เมื่อรถไฟมนตราซ่อมเสร็จ พวกเราก็ออกเดินทางในตอนเช้าที่แสงอาทิตย์อ่อนๆตอน 6 โมงเช้าส่องลงมา ให้บรรยากาศ โรแมนติคยิ่งนัก
แถม การเดินทางก็เป็นไปโดยสวัสดิภาพ และราบรื่น จนผมอดคิดไม่ได้ว่า นี่คงเป็นฝีมือของพระเจ้าช่วย คงเป็นพ่อแม่ผมมาอำนวยความสะดวกให้แน่ๆ ถึงได้ไม่มีฝนตก พายุเข้า
3 ชั่วโมงต่อมา...พวกเรากำลังเข้าใกล้หุบเขามังกร
ชิลรอนและหลิงเอ๋อ ก็เอาขนมเค้กช็อคโกแลตมาแจก แล้วพูดให้กำลังใจทุกคน ผู้วิเศษ ซาฟาเองก็ทำเช่นเดียวกัน จนผมอดถามไม่ได้
" เมื่อคืน ท่านพ่อตา ไม่ได้นอนทั้งคืนไม่ใช่เหรอ "
" ของแค่นี้มัน จิ๊บๆ แค่ดื่มเหล้าขวดเดียวก็หายแล้ว " ผู้วิเศษ ซาฟากล่าวอย่างออกนอกหน้า จนผมอดหัวเราะไม่ได้ ทว่า...ในขณะที่พวกเราเฮเฮ กันอยู่ ก็เหมือนตัวเครื่องของรถไฟมนตรา สะดุดกับอะไรซักอย่าง และมีบางอย่างเข้าไปติด
ปึ้ง เสียงดังระงม ผมชะโงกหน้าออกไปดูนอกรถไฟ ก็เห็น เจดอีเกิล(พญานกอินทรีย์ยักษ์ ) จำนวนมากกำลังจู่โจมรถไฟมนตราอยู่
" ข้าจัดการเอง " ผู้วิเศษ ซาฟากล่าว แล้วเหาะออกไปนอกรถไฟ ผมเองก็เหาะตามเขาไปด้วย
กลุ่มเจดอีเกิล หวงถิ่น ได้ทำการโจมตี ผม และ ผู้วิเศษ ซาฟา อย่างไม่คิดชีวิต แต่ในไม่กี่วินาที ผมก็ใช้เวทย์ เชน ไลนิ่ง( โซ๋ สายฟ้า ) กำจัดพวกมันได้มากกว่าครึ่ง จนหัวหน้าของพวกมัน ทนเห็นลูกน้องตายไม่ได้ มันจึงตรงเข้ามาเล่นงานผม และสั่งลูกน้องไปเล่นงานตัวเครื่องรถไฟ ซึ่งผู้วิเศษ ซาฟา ก็รีบไปกำจัด เจดอีเกิล ตัวลูกน้องอย่างรวดเร็วโดยที่ผมไม่ต้องบอก
เจดอีเกิล ตัวหัวหน้า ยืนประจันหน้ากับผม แล้วพุ่งกรงเล็บอันแหลมคมเข้าโจมตี พร้อมกับเวทย์มนต์ลมอีกชุดใหญ่ จนผมเซ แต่ยังไม่ล้ม
ผมตอบโต้ ด้วยเวทย์ สายฟ้าชุดใหญ่เช่นกัน ตอนนี้ กลายเป็นศึกบนฟ้าที่หาดูได้อย่างยากยิ่ง 1 จอมปราชญ์ กับ 1 พญาอินทรีย์ เข้าห้ำหั่นกัน แบบเลือดล้างด้วยเลือด
30 นาทีต่อมา....
เจดอีเกิลตัวหัวหน้า ก็เริ่มอ่อนกำลัง มันตัดสินใจแลกชีวิตกับผม ด้วยการพุ่งเข้าใส่ ตัวผมอย่างตรงๆ มันเป็นการจู่โจมที่ไม่มีลูกเล่น และแผนการใดๆ ผมเอี้ยวตัวหลบ แบบเดอะแมทริค เพียงนิดหน่อย ก็หลบได้แล้ว แต่ที่ผมคิดไม่ถึงคือ...
