พบกับห้องนอนของเนย่าทันทีนั่นเพราะบาร์รามย่นระยะทางให้เพราะขืนช้ากว่านี้คอของลาร์เฟียต้องขาดอย่างแน่นอน

            “ลาร์เฟียเป็นอะไรไปน่ะ” เนย่ารีบเข้าไปประคองลาร์เฟียพยายามจะพูดแต่พูดไม่ได้หน้าเริ่มเขียวขึ้นทุกทีและเลือดเริ่มซึมออกมามากขึ้นจนเปื้อนชุดนอนสีขาวของเธอ ลาร์เฟียทำได้แต่ชี้ไปที่คอของเธอว่าเกิดอะไรขึ้นลูกมังกรของลาร์เฟียเองก็ร้อนใจเพราะกลัวผู้ฟูมฟักจะตาย ได้แต่ร้องเสียงแปลก ๆเป็นการเร่งเร้าให้เนย่าทำอะไรสักอย่าง

            “โอ้ว! ถูกอาวุธเล่นงานซะอ่วมเชียว” ชูม่ายืนอยู่บนเตียงพลางกอดอกทำเสียงยียวนชีน่าและรีสมองหน้าสลับกันไปมาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวครั้งนี้ดูเหมือนทุกคนจะร่วมมือกันกลั่นแกล้งคนที่ทำให้เนย่าเสียใจอย่างเจ็บแสบ

            “ทำยังไงดีชูม่าเธอกำลังหายใจไม่ออกสร้อยบาดคอเธอลึกมากเลย” เนย่าบอกอย่างร้อนใจและดูเหมือนจะมีเนย่าเพียงคนเดียวที่ร้อนรน

            “เธอถอดไม่ออกหรอกยายหนู เธอต้องให้คนที่เอาไปเอ่ยวาจาคืนของให้น่ะ” ชูม่าปิดปากหาววอด

            “แต่เธอหายใจไม่ออกจะให้พูดยังไงเล่า” เนย่าขึ้นเสียงเมื่อสภาพของลาร์เฟียทุกข์ทรมานเหลือทนเธอเกลือกกลิ้งอยู่กับพื้นลิ้นจุกปากจนพูดไม่ได้นัยน์ตาสีชมพูเหลือกถลนแต่ก็ยังไม่ยอมตาย

            “ได้ซี่ ก่อนหน้านั้นยายหนูนี่ยังปากเก่งว่าเธอปาวๆ เลยนะ ให้เขาช่วยตัวเองไปเถอะ อย่าใจดีนักเลยเด็กมนุษย์” ชูม่าสะบัดหน้าไปอีกทาง

            “ชูม่าบอกวิธีช่วยลาร์เฟียมา” เนย่าพยามจับคนที่ดิ้นทุรนทุรายให้อยู่เฉย ๆ พลางตะคอกเสียงใส่ชูม่าถึงเธอจะโกรธอยู่บ้างที่คนตรงหน้าทำให้เธอเสียอารมณ์อยู่บ่อย ๆ แต่ลาร์เฟียก็แค่กวนประสาทไม่ได้ลงมือจะฆ่าจะแกงกันเธอคงปล่อยให้ตายไม่ได้

            “ก็บอกไปแล้วไง” ชูม่าทำเป็นไม่สนใจ

            “นายมีวิธีอื่นแน่ เร็วเข้าช่วยเพื่อนฉันเดี๋ยวนี้นะ!” เนย่าตะโกนลั่นทำเอาชูม่าสะดุ้งแต่ก็เก็บอาการได้เร็วแทบจะทันที

            “เธอแค่เรียกอาวุธคืนแล้วกล่าวคำให้อภัย” ชูม่าบอกเสียงเบาเหมือนสำนึกผิดแต่ก็ยังทำเป็นเชิดหน้าอยู่

            “กลับมา ฉันให้อภัยลาร์เฟีย” สิ้นคำสายสร้อยก็คลายแรงรัดและกลับมาอยู่ในมือของเนย่าในที่สุด

            “แค่ก ๆ เฮ้อ!” ลาร์เฟียสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ พลางลูบคอที่เลือดไหลซึม

            “เป็นยังไงบ้างลาร์เฟีย” เนย่ารีบเข้าไปช่วยประคองให้ลาร์เฟียนั่ง

            “เพี้ยะ!” ลาร์เฟียปัดมือเนย่าออกน้ำตาแห่งความอัปยศคลอหน่วย ทำไมต้องเป็นเด็กมนุษย์คนนี้ด้วยนะ

