“หม่อมฉันอยากค้าขายเพคะหวังว่าคงจะไม่ทำให้ท่านอ๋องเสียหาย” หยวนเข่อชิง
“เ้าก็ทำการค้าของไคหยวนอยู่แล้วไม่ใช่หรือ” ฮ่องเต้
“เพคะแต่เพราะบิดาไม่อยู่และครอบครัวย้ายออกไปจากเมืองหลวงแล้วหม่อมฉันเองมีคนต้องเลี้ยงดูจึงสร้างการค้าใหม่ขึ้นมา” หยวนเข่อชิง
“แล้วทำการค้าแบบไหนล่ะ” ฮ่องเต้
“ก็ทั่วๆ ไปเพคะ” หยวนเข่อชิง
“แล้วเ้า้าอะไรล่ะ” ฮ่องเต้
“หนังสือรับรองการค้าจากราชวงศ์และกองทัพเพคะ” หยวนเข่อชิง
“แต่เ้าก็ใช้ของไคหยวนได้นี่” ฮ่องเต้
“นั่นเป็การค้าของครอบครัวแต่นี่เป็การค้าของหม่อมฉันเองเพคะ” หยวนเข่อชิง
“แล้วการค้าของเข้าชื่อว่าอะไรล่ะระหว่างอาเข่อกับเข่อเหนิง” ฮ่องเต้
มีแววแค่ความแปลกใจฉายในแววตาของหยวนเข่อชิงแค่แวบเดียว
“เข่อเหนิงเพคะ” หยวนเข่อชิง
“เข่อเหนิงที่ทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปน่ะเหรอ” ฮองเฮา
“เพคะ” หยวนเข่อชิง
“เข่อเหนิงที่ทำถ่านคุณภาพสูงด้วยสินะ” ฮ่องเต้
“เ้ายังมีผักสดขายอยู่หรือไม่” ฮองเฮา
“มีเพคะนอกจะผักข้ายังมีเห็ดเป๋าฮื้อและเห็ดโคนแถมยังมีผงปรุงรสและน้ำจิ้มหลากหลายด้วยเพคะ” หยวนเข่อชิง
“แล้วสินค้าที่เ้าจะทำมีอะไรอีก” ฮ่องเต้
“อุปกรณ์การเกษตรอุปกรณ์ทำอาหารและอาวุธขนาดเล็กเพคะ” หยวนเข่อชิง
“อาวุธเหรอเ้าทำอาวุธได้หรือ” ฮ่องเต้
“หม่อมฉันมีช่างตีเหล็กฝีมือดีก็เลยคิดแค่จะทำมีดสั้นหน้าไม้อันเล็กๆ เท่านั้นเพคะ” หยวนเข่อชิง
“อ้อ” ฮ่องเต้ลดความตื่นเต้นลง
“รู้หรือไม่หลอกลวงเบื้องสูงมีโทษสถานใด!” ฮ่องเต้
“ไม่ทราบเพคะแต่คิดว่าหม่อมฉันไม่เข้าข่าย” หยวนเข่อชิง
“เ้า!….ฮ่าฮ่าฮ่าคุณหนูหยวนเ้ากินดีหมีเป็อาหารเช้าหรือไรถึงได้กล้าขนาดนี้” ฮ่องเต้
“ดีหมีมีฤทธิ์ร้อนกินมากเกินไปไม่ดีต่อสุขภาพเพคะ” หยวนเข่อชิง
การต่อปากต่อคำครั้งนี้ทำให้คนที่ยืนดูอยู่อมยิ้มตลอด
“ดีข้าจะทำหนังสือรับรองให้เ้าแล้วก็อนุญาตให้ใช้พื้นที่ในจวนมู่อ๋องประกอบการค้าของเ้าได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องปิดบังอีกต่อไปแล้วด้วยแล้วก็ที่ที่ติดกับป่าไผ่ที่เ้าซื้อหนึ่งพันหมู่ขอมอบให้เ้าขยายกิจการได้” ฮ่องเต้
ที่พูดไปเพื่อบอกหยวนเข่อชิงกลายๆ ว่าทุกอย่างอยู่ในสายตาของฮ่องเต้ทั้งหมดทั้งเื่ปลอมตัวออกไปค้าขายทั้งเื่ทำกิจการในจวนอ๋อง
“หากได้พื้นที่อย่างนั้นหม่อมฉันจะค่อยๆ ย้ายของออกจากจวนเพคะ” หยวนเข่อชิง