เจดอีเกิล ตัวหัวหน้าไม่ได้เล็งผม แต่เล็งห้องเครื่อง เมื่อมันบินผ่านผมไปได้ มันก็ทำการ คามิคาเซ่ ( พุ่งฆ่าตัวตาย ) เข้าไปในปล่องรถไฟ
ตูมมมมมมมมมมมมมมมม
เสียงตัวเครื่องรถไฟมนตราระเบิด และกำลังดิ่งลงจากความสูง 10000 ฟุตลงไปยังพื้นดิน
" ทุกคนหาที่เกาะ " ผู้วิเศษ ซาฟา ตะโกน
" ดิ่ง พสุธาแล้วโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยย... " ผมรีบหาที่ยึดในทันทีที่รถไฟมนตรากำลังร่วง
ฟ้าว ฟ้าวววววววววววววว
รถไฟมนตราดิ่งลงพื้นในอัตรา 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง จนน่าขนลุก ถ้าเป็นคนธรรมดาคงตายไปแล้ว ผมเดินพลังขั้นเซียน สร้างเกราะเวทย์มนต์ ออกมากั้นไว้ถึงสองชั้น กลายเป็นกำแพงไร้สภาพ ขณะรถไฟมนตราปะทะกับพื้น
ตูมมมมมมมมมมม โครมมมมมมมมมมมม
รถไฟมนตราแหลกเป็นชิ้นๆ จากรถไฟ กลายสภาพเป็นเศษเหล็ก ไม่เหลือชิ้นดี
...บัดซบ จริงๆ ผมคิด ขณะแผ่พุ่งพลังเข้ากระแทกกับพื้นดิน เพื่อลดแรงกระแทก ผมกระเด็นไปไกลจากจุดเดิม ถึง 30 เมตรก่อนที่แรงปะทะจะหยุดลง
ผมหายใจลึกๆ ก่อนจะลุกยืนขึ้นอีกครั้ง และตะโกนเรียกชื่อพวกชิลรอนด้วยความเป็นห่วง แต่มันเป็นการกระทำของคนโง่ ที่หล่นเข้ามาในหุบเขามังกร
" ชิลรอน หลิงเอ๋อ เบลรีฟา พวกเจ้าสบายดีมั๊ย? " ผมยังคงตะโกนต่อไปด้วยความหวังว่าพวกเธอจะยังไม่ตาย
" พี่ชายกำลังทำอะไรโง่ๆน่ะ เงียบเสียงเดี๋ยวนี้นะ " สาวน้อยคนหนึ่งหน้าตาสะสวย ผมสีฟ้า ตาสีแดง อายุประมาณ 16 ปี นาม นัตสึมิ กล่าวเตือนผม ทว่า...มันสายไปเสียแล้ว
กรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร
มังกร? แถมเป็นมังกรพันปี เรดอายแบล็คธันเดอร์
" เจ้ามนุษย์บังอาจมารบกวนการนอนของข้า เจ้าต้องตาย " มังกรพันปีกล่าว
แต่ตอนนั้นเองที่มันพูดอยู่ ก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งใส่ชุดสีขาวน่าจะเป็นพวกของ นัตสึมิ เหวี่ยงตาข่ายลงมาครอบ มังกรพันปี
" บังอาจ " มังกรพันปี พ่นลมหายใจเพลิง เบิร์นนิ่งสตรีม ออกมา เป่าพวกบุรุษชุดขาวกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง ทั้งๆที่พวกบุรุษชุดขาวแต่ละคนระดับ ผู้วิเศษ ขั้น 2 ทั้งนั้น
หลังจากหลุดออกจากตาข่าย มังกรพันปี ก็จ้อง นัตสึมิ ตาไม่กระพริบ ด้วยความอยากจะกินเธอ
เมื่อผมเห็นดังนั้น ก็รีบโคจร ลมปราณเซียน ขั้นที่ 2 แล้วพุ่งเข้าปะทะกับมังกรพันปีในทันที
เปรี๊ยง ตูมมมมมมมมมมมมมม
เสียงการต่อสู้ ดังเป็นระยะๆ จากการแลกหมัดกันของผมกับมังกรพันปี
