ณโรงอาหาร
โอ้ยยวันนี้หิวจังเลยเมื่อเช้ามัวแต่กังวลเื่แอคมี่เลยกินข้าวเช้าไปได้แค่นิดเดียวเองเดี๋ยวเที่ยงนี้ฉันจะยัดข้าวขาหมูซะเลย ฮิฮิ
“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไรของเธอ”แว๊กก! เสียงแอคมี่เรียกฉันตื่นขึ้นจากจินตนาการแล้วก็เรียกสติฉันกลับมาใช่แล้วมื้อนี้เป็มื้อแรกที่ฉันจะต้องเริ่มกินอาหารที่สุขภาพดี ลดของมัน ของทอด
“ปะเปล่า ฉันแค่มีความสุขที่จะได้ลองกินอาหารเพื่อสุขภาพน่ะ” ม่ายยยจริงตะกี้ฉันมีความสุขกับข้าวขาหมูต่างหาก
“ถ้าเชื่อเธอเห็นทีฉันคงเป็ไอ้ซื่อบื้อแน่ๆฮ่าๆ มานี่มา” แอคมี่จูงมือฉันให้เดินตามไป
“ดะเดี๋ยวจะพาฉันไปไหนน่ะ เมื่อกี้ฉันเห็นร้านสลัดผักแล้ว เดี๋ยวฉันจะกินสลัด”
“ฉันบอกให้เธอลดของมันของทอด แต่ไม่ได้บอกให้เธอเลิกกินสักหน่อย แค่ควบคุมให้อยู่ในปริมาณที่พอเหมาะต่างหากกินสลัดผักแค่นั้นจะไปอิ่มอะไร”
“อ้าวแล้วแบบนี้เธอจะให้ฉันกินอะไรล่ะ สลัดก็กินไม่ได้ทั้งโรงอาหารฉันเห็นว่าสลัดนี่แหละผอมสุดละ” แอคมี่ส่ายหน้าทำท่าทีเหมือนเอือมระอาฉันเต็มที
“เธอนี่ไม่รู้เื่อะไรเกี่ยวกับโภชนาการเลยจริงๆเอาเป็ว่าเธอกินนี่เกาเหลาหมู แล้วก็กินข้าวสวย 1 จานโอเคมั้ย”
“ฉันกินได้หรอไม่อ้วนหรอ” ฉันถามด้วยความกังวลแต่ใจนี่ไปถึงหน้าหม้อร้านเกาเหลาแล้ว
“นี่จุดประสงค์เราไม่ได้จะลดความอ้วนสักหน่อยฉันให้เธอเลือกกินเฉยๆ เกาเหลาหมูมีทั้งผัก ทั้งเนื้อหมู แถมกินข้าวอีกไม่มีของมันของทอดเลย เห็นมั้ยได้กินของอร่อยแถมไม่ต้องรู้สึกผิดด้วย” ฉันฟังแล้วก็คิดตามที่แอคมี่พูด
“จริงด้วยแฮะเธอต้องกินอาหารแบบนี้บ่อยๆแน่เลย ถึงว่าหุ่นดีชะมัดขนาดฉันเป็ผู้หญิงด้วยกันยังอิจฉาเลย” อ๊ะ ฉันแอบเห็นแอคมี่หน้าแดงอีกแล้วพักนี้เขินบ่อยจัง น่ารักจริงๆ ฮิฮิ
“มัวแต่พูดมากดูสิแถวยาวหมดแล้วรีบไปต่อแถวซื้อข้าวกันเถอะ” แอคมี่รีบเปลี่ยนเื่แล้วก็เดินจูงมือฉันมาซื้อเกาเหลา
“หวัดดีแอคมี่”เสียงผู้ชายที่ยืนต่อแถวข้างหลังฉันกับแอคมี่เรียกแอคมี่ขึ้นมา
“อ้าวธามสบายดีนะ” แอคมี่หันไปตอบแล้วก็ยิ้มให้ผู้ชายที่ชื่อธามอย่างเป็มิตรหึ! ทีตอนเจอฉันครั้งแรกไม่เห็นทำหน้าตาเป็มิตรแบบนี้เลย
“สบายดีเธอล่ะ ั้แ่จบครอสเรียนพิเศษตอน ม.3 ก็ไม่ได้เจอกันเลยเนอะ”นายธามอะไรนี่พยายามชวนแอคมี่คุยต่อ ฉันแอบสังเกตรูปร่างหน้าตาธามนายนี่ถือว่าเป็ผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งเลย ผิวขาว ดูสะอาดสะอ้าน ตัวสูงราวๆ 180ซม. ได้
“ใช่ฉันไม่ได้ไปเรียนแล้วแหละ ตอนนี้ก็ตั้งใจเรียนในห้องไปก่อน”
“อื้อ ตอนนี้ฉันอยู่4/2 นะ” บอกทำไมยะแอคมี่ยังไม่ได้ถามสักคำ!