            “ไม่ต้องมาเสแสร้งทำดีเลยสร้อยเส้นนั้นท่านเซนดรินให้ฉันแต่อยู่ ๆมันก็หายไปแล้วมาอยู่กับเธอแล้วเธอไปเป็นเจ้าของได้ยังไง ฮือ ๆ” ลาร์เฟียปล่อยโฮ

            “สร้อยนี่เซนดรินให้เธอไว้เหรอ ?” เนย่าเอ่ยถามอย่างสนใจ สร้อยนี่เป็นของเซนดรินมันยิ่งชัดเจนเพราะมันคืออาวุธจากเปลือกไข่ ถ้าเป็นของเซนดริน งั้นเซนดรินก็คือ...มังกรใช่ไหมนะ

            “ก็ใช่น่ะสิ สร้อยนั่นมันเกือบฆ่าฉันแหนะ” ลาร์เฟียรีบเช็ดน้ำตาแล้วทำโมโหกลบเกลื่อนเมื่อมองไปที่คอของเนย่าที่บัดนี้มันถูกคล้องอยู่ที่คอเจ้าของอย่างเชื่อฟัง

            “ก็เพราะเธอไม่ใช่เจ้าของไงการยึดอาวุธจากเปลือกไข่มังกรจากเจ้าของไปมันอันตรายนะแถมเธอยังใส่ติดตัวอีกถ้าช้ากว่านี้เธอตายจริง ๆ แน่” รีสเป็นคนให้คำตอบ

            “แต่มันเคยเป็นของฉัน” ลาร์เฟียเถียง

            “มันไม่เคยเป็น เธอรู้ดีอยู่แก่ใจนะแม่หนู” ชูม่าเอ่ยเย้ยหยัน

            “พอเถอะ ชูม่า รีสด้วยให้ฉันรักษาเธอนะลาร์เฟียลูกมังกรเธอขวัญเสียใหญ่แล้ว” ลาร์เฟียยอมอยู่เฉย ๆ ให้เนย่าใช้พลังรักษาแต่โดยดีเพราะเธอเจ็บมากจริง ๆ 

            “ทีนี้เธอก็เอาลูกแก้วไปคืนรินรินได้แล้วนะ” ระหว่างทำการรักษาเนย่าก็บอกคนที่นั่งทำหน้ายุ่งไปด้วย

            “ฉันไม่ได้ขโมยมานะ ยายนั่นซุ่มซ่ามทำตกไว้ฉันเก็บได้แต่ก็ไม่อยากคืน เพราะหมั่นไส้น่ะ” ลาร์เฟียบอกตามจริง

            “อืม คืนด้วยก็แล้วกัน” เนย่าลูบไปตามลำคอคนที่กำลังสะอื้นเบา ๆแสงสีเชียวอ่อนค่อย ๆ รักษาบาดแผลของลาร์เฟียจนหายดี

            “ว่าแต่เธอขโมยของจากทุกคนมาหรือเปล่า” ลาร์เฟียหันไปถามอย่างสงสัย

            “เธอว่าฉันน่าจะขโมยไหมล่ะ” ลาร์เฟียจ้องหน้าเนย่านิ่งก่อนจะตัดสินใจพยักหน้าเร็วๆ

            “เฮ้อ! จริง ๆ เลยนะ” เนย่าถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ทำดีไม่ขึ้นจริงๆ แฮะ

            “ฉันจะไม่พูดว่าขอบใจหรอกนะ” ลาร์เฟียลุกขึ้นยืนพลางสะบัดหน้าไปอีกทาง

            “แล้วฉันขอหรือเปล่าล่ะ” เนย่ายกคิ้วยียวน

            “ความจริงฉันรู้สึกดีนะที่เธอบอกว่าฉันเป็นเพื่อนเธอแต่ฉันจะเป็นเพื่อนเธอแน่ถ้าเลิกวุ่นวายกับท่านเซนดริน” ลาร์เฟียกอดอกแล้วออกคำสั่ง

            “ทำเหมือนฉันอยากจะยุ่งนักนี่” เนย่าไหวไหล่อย่างเสียไม่ได้

            “จะมาอวดว่าตัวเองเสน่ห์แรงจนท่านเซนดรินสนใจรึไงเธอเองก็ไม่สนใจเขาเลยด้วยซ้ำ ปล่อยให้ฉันเป็นผู้ดูแลเขาเถอะ” ลาร์เฟียเบะปากทำเสียงเย้ย