" เก่งดีนี่เจ้ามนุษย์ เจ้าเป็นคนแรกที่ทำให้ข้าเอาจริง " มังกรพันปีกล่าว แล้วพ่นลมหายใจ เบิร์นนิ่งสตรีม ใส่ผมเต็มเปา จนผมกระเด็นไปไกลกว่า 3 เมตร ดีที่มีเกราะไหมฟ้าขั้นนภาป้องกันไว้ ไม่งั้นผิวหนังผมคงทนพลังเพลิงของมันไม่ได้
และก่อนที่เราจะปะทะกันอีกครั้ง ก็มีฉมวกชุบเลือดกวางทอง ยิงเข้าใส่ มังกรพันปี มันถูกยิงมาจากอาวุธ ของ นัตสึมิ
...เลือดกวางทอง? ถ้าผมจำไม่ผิดมันเป็นเลือดที่ใช้สำหรับฆ่าเทพเจ้า ฤทธิ์ของเลือดมีผลลดพลังของเป้าหมายอย่างน้อย 30 เปอเซ็น
" ขี้โกง!!! เจ้าพวกขี้โกง!!! " มังกรพันปีกล่าว ก่อนจะล้มลงไปเพราะพิษเลือดกวางทอง
ในขณะที่มังกรพันปีมีพลังอ่อนลง พวกบุรุษชุดขาวก็เข้ามารวมตัวกัน ร่ายคาถา ระเบิดกัมปนาท ที่ 1วันสามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
" เมเทโอ สโตรม ดึ " บุรุษชุดขาวร่ายเวทย์พร้อมกัน โจมตีใส่มังกรพันปี แต่มังกรพันปีก็ยังไม่สิ้นฤทธิ์ ก่อนที่มันจะตาย ก็ได้ปล่อยพลังสายฟ้า ไลเทิร์นนิ่ง เชนออกมา
พวกบุรุษชุดขาวต่างโดนเวทย์ไปตามๆกัน จนไม่สามารถขยับร่างกายได้ แล้วมังกรพันปีก็ล้มลงหายใจรวยริน นัตสึมิ เห็นดังนั้น ก็รีบเอาดาบแทงเข้าไปตรงจุดอ่อนของมังกรพันปีทันที แต่มังกรพันปีไม่ยอมตายง่ายๆ มันได้ใช้แรงเฮือกสุดท้าย ตบใส่นัตสึมิ
" อาบุไน (อันตราย ) " ผมกล่าว ก่อนจะเอาตัวบังนัตสึมิ ไว้ และกระเด็นไปพร้อมกับเธอ แต่ผมไม่ได้รับดาเมจของมังกรพันปีโดยไม่ตอบโต้อะไรเลย ในตอนที่มังกรพันปีตบนัตสึมิ ผมก็ได้ใช้ดรรชนีสุริยัน ยิงซ้ำเข้าไปที่จุดอ่อนของมังกรพันปี มันจึงสิ้นใจตายด้วยน้ำมือผม
เมื่อทุกอย่างสิ้นสุดลง นัตสึมิก็ลุกขึ้นจากอ้อมกอดของผม
" ขอบคุณมากพี่ชาย ที่ช่วยชั้น แล้วจะแบ่งรางวัลให้นะ " นัตสึมิกล่าวแล้วเดินไปควักนัยต์ตาของมังกรพันปีมาเก็บไว้ในกล่องน้ำแข็งเย็นเฉียบ
แปะ แปะ แปะ
ก่อนที่ผมจะพูดอะไรกับนัตสึมิ ก็มีเสียงตบมือจาก จอมปราชญ์คนหนึ่ง มันเป็นคนที่ผมคุ้นหน้าอย่างมาก
" จอมปราชญ์ ไคโอ!!! " ผมอุทานเสียงดัง
" พ่อ นัยต์ตาของมังกรพันปีเป็นของพวกหนู หนูจะเอาเงินรางวัลไปรักษาแม่ " นัตสึมิ กล่าว ดูจากรูปการแล้ว จอมปราชญ์ไคโอคงมีลูกตอนอายุ 14 ส่วนนัตสึมิ อายุ 16 แสดงว่า จอมปราชญ์ ไคโอ อายุ 30ปีแล้ว ช่างหน้าด้านมาแย่งเมียชาวบ้านที่งานแต่งงานของผมอีกนะ
" ส่งนัยต์ตาพันปี ของมังกรพันปีมาให้ข้าซะ นัตสึมิ " จอมปราชญ์ ไคโอ กล่าวอย่างมะนาวไม่มีน้ำ
" ไม่ หนูจะเอาไปซื้อยารักษาแม่ พ่อชอบทำร้ายแม่ หนูไม่ให้หรอก " นัตสึมิกล่าว ทำให้จอมปราชญ์ ไคโอ โกรธ เดินไปกระชากแขนของ นัตสึมิ แต่ทว่า...