“อ่า อื้ม ฉันอยู่ 4/10” แอคมี่ตอบเป็มารยาทแน่ๆ
“ไว้คงได้เจอกันบ้างนะว่างๆไปหาไรกินกัน” นายธามยังไม่เลิกตื้อไม่เห็นฉันยืนหัวโด่อยู่หรือไงยะ
“แฮ่มๆ”ฉันทนไม่ไหวแกล้งกระแอมให้ทั้งสองคนรู้ว่าฉันยังยืนอยู่ตรงนี้นะเลิกจีบกันสักที!
“เอ้อนี่พิกเล็ตเพื่อนฉันเอง พิกเล็ตนี่ธามนะ”
รู้แล้วย่ะ! ฉันยืนฟังพวกเธอสองคนคุยกันจนรู้หมดแล้วว่าเธอไปรู้จักกันตอนไหน
“จ้ายินดีที่ได้รู้จักนะธาม” ฉันยิ้มปลอมไปให้ธามหวังว่าเขาคงจับไม่ได้นะ
“ยินดีที่ได้รู้จักนะพิกเล็ต”ธามหันมายิ้มให้ฉันเป็มารยาทเช่นกัน
“ไปก่อนนะแอคมี่แล้วเจอกัน” ธามหันไปยกมือบ๊ายบายให้แอคมี่ เหอะควรจะไปได้ตั้งนานแล้วย่ะ
“เป็อะไรของเธอหน้าบึ้งอีกละ”แอคมี่หันมาพูดกับฉันหลังจากที่ธามเดินจากไป
“ฉันหิวดูสิเธอยืนคุยอะไรกันนานเกินไปหรือเปล่า ไม่เกรงใจคนอื่นเลย”
“อ้าวหิวก็รีบไปสั่งก่อนเลยสิไม่ต้องรอก็ได้” แอคมี่พูดหน้าตาเฉย
“เชอะรู้งี้ฉันไม่รอดีกว่า” ฉันรีบเดินสะบัดก้นไปต่อแถวซื้อเกาเหลาต่อโดยไม่ทันสังเกตว่าลับหลังแอคมี่กำลังอมยิ้มอยู่
ง่ำ ง่ำ ง่ำ ฉันเคี้ยวอาหารเสียงดังเพื่อกลบอามรณ์ที่ตอนนี้กำลังครุกรุ่นเป็อะไรของฉันเนี่ย เมื่อกี้ยังอารมณ์ดีๆอยู่เลย พอเห็นแอคมี่สนใจนายธามคนนั้นทำไมจู่ๆถึงรู้สึกขัดใจยังไงก็ไม่รู้ที่สำคัญฉันไม่ถูกชะตากับนายนั่นเลยจริงๆ
“เคี้ยวช้าๆก็ได้ รีบขนาดนั้นเดี๋ยวก็ติดคอหรอก” แอคมี่ออกปากเตือนฉันพร้อมทำหน้าทะเล้นเหอะ ก็เพราะเธอไม่ใช่หรอที่ทำให้ฉันมีอาการแบบนี้น่ะ
“ฉันก็กินปกติ เธอนั่นแหละรีบกินเลยเดี๋ยวจะหมดเวลาพักแล้วนะ” ฉันแกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้
“ฮ่าๆ” อ๊ะ จู่ๆแอคมี่ก็ขำออกมา แถมทำหน้าตาน่ารักอีกยัยบ้าเอ้ย เธอจะมายิ้มให้ฉันเห็นแบบนี้บ่อยๆไม่ได้นะ
“อ้าว น้องพิกเล็ต” เสียงคุ้นหูเรียกฉันจากข้างหลัง