“ดีที่เ้ารู้ความแต่ไม่ต้องรีบสิ่งที่เ้าทำในจวนไม่ใช่สิ่งน่าอายคนควรจะทำตามได้แต่ว่าก็ควรให้เกียรติจวนอ๋องบ้างข้าหมายถึงว่าใช้ประโยชน์ได้เแต่ต้องดูแลไม่ให้เสื่อมโทรมเข้าใจหรือไม่” ฮ่องเต้
“ทรงพระปรีชาหม่อมฉันเข้าใจแล้ว” หยวนเข่อชิง
“ได้ข่าวว่าเ้ามีเรือนกระจก” ฮ่องเต้
“ยังไม่ขายแบบเพคะ” หยวนเข่อชิง
“ทำไมล่ะ” ฮ่องเต้
“เพราะยังหาคนทำกระจกไม่ได้จริงๆ ตอนนี้ใช้วิธีให้แสงลอดเข้ามาในเรือนได้แต่ตอนนี้ยังติดปัญหาเมื่อเวลาที่หิมะตกหนักทำให้แสงส่องมาได้น้อยกว่าเรียกได้ว่ายังไม่สมบูรณ์แบบเพคะ” หยวนเข่อชิง
“เ้าไปเอาความรู้เหล่านี้มาจากไหน” ฮ่องเต้
“มิชชันนารีที่มากับชาวโพ้นทะเลเพคะพวกเขามีหนังสือกลไกอยู่เยอะมากหม่อมฉันเห็นว่ามันน่าสนุกเลยประดิษฐ์ตามคู่มือ” หยวนเข่อชิง
“แล้วหนังสือเล่มนั้นยังอยู่หรือไม่” ฮ่องเต้
“พวกเขาเอากลับไปด้วยเพคะหม่อมฉันจำหลักการได้จึงน้ำมาประดิษฐ์สิ่งของได้หลายอย่าง” หยวนเข่อชิง
“คนแบบไหนกันถึงสามารถคิดประดิษฐ์ของเหล่านี้มาได้” ฮ่องเต้
“กราบทูลฝ่าาคนที่จะคิดประดิษฐ์ของเหล่านี้ได้ไม่ต้องมีคุณสมบัติมากมายเพคะมีแค่สองข้อก็มีแววแล้วเพคะ” หยวนเข่อชิง
“คุณสมบัติที่ว่านั่นคืออะไรหรือ” ฮ่องเต้
“คนผู้นั้นต้องดื้อและี้เีมากๆ เพคะอย่างเช่นที่มาของระบบน้ำหยดเป็เพราะหม่อมฉันี้เีรดน้ำต้นไม้จึงหาวิธีที่ให้น้ำได้โดยไม่ต้องเดินรดน้ำไปทั่วหรือเครื่องนวดบะหมี่เพราะหม่อมฉันี้เีนวดแป้งจึงหาอุปกรณ์มานวดให้แทน” หยวนเข่อชิง
สิ่งที่นางเฉลยทำให้คนอ้าปากค้างเพราะคิดว่านางน่าจะตอบอะไรที่ดูสูงส่งแต่กลายเป็ว่ากลายเป็คุณสมบัติที่ไม่เป็ที่ยอมรับเท่าไหร่นัก
“เป็เช่นนั้น” ฮองเฮา
“เป็เช่นนั้นเพคะ” หยวนเข่อชิง
“หากข้าี้เีเย็บผ้าล่ะ” ฮองเฮา
“ข้าก็จะประดิษฐ์จักรเย็บผ้ามาใช้เพคะ” หยวนเข่อชิง
“มีของอย่างนี้ด้วยหรือ” ฮองเฮา
“หากเรามีความ้าแล้วย่อมต้องทำให้ได้เพคะ” หยวนเข่อชิง
“ต้องเป็คนดื้อเพราะเหตุนี้นี่เอง” ฮ่องเต้
“หากข้าอยากจ้างให้เ้าประดิษฐ์จักรเย็บผ้าให้ล่ะ” ฮองเฮา
“อาจจะต้องรอนานหน่อยและราคาอาจจะสูงนะเพคะ” หยวนเข่อชิง
“เ้าเด็กนี่ข้ายกที่ให้เ้าพันหมู่เ้ายังจะคิดเงินกับข้าอีกหรือ” ฮ่องเต้
"เช่นนั้นใช้คำว่ายกให้ไม่ได้เพคะต้องใช้คำว่าแลกเปลี่ยน"หยวนเข่อชิง