ผมเข้าไปกระชากแขนของจอมปราชญ์ไคโอ ที่จับแขนนัตสึมิ ออกมา แล้วพูดคำพูดเท่ห์ๆที่คว้าใจสาวน้อย อย่างนัตสึมิ
" จะหาเรื่องก็มาหาเรื่องข้านี่ อย่าไปหาเรื่องกับผู้หญิง "
แค่นั้นล่ะ จอมปราชญ์ไคโอ ก็ฟิวส์ขาด มันเริ่มโจมตีผมด้วย เพลงเตะวายุกวาดใบไม้ อย่างไม่ยั้ง
วรยุทธของจอมปราชญ์ ไคโอ ก้าวหน้าขึ้นกว่าตอนที่สู้กับผมเมื่อคราวก่อน ทำให้ผมรับมือลำบาก แต่ก็ยังโคจรลมปราณต้านรับไว้
พวกเราแลกหมัดกับเท้าสลับกัน ภายในไม่กี่วินาที จอมปราชญ์ไคโอกับผมก็เปลี่ยนกระบวนท่าเกือบร้อยกระบวนท่า
ผมวาดฝ่ามือ เป็นวงแหวนไท้เก็ก เข้าต้านทานเพลงเตะวายุกวาดใบไม้ ถ้าใครมาเห็นการต่อสู้นี้ คงมองจนตาลาย
30 นาทีต่อมา... ในที่สุดพวกเราก็เลิกแลกกระบวนท่า แล้วหันกลับมาดวลกำลังภายใน
แต่สิ่งที่แปลกไปก็คือ จอมปราชญ์ ไคโอ กำลังเล่นตุกติก
" มหาปราชญ์ดูดดาว? " ผมอุทาน มันเป็นวรยุทธที่ใช้ดูดพลังของคู่ต่อสู้มาเสริมพลังของตัวเอง
" ฮะ ฮะ ฮ่า แกเสร็จแน่ ไอ้หนุ่ม " จอมปราชญ์ ไคโอ อมยิ้ม
" อยากได้พลังของผมมากขนาดนั้นเลยเหรอ งั้นเอาไป " ผมเลิกทำเป็นเล่น แล้วเดินพลังเซียน ขั้น 2 ในทันที เพื่อให้พลังปราณ ไปทำลายเส้นเอ็น และวรยุทธของมัน
" ม่ายยยยยยยยยย อาคคคคคคคคคคคคคค " จอมปราชญ์ ไคโอ ร้องครวญคราง อย่างเจ็บปวด เมื่อจุดตันเถียนของมัน ราวกับแม่น้ำน้อยๆ ต้องมารับพลังปราณของผมที่ไหลอย่างบ้าคลั่งราวท้องทะเล
เมื่อ นัตสึมิ เห็นผู้เป็นพ่อเจ็บปวด และกำลังสีหน้าซีดเผือดลงทุกที เธอก็คุกเข่าลง
" พี่ชาย ได้โปรดเมตตา ไว้ชีวิตพ่อข้าด้วย ข้าขอเป็นม้ารับใช้ท่านทั้งชีวิต " นัตสึมิ พูดเสียงสั่นเครือ และร้องไห้ออกมาเป็นน้ำตาน้อยๆ
มีเหรอผู้ชายจะไม่หวั่นไหวกับน้ำตาของสาวน้อย โดยเฉพาะ สาวน้อยที่น่ารักอย่างนัตสึมิ ด้วยแล้ว ผมจึงยุติการปล่อยพลังเข้าสู่กระแสลมปราณของ จอมปราชญ์ไคโอ แล้วเริ่มปรับลมปราณของผม กับลมปราณของจอมปราชญ์ ไคโอ ให้เป็นจังหวะเดียวกัน
การที่จะช่วยจอมปราชญ์ ไคโอได้ มีทางเดียว คือ การเอาพลังใหม่ ไปไล่พลังเก่า ออกมา เรียกง่ายๆว่า เอาน้ำดีไปไล่น้ำเสีย คือต้องทำลายวรยุทธของจอมปราชญ์ไคโอ แล้วให้วรยุทธของผมเข้าไปทดแทนสิ่งที่เขาเสียไป
30 นาทีต่อมา... ผมก็หลั่งเหงื่อ เย็นเฉียบ การถ่ายเท พลังของผมสู่จุดตันเถียนของจอมปราชญ์ ไคโอ ก็สำเร็จไปได้ด้วยดี จนน่าตกใจ
ตอนนี้ จอมปราชญ์ ไคโอ ได้พลัง เซียนขั้น 2 ของผมไป ส่วนผมกลายเป็นคนไร้วรยุทธ เพราะเกิดเมตตา
" ฮะ ฮะ ฮ่า พลังขั้นเซียน ไม่นึกเลยว่า ข้าจะสามารถบรรลุพลังขั้นนี้ได้ " จอมปราชญ์ ไคโอ กล่าวด้วยความลิงโลด และดีใจอย่างมาก เขาหันหน้ามามองผมอย่างเหยียดหยาม แล้วดีดนิ้ว จนผมกระเด็น และล้มลงสลบไป
****************************************************************โปรดติดตามตอนต่อไป