“อะ อ้าวพี่ดีแลน มาทานข้าวหรอคะ” ฉันทักทายกลับเป็มารยาท
“พี่เรียบร้อยแล้วล่ะ นี่คาบบ่ายก็ไม่มีเรียนแล้วว่าจะไปซ้อมดนตรีน่ะ”โอ้โห ไม่เห็นเคยรู้เื่เลยแฮะว่าพี่ดีแลนเล่นดนตรีเป็ด้วย
“ว้าววว จริงหรอคะแล้วพี่ดีแลนเล่นอะไรเป็บ้างหรอ” ฉันถามด้วยความสนใจ
“อืมมม จริงๆพี่ก็เล่นเป็หมดทุกอย่างแหละ แต่ที่ถนัดๆเลยก็จะเป็กีตาร์ส่วนใหญ่พี่ชอบเล่นกีตาร์ไปร้องเพลงไปน่ะ” อื้อหืออออสเปคผู้ชายในฝันของฉันเลย
“เจ๋งสุดๆไปเลย ว่ามั้ยแอคมี่” ฉันยิ้มพร้อมหันไปหาแอคมี่
ฉิบ! แอคมี่มองฉันด้วยสายตาคมกริบ น่ากลัวชะมัด
“เอ่ออ…” ฉันเหวอไปชั่วขณะเลย เกิดเดดแอร์ซะแล้วฉันลืมไปสนิทเลยว่าแอคมี่ไม่ชอบหน้าพี่ดีแลน
“ฉันขอตัวขึ้นห้องก่อนนะ” แอคมี่ลุกขึ้นจากโต๊ะอย่างรวดเร็วไม่รอฉันสักนิดปล่อยฉันไว้กับพี่ดีแลนซะงั้น
“น้องแอคมี่ดูไม่ชอบพี่เลยนะ” พี่ดีแลนเหมือนรู้ตัวแหม่ ก็ทำขนาดนี้ไม่รู้ตัวสิแปลก
“ไม่หรอกค่ะ แอคมี่ก็เป็แบบนี้แหละ” ฉันปฏิเสธไปเพราะไม่อยากให้สองคนนี้เข้าหน้ากันไม่ติดวันนี้เป็ไงเป็กันฉันต้องถามแอคมี่ให้ได้ว่าทำไมถึงเกลียดขี้หน้าพี่ดีแลนขนาดนี้
“อืม ช่างเหอะ ว่าแต่พี่ขอไลน์น้องพิกเล็ตได้มั้ยครับ” วะ ว่าไงนะ พี่ดีแลนเข้าชาร์ตฉันแรงมาก มาขนาดนี้แล้วจะปฏิเสธยังไงล่ะ
“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา” พี่ดีแลนยื่นโทรศัพท์ของเขามาให้ฉันฉันรับมาอย่างว่าง่ายแล้วก็กดแอดไอดีไลน์ของฉันให้พี่เขาไปก่อนจะยื่นโทรศัพท์กลับคืนให้
“ขอบคุณครับ จริงๆพี่อยากจะขอเบอร์ด้วยแต่คิดว่าคงเร็วเกินไปแค่น้องพิกเล็ตให้ไลน์พี่ก็ดีใจแล้ว” ง่ะนี่ฉันกำลังโดนจีบอยู่หรือเปล่านะ เกิดมาไม่ใช่ว่าไม่เคยมีผู้ชายมายุ่มย่ามแต่รุกแรงแบบนี้ฉันเพิ่งเคยเจอนี่แหละ
“เอ่อ ค่ะ” ฉันไม่รู้จะตอบกลับไปยังไง เอาจริงๆก็รู้สึกเขินเหมือนกันนะแหม่ก็ผู้ชายที่สาวๆในโรงเรียนต่างกรี้ดแล้วก็จัดให้เป็ตัวท็อปกำลังยืนขอไลน์ฉันเลยนะ