            “แล้วทำไมฉันต้องไปสนใจเขาล่ะ” เนย่าผุดลุกขึ้นอย่างเสียอารมณ์ก่อนจะกระแทกก้นลงบนเตียงนุ่ม

            “เธอไม่รู้จริง ๆหรือแกล้งไม่รู้กันแน่ฉันก็บอกไปแล้วว่าสร้อยเส้นนี้เป็นของท่านเซนดรินมันคือเปลือกไข่มังกรมันรับใช้แค่เธอมันไม่ตอบรับฉันถ้าเธอจะไม่สนใจท่านเซนดรินขนาดนั้นก็ยกเขาให้ฉันเถอะ” ลาร์เฟียทำหน้างออย่างขัดใจ

            “เธอกำลังจะบอกว่าเซนดรินเป็น....”

            “ใช่ เขาคือมังกรมังกรในร่างอสุรเทวาที่เติบโตมาพร้อมๆกับฉัน เขารอคอยเธอมาตลอดร่างอสุรเทวาที่ได้มาท่านพ่อเล่าให้ฉันฟังว่ามันได้มาจากน้ำตาแรกเกิดของผู้ฟูมฟักเขา อาจารย์ใหญ่น่ะพาเขามาฝากไว้กับครอบครัวฉันตั้งแต่ยังเด็กมาก ๆครอบครัวฉันและเหล่ามังกรของครอบครัวฉันซื่อสัตย์และภักดีต่อราชาไฮดรามาก ๆพอรู้ว่าเขาเป็นใครก็ดูแลมาอย่างดีตลอด พ่อสอนให้ฉันดูแลเขาเปรียบเสมือนผู้ฟูมฟักที่แท้จริงเพราะมังกรน้อยยังเด็กเหลือเกินหากไร้ผู้ฟูมฟักดูแล  ฉันปรารถนาจะเป็นผู้ฟูมฟักของเขาจริง ๆพวกเราเติบโตมาด้วยกันผูกพันกันมาก่อนจนวันที่เธอเข้ามาเหยียบเซนเทียท่านเซนดรินก็เอาแต่สนใจเธอ” ลาร์เฟียเม้มปากพร้อมสะอื้นจนตัวโยนจนเนย่าต้องเข้าไปกอดปลอบ

            ถ้าเซนดรินเป็นมังกรของเธอ แล้วฮาร์มล่ะเนย่าหันไปหาชีน่าและ  รีสอย่างสงสัยพวกเขาต่างมองหน้ากันไปมาเหมือนไม่แน่ใจอะไรบางอย่างแต่เนย่าก็ยังไม่ได้พูดไปถึงเรื่องที่ฮาร์มก็เป็นอีกคนที่เป็นมังกรของเธอ

            “ฉันขอโทษนะลาร์เฟียฉันไม่คิดว่าจะทำให้เธอทุกข์ใจถึงเพียงนี้” เนย่าเอ่ยปลอบ

            “เธอยกเขาให้ฉันได้ไหมยกท่านเซนดรินให้ฉัน” ลาร์เฟียกุมมือเนย่าแล้วอ้อนวอนขอด้วยหยาดน้ำตารื้น

            “พูดเป็นเล่นนะเด็กบ้านี่ ถ้ามันง่ายขนาดนั้นยายหนูตาเขียวจะมานั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ทำไมเธอควรจะเจียมเนื้อเจียมตัวให้มากนะถ้าเธอรู้ว่าเขาเป็นใครไม่ใช่เสนอตัวมาขอกันง่ายๆ แบบนี้นะผู้ฟูมฟักเงา ชะตาโลกนี้คงชิบหายหมดสิถ้ามันจะง่ายขนาดนั้น” ชู่ม่าเอ่ยอย่างเหลืออดเขาทนมามากพอแล้ว เด็กคนนี้ช่างเห็นแก่ตัว 

            “ชูม่าใจเย็น ๆ ก่อน” เนย่าปรามคนที่กำลังโมโหชู่ม่าถลึงตาใส่ลาร์เฟียจนมันจะหลุดออกมาด้วยความโกรธกรุ่น

            “ทายาทไฮดราไม่ใช่ของเล่นที่จะขอกันไปมาได้โปรดเข้าใจด้วย” บาร์รามเป็นอีกคนที่เอ่ยสำทับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

            “ฮึ่..! ฉันเข้าใจก็ได้” ลาร์เฟียสะอื้นทิ้งท้ายก่อนปาดน้ำตาจนเหือดแห้งแล้วผุดลุกขึ้นเบี่ยงตัวหลบเนย่าไม่ให้เข้าใกล้