“ดีเหลือเกินหยวนเข่อชิงห้ามเ้าหย่ากับอ๋องมู่เด็ดขาดเลยจะดูสิว่าระหว่างเ้ากับเขาใครจะทนได้มากกว่ากัน” ฮ่องเต้
“แต่ฮองเฮาตรัสว่าเป็เื่ของสามีภรรยาไม่ใช่หรือเพคะ” หยวนเข่อชิง
“เอาล่ะคุณหนูหยวนเลิกหยอกฝ่าาได้แล้วข้าเข้าใจเ้าเป็ข้าก็โกรธแต่เ้าต้องเอาความโกรธไปลงให้ถูกคนแล้วต้องรู้ด้วยว่าควรจะเป็พันธมิตรกับใคร” ฮองเฮาเตือน
“ขอบพระทัยฮองเฮาที่เตือนสติเพคะ ฝ่าาหม่อมฉันทำไปเพราะความไม่เท่าทันขอพระองค์ทรงอภัย” หยวนเข่อชิง
นางเป็เด็กที่ว่านอนสอนง่ายไปในบัดดลเื่นี้สร้างความประหลาดใจกับทุกคนในห้องเพราะกับฮ่องเต้นางโต้กลับอย่างถือดีแต่ไม่ว่าฮองเฮาจะพูดอะไรนางคล้อยตามทุกอย่าง
เห็นได้ชัดว่านางชอบฮองเฮาและยังเคืองฮ่องเต้อยู่
ส่วนฮ่องเต้เองแม้จะหงุดหงิดกับความถือดีของนางแต่เขาก็เข้าใจนางดีว่าเหตุใดนางจึงโกรธเขาจึงเลี่ยงที่จะให้นางบอกถึงสาเหตุที่นางอยากจะหย่าเพราะอยากให้นางเอาความจริงไปตบหน้าน้องชายผู้จองหองของเขาด้วย
เมื่อพินิจมองหยวนเข่อชิงนางอายุแค่นี้ยังงามขนาดนี้ต่อไปอีกไม่กี่ปีย่อมต้องได้ชื่อว่างามล่มเมืองเป็แน่แต่เสียอย่างเดียวนางไม่ยิ้มเลย
เ้าน้องชายตัวดีของเขาก็ไม่ยิ้มอยากรู้จริงๆ ว่าคนสองคนที่ไม่ยิ้มเวลาอยู่ด้วยกันจะยิ้มได้หรือไม่
ชื่อเข่อชิงที่แปลว่าสวยงามและสนุกสนานนางนั้นสวยสมชื่อแต่สนุกสนานนี่มันยังไงกันแต่จะว่าไปการต่อปากต่อคำกับนางก็สนุกไม่หยอก
“เ้าเล่นหมากล้อมเป็หรือไม่” ฮ่องเต้
“พอได้เพคะ” หยวนเข่อชิง
“แล้วดนตรีล่ะ” ฮ่องเต้
“ชอบฟังเพคะ” หยวนเข่อชิง
“โคลงกลอนล่ะ” ฮ่องเต้
“ฝ่าาหม่อมฉันทำอะไรไม่เป็หลายอย่างเพคะ” หยวนเข่อชิง
“แล้วเื่ที่เ้าชอบที่สุดคือเื่อะไร” ฮ่องเต้
“นอนเพคะ” หยวนเข่อชิง
จะว่าไปกลับไปก็อยากจะนอนให้เต็มอิ่มเสียทีเพราะมีเื่ซ้อมในการเข้าพระราชพิธีทำให้นางต้องทำงานใน่กลางคืน
เป็คำตอบที่ทำให้คนทั้งห้องอึ้งไปอีกเพราะเื่นี้ตีความได้สองทางคือทำงานจนไม่มีเวลานอนหรือไม่ก็เป็คนี้เีที่เอาแต่นอน
“เช่นนั้นก็กลับไปนอนเถอะ” ฮ่องเต้ประชด
“ขอบพระทัยฝ่าาขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นๆ ปี” หยวนเข่อชิงรีบขอตัวกลับจนฮองเฮาอดขำนางไม่ได้
คนอื่นอาจจะมองว่าหยวนเข่อชิงนั้นเป็หญิงสาวที่ออกจะเอาแต่ใจแต่นางกลับมองว่าหยวนเข่อชิงนั้นแท้จริงคือเด็กน้อยที่ไร้เดียงสานางยังไม่มีทักษะในการเข้าสังคมนั่นเอง
________
ขอหย่าแล้วแต่เต้ลีลา