“พี่ไลน์หาน้องพิกเล็ตได้ตลอดเลยหรือเปล่า” พี่ดีแลนยังคงชวนฉันคุยเรื่อยๆไม่หยุดส่วนฉันนั้นก็ยังคงชอบที่จะยืนคุยต่อไป
“อื้อ ค่ะ ไลน์มาได้ตลอดค่ะ” งือออถ้าแอคมี่ได้ยินประโยคนี้มีหวังฉันตายแน่ๆ
“ขอบคุณน้า งั้นพี่ไม่กวนพิกเล็ตแล้วตั้งใจเรียนนะคะ” พี่ดีแลนถือวิสาสะเอามือมาขยี้หัวฉันตอนนี้คนทั้งโรงอาหารมองเราเป็สายตาเดียวกัน
“อ๊ะ ค่ะ พี่ดีแลนก็ตั้งใจซ้อมนะคะ” ฉันยิ้มหวานให้พี่ดีแลนหนึ่งครั้งก่อนจะแยกย้ายกัน
ฉันอมยิ้มอยู่คนเดียวจะว่าไปพี่ดีแลนก็น่ารักดีนะ อบอุ่นเป็บ้า ฮิฮิ ฉันรีบเดินกลับห้องเรียนเลยไม่ทันสังเกตว่าใครคนหนึ่งกำลังยืนมองฉันจากมุมเสาของโรงอาหาร
(แอคมี่)
ฉันบอกพิกเล็ตไปว่าจะกลับห้องแต่เอาเข้าจริงๆฉันกลับไม่ลงหรอกแค่ไม่อยากอยู่เห็นหน้าไอ้ดีแลนเท่านั้นเองสุดท้ายเลยตัดสินใจมายืนดูพิกเล็ตยืนคุยกับมัน
“คุยอะไรกันนักหนา ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ได้” ยิ่งเห็นยัยนั่นส่งยิ้มหวานให้ไอ้ดีแลนฉันยิ่งอยากจะเข้าไปกระชากตัวทั้งสองคนให้ห่างกัน
เดี๋ยวนะมียื่นโทรศัพท์ให้กันด้วยหรอ ไอ้ดีแลนมันต้องขอเบอร์ไม่ก็ขอไลน์พิกเล็ตแน่นอนนี่ฉันเป็เพื่อนกันยังไม่เคยขอไลน์กันเลยนะ แล้วแกเป็ใคร ฉันเริ่มทนไม่ไหวที่เห็นพิกเล็ตยอมกดอะไรบางอย่างในโทรศัพท์ไอ้ดีแลนอย่าบอกนะว่ายัยนั่นยอมให้ไลน์ไปน่ะ
“หึ พิกเล็ตเธอไม่เคยฟังที่ฉันเตือนเลยจริงๆ” ฉันกำลังจะก้าวขาออกจากที่หลบซ่อนทันใดนั้นฉันเห็นไอ้ดีแลนก็เอามือมาขยี้หัวพิกเล็ตต่อหน้าต่อตาฉัน
จึก! ฉันรู้สึกเจ็บยังไงก็ไม่รู้แต่ที่แย่กว่าคือพิกเล็ตเองก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ราวกับชอบที่มันทำแบบนั้นด้วยฉันหยุดก้าวขาแล้วยืนนิ่งๆอยู่กับที่ อย่าบอกนะว่าเธอกำลังตกหลุมรักมันเข้าแล้ว…
ห้องเรียน 4/10 (พิกเล็ต)