                “หายดีแล้วก็กลับไปเถอะ อย่าต้องให้เจ้าบ้านเอ่ยปากไล่เลย” ชูม่าสะบัดหน้าอย่างไม่พอใจก่อนเอ่ยไล่แขกที่ไม่ได้รับเชิญเหมือนเขาจะลืมตัวอยู่กลาย ๆ ว่าเนย่าคือเจ้าบ้าน

            “ฉันไปอยู่แล้ว แล้วเรามาตัดสินกันในวันประลองอยากจะทดสอบนักว่าผู้ฟูมฟักราชาจะมีน้ำยาสักแค่ไหน” ลาร์เฟียกระแทกเสียงก่อนจะหันมาท้าทายเนย่า 

            “ถ้าอยากจะสู้กันก็ย่อมได้นะไว้ถึงวันนั้นก่อนก็แล้วกัน” เนย่ายกยิ้มท้าทายบ้างยายนี่เปลี่ยนอารมณ์ไวอย่างกับพายุเดี๋ยวร้องไห้ เดี๋ยวโมโห

            “เรื่องนี้ยังเปิดเผยให้ใครรู้มากไม่ได้เอาเป็นว่าเธอรับรู้ คนของเธอก็รับรู้ จากนี้ก็ให้พวกอาจารย์ตัดสินใจเรื่องพวกเธอท่านเซนดรินเขารอเธอมาถึงพันสองร้อยปีอย่าทำอะไรโง่ ๆให้เขาเป็นห่วงจนต้องเสี่ยงชีวิตอีกก็แล้วกัน” ลาร์เฟียทิ้งท้ายก่อนจะเปิดประตูเพื่อกลับทางเก่าที่ถูกย่นระยะทางมา

            “เดี๋ยว พวกเธอเติบโตมาด้วยกันยังไงตั้งพันสองร้อยปีทำไมยังเด็กอยู่เลยล่ะ” อายุขนาดนี้น่าจะแก่งอมมาก ๆ แล้วไม่ใช่เหรอตั้งพันสองร้อยปีมันนานไปรึเปล่า

                “เธอน่ะสิเด็ก แม้อายุจะมากแต่ร่างกายเราก็ค่อย ๆเติบโตและจะเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวในช่วงอายุสองพันปีนะ” ลาร์เฟียบอกอย่างภาคภูมิใจ

            “ฮ่ะ! ฉันเพิ่งจะย่างสิบสามปีเองนะ” เนย่าหน้าตื่นตะโกนเสียงดังลั่นจนลาร์เฟียต้องเบนหน้าหลบ

            “ฮึ! นี่แหละมนุษย์เติบโตพอ ๆ กับอายุสมองจริง ๆกลับดีกว่า” ลาร์เฟียหันหลังให้คนที่กำลังงงงวยอยู่ทันทีแล้วเดินพ้นประตูออกไปในที่สุด ทิ้งให้เด็กหญิงสับสนกับอายุตัวเองและคำนวณอายุของคนอื่นไปด้วยเมื่อหันไปมองหน้าทุกคนก็ต่างหลบวูบราวกับเรื่องอายุเป็นเรื่องร้ายแรงที่จะตอบให้กระจ่างใจแก่เด็กหญิง

    เช้าวันรุ่งขึ้น

            โชคดีที่วันนี้เป็นวันหยุดเนย่าจึงมีเวลาพักสมองและหลบพวกที่จ้องจะควักไส้เธอเพราะคิดว่าเธอเป็นขโมยและแน่นอนรินรินมาหาเธอแต่เช้าทั้งสองกำลังรับของว่างที่บาร์รามจัดมาให้แต่เนย่ามีเรื่องด่วนกว่านั้นและเธอจะถามเพื่อนรักของเธอเดี๋ยวนี้

            “รินรินบอกฉันมาเดี๋ยวนี้ว่าปีนี้เธออายุเท่าไร” เนย่าจ้องรอคำตอบอย่างลุ้นระทึก

            “พันสองร้อยปีทำไมเหรอ” รินรินจิ้มผลไม้ใส่ปากพลางเอ่ยตอบ

            “ไม่จริงทำไมเธอยังเด็กเท่าฉันเลยล่ะ” เนย่าทำเสียงสูงอย่างไม่เชื่อ

            “พวกเราสามภพและอสุรเทวาน่ะ มีอายุยืนยาวมาก ๆและถ้าไม่ถูกฆ่าก็ใช่ว่าจะตายกันง่าย ๆ นะ” รินรินทำเหมือนคำถามของเนย่าเป็นการถามเกี่ยวกับดินฟ้าอากาศแต่สำหรับเนย่าแล้วมันสำคัญพอๆ กับการกู้โลกเลยทีเดียว