ฉันเดินยิ้มกลับมาห้องเรียน รู้สึกหัวใจกระชุ่มกระชวยบอกไม่ถูกอาจเป็เพราะพี่ดีแลนหรือเปล่านะ
ตึ้งงงง… เสียงไลน์ฉันนี่นา ฉันรีบกดมาเปิดดูข้อความอย่างรวดเร็ว
“ตั้งใจเรียนนะครับ น้องพิกเล็ตของพี่ >.<” ขะของพี่หรอออออ กรี้ดดดดดดดดดดดด พี่ดีแลนคนบ้าๆๆๆๆๆ พูดแบบนี้ได้ไงนะ
“^_______^” ฉันส่งสติ๊กเกอร์หน้ายิ้มกลับไปเพราะเขินจนพูดอะไรไม่ออก
เอ้ะ! ว่าแต่แอคมี่ไม่อยู่ที่โต๊ะนี่นา ไปไหนนะ ฉันนั่งมองรอบๆจังหวะนั้นแอคมี่เดินเข้าห้องมาพอดี
“ไปไหนมาหรอ ไหนบอกจะกลับมาห้องก่อนไง” ฉันชวนแอคมี่คุยทันทีที่เธอนั่งลง
“ไปห้องน้ำมาน่ะ” แอคมี่ตอบเสียงเ็าใส่ฉันรู้ทันทีเลยว่าเธอไม่พอใจที่ฉันคุยกับพี่ดีแลน
“ฉันรู้นะว่าเธอไม่พอใจเื่อะไร แต่ขอล่ะแอคมี่บอกฉันสักทีเถอะว่าทำไมเธอถึงเกลียดพี่ดีแลนนัก”ฉันตัดสินใจถามทันทีเพราะไม่อยากค้างคาใจอีกแล้ว
“เหตุผลก็คือมันเป็เพล์บอยที่มันเข้ามาคุยกับเธอแบบนั้นที่จริงแล้วมันก็ทำแบบนี้กับผู้หญิงทั้งโรงเรียนนั่นแหละ”แอคมี่พูดนิ่งๆเหมือนกำลังข่มอารมณ์อยู่
“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าความจริงเป็ยังไงแต่เธอเป็เพื่อนรักฉันเพราะฉะนั้นอย่าทิ้งฉันไปแบบนั้นอีกได้มั้ย” ไม่รู้ทำไมฉันถึงเลือกที่จะยอมแอคมี่อาจเพราะฉันไม่อยากทะเลาะกับแอคมี่อีกแล้วส่วนความจริงเป็ยังไงฉันขอเป็คนพิสูจน์เองแล้วฉัน
“อะ อื้ม” แอคมี่ตอบแค่นั้น แต่แค่นี้ฉันก็ดีใจแล้วแปลว่าแอคมี่เริ่มอารมณ์ดีขึ้นแล้ว
“งั้นเย็นนี้เราไปออกกำลังกายด้วยกันนะ ฉันอยากว่ายน้ำจัง” ฉันเอ่ยปากชวนแอคมี่ไปออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำ
“เอาสิ ไม่ได้ว่ายนานละ ที่โรงเรียนมีชุด มีแว่นตา มีหมวกให้พร้อมเลยนะ”
“หูยยย ดีจังงงง ข้ามเวลาไปตอนสี่โมงเย็นเลยได้มั้ยนะ” ฮ่าๆเราสองคนขำออกมาพร้อมกันก่อนที่ครูจะเข้าห้องเรียนและเข้าสู่โหมดเงียบกันทั้งห้อง
ปิ๊งป่อง….
เย่ เลิกเรียนแล้วววววว
“ไปเร็วแอคมี่ เดี๋ยวคนเยอะ” ฉันจูงมือแอคมี่ออกจากห้องอย่างรวดเร็ว
“รู้แล้วๆๆๆ ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ สระว่ายน้ำไม่ได้จะหนีไปไหนสักหน่อยฮ่าๆ”
ณ สระว่ายน้ำ
“ชุดฉันเป็ไงบ้าง” ฉันหันไปให้แอคมี่ช่วยดูถึงจะเป็ชุดเดียวกันใส่เหมือนกันแทบทั้งโรงเรียนก็เถอะแต่ฉันก็อยากได้รับคำชมจากแอคมี่นี่นา
ชุดที่ทางโรงเรียนจัดให้เป็ชุดว่ายน้ำแบบวันพีชสีน้ำเงินเข้มยิ่งขับกับสีผิวขาวอมชมพูของฉันทำให้ผิวฉันดูผ่องมากขึ้น
“อะ อื้อสวยดี” แอคมี่รีบตอบพร้อมก้มตาหลบตาฉันอย่างรวดเร็วตะกี้ฉันแอบเห็นเขาหน้าแดงด้วยแฮะ
“ขอบคุณน้า เธอก็สวยมากๆเหมือนกัน” ฉันชมแอคมี่จากใจจริงพอได้เห็นแอคมี่ในชุดว่ายน้ำแบบนี้จะว่าไปก็หุ่นดีใช่เล่นนะเนี่ย ฮิฮิกรี้ดดดดดดดดดดดด คิดบ้าอะไรของเธอยัยพิกเล็ต หยุด หยุด หยุดคิดเดี๋ยวนี้!
“เราไปล้างตัวกันหน่อยมั้ย” แอคมี่เอ่ยปากชวน
“อะ อื้ม ไปสิ” ฉันหยุดความคิดตัวเองแล้วก็เดินตามหลังแอคมี่ไป
ว้าววววจะว่าไปสระว่ายน้ำที่นี่ก็กว้างเหมือนกันแฮะ ที่สำคัญคนน้อยด้วย ก็ดีไม่ต้องเขินอายใคร “ชอบจังงงง ฉันอยากมาว่ายน้ำทุกวันเลย”
“เดี๋ยวๆ ยังไม่ทันได้ลงน้ำก็พูดแบบนั้นแล้วหรอ” แอคมี่พูดไปขำไป
“ก็ใช่น่ะสิ ดูสิ สระก็กว้างคนก็ไม่มีไม่ต้องกลัวว่าจะโดนใครแต๊ะอั๋งทางสายตา อิอิ”
เราสองคนเดินมาถึงห้องล้างตัว ฉันกับแอคมี่ใช้ห้องเดียวกันเพราะหนึ่งห้องจะมีฝักบัว 2 อันเราเข้าไปในห้องแล้วก็ล้างตัวกันพักหนึ่งฉันสังเกตแอคมี่ชัดๆเธอเป็ผู้หญิงที่สวยมากจริงๆ หน้าเรียว ตาคมเฉี่ยวบวกกับเส้นผมสีดำทำให้เธอดูมีสเน่ห์ใช่เล่นไหนจะปากอมชมพูดเรียวเล็กนั่น….
ตึก ตึก ตึก เสียงหัวใจฉันเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกจากอกจังหวะนั้นแอคมี่หันมามองฉันพอดี
“มีอะไรหรอ” แอคมี่ถามด้วยความสงสัยหลังเห็นฉันจ้องแบบนั้น
“เอ่อ เปล่า” ฉันตอบไป เพราะก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง
“งั้นเราไปลงสระกันเถอะ” แอคมี่เอ่ยปากชวน
“อ๊ะ ไปสิ”