            “แล้วพวกอาจารย์ล่ะอายุเท่าไรกัน” นั่นสิกว่าจะแก่เท่าอาจารย์ใหญ่ทรีบาสคนที่นี่ต้องอายุเท่าไร

            “พวกอาจารย์ก็อายุน่าจะเกือบสามพันปีแล้วมั้ง” รินรินจิ้มผลไม้ใส่ปากอีก

            “ไม่จริงฉันเพิ่งจะย่างสิบสามเองนะ” เนย่ากลับมากระซิบกับตัวเอง

            “ก็มนุษย์น่ะเติบโตไวจนไม่ทันได้เรียนรู้ชีวิตจริงๆ ก็รีบชิงตายไปซะก่อน ที่พวกเรามีชีวิตยืนยาวขนาดนี้ก็เพื่อปกป้องรักษาสมดุลต่างๆ นั่นแหละ” แต่รินรินก็ได้ยิน จึงบอกให้เพื่อนเข้าใจ

            “อยู่กันมานานขนาดนี้มิน่าล่ะถึงรู้จักโลกนี้ดีกันจัง” เนย่าเริ่มหัวเสีย เธอเหมือนเด็กที่อยู่ในฝูงผู้ใหญ่จริง ๆด้วยแฮะ

            “เออนี่เนย่าฉันเจอลูกแก้วความทรงจำแล้วนะมันอยู่ในกระเป๋าเสื้อน่ะ แต่ก่อนหน้านั้นฉันหาแทบตายก็ไม่เจอแต่ก็ดีแล้วล่ะที่เจอค่อยโล่งใจหน่อย” รินรินเปลี่ยนเรื่องทันทีเพราะดูเหมือนเพื่อนเธอจะจริงจังเรื่องอายุมากไปแล้ว

            “ดีใจด้วยนะ” เนย่าฉีกยิ้มกว้างแต่ในรอยยิ้มของเธอก็แฝงไปด้วยความขมขื่นใจถ้าเธอแก่ตายไปก่อนจะได้กอบกู้บัลลังก์ไฮดราล่ะจะทำยังไงกันดีล่ะเนี่ย... ยิ่งคิดยิ่งท้อแท้ใจจัง

            “ไม่ต้องคิดมากเรื่องอายุหรอกยายหนูตาเขียวเธอเข้ามาอยู่โลกนี้แล้วเวลาและช่วงอายุเธอก็จะเติบโตไปพร้อมกับยายหนูมีปีกนี่แหละทันได้ช่วยโลกนี้อยู่แล้ว แล้วก็ทันที่จะได้เจอเรื่องเด็ด ๆ อีกเยอะแค่อย่ารีบชิงตายไปก่อนก็แค่นั้น” ชูม่ากระโดดลงมาจากหัวเนย่า ก่อนจะใช้นิ้วเล็ก ๆจิ้มผลองุ่นเข้าปากอย่างสบายใจ

            “เรื่องเด็ด ๆ ที่ว่าเนี่ยคือนายจะไปสร้างความวุ่นวายอะไรอีกใช่ไหมชูม่า” เนย่าหรี่ตามองเจ้าตัวเล็กอย่างคาดโทษ

            “นี่เจ้าเห็นข้าเป็นตัวอะไร” ชูม่าไหวปีกเล็ก แล้วทำหน้าฉงนสงสัย เขาเนี่ยะนะจะไปสร้างความวุ่นวายให้ใครไม่มี้!!!

            “หมัดมังกร!” ทั้งเนย่าและรินรินพูดพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายก่อนทั้งสองจะยิ้มให้กันและหัวเราะออกมาสร้างความครื้นเครงลดความตึงเครียดลงไปในที่สุดส่วนเรื่องขโมยที่กำลังใส่ร้ายเธอเวลานี้ก็เป็นอีกหน้าที่หนึ่งที่พวกเธอจะต้องช่วยกันตามหาตัวคนร้ายให้ได้

    คล้ายกับเรื่องSantianamarir เซนเทียน่ามารีอาร์ 1 (ผู้ฟูมฟักจากโลกต้องห้าม) ที่คุณอ่าน